- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?
บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?
บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?
​บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?
​“อื้ม~ เซียวจวินหลิน~ ช้าหน่อย~ เจ้าทำข้าเจ็บนะ!”
​บนเตียงไม้สลักลวดลายหงส์อันวิจิตรบรรจง ร่างอรชรในชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงทอดกายระทดระทวยอยู่บนนั้น ความอวบอิ่มเย้ายวนถูกบีบอัดจนเสียทรง ใบหน้าสวยหมดจดไร้ที่ติเจือสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์สุรา ทว่าแววตากลับฉายแววกรุ่นโกรธ สองแขนเรียวเสลาพยายามผลักไสชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่บนร่างอย่างสุดกำลัง
​เซียวจวินหลิน ร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว ต้องยอมรับว่าสตรีผู้นี้งดงามเหลือเกิน งามยิ่งกว่าดาราสาวทุกคนที่เขาเคยเห็นผ่านหน้าจอในชาติก่อนเสียอีก
​ที่สำคัญ... นางคือภรรยาของเขาเอง
​ชาติที่แล้วเขาตรากตรำทำศึก ใช้ชีวิตบนสนามรบจนตัวตาย แม้แต่ ‘น้องชาย’ ของตัวเองก็ยังแหลกเหลวไปพร้อมระเบิด
​ชาตินี้ได้ข้ามภพมาเป็นถึง ซื่อจื่อ บุตรชายผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์อ๋องแห่งจวน เจิ้นเป่ยอ๋อง อ๋องผู้สยบแดนเหนือ แถมยังได้เข้าหอกับสาวงามอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ย
​เขาจะขอเสพสุขให้เต็มคราบสักหน่อย มันจะผิดตรงไหน?
​เพียงแต่เขาสงสัยเหลือเกินว่าทำไม ซูฉานจิ้ง ถึงได้ขัดขืนนักตั้งแต่นาทีแรกจนถึงตอนนี้
​หรือว่าภรรยาหมาดๆ ของเขาคนนี้ จะชอบรสรนิยมแบบ ‘แกล้งทำเป็นเล่นตัว’ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์?
​“ฮูหยิน วันข้างหน้าสามีจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี!”
​เซียวจวินหลินเอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจ
​ในเมื่อมีเมียสวยหยาดฟ้าขนาดนี้ เขาก็ตั้งใจจะเป็นสามีที่รักเดียวใจเดียว ปรนนิบัตินางให้ดีที่สุด
​ทว่าในจังหวะที่เซียวจวินหลินกำลังจะก้มลงจุมพิตอย่างอ่อนโยนนั้นเอง...
​เพลิงโทสะในดวงตาของซูฉานจิ้งก็ระเบิดออกมา นางเกร็งเท้าแล้วถีบสวนเข้าไปที่ ‘จุดยุทธศาสตร์’ เพื่อทำลายทายาทสกุลเซียวเต็มแรง
​ทว่าสัญชาตญาณราชาทหารหน่วยรบพิเศษของเซียวจวินหลินยังคงอยู่ เขาเบี่ยงตัวหลบลูกเตะมหาประลัยนั้นได้อย่างใจเย็น
​แต่นั่นก็เปิดโอกาสให้ซูฉานจิ้งดิ้นหลุดจนลุกขึ้นยืนได้
​ตามมาด้วยเสียงด่าทอทันที “เซียวจวินหลิน! เปิ่นเสียวเจี่ย บอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ ว่าการแต่งงานของเราเป็นแค่ ‘การแต่งในนาม’ เท่านั้น!”
​เซียวจวินหลินถึงกับเหวอ “แต่งในนาม? แต่งในนามแต่เจ้าเรียกสินสอดจากข้าไปตั้งหนึ่งล้านตำลึงเนี่ยนะ?”
​“ข้าเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของจวนกั๋วกง เป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ย สินสอดหนึ่งล้านตำลึงมันจะมีปัญหาอะไร?”
​ใบหน้าสวยหวานของซูฉานจิ้งค่อยๆ กลับมาเย็นชา นางมองเซียวจวินหลินด้วยสายตาที่เหมือนมองขยะเปียก
​“อีกอย่าง ข้าไม่ได้เต็มใจแต่งกับเจ้า เจ้าเองก็ไม่ได้คู่ควรกับข้า ฟังไว้ให้ดีเซียวจวินหลิน ข้ามีกฎสามข้อที่เจ้าต้องปฏิบัติตาม!”
​“ข้อแรก ห้ามแตะต้องตัวข้า!”
​“ข้อสอง ห้ามบังคับข้า!”
​“ข้อสาม ห้ามหลงรักข้า!”
​...
​“ข้อที่สามสิบ ห้ามทำร้ายพี่เจียงจ้าน!”
​ซูฉานจิ้งยืนกอดอกเชิดหน้าพูด ภูเขาไฟคู่มหึมาแทบจะล้นทะลักออกมาเกยบนท่อนแขน สายตาของนางมองกดเซียวจวินหลินลงมาจากเบื้องบนตลอดเวลา
​“หากเจ้าไม่ตกลง! ข้าจะหย่ากับเจ้า ถึงตอนนั้นเจ้าก็ลองชั่งน้ำหนักดูเอาเองว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร!”
​เซียวจวินหลินกระพริบตาปริบๆ สมองแทบจะระเบิด
​ให้ตายเถอะ… ​ปากบอกกฎสามข้อ แต่ร่ายยาวมาถึงสามสิบข้อ
​นี่มันไม่ใช่แค่ผู้หญิงเวอร์ชันระดับเทพแล้ว นี่มันระดับติดลบแบบกู่ไม่กลับนี่หว่า
​สนธิสัญญาบ้าบอแบบนี้ใครจะไปรับได้? ต่อให้เป็นหลี่หงจาง มาเห็นยังไม่กล้าเซ็นเลยโว้ย
​สิ่งที่เซียวจวินหลินคิดไม่ถึงที่สุดคือ ภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่เขาหอบเงินล้านตำลึงไปสู่ขอมา กลับบอกว่าแต่งแล้วห้ามร่วมหอ ห้ามแตะเนื้อต้องตัว แถมยังตั้งเงื่อนไขยิบย่อยขนาดนี้
​แล้วไอ้เรื่องระหว่างผัวเมีย มันไปเกี่ยวอะไรกับองค์ชายสาม เจียงจ้าน ด้วย?
​“ตอบมาสิ! เจ้าควรรู้ตัวว่าเจ้าไม่คู่ควรกับข้า หากข้าเดินออกจากจวนอ๋องตอนนี้ คนที่ขายหน้าก็คือเจ้า!”
​ปากเก่งไปอย่างนั้น แต่เท้าของซูฉานจิ้งกลับไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว
​นางมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเซียวจวินหลินจะต้องคุกเข่าอ้อนวอน ต้องขอโทษนางแน่
​เพราะที่ผ่านมา เซียวจวินหลินก็เป็นแค่ ‘ไอ้หน้าโง่’ ที่คอยตามเลียแข้งเลียขานางมาตลอด
​ต่อให้มียศเป็นถึงซื่อจื่อ แต่ไอ้ขี้แพ้ก็ยังเป็นวันยังค่ำ ไม่มีวันได้เลื่อนขั้นหรอก
​แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ซูฉานจิ้งต้องประหลาดใจก็คือ เซียวจวินหลินกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่เข้ามาฉุดรั้ง และไม่คุกเข่าสำนึกผิดแต่อย่างใด
​“ตกใจจนเป็นใบ้ไปแล้วหรือ?”
​ซูฉานจิ้งแค่นเสียงขึ้นจมูก “เปิ่นเสียวเจี่ยจะนับหนึ่งถึงสาม หากเจ้ารีบขอโทษ ข้าอาจจะพิจารณายกโทษให้! มิฉะนั้น...”
​สิ่งที่นางไม่รู้คือ เวลานี้ตรงหน้าของเซียวจวินหลิน ปรากฏกรอบข้อมูลโปร่งแสงขึ้นมา
​[ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังถูกคนที่รักหลอกใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้โฮสต์ถูกปิดหูปิดตา ระบบข่าวกรอง ผูกมัดสำเร็จ]
​เซียวจวินหลินเบิกตากว้างด้วยความยินดี
​“??? เชรดเข้! ทะลุมิติมาทั้งทีมันต้องมีระบบจริงๆ ด้วย!”
​[ข้อมูลชุดปัจจุบันมีดังนี้]
​[1. แม่หมูที่บ้านแม่ม่ายหวัง ปากทางเข้าหมู่บ้านตระกูลจ้าว ตกลูกครอกเดียว 12 ตัว]
​[2. องครักษ์ประจำจวนชื่อ หงเซวียน เอาเบี้ยหวัดทั้งหมดไปลงอ่าง ตอนนี้ติดหนี้หัวโต]
​[3. ซูฉานจิ้งทำข้อตกลงลับกับเจียงจ้าน รอให้เจียงจ้านได้ขึ้นครองราชย์เมื่อไหร่ นางจะหย่ากับท่านแล้วไปแต่งงานใหม่กับเจียงจ้านทันที]
​เซียวจวินหลินใช้เวลา 3 นาที 07 วินาที ในการยืนยันว่าระบบนี้คือโปรแกรมโกงด้านข้อมูลข่าวสาร
​ซึ่งเหมาะเจาะพอดีกับสถานการณ์ในราชวงศ์ต้าเซี่ยแห่งนี้
​ตอนนี้เขาไม่คุ้นชินกับสถานที่ รู้เพียงว่าบิดาผู้เป็นเจิ้นเป่ยอ๋องเพิ่งจะสิ้นชีพในสนามรบชายแดน
​ตระกูลเซียวในฐานะตระกูลอ๋องต่างแซ่เพียงหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลือในต้าเซี่ย ครอบครองกองกำลังทหารม้าเหล็กนับล้านทางตอนเหนือ ตามหลักการแล้ว อำนาจทั้งหมดต้องตกเป็นของเขาผู้เป็นลูกโทน
​เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมดันเป็นพวก ‘คลั่งรักสมองกลวง’ ไร้ความทะเยอทะยานจะสืบทอดกิจการ เอาแต่วิ่งตามก้นซูฉานจิ้งต้อยๆ
​หลังจากผ่านการขอแต่งงานครั้งที่ 281 ในที่สุดซูฉานจิ้งก็ยอมตกปากรับคำอย่างปาฏิหาริย์
​แต่ในคืนเข้าหอ เจ้าของร่างเดิมดันตื่นเต้นจัด ร่างกายอ่อนแอรับสารความสุขที่หลั่งออกมามากเกินขนาดไม่ไหว จนหัวใจวายตายคาที่ เปิดทางให้เซียวจวินหลินคนปัจจุบันมาสิงร่างแทน
​แต่พอเห็นข้อมูลข้อสุดท้าย...
​เซียวจวินหลินก็ฟันธงได้ทันทีว่า การที่ซูฉานจิ้งยอมแต่งกับไอ้ขี้แพ้คนเก่า... มันคือการหลอกใช้ชัดๆ!
​จากความทรงจำ เซียวจวินหลินรู้จักเจียงจ้านดี องค์ชายสามผู้นี้เคยเกือบจะขัดราชโองการสมรสพระราชทานเพื่อซูฉานจิ้ง จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวไปทั่วราชสำนัก
​การที่ซูฉานจิ้งยอมมาแต่งงานกับเขา ก็เพื่อช่วยไม่ให้เจียงจ้านต้องขัดแย้งกับฮ่องเต้
​รอจนเจียงจ้านครองบัลลังก์ได้เมื่อไหร่ ตัวเขาก็จะถูกนางถีบหัวส่งทันที
​“แม่งเอ๊ย! เห็นข้าเป็นเครื่องมือหรือไง?”
​คำสบถหยาบคายที่หลุดออกมาจากปากเซียวจวินหลิน ทำให้ใบหน้าของซูฉานจิ้งเย็นเยียบถึงขีดสุด
​“วาจาสกปรก! เจ้าเป็นถึงซื่อจื่อ หัดทำตัวให้มีความรู้มีมารยาทเหมือนพี่เจียงจ้านบ้างไม่ได้หรือ? หัดมีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายบ้าง!”
​เซียวจวินหลินมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ไสหัวไป”
​“เซียวจวินหลิน! เจ้าว่ากระไรนะ!”
​ซูฉานจิ้งสงสัยว่าหูตัวเองจะฝาดไป
​ผู้ชายอย่างเซียวจวินหลินเนี่ยนะ จะกล้าพูดจาเช่นนี้กับนาง?
​“ข้าบอกว่า... ให้เจ้าไสหัวไปได้แล้ว” เซียวจวินหลินย้ำคำเดิม
​ม่านตาของซูฉานจิ้งสั่นระริก ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่านี่จะเป็นคำพูดที่ออกจากปากเซียวจวินหลิน
​“เซียวจวินหลิน เจ้าบ้าไปแล้ว! หากข้าไปจริง เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นหน้าข้าอีกตลอดกาล!”
​เซียวจวินหลินทำท่าไม่ยี่หระ “ซูฉานจิ้ง เจ้าคิดว่าตัวเองเลี่ยมทองหรือไง? คิดว่าคนอย่างเซียวจวินหลินขาดเจ้าไม่ได้งั้นสิ? ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ แล้วพรุ่งนี้เช้าเอาสินสอดมาคืนข้าด้วย!”
​ซูฉานจิ้งยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป “เจ้า! ...สินสอดนั่นท่านพ่อรับไปแล้ว... ข้าจะไปเอาคืนมาได้ยังไง?”
​“นั่นมันเรื่องของเจ้า คืนเข้าหอก็จะเบี้ยวงานแต่ง เจ้าจะไม่คืนสินสอดหรือ? คิดจะต้มตุ๋นหลอกแต่งงาน? หน้าไม่อายไปหน่อยมั้ง?”
​“ข้า...”
​ซูฉานจิ้งเริ่มลนลานขึ้นมาจริงๆ
​บิดาของนาง ซูเฉิง แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงกั๋วกง และอ้างตนว่ามือสะอาด แต่ก็ชอบเอาหน้าด้วยการเปิดโรงทานแจกจ่ายเสบียงสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง
​หลายปีมานี้ ตระกูลซูจึงอยู่ในสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง
​สินสอดหนึ่งล้านตำลึงที่เซียวจวินหลินประเคนให้ ถูกตระกูลซูนำไปโปะหนี้สินจนเกลี้ยง เหลือติดคลังไม่ถึงสองแสนตำลึงด้วยซ้ำ
​จะให้คืนยังไง?
​เอาปัญญาที่ไหนมาคืน?
​“เซียวจวินหลิน เจ้าไม่อยากขอโทษข้าแล้วหรือ? บางทีถ้าเจ้าขอโทษ ข้าอาจจะยอมยกโทษให้ก็ได้นะ!”
​“ไม่จำเป็นต้องยกโทษให้ข้า ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้เอาเงินล้านตำลึงมาส่งที่จวน แล้วเราสองคนถือว่าหายกัน”
​ซูฉานจิ้งถูกความเด็ดขาดของเซียวจวินหลินข่มจนขวัญเสีย
​นี่เป็นครั้งแรกที่นางสัมผัสได้ถึงความแข็งกร้าวจากผู้ชายคนนี้
​เมื่อก่อนเซียวจวินหลินทุ่มเทให้นางแบบถวายหัว ซึ่งนางก็มองว่าเป็นเรื่องสมควรแล้ว แต่วันนี้เซียวจวินหลินเป็นบ้าอะไรไป?
​ผีเข้าหรือไร?
​ซูฉานจิ้งมองชายตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชา
​ถ้าไม่ใช่เพื่อช่วยพี่เจียงจ้าน นางหรือจะยอมลดตัวลงมาแต่งงานกับเซียวจวินหลิน?
​แต่สามีไร้น้ำยาผู้นี้ ได้คืบจะเอาศอก นอกจากไม่สำนึกบุญคุณที่นางยอมลดตัวลงมาแต่งด้วย ยังกล้าเอาเรื่องสินสอดมาตวาดด่า ข่มขู่ แล้วไล่นางอีก?
​“ยังจะโอ้เอ้อะไรอยู่อีก?” เสียงเร่งยิกๆ ของเซียวจวินหลินดังขึ้น
​ซูฉานจิ้งรู้สึกเสียหน้าอย่างหนัก แต่น้ำเสียงยังคงแข็งกร้าว “เซียวจวินหลิน ข้ายกโทษให้เจ้าแล้ว เพราะงั้นเลิกเล่นละครได้แล้ว เรื่องคืนนี้ข้าจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ตอนนี้เจ้าออกไปได้แล้ว”
​เซียวจวินหลินขมวดคิ้ว เริ่มตามตรรกะป่วยๆ ของผู้หญิงคนนี้ไม่ทัน “หมายความว่าไง?”
​ซูฉานจิ้งเชิดหน้าอย่างถือดี “หมายความว่าข้ายังเป็นพระชายาซื่อจื่อของเจ้า สมใจเจ้าแล้วนี่ ดึกแล้ว... เจ้าไปนอนห้องข้างได้แล้ว”
​เซียวจวินหลินหลุดขำพรวดออกมา “ฮึ… ฮึๆๆ”
​ซูฉานจิ้งขมวดคิ้วเรียว “เจ้าขำอะไร!”
​“ขอโทษที พวกเรามันพวกผ่านการฝึกมาอย่างมืออาชีพ ปกติไม่หัวเราะใส่ใครหรอก... เว้นแต่จะกลั้นไม่ไหวจริงๆ”
​“เจ้า! เจ้าเห็นข้าเป็นตัวตลกงั้นรึ?!”
​“แล้วไม่ใช่หรือไง?” เซียวจวินหลินพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อชุดเจ้าสาวของซูฉานจิ้ง “ที่นี่คือจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง พ่อข้าตายแล้ว ข้าคือนายคนใหม่ของที่นี่! เจ้ากล้าไล่ข้าไปนอนห้องข้าง? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
​ซูฉานจิ้งเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ “เจ้า! ต่อให้เป็นเจิ้นเป่ยอ๋องแล้วอย่างไร! คนอย่างซูฉานจิ้งคู่ควรกับผู้ชายที่ดีกว่านี้!”
​“หมายถึงไอ้เจียงจ้านนั่นน่ะเหรอ?”
​“แน่นอน! ฝ่าบาทกำลังจะแต่งตั้งรัชทายาท พี่เจียงจ้านคือว่าที่องค์จักรพรรดิในอนาคต! เจ้าเป็นแค่ซื่อจื่อกระจอกๆ มีอะไรให้ลำพองนักหนา ปล่อยข้านะ!”
​ซูฉานจิ้งสะบัดตัวหลุดจากมือเขา เป็นเหตุให้ชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงไหลร่วงจากหัวไหล่มน เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดและไหปลาร้าอันงดงาม
​ถัดลงไป คือทัศนียภาพอันอวบอิ่มตระการตา
​เซียวจวินหลินต้องยอมรับว่า รูปร่างและหน้าตาของผู้หญิงคนนี้คือระดับท็อปของท็อปจริงๆ
​เพียงแต่... นั่นไม่ใช่ต้นทุนที่นางจะเอามาทำวางก้ามอวดดีใส่เขาได้
​ผ่านสมรภูมิรบมาทั้งชีวิต หัวใจของเขาเย็นชายิ่งกว่ามีดแล่ปลาในห้างสรรพสินค้าไปนานแล้ว
​“ว่าที่ฮ่องเต้? ให้มันได้เป็นก่อนค่อยมาคุย!”
​เมื่อเห็นซูฉานจิ้งยังคงใช้สายตาที่มองเหมือนเขาเป็นขยะ เซียวจวินหลินจึงบีบปลายคางนางแน่น “ข้าจะถามครั้งสุดท้าย จะไสหัวไป หรือไม่ไป!”
​ซูฉานจิ้งเริ่มตื่นตระหนกของจริง ถ้านางออกไปตอนนี้ คนที่เสียหายย่อมเป็นนาง
​สินสอดก็ไม่มีคืน เจียงจ้านต้องเดือดร้อน แถมชื่อเสียงลูกผู้หญิงของนางอีก ดีไม่ดีคนจะลือกันว่านางไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ถึงได้ถูกเซียวจวินหลินไล่ออกจากหอในคืนวันแต่งงาน
​พอคิดได้แบบนั้น ซูฉานจิ้งก็กลัวจนตัวสั่น กัดฟันตอบว่า “ข้าไม่ไป!”
​“ดี! งั้นก็ทำหน้าที่เมียของเจ้าซะ!”
​“อะ! อะไรนะ!”
​ซูฉานจิ้งยังไม่ทันตั้งตัว ชุดเจ้าสาวทั้งชุดก็ถูกเซียวจวินหลินกระชากขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวขาวผ่องดุจหิมะเป็นบริเวณกว้าง
​“เซียวจวินหลิน! เจ้าจะทำอะไร! ปล่อยข้านะ! เราแต่งกันแค่ในนาม! เจ้าห้ามแตะต้องตัวข้า!”