เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?

บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?

บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?


​บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?

​“อื้ม~ เซียวจวินหลิน~ ช้าหน่อย~ เจ้าทำข้าเจ็บนะ!”

​บนเตียงไม้สลักลวดลายหงส์อันวิจิตรบรรจง ร่างอรชรในชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงทอดกายระทดระทวยอยู่บนนั้น ความอวบอิ่มเย้ายวนถูกบีบอัดจนเสียทรง ใบหน้าสวยหมดจดไร้ที่ติเจือสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์สุรา ทว่าแววตากลับฉายแววกรุ่นโกรธ สองแขนเรียวเสลาพยายามผลักไสชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่บนร่างอย่างสุดกำลัง

​เซียวจวินหลิน ร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว ต้องยอมรับว่าสตรีผู้นี้งดงามเหลือเกิน งามยิ่งกว่าดาราสาวทุกคนที่เขาเคยเห็นผ่านหน้าจอในชาติก่อนเสียอีก

​ที่สำคัญ... นางคือภรรยาของเขาเอง

​ชาติที่แล้วเขาตรากตรำทำศึก ใช้ชีวิตบนสนามรบจนตัวตาย แม้แต่ ‘น้องชาย’ ของตัวเองก็ยังแหลกเหลวไปพร้อมระเบิด

​ชาตินี้ได้ข้ามภพมาเป็นถึง ซื่อจื่อ บุตรชายผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์อ๋องแห่งจวน เจิ้นเป่ยอ๋อง อ๋องผู้สยบแดนเหนือ แถมยังได้เข้าหอกับสาวงามอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ย

​เขาจะขอเสพสุขให้เต็มคราบสักหน่อย มันจะผิดตรงไหน?

​เพียงแต่เขาสงสัยเหลือเกินว่าทำไม ซูฉานจิ้ง ถึงได้ขัดขืนนักตั้งแต่นาทีแรกจนถึงตอนนี้

​หรือว่าภรรยาหมาดๆ ของเขาคนนี้ จะชอบรสรนิยมแบบ ‘แกล้งทำเป็นเล่นตัว’ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์?

​“ฮูหยิน วันข้างหน้าสามีจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี!”

​เซียวจวินหลินเอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจ

​ในเมื่อมีเมียสวยหยาดฟ้าขนาดนี้ เขาก็ตั้งใจจะเป็นสามีที่รักเดียวใจเดียว ปรนนิบัตินางให้ดีที่สุด

​ทว่าในจังหวะที่เซียวจวินหลินกำลังจะก้มลงจุมพิตอย่างอ่อนโยนนั้นเอง...

​เพลิงโทสะในดวงตาของซูฉานจิ้งก็ระเบิดออกมา นางเกร็งเท้าแล้วถีบสวนเข้าไปที่ ‘จุดยุทธศาสตร์’ เพื่อทำลายทายาทสกุลเซียวเต็มแรง

​ทว่าสัญชาตญาณราชาทหารหน่วยรบพิเศษของเซียวจวินหลินยังคงอยู่ เขาเบี่ยงตัวหลบลูกเตะมหาประลัยนั้นได้อย่างใจเย็น

​แต่นั่นก็เปิดโอกาสให้ซูฉานจิ้งดิ้นหลุดจนลุกขึ้นยืนได้

​ตามมาด้วยเสียงด่าทอทันที “เซียวจวินหลิน! เปิ่นเสียวเจี่ย บอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ ว่าการแต่งงานของเราเป็นแค่ ‘การแต่งในนาม’ เท่านั้น!”

​เซียวจวินหลินถึงกับเหวอ “แต่งในนาม? แต่งในนามแต่เจ้าเรียกสินสอดจากข้าไปตั้งหนึ่งล้านตำลึงเนี่ยนะ?”

​“ข้าเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของจวนกั๋วกง เป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งต้าเซี่ย สินสอดหนึ่งล้านตำลึงมันจะมีปัญหาอะไร?”

​ใบหน้าสวยหวานของซูฉานจิ้งค่อยๆ กลับมาเย็นชา นางมองเซียวจวินหลินด้วยสายตาที่เหมือนมองขยะเปียก

​“อีกอย่าง ข้าไม่ได้เต็มใจแต่งกับเจ้า เจ้าเองก็ไม่ได้คู่ควรกับข้า ฟังไว้ให้ดีเซียวจวินหลิน ข้ามีกฎสามข้อที่เจ้าต้องปฏิบัติตาม!”

​“ข้อแรก ห้ามแตะต้องตัวข้า!”

​“ข้อสอง ห้ามบังคับข้า!”

​“ข้อสาม ห้ามหลงรักข้า!”

​...

​“ข้อที่สามสิบ ห้ามทำร้ายพี่เจียงจ้าน!”

​ซูฉานจิ้งยืนกอดอกเชิดหน้าพูด ภูเขาไฟคู่มหึมาแทบจะล้นทะลักออกมาเกยบนท่อนแขน สายตาของนางมองกดเซียวจวินหลินลงมาจากเบื้องบนตลอดเวลา

​“หากเจ้าไม่ตกลง! ข้าจะหย่ากับเจ้า ถึงตอนนั้นเจ้าก็ลองชั่งน้ำหนักดูเอาเองว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร!”

​เซียวจวินหลินกระพริบตาปริบๆ สมองแทบจะระเบิด

​ให้ตายเถอะ… ​ปากบอกกฎสามข้อ แต่ร่ายยาวมาถึงสามสิบข้อ

​นี่มันไม่ใช่แค่ผู้หญิงเวอร์ชันระดับเทพแล้ว นี่มันระดับติดลบแบบกู่ไม่กลับนี่หว่า

​สนธิสัญญาบ้าบอแบบนี้ใครจะไปรับได้? ต่อให้เป็นหลี่หงจาง มาเห็นยังไม่กล้าเซ็นเลยโว้ย

​สิ่งที่เซียวจวินหลินคิดไม่ถึงที่สุดคือ ภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่เขาหอบเงินล้านตำลึงไปสู่ขอมา กลับบอกว่าแต่งแล้วห้ามร่วมหอ ห้ามแตะเนื้อต้องตัว แถมยังตั้งเงื่อนไขยิบย่อยขนาดนี้

​แล้วไอ้เรื่องระหว่างผัวเมีย มันไปเกี่ยวอะไรกับองค์ชายสาม เจียงจ้าน ด้วย?

​“ตอบมาสิ! เจ้าควรรู้ตัวว่าเจ้าไม่คู่ควรกับข้า หากข้าเดินออกจากจวนอ๋องตอนนี้ คนที่ขายหน้าก็คือเจ้า!”

​ปากเก่งไปอย่างนั้น แต่เท้าของซูฉานจิ้งกลับไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว

​นางมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเซียวจวินหลินจะต้องคุกเข่าอ้อนวอน ต้องขอโทษนางแน่

​เพราะที่ผ่านมา เซียวจวินหลินก็เป็นแค่ ‘ไอ้หน้าโง่’ ที่คอยตามเลียแข้งเลียขานางมาตลอด

​ต่อให้มียศเป็นถึงซื่อจื่อ แต่ไอ้ขี้แพ้ก็ยังเป็นวันยังค่ำ ไม่มีวันได้เลื่อนขั้นหรอก

​แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ซูฉานจิ้งต้องประหลาดใจก็คือ เซียวจวินหลินกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่เข้ามาฉุดรั้ง และไม่คุกเข่าสำนึกผิดแต่อย่างใด

​“ตกใจจนเป็นใบ้ไปแล้วหรือ?”

​ซูฉานจิ้งแค่นเสียงขึ้นจมูก “เปิ่นเสียวเจี่ยจะนับหนึ่งถึงสาม หากเจ้ารีบขอโทษ ข้าอาจจะพิจารณายกโทษให้! มิฉะนั้น...”

​สิ่งที่นางไม่รู้คือ เวลานี้ตรงหน้าของเซียวจวินหลิน ปรากฏกรอบข้อมูลโปร่งแสงขึ้นมา

​[ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังถูกคนที่รักหลอกใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้โฮสต์ถูกปิดหูปิดตา ระบบข่าวกรอง ผูกมัดสำเร็จ]

​เซียวจวินหลินเบิกตากว้างด้วยความยินดี

​“??? เชรดเข้! ทะลุมิติมาทั้งทีมันต้องมีระบบจริงๆ ด้วย!”

​[ข้อมูลชุดปัจจุบันมีดังนี้]

​[1. แม่หมูที่บ้านแม่ม่ายหวัง ปากทางเข้าหมู่บ้านตระกูลจ้าว ตกลูกครอกเดียว 12 ตัว]

​[2. องครักษ์ประจำจวนชื่อ หงเซวียน เอาเบี้ยหวัดทั้งหมดไปลงอ่าง ตอนนี้ติดหนี้หัวโต]

​[3. ซูฉานจิ้งทำข้อตกลงลับกับเจียงจ้าน รอให้เจียงจ้านได้ขึ้นครองราชย์เมื่อไหร่ นางจะหย่ากับท่านแล้วไปแต่งงานใหม่กับเจียงจ้านทันที]

​เซียวจวินหลินใช้เวลา 3 นาที 07 วินาที ในการยืนยันว่าระบบนี้คือโปรแกรมโกงด้านข้อมูลข่าวสาร

​ซึ่งเหมาะเจาะพอดีกับสถานการณ์ในราชวงศ์ต้าเซี่ยแห่งนี้

​ตอนนี้เขาไม่คุ้นชินกับสถานที่ รู้เพียงว่าบิดาผู้เป็นเจิ้นเป่ยอ๋องเพิ่งจะสิ้นชีพในสนามรบชายแดน

​ตระกูลเซียวในฐานะตระกูลอ๋องต่างแซ่เพียงหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลือในต้าเซี่ย ครอบครองกองกำลังทหารม้าเหล็กนับล้านทางตอนเหนือ ตามหลักการแล้ว อำนาจทั้งหมดต้องตกเป็นของเขาผู้เป็นลูกโทน

​เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมดันเป็นพวก ‘คลั่งรักสมองกลวง’ ไร้ความทะเยอทะยานจะสืบทอดกิจการ เอาแต่วิ่งตามก้นซูฉานจิ้งต้อยๆ

​หลังจากผ่านการขอแต่งงานครั้งที่ 281 ในที่สุดซูฉานจิ้งก็ยอมตกปากรับคำอย่างปาฏิหาริย์

​แต่ในคืนเข้าหอ เจ้าของร่างเดิมดันตื่นเต้นจัด ร่างกายอ่อนแอรับสารความสุขที่หลั่งออกมามากเกินขนาดไม่ไหว จนหัวใจวายตายคาที่ เปิดทางให้เซียวจวินหลินคนปัจจุบันมาสิงร่างแทน

​แต่พอเห็นข้อมูลข้อสุดท้าย...

​เซียวจวินหลินก็ฟันธงได้ทันทีว่า การที่ซูฉานจิ้งยอมแต่งกับไอ้ขี้แพ้คนเก่า... มันคือการหลอกใช้ชัดๆ!

​จากความทรงจำ เซียวจวินหลินรู้จักเจียงจ้านดี องค์ชายสามผู้นี้เคยเกือบจะขัดราชโองการสมรสพระราชทานเพื่อซูฉานจิ้ง จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวไปทั่วราชสำนัก

​การที่ซูฉานจิ้งยอมมาแต่งงานกับเขา ก็เพื่อช่วยไม่ให้เจียงจ้านต้องขัดแย้งกับฮ่องเต้

​รอจนเจียงจ้านครองบัลลังก์ได้เมื่อไหร่ ตัวเขาก็จะถูกนางถีบหัวส่งทันที

​“แม่งเอ๊ย! เห็นข้าเป็นเครื่องมือหรือไง?”

​คำสบถหยาบคายที่หลุดออกมาจากปากเซียวจวินหลิน ทำให้ใบหน้าของซูฉานจิ้งเย็นเยียบถึงขีดสุด

​“วาจาสกปรก! เจ้าเป็นถึงซื่อจื่อ หัดทำตัวให้มีความรู้มีมารยาทเหมือนพี่เจียงจ้านบ้างไม่ได้หรือ? หัดมีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายบ้าง!”

​เซียวจวินหลินมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ไสหัวไป”

​“เซียวจวินหลิน! เจ้าว่ากระไรนะ!”

​ซูฉานจิ้งสงสัยว่าหูตัวเองจะฝาดไป

​ผู้ชายอย่างเซียวจวินหลินเนี่ยนะ จะกล้าพูดจาเช่นนี้กับนาง?

​“ข้าบอกว่า... ให้เจ้าไสหัวไปได้แล้ว” เซียวจวินหลินย้ำคำเดิม

​ม่านตาของซูฉานจิ้งสั่นระริก ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่านี่จะเป็นคำพูดที่ออกจากปากเซียวจวินหลิน

​“เซียวจวินหลิน เจ้าบ้าไปแล้ว! หากข้าไปจริง เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นหน้าข้าอีกตลอดกาล!”

​เซียวจวินหลินทำท่าไม่ยี่หระ “ซูฉานจิ้ง เจ้าคิดว่าตัวเองเลี่ยมทองหรือไง? คิดว่าคนอย่างเซียวจวินหลินขาดเจ้าไม่ได้งั้นสิ? ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ แล้วพรุ่งนี้เช้าเอาสินสอดมาคืนข้าด้วย!”

​ซูฉานจิ้งยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป “เจ้า! ...สินสอดนั่นท่านพ่อรับไปแล้ว... ข้าจะไปเอาคืนมาได้ยังไง?”

​“นั่นมันเรื่องของเจ้า คืนเข้าหอก็จะเบี้ยวงานแต่ง เจ้าจะไม่คืนสินสอดหรือ? คิดจะต้มตุ๋นหลอกแต่งงาน? หน้าไม่อายไปหน่อยมั้ง?”

​“ข้า...”

​ซูฉานจิ้งเริ่มลนลานขึ้นมาจริงๆ

​บิดาของนาง ซูเฉิง แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงกั๋วกง และอ้างตนว่ามือสะอาด แต่ก็ชอบเอาหน้าด้วยการเปิดโรงทานแจกจ่ายเสบียงสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง

​หลายปีมานี้ ตระกูลซูจึงอยู่ในสภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง

​สินสอดหนึ่งล้านตำลึงที่เซียวจวินหลินประเคนให้ ถูกตระกูลซูนำไปโปะหนี้สินจนเกลี้ยง เหลือติดคลังไม่ถึงสองแสนตำลึงด้วยซ้ำ

​จะให้คืนยังไง?

​เอาปัญญาที่ไหนมาคืน?

​“เซียวจวินหลิน เจ้าไม่อยากขอโทษข้าแล้วหรือ? บางทีถ้าเจ้าขอโทษ ข้าอาจจะยอมยกโทษให้ก็ได้นะ!”

​“ไม่จำเป็นต้องยกโทษให้ข้า ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้เอาเงินล้านตำลึงมาส่งที่จวน แล้วเราสองคนถือว่าหายกัน”

​ซูฉานจิ้งถูกความเด็ดขาดของเซียวจวินหลินข่มจนขวัญเสีย

​นี่เป็นครั้งแรกที่นางสัมผัสได้ถึงความแข็งกร้าวจากผู้ชายคนนี้

​เมื่อก่อนเซียวจวินหลินทุ่มเทให้นางแบบถวายหัว ซึ่งนางก็มองว่าเป็นเรื่องสมควรแล้ว แต่วันนี้เซียวจวินหลินเป็นบ้าอะไรไป?

​ผีเข้าหรือไร?

​ซูฉานจิ้งมองชายตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชา

​ถ้าไม่ใช่เพื่อช่วยพี่เจียงจ้าน นางหรือจะยอมลดตัวลงมาแต่งงานกับเซียวจวินหลิน?

​แต่สามีไร้น้ำยาผู้นี้ ได้คืบจะเอาศอก นอกจากไม่สำนึกบุญคุณที่นางยอมลดตัวลงมาแต่งด้วย ยังกล้าเอาเรื่องสินสอดมาตวาดด่า ข่มขู่ แล้วไล่นางอีก?

​“ยังจะโอ้เอ้อะไรอยู่อีก?” เสียงเร่งยิกๆ ของเซียวจวินหลินดังขึ้น

​ซูฉานจิ้งรู้สึกเสียหน้าอย่างหนัก แต่น้ำเสียงยังคงแข็งกร้าว “เซียวจวินหลิน ข้ายกโทษให้เจ้าแล้ว เพราะงั้นเลิกเล่นละครได้แล้ว เรื่องคืนนี้ข้าจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ตอนนี้เจ้าออกไปได้แล้ว”

​เซียวจวินหลินขมวดคิ้ว เริ่มตามตรรกะป่วยๆ ของผู้หญิงคนนี้ไม่ทัน “หมายความว่าไง?”

​ซูฉานจิ้งเชิดหน้าอย่างถือดี “หมายความว่าข้ายังเป็นพระชายาซื่อจื่อของเจ้า สมใจเจ้าแล้วนี่ ดึกแล้ว... เจ้าไปนอนห้องข้างได้แล้ว”

​เซียวจวินหลินหลุดขำพรวดออกมา “ฮึ… ฮึๆๆ”

​ซูฉานจิ้งขมวดคิ้วเรียว “เจ้าขำอะไร!”

​“ขอโทษที พวกเรามันพวกผ่านการฝึกมาอย่างมืออาชีพ ปกติไม่หัวเราะใส่ใครหรอก... เว้นแต่จะกลั้นไม่ไหวจริงๆ”

​“เจ้า! เจ้าเห็นข้าเป็นตัวตลกงั้นรึ?!”

​“แล้วไม่ใช่หรือไง?” เซียวจวินหลินพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อชุดเจ้าสาวของซูฉานจิ้ง “ที่นี่คือจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง พ่อข้าตายแล้ว ข้าคือนายคนใหม่ของที่นี่! เจ้ากล้าไล่ข้าไปนอนห้องข้าง? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”

​ซูฉานจิ้งเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ “เจ้า! ต่อให้เป็นเจิ้นเป่ยอ๋องแล้วอย่างไร! คนอย่างซูฉานจิ้งคู่ควรกับผู้ชายที่ดีกว่านี้!”

​“หมายถึงไอ้เจียงจ้านนั่นน่ะเหรอ?”

​“แน่นอน! ฝ่าบาทกำลังจะแต่งตั้งรัชทายาท พี่เจียงจ้านคือว่าที่องค์จักรพรรดิในอนาคต! เจ้าเป็นแค่ซื่อจื่อกระจอกๆ มีอะไรให้ลำพองนักหนา ปล่อยข้านะ!”

​ซูฉานจิ้งสะบัดตัวหลุดจากมือเขา เป็นเหตุให้ชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงไหลร่วงจากหัวไหล่มน เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดและไหปลาร้าอันงดงาม

​ถัดลงไป คือทัศนียภาพอันอวบอิ่มตระการตา

​เซียวจวินหลินต้องยอมรับว่า รูปร่างและหน้าตาของผู้หญิงคนนี้คือระดับท็อปของท็อปจริงๆ

​เพียงแต่... นั่นไม่ใช่ต้นทุนที่นางจะเอามาทำวางก้ามอวดดีใส่เขาได้

​ผ่านสมรภูมิรบมาทั้งชีวิต หัวใจของเขาเย็นชายิ่งกว่ามีดแล่ปลาในห้างสรรพสินค้าไปนานแล้ว

​“ว่าที่ฮ่องเต้? ให้มันได้เป็นก่อนค่อยมาคุย!”

​เมื่อเห็นซูฉานจิ้งยังคงใช้สายตาที่มองเหมือนเขาเป็นขยะ เซียวจวินหลินจึงบีบปลายคางนางแน่น “ข้าจะถามครั้งสุดท้าย จะไสหัวไป หรือไม่ไป!”

​ซูฉานจิ้งเริ่มตื่นตระหนกของจริง ถ้านางออกไปตอนนี้ คนที่เสียหายย่อมเป็นนาง

​สินสอดก็ไม่มีคืน เจียงจ้านต้องเดือดร้อน แถมชื่อเสียงลูกผู้หญิงของนางอีก ดีไม่ดีคนจะลือกันว่านางไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ถึงได้ถูกเซียวจวินหลินไล่ออกจากหอในคืนวันแต่งงาน

​พอคิดได้แบบนั้น ซูฉานจิ้งก็กลัวจนตัวสั่น กัดฟันตอบว่า “ข้าไม่ไป!”

​“ดี! งั้นก็ทำหน้าที่เมียของเจ้าซะ!”

​“อะ! อะไรนะ!”

​ซูฉานจิ้งยังไม่ทันตั้งตัว ชุดเจ้าสาวทั้งชุดก็ถูกเซียวจวินหลินกระชากขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวขาวผ่องดุจหิมะเป็นบริเวณกว้าง

​“เซียวจวินหลิน! เจ้าจะทำอะไร! ปล่อยข้านะ! เราแต่งกันแค่ในนาม! เจ้าห้ามแตะต้องตัวข้า!”

จบบทที่ บทที่ 01.แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว