เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 329 - นักล่ามนุษย์หมาป่า

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 329 - นักล่ามนุษย์หมาป่า

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 329 - นักล่ามนุษย์หมาป่า


รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของอเดโอล่าแล้ว ทันทีที่เธอเห็นสีหน้าที่มืดดำของเดวิด

มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป “ยิ้มอะไร? มีอะไรน่ายินดีกะทันหันอย่างนั้นหรือ?”

สาวสวยยักไหล่ของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัดออกมา “อืม? ก็ท่านพ่อน่าจะตามมาถึงในเวลาอีกไม่ถึง 20 นาทีนี่แล้วนะสิ”

หัวคิ้วของเดวิดชนกันแล้ว “ไม่มีทาง! คราวนี้ฉันทำลายเครื่องติดตามตัวทิ้งไปหมดแล้ว ไม่มีทางที่จะมีใครตามหาตัวได้เจอเร็วขนาดนั้นแน่”

หญิงสาวยิ้มออกมา เธอรอที่จะกล่าวประเด็นนี้อยู่เช่นกัน มันอาจจะเป็นทางรอดเดียวที่หวังได้ ทำให้เจ้าหมอนี่กลัวจนทิ้งตัวเองหนีไป “หึ! ท่านพ่อคือจ่าฝูงนะ ความสามารถของอัลฟาคือรับรู้ตำแหน่งของสมาชิกในฝูงได้ทั้งหมด โดยเฉพาะคนที่ถูกจดจำกลิ่นอายเอาไว้แล้ว แกคิดว่าท่านจะหาลูกสาวตัวเองไม่เจอเลยเชียวหรือ

ต่อให้แกพาฉันหนีออกไปนอกเมือง แต่ถ้าไม่พ้นระยะทาง 100 กิโลเมตร ท่านก็ยังสามารถระบุตำแหน่งได้อยู่ดี แกก็เป็นมนุษย์หมาป่า เรื่องแค่นี้คงเข้าใจได้ไม่ยากล่ะมั้ง?” อเดโอล่ายักไหล่ ก่อนจะเอนหลังพิงไว้กับกำแพงอย่างสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย

หัวใจของเดวิดแทบจะหยุดเต้นอีกครั้งเมื่อฟังคำอธิบายนี้ เพราะสิ่งท่ี่ได้ยินมันสมเหตุสมผลไม่น้อย มนุษย์หมาป่าระดับอัลฟาน่าจะทรงพลังพอที่จะขยายขอบเขตความสามารถพื้นฐานไปถึงระดับที่เธอบอกได้จริง ๆ เขามองข้ามจุดนี้ไปอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเองเลย

“ให้ตายสิ!”

เดวิดสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ต่อให้มันไม่เป็นไปตามสิ่งที่หญิงสาวบอกมา 100 เปอร์เซ็นต์ อาจจะไม่ใช่ระยะทาง 100 กิโลเมตร หรืออาจจะไม่ใช่ภายใน 20 นาทีนี้ แต่พวกนั้นต้องกำลังมาแน่ สิ่งที่เธอบอกไม่ใช่เรื่องโกหกที่ไม่มีมูล

บางที อาจจะไม่ใช่การระบุตำแหน่งด้วยกลิ่นเสียด้วยซ้ำ พวกนั้นอาจจะมีวิธีในการตามตัวสมาชิกในฝูงด้วยอย่างอื่นอีก

ไม่ว่าจะเป็นอะไร? เดวิดก็ไม่คิดที่จะรอความตายอยู่ที่นี่ เขาคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง และคว้าตัวของสาวสวยแบกขึ้นบนบ่า ก่อนจะมุ่งหน้าออกจากห้องไปอย่างไม่รีรอ

...

ประมาณ 30 นาทีให้หลัง บนถนนที่สกปรกและเหม็นเน่า ชายชราคนหนึ่งกำลังเดินอยู่อย่างช้า ๆ มือทั้ง 3 ข้างไพล่หลังเอาไว้ด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่รีบร้อนนัก ทุกย่างก้าวที่เขาเดินออกมานั้นมั่นคงและเงียบเชียบ คลื่นพลังงานไม่มีการรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย แม้จะเป็นการเดินอย่างช้า ๆ แต่การก้าวแต่ละครั้งได้ระยะทางเป็น 10 เมตรเลยทีเดียว

การปรากฏตัวของชายแก่คนนี้ทำให้ทั่วบริเวณกลายเป็นเงียบกริบ ไม่ใช่เพราะการแผ่กลิ่นอายที่ทรงพลังออกมา แต่มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดบางอย่าง อำนาจการกดข่มของสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าตามธรรมชาติต่างหาก ที่ทำให้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใด ๆ ในบริเวณรอบข้างต้องหดหัวเงียบลงไปเพราะความหวาดกลัวและเกรงขาม มันเป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด หลบเลี่ยงผู้ที่อยู่เหนือกว่าอย่างสุดกำลัง อย่าพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายอย่างเด็ดขาด

หลังจากปรากฏตัวขึ้นที่หัวถนนเพียงไม่กี่วินาที ชายชราก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารเก่าทรุดโทรมแห่งหนึ่ง เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่เรียบเฉยเย็นชา ในแววตาเริ่มมีความหงุดหงิดเล็กน้อยผุดออกมาให้เห็น ในอาคารหลังนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ อาศัยอยู่เลย

เขาหลับตาลงเงียบ ๆ และสูดลมหายใจเข้าปอดยาว ๆ อย่างใช้สมาธิ เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาก็ลืมขึ้น หันมองไปยังทิศทางที่เดวิดเคลื่อนตัวผ่านได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะก้าวเท้ามุ่งไปยังทิศทางนั้นแบบไม่ลังเล ด้วยความเร็วที่ทำให้เขาเหมือนกับหายตัวไป

บรรยากาศรอบข้างเริ่มฟื้นตัวกลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผู้คนจำนวนมากเริ่มปรากฏตัวออกมาบนถนน หลายคนยังตัวสั่นเทาด้วยความกลัวที่ยังไปทุเลาลง

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เสียงพึมพำอย่างสงสัยดังออกมาอย่างไม่ขาดสายเลย

.......................

ภาพที่วิ่งผ่านสายตาของเดวิดนั่นพล่าเลือน เขากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแทบจะสูงสุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เพื่อมุ่งหน้ากลับไปสะสางเรื่องราวยังบาร์ที่อยู่ชายขอบของสลัม สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจนั้นสลัดไม่ออก ต่อให้เป็นการกระทำไปโดยสัญชาตญาณดิบเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นก็เป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับผู้หญิงครั้งแรกของตัวเอง ทั้งในโลกใบเก่าและโลกใบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยวางออกไปได้ง่ายดายนัก

อย่างน้อย ๆ เดวิดก็ต้องการจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายนั้นไม่เป็นอะไร แล้วหลังจากนั้น เขาจะได้จากไปอย่างสบายใจ นี่คือความคิดที่อยู่ในใจของเดวิด การจะจากไปโดยไม่ได้เจอหน้าเธออีกครั้ง มันทำให้เขารู้สึกติดค้างบางอย่างอยู่ในใจแบบแปลก ๆ

อเดโอล่า? เขามัดและขังเธอเอาไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว เดวิดเลือกที่จะเดินทางมาสะสางเรื่องยุ่งยากในใจตามลำพัง

ท้องฟ้าใกล้จะสว่างแล้วตอนที่เขาหยุดตัวลงที่หน้าร้าน สายตาที่มองเห็นได้ในความมืดถูกกวาดตามองสำรวจไปรอบ ๆ อย่างพิจารณา ประสาทสัมผัสถูกส่งเข้าไปตรวจสอบภายในร้าน เธออยู่ที่นี่! แต่เดวิดก็ต้องขมวดคิ้ว ไม่ได้มีอยู่แค่คนเดียว ที่สำคัญ มีคนกำลังยิงปืนใส่เขา!

ปังง!

เดวิดใช้มือตบกระสุนที่พุ่งเข้ามาออกไปอย่างง่าย ๆ ก่อนจะต้องเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ มือของเขามีความเจ็บปวดที่ประหลาดเกิดขึ้น มันไม่เหมือนกับอาการบาดเจ็บโดยทั่วไป แต่หลังจากที่สายตากวาดมองอย่างรวดเร็วไปที่กระสุนที่ตกอยู่บนพื้น ทุกอย่างก็สมเหตุสมผลขึ้นมานั่นที มันเป็นกระสุนที่ทำมาจากเงินบริสุทธิ์!

และนี่ไม่ใช่การลอบโจมตีเดียวที่เกิดขึ้น เดวิดขยับร่างออกไปทางซ้ายเล็กน้อย พาใบหน้าของตัวเองให้พ้นวิถีที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วของลูกศร ก่อนจะยกมือขึ้นคว้ามันเอาไว้ในมือ ความเจ็บปวดแบบเดิมเกิดขึ้นมาอีกครั้ง มันทำให้เขาต้องขมวดคิ้วครุ่นคิด

“อืม? ยังมีจุดอ่อนอยู่เหมือนเดิมสินะ!” เดวิดพึมพำเบา ๆ อยู่ในหัว ลูกศรนี้ก็ทำมาจากเงินบริสุทธิ์ ดูเหมือนว่าร่างมนุษย์หมาป่าของเขาจะแพ้เงินเช่นเดียวกับตำนานที่กล่าวขานกันอยู่ในโลกใบเก่า แค่สัมผัสเข้ากับมัน ผิวหนังบนร่างกายก็เริ่มไหม้เสียหายไปทีละน้อย

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น บาดแผลเริ่มสมานตัวกลับมาพร้อม ๆ กันไปด้วย รอยยิ้มน้อย ๆ ผุดออกมาจากปากของเดวิด นี่มันช่วยได้ไม่น้อยเลย

และระหว่างที่เขาใช้เวลาสนใจอยู่กับมือของตัวเอง เสียงของชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันเป็นการส่งเสียงห้ามไม่ให้การโจมตีที่พร้อมอยู่แล้วถูกปล่อยออกมา

“พอแล้ว! ทดสอบกันแค่พอหอมปากหอมคอก่อน!” พร้อม ๆ กับเสียงที่ดังขึ้น ร่างของชายคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากมุมมืดทางด้านข้างร้าน ก่อนที่คนอื่น ๆ จะทยอยเดินตามออกมา พวกเขามีทั้งหมด 5 คน ในมือนั้นถืออาวุธอยู่อย่างเตรียมพร้อม

เดวิดโยนลูกศรเงินในมือลงพื้น ก่อนจะเอ่ยออกไปเรียบ ๆ “ในที่สุดก็ออกมาแล้วสินะ”

คนกลุ่มนี้อยู่ในวัยกลางคนเกือบทั้งหมด มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง และหนึ่งในนั้นเป็นคนที่เขารู้จัก พ่อของอาเนนี ดูเหมือนว่าชายวัยกลางคนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มเสียด้วย

“นายมาทำอะไรที่นี่?” ทั้งเสียงและสายตาของเขานั้นเย็นชาเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่สายตาที่จะเอาไว้ใช้มองเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลย

เดวิดรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

“พวกคุณเป็นนักล่า!?”

“นักล่ามนุษย์หมาป่า!!” เสียงของหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ในกลุ่มดังยืนยันออกมา ทั้งน้ำเสียงและหน้าตาเย็นชาไม่ต่างจากพ่อของอาเนนีนัก

ไหล่ของเดวิดถูกยักอย่างไม่ยี่หระอะไรนัก พวกเขาจะเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองอยู่แล้ว เขามาที่นี่ก็เพื่อจะสะสางธุระส่วนตัวเท่านั้น

“ผมอยากเจอเรดธอร์นเสียหน่อย อยากจะบอกลาก่อนจะออกเดินทาง” เดวิดบอกวัตถุประสงค์ของตัวเองออกไปตามตรง

“พวกเราได้ยินมาว่าแกจับตัวเจ้าหญิงหมาป่าเอาไว้ได้!” ชายอีกคนโพล่งออกมาเสียงดัง ก่อนจะกล่าวเงื่อนไขออกมาต่อทันที

“ส่งตัวเธอมาให้พวกเรา แล้วนายจะได้เจอกับอาเนนี ถ้าเธอยอมก็พาตัวไปกับนายด้วยเลยก็ได้”

คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของเดวิดเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย มันดูเคร่งเครียดจริงจังขึ้น

“อ้อ! ที่แท้พวกคุณกำลังลังรอผมอยู่นี่เอง รู้ได้ยังไงล่ะว่าผมจะกลับมา?” เขาเข้าใจเรื่องราวส่วนใหญ่ได้ นี่คือส่วนที่ยังสับสนอยู่

แม้แต่ตัวของเดวิดเองยังไม่แน่ใจเลยว่าจะกลับมา แต่ท่าทางของคนกลุ่มนี้มั่นใจเป็นอย่างที่สุด มีการเตรียมรอตอนรับเขาด้วยอาวุธที่พร้อมสรรพ พวกเขารู้ล่วงหน้าได้อย่างไร?

“หมาป่าที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเหล้าซิมโฟนี จิตใจและเจตจำนงจะเปราะบางและถูกกระตุ้นได้ง่าย ผู้หญิงที่ร่วมหลับนอนด้วยในระหว่างที่มึนเมาอยู่ จะถูกจดจำโดยสัญชาตญาณว่าเป็นคู่แท้ เป็นคู่ชีวิตที่แท้จริงของตัวเอง ยังไงเสียนายก็ต้องกลับมา” คนที่อธิบายออกมาคือพ่อของอาเนนี น้ำเสียงของเขาดูไม่ค่อยสบายใจนักที่ต้องพูดเรื่องนี้ออกมาเอง

แต่มันก็ทำให้เดวิดเข้าใจเรื่องราวได้อย่างสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าตัวตนในฐานะมนุษย์หมาป่าจะถูกเปิดเผยตั้งแต่แรก และเขาถูกวางกับดักตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ไม่สิ! บางทีอาจจะก่อนหน้านั่นอีกด้วยซ้ำ

ไม่น่าแปลกใจที่สัญชาตญาณของมนุษย์หมาป่าจะหลุดจากการควบคุมของเดวิดในวันนั้น ภายใต้อิทธิพลของสิ่งกระตุ้นที่รุนแรง ต่อให้เขารู้ตัวก็ไม่แน่ใจว่าจะคุมสติของตัวเองได้

สีหน้าของเดวิดกลับมาเรียบเฉยเย็นชาอีกครั้งเมื่อเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ปมต่าง ๆ ที่อยู่ในใจถูกสะสางไปแล้ว

“อ้อ! แต่ถ้าให้พวกคุณรู้ว่าผมจะกลับมา ก็น่าจะรู้ด้วยสิว่าผมมีความแข็งแกร่งขนาดไหน จะเผชิญหน้ากับคนที่กล้าลักพาตัวเจ้าหญิงของมนุษย์หมาป่า ไม่กลัวตายกันหรืออย่างไร?” น้ำเสียงที่กล่าวออกไปจะแผ่วเบา แต่ผลของมันทำให้บรรยากาศนั้นตึงเครียดขึ้นเป็นอย่างมาก จิตสังหารเริ่มถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายอย่างช้า ๆ เดวิดไม่ชอบถูกคนวางแผนใส่ ไม่ชอบการที่ต้องกลายเป็นตัวตลก มันทำให้เขาโกรธ!

แม้ว่าท่าทางจะเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อม แต่สีหน้าของอีกฝ่ายยังมีรอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏอยู่ และเพิ่มขยับตัวเปิดเป็นช่องว่างให้ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านเข้ามา

อาเนนี! เรดธอร์น! ไม่ว่าเธอจะมีชื่อจริง ๆ ว่าอะไร แต่ตอนนี้บนใบหน้าที่สวยงามนั้นกำลังแดงระเรื่อ และรอยยิ้มที่ประดับอยู่เป็นรอยยิ้มที่แสดงความเขินอาย

“ที่รัก!”

คำเรียกขานสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากปากของเธอทำให้เดวิดตัวแข็ง จิตสังหารของเขาสลายหายไปในพริบตา อารมณ์ห่วงหาอาวรณ์และหลงไหลพุ่งพรวดขึ้นในพริบตา สีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของคนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก เขาตอบกลับไปอย่างไม่รู้ตัว

“ที่รัก!...”

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 329 - นักล่ามนุษย์หมาป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว