- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 73.การโต้กลับเริ่มต้น
บทที่ 73.การโต้กลับเริ่มต้น
​บทที่ 73.การโต้กลับเริ่มต้น
​ในเวลาเดียวกัน วังหลวงอันลึกล้ำ ​ภายในตำหนักบรรทมของซีรุ่ยกุ้ยเฟย
​ต่างจากภายนอกที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ที่นี่อบอวลด้วยกลิ่นของเครื่องหอม ที่สงบเงียบไร้กังวล
​ซีรุ่ยกุ้ยเฟยเอนกายพิงตั่งตัวงาม บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสบายใจของผู้ชนะ
​เบื้องล่างนาง องค์ชายรอง เจียงหง กำลังยกจอกเหล้าขึ้นชนกับปรมาจารย์ด้านพิษที่นั่งอยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้ม แต่แววตาฉายแววอำมหิต
​“เสด็จแม่ทรงปรีชาสามารถจริงๆ! ที่คิดฉวยโอกาสตอนจวนเจิ้นเป่ยอ๋องกำลังวุ่นวาย วางยาพิษฆ่าปิดปาก!” น้ำเสียงเจียงหงเต็มไปด้วยความสะใจ
​“ท่านปรมาจารย์ พิษของท่านจะไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
​“พระสนม องค์ชายรอง โปรดวางใจ”
​ปรมาจารย์พิษกล่าวอย่างนอบน้อม น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความมั่นใจในวิชาพิษของตนอย่างถึงที่สุด
​“พิษ ‘เจ็ดราตรีสิ้นใจ’ ที่ผู้น้อยวางลงไป เป็นพิษร้ายแรงอันดับต้นๆ ของใต้หล้า ​ผู้ตายจะไม่มีบาดแผลใดๆ บนร่างกาย มีเพียงอวัยวะภายในที่ค่อยๆ ล้มเหลวและตายลงอย่างช้าๆ ราวกับป่วยหนักด้วยโรคร้าย ​จวนเจิ้นเป่ยอ๋องจะกลายเป็นจวนแห่งความตายในไม่ช้า ศพแล้วศพเล่าจะถูกหามออกมา โดยไม่มีใครหาสาเหตุเจอ!”
​เขาหัวเราะเสียงเย็นเยียบชวนขนลุก
​“ดี! ดี! ดีมาก!”
​ซีรุ่ยกุ้ยเฟยหัวเราะร่าจนหน้าอกกระเพื่อมไหว ดวงตาฉายแววชั่วร้าย ในใจแค่นเสียงหัวเราะ
​เซียวจวินหลินรู้ความลับของนางแล้วยังไง?
​คนตาย... ย่อมเก็บความลับได้ดีที่สุด!
​นางกล่าวอย่างพึงพอใจ
​“ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก เปิ่นกงจะตบรางวัลให้อย่างงาม!”
​นางส่งสัญญาณให้นางกำนัลข้างกาย ยกถาดที่เต็มไปด้วยทองคำและอัญมณีเข้ามา
​“ขอบพระทัยพระสนม!”
​ปรมาจารย์พิษดีใจเนื้อเต้น รีบก้าวเข้าไปยื่นมือทั้งสองรับถาดอันหนักอึ้งนั้น
​ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะแตะโดนถาด
​เหตุการณ์กลับพลิกผัน!
​ร่างกายเขาแข็งทื่อฉับพลัน มือทั้งสองข้างที่ยื่นออกไปกลายเป็นสีดำสนิทราวกับจุ่มลงในน้ำหมึกข้นคลั่ก
​“อึก...”
​เขาก้มมองมือตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ ​ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ฝังลึกถึงกระดูก แล่นปราดจากปลายนิ้ว ลามไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
​“มะ... ไม่จริง! นี่มัน... นี่มันพิษอะไรกัน?!”
​เขากรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ผิวหนังดำคล้ำและเริ่มเน่าเปื่อยให้เห็นกับตา
​“พรวด!”
​เลือดสีดำสนิทพุ่งทะลักออกจากปาก สาดกระเซ็นลงบนพรม ส่งเสียง ‘ฉ่า’ เหมือนกรดที่กัดกร่อน พร้อมควันขาวลอยฟุ้ง
​จากนั้น ร่างทั้งร่างของเขาราวกับหุ่นขี้ผึ้งที่ถูกโยนลงบ่อน้ำกรด เริ่มละลายและพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
​เนื้อหนังกลายเป็นน้ำหนอง กระดูกกลายเป็นกากสีดำ
​เพียงชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจ คนเป็นๆ ทั้งคน ก็กลายเป็นแอ่งน้ำเลือดสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่า ต่อหน้าต่อตาซีรุ่ยกุ้ยเฟยและองค์ชายรอง
​“กรี๊ดดดด!”
​ซีรุ่ยกุ้ยเฟยขวัญหนีดีฝ่อ กลิ้งตกลงมาจากตั่ง กรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
​“สะ... เสด็จแม่... ช่วยลูกด้วย...”
​เสียงขององค์ชายรอง เจียงหง เต็มไปด้วยความหวาดผวาสุดขั้วหัวใจ!
​ซีรุ่ยกุ้ยเฟยหันขวับไปมองด้วยความตื่นตระหนก เห็นเพียงใบหน้าของเจียงหง ปรากฏเส้นเลือดสีดำน่ากลัวปูดโปนขึ้นมา เขากุมลำคอ ดิ้นรนอย่างทรมาน เล็บมือเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเหมือนแอ่งเลือดนั่นไม่มีผิด
​เมื่อครู่ ตอนเลือดพิษพุ่งออกมา มีเพียงไม่กี่หยดที่กระเด็นไปโดนตัวเขา!
​“หงเอ๋อ!”
​ซีรุ่ยกุ้ยเฟยตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหา แต่กลับไม่กล้าแตะต้องตัวลูกชาย ตอนนี้นางสติแตกกระเจิง
​“ใครก็ได้! มานี่เร็ว! ไปตามหมอหลวงมาที! ช่วยเปิ่นกงด้วย!”
​เสียงร้องไห้คร่ำครวญโหยหวน ฉีกกระชากความสงบเงียบให้ขาดสะบั้นลง
​……
​รุ่งเช้าวันใหม่
​จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง ห้องพักผ่อนส่วนตัวของซื่อจื่อข้างลานฝึกยุทธ์
​เซียวจวินหลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
​เพื่อแก้พิษให้เสิ่นจืออิน เขาถึงกับทุ่มเทแรงกายเท 'ยาแก้พิษ' ให้นางจนหมดสิ้นอย่างไม่เสียดาย
​เสิ่นจืออินเองก็ตอบแทนน้ำใจ กลืนกิน 'ยาแก้พิษ' ทุกหยดหยาด
​เขาเหลือบมองเตียงว่างข้างกาย ในอากาศยังคงหลงเหลือกลิ่นหอมจางๆ
​ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านจ้าวก็ดังมาจากหน้าประตู
​“ท่านซื่อจื่อ! ท่านซื่อจื่อ!”
​เซียวจวินหลินสวมเสื้อคลุม เปิดประตูออกไป
​เห็นลุงจ้าวและหมอผียืนอยู่หน้าประตู สีหน้าของทั้งคู่ดูซับซ้อนอย่างยิ่ง
​ใบหน้าหมอผีเต็มไปด้วยความภูมิใจและคลั่งไคล้
​“ท่านซื่อจื่อ! ข้าไม่ทำให้ท่านผิดหวัง! คนวางยาตายด้วยพิษของตัวเองไปแล้ว แถมยังลากคนอื่นตายไปเป็นเพื่อนด้วย!”
​แต่สีหน้าลุงจ้าวกลับเคร่งเครียดและซีดขาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากลืนน้ำลาย เสียงสั่นเครือ
​“ท่านซื่อจื่อ... คนวางยาคือคนของซีรุ่ยกุ้ยเฟย... เมื่อเช้านี้มีข่าวมาจากในวังว่า องค์ชายรอง... สิ้นพระชนม์แล้วขอรับ!”
​การโต้กลับของเซียวจวินหลิน กับเป็นการฆ่าองค์ชายไปหนึ่งพระองค์ ​ลุงจ้าวรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย
​ฆ่านายน้อยสมาพันธ์ชาวยุทธ์ ก็เหมือนแหย่รังแตนยักษ์แล้ว… ​ตอนนี้ ยังวางยาพิษฆ่าองค์ชายอีก
​นี่ไม่ใช่แค่การแย่งชิงอำนาจในราชสำนักธรรมดาแล้ว แต่มันคือกบฏ! โทษคือประหารสถานเดียว!
​“ท่านซื่อจื่อ เรา... เรารีบหาทางหนีทีไล่เถอะขอรับ! ถ้าเรื่องนี้ถูกตรวจสอบจนเจอหลักฐาน ฝ่าบาทพิโรธ จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง... จะถึงคราวพินาศวอดวายจริงๆ นะขอรับ!”
​ทว่า บนใบหน้าของเซียวจวินหลิน กลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ
​เขาเพียงยืนฟังเงียบๆ แววตาลึกล้ำ ราวกับคาดการณ์ทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว
​เขาเดินช้าๆ ไปที่หน้าต่าง มองดวงตะวันยามเช้าที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว
​“ลุงจ้าว ลุงไม่เข้าใจ”
​เขาหันกลับมา มองหน้าลุงจ้าวและหมอผีที่ยังขวัญเสีย พูดเน้นทีละคำ
​“ตั้งแต่วินาทีที่ข้าแขวนสิบเก้าศพนั้นไว้หน้าประตูจวน ข้าไม่ได้ทำเพื่อสร้างบารมี หรือยั่วยุใคร… ​ข้าแค่ต้องการพิสูจน์เรื่องบางเรื่อง”
​เขาเว้นจังหวะ ดวงตาดำมืดดุจรัตติกาล
​“ข้าอยากรู้ว่า ฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน... อยากให้ลูกชายทั้งเก้าคนของพระองค์ ตายหมดทุกคนจริงหรือไม่!”
​สิ้นคำพูด ลุงจ้าวและหมอผีเหมือนโดนฟ้าผ่า ตัวแข็งทื่อ ยืนตะลึงงันอยู่กับที่
​ฝ่าบาทอยากให้องค์ชายทั้งเก้าสิ้นพระชนม์?
​นี่มันหมายความว่ายังไง?