- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 85.พี่สาวนางฟ้า ช่วยข้าด้วย
บทที่ 85.พี่สาวนางฟ้า ช่วยข้าด้วย
​บทที่ 85.พี่สาวนางฟ้า ช่วยข้าด้วย
​ภายในท้องพระโรง จิตสังหารพุ่งทะยานเสียดฟ้า!
​ผู้อาวุโสใหญ่สมาพันธ์ชาวยุทธ์ ยอดฝีมือระดับเก้าของจริง ลงมือสังหารว่าที่เจิ้นเป่ยอ๋องอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าธารกำนัล!
​ฝ่ามือนี้ผนึกกำลังภายในทั้งชีวิตรวมกับความแค้นฝังหุ่น รวดเร็วจนขุนนางทั้งราชสำนักตั้งตัวไม่ทัน!
​พวกขุนนางบุ๋นเห็นแค่เงาวูบวาบ ลมปราณรุนแรงปะทะใบหน้าจนเจ็บแสบ ยืนทรงตัวแทบไม่อยู่
​องค์ชายเจ็ดและพรรคพวกยิ้มเยาะด้วยความสะใจ
​ตายซะ!
​ตายกลางท้องพระโรงนี่แหละ ดูซิจะพลิกฟื้นยังไงไหว!
​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือแยกศิลาทำลายภูผากำลังจะกระแทกหน้าเซียวจวินหลิน
​เซียวจวินหลินชิงลงมือก่อน ด้วยท่าทางที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนลูกตาแทบหลุด
​เขาย่อตัววูบเหมือนกระต่ายตื่นตูม มุดหายไปหลังบัลลังก์มังกรอันสูงส่ง พร้อมกับแหกปากร้องโหยหวนดังสนั่น
​“ฝ่าบาทช่วยด้วย! กระหม่อมทำเพื่อต้าเซี่ยถึงได้ไปขัดขาพวกโจรชั่วพวกนี้ ​ฝ่าบาท! กระหม่อมต้องสืบทอดตำแหน่งเจิ้นเป่ยอ๋องต่อจากท่านพ่อนะพะยะค่ะ ​พระองค์จะปล่อยให้ขุนนางตงฉินตายกลางท้องพระโรงไม่ได้นะพะยะค่ะ!”
​การกระทำนี้ ทั้งขี้ขลาด ทั้งน่าสมเพช แต่ดันยึดพื้นที่ศีลธรรมได้เป๊ะเวอร์
​ผู้อาวุโสใหญ่ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ความว่างเปล่า โกรธจนแทบกระอักเลือด
​เวลานั้นนอกท้องพระโรง องครักษ์หลวงนับร้อยกรูเข้ามา ขุนนางบุ๋นแตกฮือหนีตายไปซุกตามมุมห้อง
​ทั้งท้องพระโรงโกลาหลวุ่นวาย ต่างคนต่างเอาตัวรอด!
​ผู้อาวุโสใหญ่เห็นตัวการอย่างเซียวจวินหลินหลบอยู่หลังฮ่องเต้ ทำอะไรไม่ได้ ความโกรธแค้นและความอัดอั้นระเบิดออกมาทำลายสติสัมปชัญญะเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น
​“ฮ่องเต้ทรราช!” เขาตาแดงก่ำ คำรามลั่น
​“เจ้าปกป้องคนชั่ว ไม่แยกแยะถูกผิด ​ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันนี้ข้าจะเชือดทรราชอย่างเจ้าทิ้งซะก่อน!”
​สิ้นเสียง ร่างของเขาพุ่งทะยานอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือฮ่องเต้บนบัลลังก์ กะจะกวาดล้างทั้งฮ่องเต้และเซียวจวินหลินที่หลบอยู่ข้างหลังไปพร้อมกัน!
​ผู้อาวุโสอีกสามคนเห็นสถานการณ์บานปลาย ไม่มีทางถอยแล้ว จึงกระโจนตามหัวหน้าเข้าไป!
​“คุ้มกันฝ่าบาท! คุ้มกันฝ่าบาท!”
​ขันทีหน้าตำหนักกรีดร้องเสียงหลง
​องครักษ์หลวงเบื้องล่างเงื้อดาบ ตะโกนก้องพุ่งตัวเข้าใส่
​แต่ความเร็วของพวกเขา จะไปทันยอดฝีมือระดับเก้าที่บ้าเลือดได้ยังไง?
​ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา!
​เผชิญหน้ากับการโจมตีสะท้านฟ้า ฮ่องเต้บนบัลลังก์มังกรกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก
​พระองค์ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืน
​เพียงแค่ค่อยๆ ยื่นพระหัตถ์ข้างหนึ่งออกไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความโกลาหลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และจับพนักวางแขนบัลลังก์เบาๆ
​วินาทีที่พระหัตถ์สัมผัสพนัก
​วิ้ง!
​กำแพงลมที่มองไม่เห็น ระเบิดออกจากบัลลังก์มังกรกระจายไปรอบทิศ!
​กำแพงลมนั้นไร้เสียงไร้รูป แต่แฝงแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น
​พลังฝ่ามืออันเกรี้ยวกราดของผู้อาวุโสใหญ่ ทันทีที่ปะทะกับกำแพงลม ก็สลายหายไปราวกับโคลนจมทะเล
​ร่างทั้งร่างของเขาเหมือนชนเข้ากับภูเขาที่มองไม่เห็น หยุดชะงักกึกกลางอากาศ
​จากนั้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน การเคลื่อนไหวของเขาช้าลง ราวกับถูกบารมีแห่งจักรพรรดิสะกดไว้
​ทั้งท้องพระโรง ตกอยู่ในความเงียบงันพิลึกพิลั่น
​จังหวะนั้นเอง องค์ชายใหญ่ได้สติก่อนใครเพื่อน
​“ไอ้กบฏ! บังอาจลอบปลงพระชนม์เสด็จพ่อ! ตายซะ!”
​เขาคำรามก้อง กระโดดลอยตัว ดาบในมือกลายเป็นแสงเย็นเยียบ พุ่งเข้าใส่ผู้อาวุโสระดับเก้าที่ยืนแข็งทื่อเหมือนคนเสียสติ
​ฉึก!
​ดาบเดียวทะลุหัวใจ!
​เลือดสาดกระเซ็น!
​ผู้อาวุโสที่เหลือเพิ่งได้สติ แต่ก็สายเกินไป ถูกวงล้อมองครักษ์หลวงที่ถาโถมเข้ามาดุจน้ำป่ารุมสับจนเละเป็นโจ๊ก
​“แค่ก... แค่กๆ...”
​บนบัลลังก์ ฮ่องเต้ไอออกมาอย่างรุนแรง พระพักตร์ซีดเผือด ราวกับเพิ่งเสียขวัญจากการกระทำของพวกกบฏ
​“ตาม... ตามหมอหลวง...”
​ตรัสจบ ก็ประคองร่างโดยมีขันทีช่วยพยุง รีบเสด็จกลับเข้าด้านใน ปิดการประชุม
​เซียวจวินหลินโผล่หัวออกมาจากหลังบัลลังก์ มองเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น
​เขาเห็นทุกอย่างชัดเจน
​ดาบขององค์ชายใหญ่ที่แทงทะลุร่างผู้อาวุโสใหญ่ แทงใส่ร่างที่ไร้วิญญาณไปแล้ว
​ตั้งแต่วินาทีที่ฮ่องเต้จับพนักบัลลังก์ ผู้อาวุโสระดับเก้าคนนั้น... ตายไปแล้ว!
​พลังที่มองไม่เห็นอันน่าสะพรึงกลัวนั่น บดขยี้ชีพจรหัวใจของยอดฝีมือระดับเก้าจนแหลกเหลวในพริบตา!
​ฮ่องเต้สุนัขผู้นี้...
​ไม่ใช่ฮ่องเต้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงอย่างที่เห็น!
​เขาไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ แค่ระเบิดลมปราณออกมานิดเดียว ก็ฆ่าระดับเก้าได้ในพริบตา!
​นี่มันพลังระดับไหนกัน!?
​ชายสวมหน้ากากที่ทำร้ายลุงจ้าวและโดนเขายิงวันนั้น เทียบกับฮ่องเต้คงเหมือนแสงหิ่งห้อยเทียบแสงจันทร์!
​“ท่านซื่อจื่อ บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?” หัวหน้าองครักษ์รีบเข้ามาถาม
​“ไม่เป็นไรๆ” เซียวจวินหลินโบกมือ ดึงสติกลับจากความตกตะลึง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากท้องพระโรงที่คาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือด
​ผู้อาวุโสใหญ่ตายแล้ว ที่เหลือก็ไม่รอด เงื้อมมือขององครักษ์และเหล่าองค์ชายที่แย่งกันทำผลงาน “ล้างแค้นแทนพ่อ” คงรุมสังหารจนไม่เหลือซาก
​……
​แต่พอเซียวจวินหลินเดินพ้นประตูวังได้ไม่ไกล
​เฟิงเป่าซานก็วิ่งตามมาทัน สีหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งที่รอดตายมาได้ กระซิบเสียงเบา “ท่านซื่อจื่อ! เรื่องวันนี้ขอบใจมาก! ถ้าท่านไม่หาแพะรับบาปให้ ตระกูลเฟิงของข้าคง...”
​“ใต้เท้าเฟิงเกรงใจไปแล้ว คนกันเองทั้งนั้น” เซียวจวินหลินยิ้มตาหยี “ตอนนี้ท่านรอดตัวแล้ว มีแผนจะทำอะไรต่อ?”
​เฟิงเป่าซานลดเสียงต่ำ ถามอย่างร้อนรน
​“ท่านซื่อจื่อ ท่านรู้ไหมว่าตอนนี้พระสนมซีรุ่ยกุ้ยเฟยอยู่ที่ไหน?”
​“แน่นอน” เซียวจวินหลินยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ “เรือนร้างเลขที่ร้อยสามสิบเจ็ด ตรอกเฉาหยาง ทางทิศใต้... รีบไปเถอะ ช้ากว่านี้ข้ากลัวพระสนมจะมีอันตราย นางกอดกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่นด้วยความกลัว ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นสูตรยาผงสุขาวดีก็ได้”
​“ขอบพระคุณ! บุญคุณนี้ไม่ขอเอ่ยคำ!”
​ตาเฟิงเป่าซานลุกวาว รับกระดาษไปราวกับได้สมบัติล้ำค่า รีบพาคนสนิทมุ่งหน้าไปทันที
​มองดูแผ่นหลังที่ห่างออกไป แววตาเซียวจวินหลินลึกล้ำขึ้น
​แต่ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับจวน จู่ๆ เสียงพิณแหลมสูงเสียดแก้วหู แต่เบาหวิวเหมือนใยแมงมุม ก็พุ่งเข้าเจาะรูหูเขาโดยไม่ทันตั้งตัว!
​ตอนแรกเสียงยังปกติ แต่เพียงพริบตา มันเหมือนจะเจาะทะลุกะโหลก แทงลึกไปถึงวิญญาณ!
​เซียวจวินหลินรู้สึกสมองวิงเวียน จะเอามือปิดหูก็ไม่ทันแล้ว ภาพเบื้องหน้ามืดดับ เลือดไหลซึมออกจากทวารทั้งเจ็ด ร่างกายเซถลาจะล้มลง!
​โจมตีด้วยคลื่นเสียง?
​ใครลงมือ?
​มารฟ้ามารดิน (นักฆ่าพิณคู่ในเรื่องคนเล็กหมัดเทวดา)?
​บัดซบ! ประมาทเกินไป!
​“พี่สาวนางฟ้า ช่วยข้าด้วย!”
​ในวินาทีที่สติจะดับวูบ เขาตะโกนออกไป
​ทันใดนั้น ร่างสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะก็ร่อนลงจากฟ้า คว้าเอวเขาไว้ มืออีกข้างร่ายรำกระบวนท่า ลมปราณระเบิดออกรอบทิศทาง กระแทกคลื่นเสียงแตกกระจาย
​จากนั้นนางดีดตัวพุ่งทะยาน พาเซียวจวินหลินหายวับไปจากจุดเกิดเหตุ
​……
​หนึ่งก้านธูปต่อมา
​จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง ห้องหนังสือ
​เซียวจวินหลินถูกโยนลงบนโต๊ะทำงาน ไอโขลกๆ จนสติกลับคืนมา
​เขาเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าสวยเย็นชาดุจน้ำแข็งของเผยชิงอวี่
​“เมื่อกี้ ข้าใช้หนี้บุญคุณพ่อเจ้าแล้ว” เผยชิงอวี่มองลงมาด้วยสายตาเย็นชา
​“จากนี้ไป เราหายกัน”
​พูดจบ นางหันหลังเตรียมจากไป
​จังหวะนั้น ลุงจ้าววิ่งโซซัดโซเซเข้ามา หน้าตาตื่นเต้นสุดขีด
​“ท่านซื่อจื่อ! สำเร็จแล้วขอรับ! ดินระเบิดร้อยชั่งที่เราฝังไว้ล่วงหน้าที่เรือนร้างตรอกเฉาหยางเมื่อกี้ระเบิดตูมตามหมดแล้ว!”
​“เฟิงเป่าซานกับทหารคนสนิท ทั้งคนทั้งม้า เละเป็นจุณ! ไม่รอดสักคน!”
​เซียวจวินหลินเลิกคิ้ว “ชาวบ้านปลอดภัยไหม?”
​“ปลอดภัยขอรับ กงซูอวิ๋นคำนวณจุดระเบิดแม่นยำ ระเบิดแค่เรือนร้างหลังนั้น” ลุงจ้าวตอบอย่างภาคภูมิใจ
​เซียวจวินหลินพยักหน้า
​เท้าของเผยชิงอวี่ที่กำลังจะก้าวออกไป ชะงักกึก
​นางค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้น
​นางจ้องเซียวจวินหลินเขม็ง ถามเน้นทีละคำ
​“เจ้า... ทำไมต้องฆ่าคนบริสุทธิ์?”
​เซียวจวินหลินเช็ดเลือดที่มุมปาก มองนางเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
​“บริสุทธิ์? ไอ้แก่นั่น คือต้นตอแรกสุดของผงสุขาวดีในต้าเซี่ย ผงนรกที่ระบาดจากเหนือจรดใต้ ก็ฝีมือมันที่เป็นคนกระจาย... เจ้าบอกว่ามันบริสุทธิ์เหรอ?”
​“ฆ่ามันซะ ต่อไปนี้ ภูผาแม่น้ำหมื่นลี้ของต้าเซี่ย จะไม่มีผงนรกชนิดนี้อีกต่อไป!”
​เผยชิงอวี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นตรงหน้า จนหัวใจเต้นตึกตัก...