เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 401 - พลังจิต!?

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 401 - พลังจิต!?

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 401 - พลังจิต!?


การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นเป็นอย่างมาก ไม่มีการโจมตีจากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์อันแข็งแกร่งที่อาศัยอยู่บนท้องฟ้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันอาจจะเป็นเพราะเรือเหาะลำนี้ใช้เทคโนโลยีปกปิดตัวเองระดับสูงสุดที่เพิ่งติดตั้งให้โดยสถาบันก็ได้ แม้ว่าจะเป็นเรือเหาะที่มีขนาดใหญ่มหาศาล แต่ก็ไม่ดึงดูดความสนใจ และแทบจะไม่สังเกตเห็นได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ทำไมเดวิดกับนักเรียนคนอื่นจากสถาบันแทมเบรียถึงได้รู้เรื่องนี้? ก็เพราะในที่สุดพวกเขาก็รับรู้ว่ายอดฝีมือแปลกหน้าอีก 3 คนที่เดินทางมาพร้อมกับศาสตราจารย์อาวุโสสถาบัน ที่แท้คือเหล่าอาจารย์ของสำนักซิกนิส ผู้รับผิดชอบนำพวกเขาเดินทางกลับไปยังสำนัก หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องอย่างแม่นยำ พวกเขาพาลูกศิษย์แลกเปลี่ยนมาส่ง และรับนักเรียนแลกเปลี่ยนกลับไปในคราวเดียวกันเลย

อาจารย์วัยกลางคนที่มีดวงตาสีน้ำเงินเป็นผู้ที่ดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิดที่สุดตลอดระยะเวลาการเดินทาง จุดเด่นและข้อดีของเขาคือเป็นคนที่ใจดีและพร้อมตอบคำถามทุกข้ออย่างเต็มใจ แต่นั่นก็กลับกลายเป็นข่าวร้ายของนักเรียนทุกคนด้วย เพราะเมื่ออาจารย์คนนี้ได้เริ่มพูดแล้ว เขาไม่เคยหยุดปากอีกเลย

รายละเอียดของสำนักซิกนิสพรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกเดวิดและนักเรียนคนอื่นตั้งใจรับฟังเรื่องที่เขากล่าวออกมาเป็นอย่างมาก แต่หลังจากผ่านไป 3 วัน ใช่! อาจารย์ของสำนักซิกนิสคนนี้พูดออกมาไม่หยุดตลอดระยะเวลา 3 วันแรก นักเรียนจากสถาบันแทมเบรียเริ่มเหนื่อยและหมดความสนใจกับสิ่งที่เขาพูดออกมาไปเรื่อย ๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าส่วนใหญ่แล้วมีแต่น้ำมากกว่าเนื้อ ข้อมูลที่สำคัญจริง ๆ หลุดออกมาจากปากของอาจารย์คนนี้น้อยมาก

ในช่วงสุดท้ายเหลืออยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังพยายามฟังอย่างตั้งใจอยู่ ‘แชด’ ผู้ชนะเลิศของนักเรียนชั้นปี 2 ไม่แน่ใจว่าเขาสนใจจริง ๆ หรือแค่ต้องการสร้างความประทับใจให้กับอาจารย์ของสำนักที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเป็นเวลาหลายเดือนกันแน่ แต่เขาเป็นคนเดียวที่นั่งฟังได้จนจบระยะเวลา 3 วันแรกที่ยาวนานนั้น

เดวิด!? เขาถอนตัวออกมาตั้งแต่วันแรก และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือทางด้านพันธุกรรมที่ศาสตราจารย์ไวท์มอบให้ไว้ก่อนที่เขาจะออกไปทำภารกิจ มันช่วยฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี แน่นอน! เดวิดยังเอียงหูฟังสิ่งที่ชายวัยกลางคนเล่าออกมาเป็นระยะ แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ข้อมูลที่สำคัญมากนัก แต่ก็ยังสามารถนำมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน สามารถคาดเดาสภาพแวดล้อมคร่าว ๆ ของสำนักซิกนิสที่พวกเขากำลังจะต้องไปเรียนแลกเปลี่ยนได้บ้าง

การศึกษาในสำนัก! ถ้าฟังเผิน ๆ แล้วก็ไม่แตกต่างจากการเรียนในสถาบันมากนัก แต่จากเท่าที่วิเคราะห์จากสิ่งที่ได้ฟังมา บรรยากาศการแข่งขันดูเหมือนจะไม่เข้มข้นเท่ากับการแข่งขันกันของนักเรียนในสถาบัน อย่างน้อย ๆ การต่อสู้นั้นมีกฎที่ช่วยป้องกันความปลอดภัยให้กับลูกศิษย์มากกกว่า การสังหารศิษย์ร่วมสำนักเป็นข้อห้ามขั้นเด็ดขาดไม่ว่าในกรณีไหนก็ตาม ผู้ที่ทำผิดกฎข้อนี้จะต้องได้รับโทษที่รุนแรงจนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

การประลอง การต่อสู้ ยังเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ในสำนักที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกฝนที่ไล่ตามความแข็งแกร่งแบบนี้ ข้อพิพาทหรือการทะเลาะเบาแว้งยังคงตัดสินกันด้วยกำลังและการต่อสู้เป็นส่วนใหญ่ แต่การลงมือกับเพื่อนร่วมสำนักหนักจนอีกฝ่ายพิการ หรือบาดเจ็บหนักก็เป็นสิ่งที่ทางสำนักป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เลย

สิ่งที่สะกิดใจเดวิดเป็นอย่างยิ่ง คือวิธีการฝึกฝนของพวกเขานั้นแตกต่างจากการฝึกฝนของทางสถาบันอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่การดื่มเซรั่มผสานยีนเข้าไปในร่างกาย ไม่ใช่การเพิ่มอัตราการหมุนเวียนเลือด ไม่ใช่การฝึกฝนทักษะที่มุ่งเน้นความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อในร่างกาย ทักษะที่พวกเขาฝึกฝนไม่ได้มุ่งเน้นที่การไหลเวียนเลือด หรือการสั่นไหวของกล้ามเนื้อเลยแม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่สำนักซิกนิสฝึกฝนเป็นหลัก คือสมอง!

มันเป็นข้อมูลที่ทำให้นักเรียนของสถาบันแทมเบรียทุกคนต้องเบิกตากว้าง และพากันซักถามเพื่อรับรู้รายละเอียดที่มากขึ้น แม้แต่เวเธอร์ที่ปกติจะทำตัวแปลกแยกเย็นชาก็ไม่เว้น อันที่จริงเขาดูจะสนใจในหัวข้อนี้มากกว่าคนอื่น ๆ มากเสียด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดาย ชายวัยกลางคนที่มีตาสีน้ำเงินคนนี้ไม่เปิดเผยข้อมูลอะไรที่ลึกซึ้งออกมาอีกเลย เขาได้แต่กล่าววนไปวนมาเรื่อยเปื่อย และเปลี่ยนเรื่องไปในท้ายที่สุด

การฝึกฝนที่เน้นที่สมอง!? เมื่อได้ยินคำนี้ ความคิดมากมายแวบเข้ามาในหัวของเดวิด ภาพการฝึกฝนของผู้ฝึกตนมากมายในโลกเก่าผุดขึ้นมา การฝึกฝนจิตใจเพื่อควบคุมร่างกายให้แสดงประสิทธิภาพเหนือขีดจำกัดของร่างกายธรรมดา หรือว่ามันเป็นการฝึกฝนพลังจิตกันแน่? มันมีวิชาและความสามารถแปลกประหลาดในโลกใบเก่ามากมาย ถ้าสิ่งมีชีวิตในตำนานเคยมีตัวตนจริง ๆ อยู่ในโลกใบนี้ วิธีการฝึกตนที่น่าเหลือเชื่อพวกนั้น บางทีอาจจะเป็นจริงในโลกนี้ด้วยเช่นกันก็ได้

........................

มันใช้เวลาในการเดินทางไปทั้งหมด 2 อาทิตย์ นักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนอยู่ในสภาวะที่ทั้งเบื่อหน่ายและเหนื่อยอ่อน แต่ในที่สุดเรือเหาะก็เริ่มชะลอความเร็วและลดระดับความสูงของมันลง

เดวิดรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวกับการเดินทางในครั้งนี้ เขารีบเก็บหนังสือและปิดหน้าต่างโฮโลแกรมอย่างดีใจเมื่อรู้สึกได้ว่าเรือเหาะกำลังลดระดับลงอย่างรวดเร็ว นั่งตัวตรงและรอเวลาอย่างใจจดใจจ่อ เรือเหาะลำนี้เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางระยะไกลมาอย่างพร้อมสรรพ ระยะเวลา 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา มันไม่ต้องจอดพักเพื่อเติมพลังงานเลยด้วยซ้ำ เดวิดไม่มีโอกาศได้ออกไปยืดเส้นยืดสายสูดอากาศภายนอกเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ในห้องโดยสารรับรู้ถึงอาการสั่นสะเทือนได้เล็กน้อยเมื่อเรือเหาะร่อนแตะลงที่พื้น ประตูห้องโดยสารเปิดตัวขึ้นหลังจากนั้นไม่นานนัก อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกพัดโชยมาสร้างความสดชื่นให้กับนักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนที่ต่างรีบลุกขึ้นยืนจากที่นั่งอย่างไม่รีรอ พวกเขาพากันเดินลงจากเรือเหาะโดยไม่รอให้มีใครมาบอกเลยด้วยซ้ำ

“หือ? อากาศที่นี่ดูเหมือนว่าจะมีอะไรแตกต่างจากปกตินะ!” เสียงของเฟรต้าที่ยืนอยู่ด้านข้างของเดวิดดังออกมาเบา ๆ เธอสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดอีกครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วครุ่นคิด พยายามจะหาความแตกต่างที่ตัวเองรู้สึกให้ได้อย่างชัดเจน

เดวิดเองก็รับรู้ได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้น อากาศของที่นี่ให้ความรู้สึกแปลก ๆ ไม่ใช่ว่ามันมีการปนเปื้อน กลับกัน มันให้ความรู้สึกถึงบริสุทธิ์ที่สูงกว่าอากาศในสถาบัน รวมทั้งมีพลังงานบางอย่างเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย เหมือนว่าเจ้าพลังงานที่ว่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้สมองรู้สึกสดชื่นขึ้นมามากกว่าปกติไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ความสนใจในตอนนี้ของเขาไม่ได้อยู่ที่อากาศเลย สายตาของเดวิดกำลังจ้องมองไปยังอาคารจำนวนมากที่เรียงรายกันอยู่ด้านหน้า มันมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลจนสุดลูกหูลูกตา โครงสร้างและลักษณะของอาคารที่ปรากฏให้เห็นแตกต่างไปจากสิ่งปลูกสร้างของสถาบันแทมเบรียอย่างสิ้นเชิง ไม่สิ! แม้แต่ในหมู่อาคารเหล่านั้นเอง ก็ไม่มีอาคารไหนมีลักษณะเหมือนกันอยู่เลยด้วยซ้ำ แถมยังมีอาคารที่สูงระฟ้าอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยไปกว่าอาคารสูงในสถาบันเลย

“เอาล่ะ! พวกเรามาถึงแล้ว ด้านหน้านี้คือสำนักซิกนิสที่พวกเธอจะต้องอาศัยอยู่เป็นเวลาอย่างน้อย ๆ 3 เดือน ไปเถอะ! เข้าไปด้านในกัน พวกเธอจะได้ทำความคุ้นเคยกับมันภายหลัง ตอนนี้ตามฉันเข้าไปด้านในก่อน” อาจารย์หญิงของสำนักซิกนิสเดินออกมาจากเรือเหาะ และกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ก่อนที่เธอและอาจารย์อีก 2 คนจะเดินนำหน้าไปอย่างไม่รอให้เหล่านักเรียนแลกเปลี่ยนตั้งคำถามอะไรออกมาเลย

ไม่มีทางเลือก! นักเรียนของสถาบันแทมเบรียทั้ง 5 คนเดินตามพวกเขาไปอย่างไม่ชักช้า หลังจากที่เดินผ่านอาคารและผู้คนมากมายมาได้สักระยะ พวกเขาก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าอาคารสูงหลังหนึ่งที่มีป้ายระบุเอาไว้ว่า ‘ฝ่ายทะเบียน’

“เอาล่ะ! ตอนนี้ก็หมดหน้าที่ของพวกเราแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่พวกเธอจะต้องทำคือการลงทะเบียนเป็นศิษย์ใหม่ของสำนัก หลังจากที่ได้รับหมายเลขประจำตัวแล้ว ทางสำนักจะจัดที่พัก เสื้อผ้า และสิ่งของที่จำเป็นในการฝึกฝนให้ พวกเธอแค่เข้าไปและทำตามขั้นตอนก็พอ”

เดวิดและนักรียนคนอื่นที่เหลือยืนมองอาจารย์ทั้ง 3 คนที่พาพวกเขามาที่นี่จากไปด้วยใบหน้าที่สับสน คำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาถูกกลืนลงคอไปอีกครั้ง การดูแลที่เคยให้สัญญาเอาไว้ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นเรือเหาะมาอยู่ที่ไหน? อาจารย์ตาสีน้ำเงินคนนั้นเคยพูดเป็นมั่นเป็นเหมาะต่อหน้าเหล่าศาสตราจารย์อาวุโสของสถาบันว่าจะดูแลนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็นพิเศษไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงได้กลายเป็นอย่างนี้ไปได้?

เหล่านักเรียนที่ถูกทอดทิ้งยืนมองหน้ากันไปมา ก่อนที่จะเริ่มก้าวเท้าเข้าไปในอาคารเพื่อทำตามสิ่งที่ได้รับคำแนะนำอย่างไม่มีทางเลือก ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับข้อมูลล่วงหน้าแล้วว่าพวกเขาจะมา ขั้นตอนทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น หลังหยดเลือดเข้าไปที่เครื่องลงทะเบียน เชื่อมต่อป้ายประจำตัวที่มีอยู่แล้วเข้ากับระบบของสำนัก พวกเขาก็ได้รับกระเป๋าที่ใส่ข้าวของจำเป็นคนละใบ และกลายเป็นลูกศิษย์ของสำนักซิกนิสอย่างเต็มตัว...

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 401 - พลังจิต!?

คัดลอกลิงก์แล้ว