เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 03.สถานการณ์ปั่นป่วน

บทที่ 03.สถานการณ์ปั่นป่วน

บทที่ 03.สถานการณ์ปั่นป่วน


​บทที่ 03.สถานการณ์ปั่นป่วน

​เบื้องหลังของเซียวจวินหลินในยามนี้

​จ้าวมั่นฝูกลับมาแล้ว ในมือลากคอเสื้อบ่าวรับใช้คนหนึ่งติดมือมาด้วย

​ตาเฒ่าจ้าวนี่ทำงานว่องไวใช้ได้แฮะ...

​เซียวจวินหลินหยุดเดินลมปราณแล้วลุกขึ้นยืน

​บ่าวรับใช้ผู้นั้นมีสีหน้าหวาดกลัวขีดสุด ทันทีที่เห็นเซียวจวินหลินก็รีบทิ้งตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะ “ท่านซื่อจื่อ! ไม่ใช่ข้านะขอรับ! ข้าไม่ได้ทรยศจวนอ๋อง!”

​จ้าวมั่นฝูประสานมือเตรียมจะรายงาน แต่เซียวจวินหลินยกมือห้ามไว้ ก่อนจะเดินไปนั่งยองๆ ตรงหน้าบ่าวรับใช้ผู้นั้น “บางทีอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ อย่าเพิ่งตกใจ ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน”

​หลังจากประคองบ่าวรับใช้ให้ลุกขึ้นแล้ว เซียวจวินหลินก็เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “เปิ่นซื่อจื่อ ไม่ใช่คนบ้าเลือด เอาอย่างนี้ หากเจ้ายอมบอกว่าคนในวังคนไหนส่งเจ้ามาจับตาดูจวนอ๋อง ข้าจะให้ทองคำเจ้าหนึ่งหมื่นตำลึง แต่รับเงินแล้วเจ้าต้องรีบหนีไปจากเมืองหลวงนะ จะได้ไม่โดนพวกมันตามฆ่าปิดปาก”

​พูดจบ เซียวจวินหลินก็ล้วงปึกตั๋วแลกเงินทองคำออกมาจากอกเสื้อ

​บ่าวรับใช้รับไปแล้วถึงกับตาโต “ซื่อจื่อ นี่มัน...”

​เงินจำนวนนี้มากกว่าที่เขาเคยได้รับมาถึงสิบเท่า! ซื่อจื่อผู้นี้ช่างเป็นตัวล้างผลาญสมคำร่ำลือ หากไม่ใช่เพราะเป็นลูกชายเจิ้นเป่ยอ๋อง ป่านนี้คงผลาญสมบัติจนหมดตัวไปนานแล้ว... บ่าวรับใช้ทำสีหน้าซื่อตรง กระซิบตอบเซียวจวินหลินเสียงเบา “เป็นองค์ชายสามขอรับ! องค์ชายสามมอบเงินให้ข้าน้อยหนึ่งพันตำลึง สั่งให้จับตาดูความเคลื่อนไหวทุกอย่างในนี้ รวมถึงข่าวจากทางเหนือ และ... และเรื่องที่ว่าฮูหยินซื่อจื่อยอมตกเป็นของท่านหรือยัง...”

​ไอ้เจียงจ้านอีกแล้วหรือ... เซียวจวินหลินหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนยิ้มถาม “โห? แล้วเจ้ารายงานไปว่าอย่างไร?”

​บ่าวรับใช้เก็บตั๋วทองเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็ว “ข้าน้อยรายงานไปแค่เรื่องทางเหนือ ส่วนเรื่องของซื่อจื่อกับฮูหยินเมื่อคืนนี้... แหะๆ ข้าน้อยยังไม่ได้บอกขอรับ ท่านซื่อจื่อวางใจได้ ข้าน้อยจะไม่พูดเรื่องนี้เด็ดขาด”

​พูดจบบ่าวคนนั้นก็ประสานมือคารวะ “ข้าน้อยบอกสิ่งที่รู้จนหมดเปลือกแล้ว ข้าน้อยขอลาท่านซื่อจื่อหนีไปจากเมืองหลวงเดี๋ยวนี้เลยขอรับ!”

​“ดี เดินทางปลอดภัยล่ะ”

​เซียวจวินหลินยิ้มบางๆ พลางส่งสายตาให้จ้าวมั่นฝู

​ในจังหวะที่บ่าวรับใช้หันหลังเตรียมจะจ้ำอ้าวออกจากประตูวัง จ้าวมั่นฝูที่ได้รับสัญญาณก็ซัดฝ่ามือออกไปตูมเดียว

​พลังฝ่ามืออันเกรี้ยวกราดพุ่งแหวกอากาศ แม้จะอยู่ห่างเกือบสิบเมตร แต่ก็ระเบิดร่างบ่าวทรยศจนกลายเป็นหมอกโลหิตฟุ้งกระจายในพริบตา

​จากนั้นจ้าวมั่นฝูก็หันมามองเซียวจวินหลินด้วยความชื่นชม “บ่าวอุตส่าห์ไปหาหลักฐานความผิดมาแทบตาย นึกไม่ถึงว่าท่านซื่อจื่อจะหลอกล่อให้มันรับสารภาพออกมาง่ายๆ แบบนี้”

​เซียวจวินหลินเลิกคิ้ว “ลุงจ้าว ท่านซัดตั๋วทองของข้าเละไปหมดแล้ว หักจากเบี้ยหวัดท่านนะ”

​“หา... นี่...” จ้าวมั่นฝูหน้าเสีย รีบวิ่งไปคุ้ยหาเศษตั๋วทองรอบๆ กองเลือดอย่างลนลาน

​เวลานั้นเอง มีคนเข้ามารายงานที่หน้าประตู “เรียนท่านซื่อจื่อ บ่าวไพร่กว่าร้อยคนที่ติดตามฮูหยินมาเมื่อคืน ตอนนี้ยังรออยู่ในจวนเพื่อรอการจัดสรรที่พักขอรับ”

​บ่าวที่มารายงานเห็นกองเลือดและหมอกโลหิตบนพื้น ก็ตกใจจนเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

​“ร้อยกว่าคน? ยัยตัวดีซูฉานจิ้ง เห็นข้าเปิดโรงทานหรือไง?” เซียวจวินหลินโบกมือไล่ “ให้พวกมันไสหัวไปให้หมด”

​จ้าวมั่นฝูชะงัก “ซื่อจื่อ เรื่องนี้ต้องไปแจ้งฮูหยินก่อนหรือไม่ขอรับ?”

​ในความทรงจำของเขา เซียวจวินหลินให้เกียรติและเกรงใจซูฉานจิ้งมาก เขาจึงกลัวว่าหากเจ้านายทำอะไรวู่วาม จะไปทำให้ซูฉานจิ้งไม่พอใจเข้า

​“ที่นี่ข้าเป็นใหญ่ ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากนาง”

​เซียวจวินหลินเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิลุงจ้าว วรยุทธ์ท่านไม่เลวเลย ข้ามีเรื่องอยากถามพอดี”

​“ซื่อจื่อเชิญว่ามาเลยขอรับ!”

​เซียวจวินหลินเล่าอาการตอนฝึกวิชาให้ฟัง จ้าวมั่นฝูจึงรีบเข้ามาจับชีพจรทันที

​“ร่างกายของท่านซื่อจื่อ ไฉนถึงได้อ่อนแอเพียงนี้!” จ้าวมั่นฝูกังวล “การจะฝึกยุทธ์ จำเป็นต้องมีรากฐานร่างกายที่แข็งแกร่ง ร่างกายของท่านซื่อจื่อ จำเป็นต้องได้รับการปรับสมดุลขนานใหญ่ขอรับ”

​ถ้าปรับสมดุลได้ก็แปลว่ายังพอมีหวัง... เซียวจวินหลินถามทันที “ต้องทำยังไง?”

​“ในคลังยาน่าจะมีโอสถสำหรับบำรุงอยู่ไม่น้อย เชิญซื่อจื่อตามบ่าวมาทางนี้ขอรับ”

​......

​ในขณะเดียวกันภายในจวนตระกูลซู

​ซูฉานจิ้งขังตัวเองร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้อง

​ซูเฉิงผู้เป็นบิดาที่เพิ่งรู้ข่าวว่าบุตรสาวถูกไล่กลับมา รีบรุดมาหาทันที

​“จิ้งเอ๋อ เจ้าเซียวจวินหลินนั่นคงเพิ่งรู้ข่าวว่าพ่อมันตาย จิตใจเลยฟุ้งซ่านถึงได้เสียกิริยาเช่นนั้น

​เจ้าวางใจเถิด พ่อจะจัดการให้เจ้าเอง ​จะทำให้มันกลับมากระดิกหาง ขอขมาเจ้าเหมือนเมื่อก่อนให้จงได้ ตกลงไหม?”

​ซูเฉิงเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียง “แต่ว่าจิ้งเอ๋อ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะแตกหักกับมัน

​แม้เจิ้นเป่ยอ๋องจะตายไปแล้ว แต่อำนาจทหารกองทัพแดนเหนือยังอยู่ในมือตระกูลเซียว อีกทั้งในนามแล้วมันก็ยังเป็นสามีเจ้า เจ้าต้องประคองสถานการณ์ไว้ก่อน รอให้ภายหน้า...”

​ซูเฉิงพูดไม่จบประโยค แต่ความหมายนั้นชัดเจนแจ้ง

​ซูฉานจิ้งหยุดร้องไห้

​นางไม่กล้าบอกท่านพ่อกับพี่เจียงจ้านว่านางเสียตัวให้เซียวจวินหลินไปแล้ว

​เซียวจวินหลิน ข้าเกลียดเจ้า

​แต่เพื่อการใหญ่ นางจะวู่วามไม่ได้ จะให้เรื่องของเซียวจวินหลินที่น่าขยะแขยงคนนั้น มาทำให้แผนการของพี่เจียงจ้านและจวนกั๋วกงเสียไม่ได้

​“คนของเจ้าที่พาไปด้วยยังอยู่ที่จวนอ๋อง แสดงว่าในใจเซียวจวินหลินยังมีเจ้าอยู่ เรื่องเมื่อคืนคงเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น”

​ซูเฉิงเกลี้ยกล่อมต่อ ประเด็นสำคัญคือลูกสาวเขาแต่งงานคืนแรกก็โดนไล่กลับบ้าน ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป จวนกั๋วกงคงเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

​ซูฉานจิ้งกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ “ก็ได้ ข้าจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง... ครั้งสุดท้ายนะ!”

​ซูฉานจิ้งปาดน้ำตา จัดแต่งเครื่องหน้าอาภรณ์ใหม่ เตรียมตัวกลับไปที่จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง เพื่อมอบทาน... โดยการให้โอกาสเซียวจวินหลินกลับมาเลียแข้งเลียขานางอีกครั้ง

​ทว่า ทันทีที่นางก้าวพ้นประตูจวนตระกูลซู กลับเห็นบ่าวไพร่ที่นางพาไปจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง กำลังเดินคอตกกลับมากันเป็นขบวน

​“พวกเจ้ากลับมาทำไม!” ซูฉานจิ้งถามด้วยความตื่นตระหนก

​คนพวกนี้คือคนที่นางคุ้นเคยในจวนสกุลซู อุตส่าห์ขนไปจวนเจิ้นเป่ยอ๋องด้วยเพื่อให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

​สาวใช้ต้นห้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ท่านซื่อจื่อ... ท่านซื่อจื่อไล่พวกเรากลับมาหมดเลยเจ้าค่ะ! แถมยังบอกว่า... บอกว่าจวนเจิ้นเป่ยอ๋องไม่เลี้ยงคนว่างงาน ให้พวกบ่าว... ไสหัวกลับไปพร้อมกับคุณหนูเจ้าค่ะ!”

​ซูฉานจิ้งยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ

​เซียวจวินหลินนอกจากจะข่มเหงนาง ไล่นางกลับบ้านเดิม ตอนนี้กระทั่งคนของนางก็ยังถูกไล่ตะเพิดออกมาจนหมด!

​เขา... เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

​ไอ้สุนัขรับใช้เซียวจวินหลินที่เคยเชื่อฟังนางทุกอย่างคนนั้น หายไปไหนแล้ว?

​ความหวาดกลัวและความสับสนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถาโถมเข้าใส่จิตใจของซูฉานจิ้งจนตั้งตัวไม่ติด

จบบทที่ บทที่ 03.สถานการณ์ปั่นป่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว