เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 344 - ฉันคิดถึงเรื่องแบบนี้จริง ๆ

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 344 - ฉันคิดถึงเรื่องแบบนี้จริง ๆ

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 344 - ฉันคิดถึงเรื่องแบบนี้จริง ๆ


“สุนัขโลหิต! การชุมนุมจัดขึ้นที่ถนนหมายเลข 9 มาร่วมชุมนุมด้วย! พวกเรารู้ว่านายกลับมาแล้ว”

สีหน้าของเดวิดไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียวเมื่ออ่านข้อความจบ เขาแปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายรู้ความเคลื่อนไหวของตัวเอง แต่ก็แค่พึมพำออกมาเบา ๆ เท่านั้น “การชุมนุมของปีศาจแห่งความมืด?”

อันที่จริง เดวิดแทบจะลืมเกี่ยวกับองค์กรลับแห่งนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ หลายเดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้รับข้อความหรือการติดต่ออะไรเลยทั้งสิ้น และเดวิดนั้นยุ่งเกินกว่าที่จะสนใจเรื่องยิบย่อยเหล่านี้

การติดต่อมาอย่างกะทันหันและข้อความที่ระบุมาในครั้งนี้ ยืนยันได้ว่าเขาถูกติดตามความเคลื่อนไหวอยู่อย่างใกล้ชิด เดวิดไม่ได้รับข้อความหรือเข้าร่วมในการชุมนุมครั้งอื่น ๆ อีกเลย สาเหตุหลัก ๆ ก็เพราะออกไปทำภารกิจนอกสถาบัน และไม่ได้คำเชิญให้เข้าร่วมชุมนุม อีกความหมายหนึ่งก็คือ พวกเขารู้ว่าสมาชิกคนไหนจะเข้าร่วมชุมนุมได้บ้าง คำเชิญถูกเลือกส่งให้คนที่อยู่ในสถาบันเท่านั้น

เดวิดส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะสั่งให้เฮเซลเรียกเรือเหาะสาธารณะให้ เขาปิดหน้าต่างโฮโลแกรมลงและยืนรอเรือเหาะอยู่เงียบ ๆ ศาสตราจารย์อาวุโสไวท์จัดแจงเรื่องการทดสอบของสถาบันให้เรียบร้อยแล้ว วิธีแก้นั่นง่ายมาก เดวิดต้องไปที่หอภารกิจเพื่อรับภารกิจอื่นมาเป็นภารกิจทดสอบแทนเท่านั้น

และสิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ ภารกิจพวกนั้นทำได้ภายในสถาบัน ไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปยังโลกภายนอกอีก เขาแทบจะอดใจรอที่จะรู้ไม่ไหวว่าจะได้ทำอะไร?

.......................

เรือเหาะร่อนลงจอดที่ลานกว้างหน้าหอภารกิจ เมื่อประตูห้องโดยสารเปิดตัว นักเรียนจำนวนมากทยอยกันเดินออกมา จุดหมายของพวกเขาก็คือเข้าไปในหอภารกิจเช่นเดียวกันกับเดวิดไม่มีผิด

เดวิดก้าวเท้าลงมายืนอยู่ที่พื้น เงยหน้ามองหอภารกิจที่ใหญ่โตด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า แม้ว่าเขาจะไม่ได้มาที่นี่แค่ไม่ถึงเดือน แต่ในความรู้สึกกับเหมือนว่านานกว่านั้น ภารกิจที่ผ่านมานั้นหนักหนาจนดูเหมือนว่ายาวนานมากทีเดียว เดวิดถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเริ่มขยับเท้าพาตัวเองไปที่ประตูทางเข้าอย่างไม่รีบร้อนนัก

ภายในห้องโถงคึกคักเป็นอย่างยิ่ง นักเรียนจำนวนมากกระจายตัวกันอยู่ทั่วบริเวณ บ้างก็ยืนอ่านประกาศอยู่ที่ป้ายขนาดใหญ่ บ้างก็ยืนตรวจสอบภารกิจเพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง บ้างก็ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์กับเจ้าหน้าที่ ไม่แน่ใจว่ากำลังลงทะเบียนเพื่อทำภารกิจใหม่หรือส่งผลของภารกิจที่เพิ่งทำสำเร็จลงมา

เดวิดยืนเข้าแถวรออยู่หน้าเคาน์เตอร์แห่งหนึ่งอย่างเงียบ ๆ คิวไม่ได้ยาวมากนัก เขายืนรออยู่ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย และใช้โอกาสนั้นกวาดตามองไปรอบ ๆ พยายามจดจำใบหน้าของเพื่อนร่วมสถาบันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด มันจะใช้ประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยเมื่อต้องเดินทางออกไปทำภารกิจภายนอกอีกครั้ง

ถ้าจะให้กล่าวตามความสัตย์ ในหมู่นักเรียนจำนวนมากที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้ เดวิดรู้จักชื่ออยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ไม่ต้องนับคนที่เคยคุยเคยทักทายด้วยเลย ส่วนใหญ่แล้วเขาแค่เคยเห็นหน้าผ่าน ๆ ในชั้นเรียนหรือหอสมุด ยิ่งอยู่ในสถาบันนานไปเรื่อย ๆ ความสงสัยในใจของเดวิดก็เพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลา นักเรียนแค่ชั้นปีละประมาณ 1,000 คน และทุกคนจะถูกส่งออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่แนวหน้า ยกเว้นผู้ที่มีพรสวรรค์และศักยภาพสูงเท่านั้นที่จะยังอยู่ต่อในสถาบันได้ แต่จำนวนคนที่เห็นอยู่ในตอนนี้ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกจะสูงอย่างที่ได้ยิน บางทีอาจมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อีกก็ได้

ไม่ใช่เดวิดเท่านั้นที่กวาดสายตามองพิจารณาเพื่อนร่วมสถาบัน นักเรียนคนอื่นก็ทำเช่นเดียวกับเขาไม่มีผิด ที่ต่างกันไปก็คือ นักเรียนพวกนั้นหลายคนรู้จักหน้าและรู้จักชื่อของเดวิดเป็นอย่างดี ทำให้มีบางคนเริ่มขมวดคิ้ว บางคนมีสีหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียด และบางคนมีรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา

“ในที่สุด! เจ้าบ้านี่ก็กลับมาแล้ว” เสียงพึมพำแบบเดียวกันหลุดออกมาจากปากของนักเรียนหลายคน ดูเหมือนว่าเดวิดจะเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนนักเรียนไม่น้อยจริง ๆ

เขารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกจับจ้องอยู่ แทนที่จะหลบสายตาอย่างเขินอาย เดวิดเลือกที่จะหันไปจ้องหน้าพวกนั้นกลับทีละคน พร้อมกับพยักทักทายด้วยรอยยิ้มอันใสซื่อ รอยยิ้มบนใบหน้านั้นสดใสจริงใจ และนั่นเป็นความรู้สึกลึก ๆ ในใจของเขา ไม่ได้เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่ออกไปเผชิญกับโลกภายนอกมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง สภาพแวดล้อมภายในสถาบันเป็นสิ่งที่เดวิดถวิลหาเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อย ๆ ที่นี่ก็ไม่หน้าไหว้หลังหลอก แค่มองหน้าของอีกฝ่าย ก็รู้แล้วว่าเป็นมิตรหรือศัตรู นักเรียนที่นี่ไม่ได้เก็บซ่อนความรู้สึกหรือจิตสังหารเอาไว้เลย ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไร้เดียงสา แต่มันเป็นเพราะไม่มีความจำเป็น ความขัดแย้ง การต่อสู้ คือวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาตัวเอง เมื่ออยู่ในสถาบันแห่งนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องระงับอะไรเอาไว้ทั้งสิ้น

ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลง นักเรียนคนก่อนหน้าเสร็จธุระของตัวเอง และเปิดพื้นที่ว่างหน้าเคาน์เตอร์ให้เดวิดก้าวเข้าไป เจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าเฉยเมยคนหนึ่ง ถ้าดูจากเครื่องแต่งกายและอายุ เจ้าหมอนี่น่าจะเป็นนักเรียนระดับปี 3 หรือสูงกว่าอย่างแน่นอน

ก่อนที่เดวิดจะได้เอ่ยปากกล่าวความต้องการของตัวเองออกมา เสียงอันเย็นชาก็ดังขึ้นมาก่อน “วางป้ายประจำตัวของนายไว้ที่เครื่องสแกน 3 วินาที”

ด้วยใบหน้าที่ยังมีรอยยิ้มอยู่จาง ๆ เขาทำตามอย่างว่าง่าย

เสียงของเจ้าหน้าที่หนุ่มดังขึ้นมาอีก มันเป็นหลังจากที่เขาทำการตรวจสอบข้อมูลที่เด้งขึ้นมาให้เห็นอย่างละเอียดแล้ว ใบหน้าของชายหนุ่มมีแววครุ่นคิดอยู่ไม่น้อย “ในนี้บอกว่านายไม่ได้ทำภารกิจทดสอบ?”

เดวิดกล่าวให้ข้อมูลออกไปอย่างเรียบง่าย “ผมป่วย! เลยไม่ได้ไปทำภารกิจทดสอบ พอดีตอนนี้เริ่มหายดีแล้ว ผมเลยตั้งใจที่จะมารับภารกิจทดแทนไปทำ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ผมขอทราบภารกิจที่ต้องทำเลยได้มั้ย?”

คิ้วของนักเรียนปี 3 คนนี้ยังไม่คลายออก สายตายังจ้องเขม็งอยู่ที่หน้าจอของตัวเอง นิ้วมือเคลื่อนไหวอยู่อย่างรวดเร็ว แล้วสีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด มันเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

“หึ! เจ้าเด็กรวยเอ้ย! มีคนสนับสนุนอยู่เบื้องหลังอย่างนั้นสินะ” ปากขมุบขมิบเหมือนเป็นการพึมพำกับตัวเอง แต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นดังจนคนที่ยืนอยู่ในรัศมี 10 เมตรได้ยินอย่างชัดเจน

และมันทำให้เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่กำลังทำงานอยู่ในบริเวณนั้น รวมถึงนักเรียนที่ยืนต่อแถวรออยู่หันมองจ้องมาที่เดวิดเป็นตาเดียวกัน สายตาของพวกนั้นเย็นชาและเหยียดหยาม

ถ้าเป็นนักเรียนธรรมดาทั่วไป โทษของการไม่ออกไปปฏิบัติภารกิจทดสอบ คือการไล่ออก! ส่งตัวไปทำหน้าที่อย่างอื่นในสถาบัน และจะไม่มีทางคงสถานะนักเรียนได้อีกต่อไป ภารกิจทดแทน!? นี่มันเรื่องตลกชัด ๆ นี่มันเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว

นักเรียนธรรมดาจะไม่มีโอกาสแก้ตัว แต่ไม่ใช่สำหรับนักเรียนที่มีผู้สนับสนุนที่ทรงอำนาจ ภารกิจทดแทนจะถูกจัดหามาให้ นั่นทำให้เป็นที่แน่นอนว่านักเรียนคนนั้นจะไม่ถูกปลดสถานะนักเรียนออก อย่างน้อย ๆ ก็จนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาที่ระบุเอาไว้ในภารกิจทดแทนนั้น

นักเรียนที่มีอภิสิทธิพวกนี้จะเป็นเป้าหมายของความเกลียดชังและความอิจฉาของผู้คนโดยทั่วไป แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ นอกจากจะสาปแช่งให้ตกตายฉิบหายไปเอง ถ้าขนาดสถาบันยังโอนอ่อนให้ แสดงว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องมีอำนาจอยู่ในระดับหนึ่ง การพาตัวเข้าไปยุ่ง ก็เหมือนกับพาตัวเองไปตาย สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาทำได้คือส่งสายตาเหยียดหยามเข้าใส่เท่านั้น

“เอ้อ! แล้วภารกิจของผมล่ะ?” เดวิดเอ่ยถามออกมาเสียงใส ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม สายตาจำนวนมากที่จ้องมองเข้ามาอยู่ตอนนี้? น่าสนุกจะตาย เอาอีก ๆ! นี่สิ! บรรยากาศที่คุ้นเคย

เจ้าหน้าที่หนุ่มที่ทำเรื่องให้เขากดปุ่มลงไปบนหน้าจออีก 2-3 ครั้ง ก่อนที่แผ่นกระดาษโฮโลแกรมจะปรากฏออกมา “นี่คือรายละเอียดของภารกิจทดแทนที่นายจะต้องทำ

นายจะต้องทำตามกฎที่ระบุเอาไว้อย่างเคร่งครัด และปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จภายในระยะเวลา 3 อาทิตย์ ไม่เช่นนั้น...” ชายหนุ่มสำลักคำพูดของตัวเองขึ้นมาทันที สายตาเบิกกว้างเหมือนกับไม่เชื่อว่าตัวเองจะเห็นข้อความที่ระบุอยู่ด้านท้ายของกระดาษแผ่นนั้น

“ไม่เช่นนั้น?”

“ม-ไม่เช่นนั้น ให้นายกลับมารายงานว่าทำไม่สำเร็จ และรับภารกิจทดแทนใหม่ไปอีกครั้ง” ดวงตาของเจ้าหน้าที่หนุ่มนั้นแดงกล่ำ เสียงกัดฟันกรอดดังออกมาพร้อมกับคำตอบแบบได้ยินอย่างชัดเจน

แววตาแห่งความเกลียดและอิจฉาทอประกายออกมาให้เห็น ก่อนมันจะถูกควบคุมให้สงบลงไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่ได้ยินต่างเบิกตาค้าง นี่มันภารกิจทดแทนอะไร? เจ้าหน้าที่สาวคนหนึ่งได้สติกลับมาเร็วที่สุด และสิ่งที่เธอทำเป็นอย่างแรก คือการเสยผมและส่งสายตาที่คิดว่าเย้ายวนที่สุดมาให้เดวิด ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นเด็กหนุ่มที่ควรจะทำความรู้จักสนิทสนมด้วยจริง ๆ

เดวิดไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างมากนัก เขายื่นมือไปรับแผ่นกระดาษโฮโลแกรมมาเก็บเข้าไว้ในระบบของตัวเอง ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณครับ”

หลังจากที่ผงกหัวเป็นการขอบคุณซ้ำลงไป เดวิดก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องโถงอย่างไม่ลังเล ปล่อยให้สายตาแห่งความอิจฉาเกลียดชังมองตามหลังอย่างทำอะไรไม่ได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า! น่าสนุกดีจริง ๆ นี่สิ! เรื่องแบบนี้ล่ะที่ฉันคิดถึง” ทันทีที่ออกมาจากหอภารกิจได้ เขาก็พึมพำออกมาอย่างอารมณ์ดี

.......

เดวิดไม่ได้รีบเรียกเรือเหาะโดยสารเพื่อเดินทางกลับ เขากวาดตามองไปรอบข้างและขยับตัวมายืนอยู่ยังจุดที่ไม่พลุกพล่านด้านข้างของลานกว้าง เปิดหน้าต่างโฮโลแกรมเพื่อตรวจสอบรายละเอียดของภารกิจทดแทนก่อน

ในนั้นระบุชื่อ อายุ ชั้นเรียน และระดับความแข็งแกร่งเอาไว้ ดูเหมือนข้อมูลของสถาบันจะยังไม่อับเดตมากนัก ระดับของเขายังระบุเอาไว้ว่าเป็นเฟสเซอร์ระดับ 2 ยีนเท่านั้น น่าจะเป็นศาสตราจารย์อาวุโสไวท์ที่เป็นคนระบุความแข็งแกร่งของเขา เพราะตอนที่กลับมาถึงสถาบันครั้งล่าสุด เดวิดยังไม่ได้อับเดตข้อมูลของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

หลังจากอ่านเนื้อหาของภารกิจ เขาก็ต้องยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ตาแก่นั่นจะเกินไปหน่อยมั้ยเนี่ย? นี่มันใช่ภารกิจเสียที่ไหน นี่มันข้อสอบปลายภาคชัด ๆ ให้สร้างเซรั่มพันธุกรรมที่แตกต่างกันออกมา 3 ชนิดด้วยตัวเอง ในระยะเวลา 3 อาทิตย์! เจ้าแก่กำลังพยายามทำอะไร? จะให้เขากลายเป็นนักพันธุศาสตร์ฝึกหัดใน 3 อาทิตย์เลยหรือยังไงเนี่ย?

เดวิดถอนหายใจยาว แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าการทำเซรั่มพันธุกรรมด้วยตัวเองนั้นยากขนาดไหน แต่มันต้องไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่แน่ ถ้าจะให้กล่าวออกไปตามความสัตย์ เดวิดไม่คิดว่าตัวเองจะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ เซรั่มพันธุกรรม 3 ชนิดในระยะเวลา 3 อาทิตย์ ฝันไปเถอะ!

ต่อให้ความจำของเขาจะดีแค่ไหน ต่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มหัว แต่เดวิดยังไม่เคยเข้าไปในห้องทดลองเลย หลอดทดลองสักอันก็ยังไม่เคยจับ สารตั้งต้นที่จำเป็นจะต้องใช้? เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเคยเห็นของจริงมาก่อนเสียด้วยซ้ำ แค่การทำความคุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ เวลา 3 อาทิตย์ที่ให้มาก็คงจะหมดไปแล้ว

เดวิดปิดหน้าต่างโฮโลแกรมของตัวเองพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ ช่างมัน! ทำไม่สำเร็จก็เปลี่ยนภารกิจใหม่ ยังไงเสียเขาก็ต้องเข้าห้องทดลองเพื่อเรียนรู้การเป็นนักพันธุศาสตร์ฝึกหัดอยู่แล้ว นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรมากขึ้นเลย ดีเสียอีกที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจน บางที! เขาอาจจะต้องส่งรายละเอียดของภารกิจนี้ไปให้ตาแก่นั่นยืนยันเสียหน่อยว่ามันไม่ได้มีอะไรผิดพลาด

“เดวิด ซินเทค... ช่างเป็นคนที่หาตัวเจอได้ยากจริง ๆ!” เสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน...

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 344 - ฉันคิดถึงเรื่องแบบนี้จริง ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว