- หน้าแรก
- พวกนายรักนางเอกก็รักไป ฉันขอตัวร้ายก็แล้วกัน
- บทที่ 9 เสิ่นจินฮวนขอสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตน
บทที่ 9 เสิ่นจินฮวนขอสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตน
บทที่ 9 เสิ่นจินฮวนขอสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตน
บทที่ 9 เสิ่นจินฮวนขอสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตน!
"ผู้อาวุโสหกอยู่หรือไม่?"
อวิ๋นชิงเหยาผลักประตูเข้ามา เห็นเสิ่นจินฮวนกำลังฝึกเคล็ดวิชาคลื่นครามเก้าทบอยู่ในลานเรือน
เมื่อเห็นเสิ่นจินฮวนสวมชุดศิษย์สายตรง อีกทั้งเนื้อตัวยังสะอาดสะอ้านกว่าแต่ก่อน คิ้วเรียวสวยของนางก็ขมวดมุ่น
ผู้อาวุโสหกบอกชัดเจนว่าจะพาเสิ่นจินฮวนกลับมาลงโทษ แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้?
นี่มันดูเหมือนการให้รางวัลเสียมากกว่า
อวิ๋นชิงเหยาปรายตามองครู่หนึ่งก่อนจะละสายตา
วิชาคลื่นครามเก้าทบของนางบรรลุถึงทบที่เก้าแล้ว การฝึกฝนของเสิ่นจินฮวนในสายตานางจึงดูราวกับเด็กน้อยที่กำลังกวัดแกว่งแขนขาไปมาอย่างสะเปะสะปะ
ทันใดนั้น สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นโอสถและสมุนไพรวิญญาณมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะหิน ดวงตาของอวิ๋นชิงเหยาพลันเป็นประกาย
ท่านน้าหลินไม่ได้โกหกข้า!
ผู้อาวุโสหกซื้อมาให้ข้าจริงๆ ด้วย!
นางรีบวิ่งตรงไปที่โต๊ะหิน หยิบจับสมุนไพรและขวดโอสถเหล่านั้นขึ้นมาดูอย่างมีความสุข
แน่นอนว่าเสิ่นจินฮวนเห็นอวิ๋นชิงเหยา
เพียงแต่นางไม่อยากจะเสวนากับคนผู้นี้
ในสำนักปี้เซียว อวิ๋นชิงเหยาคือศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้คน และเป็นว่าที่เจ้าสำนักที่ทุกคนให้ความเคารพ
ในขณะที่นางเป็นเพียง "ตัวไร้ค่า" ที่แม้แต่อาจารย์ของตัวเองยังรังเกียจ
แม้จะทำสิ่งเดียวกัน...
เมื่ออวิ๋นชิงเหยาทำ มันคือสิ่งที่ทุกคนคาดหวังและชื่นชม
แต่เมื่อนางทำ มันกลับกลายเป็นการเลียนแบบที่น่าสมเพช
แม้จะทำผิดพลาดเหมือนกัน...
อวิ๋นชิงเหยาคือผู้กล้าหาญที่กล้ายอมรับความผิด
ส่วนนางคือคนหัวรั้นที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
นอกจากความแตกต่างทางสถานะและประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้นางเกลียดอวิ๋นชิงเหยาแล้ว
สิ่งที่เเสิ่นจินฮวนเกลียดที่สุดคือความรู้สึกว่าคนผู้นี้ช่าง "จอมปลอม"
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นชิงเหยาเพลิดเพลินกับการ "สนับสนุน" จากทุกคน แต่กลับแสร้งทำตัวสูงส่งราวกับไม่อยากได้ใคร่ดี และทำเหมือนว่าทุกคนต่างหากที่ยัดเยียดทรัพยากรเหล่านั้นให้นาง
เสิ่นจินฮวนมองดูอวิ๋นชิงเหยานั่งลงบนม้านั่งหิน เปิดขวดหยกและยกขึ้นดมกลิ่นหอมของตัวยาภายในด้วยความทะนุถนอม
ความรู้สึกสูญเสียบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกกัดกินหัวใจนาง
นางเคยคิดเข้าข้างตัวเองว่าบุรุษผู้นั้นซื้อของเหล่านี้มา... เพื่อนาง
แต่ก็อย่างว่า ทรัพยากรล้ำค่าเช่นนี้จะมีไว้ให้คนอย่างนางใช้ได้อย่างไร?
นางช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย
เสิ่นจินฮวนสูดจมูกเบาๆ
นางรู้สึกว่าเจียงหนิงในตอนนี้เลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
เมื่อก่อนเจียงหนิงเกลียดนาง ทารุณนางอย่างเปิดเผย นางจึงไม่เคยคาดหวังสิ่งใด
แต่ตอนนี้... เขาทำดีกับนางเล็กน้อย พอทำให้ชีวิตของนางเริ่มจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง เขาก็ผลักนางกลับลงไปในบ่อโคลนอีกครั้ง
เสิ่นจินฮวนตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาคลื่นครามเก้าทบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อวิ๋นชิงเหยาเห็นดังนั้น
นางไม่พูดอะไร เพียงสาละวนอยู่กับ "ทรัพยากรของนาง" ต่อไป
เจียงหนิงที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในเรือนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว
เขาเดินออกมา
ภาพที่เห็นคือดรุณีน้อยผู้สง่างามยืนอยู่กลางลาน
นางเอกของเรื่องช่างสมคำร่ำลือ หากความงามของเสิ่นจินฮวนคือความเย้ายวนชวนหลงใหล ความงามของนางเอกผู้นี้ก็คือความสูงส่งบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาวที่ไม่แปดเปื้อนธุลีโลก
เมื่อเห็นเจียงหนิง อวิ๋นชิงเหยาก็วางขวดหยกในมือลง
"ผู้อาวุโสหก ท่านน้าหลินบอกว่าท่านซื้อของเหล่านี้มาเพื่อช่วยให้ข้าบรรลุการขัดเกลาร่างกายขั้นสมบูรณ์ ใช่หรือไม่?"
เมื่อสิ้นเสียงคำถามของอวิ๋นชิงเหยา
เสิ่นจินฮวนก็หยุดชะงักการฝึกวิชาลงเช่นกัน
สองดรุณี หนึ่งสง่างาม หนึ่งเย้ายวน ต่างจ้องมองไปที่เจียงหนิงเป็นตาเดียว
เพียงชั่วอึดใจ
เสิ่นจินฮวนเป็นฝ่ายละสายตาออกมาก่อน
นางยิ้มเยาะให้กับตัวเอง
เสิ่นจินฮวน เจ้าหวังอะไรอยู่?
ของพวกนี้ใช่สิ่งที่เจ้ามีวาสนาจะได้ครอบครองหรือ?
"ไม่ใช่"
คำตอบสั้นๆ เพียงสองพยางค์ของเจียงหนิง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอวิ๋นชิงเหยาแข็งค้าง นางเริ่มมีท่าทีลนลาน
เสิ่นจินฮวนยืนนิ่งงันอยู่กับที่ด้วยความตะลึงงัน
เขาบอกว่า... ไม่ใช่
"ข้าซื้อของพวกนี้มาให้ฮวนฮวนใช้สำหรับการขัดเกลาร่างกาย"
ประโยคถัดมาทำลายความภาคภูมิใจในใจของอวิ๋นชิงเหยาจนย่อยยับ
ใบหน้างดงามของนางแดงซ่านด้วยความอับอาย
นางรีบกล่าวลาอย่างลุกลี้ลุกลน
"ผู้อาวุโสหก ท่านอาจารย์กำลังตามหาข้า ข้าขอตัวกลับก่อน"
เรือเหาะวิญญาณลำหนึ่งพุ่งทะยานผ่านยอดเขาที่หกไปอย่างรวดเร็ว
เจียงหนิงรีบนับทรัพยากรบนโต๊ะอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดสูญหาย เขาถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ขืนมีอะไรหายไป เขาคงต้องตามไปทวงคืนจากอวิ๋นชิงเหยาให้วุ่นวาย
เจียงหนิงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม "ทำไมไม่ดูแลทรัพยากรของเจ้าให้ดี? ไม่อยากขัดเกลาร่างกายแล้วรึ?"
เสิ่นจินฮวนไม่ตอบรับคำของเจียงหนิง เพียงแต่มุมปากของนางโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งความสุข
ช่วงบ่าย
เจียงหนิงหาถังไม้ขนาดใหญ่มาวางไว้ในห้องพักข้างของเสิ่นจินฮวน
เขาใส่หญ้าโลหิตวิญญาณ หญ้าโลหิตมังกร และดอกสามตะวัน สมุนไพรวิญญาณทั้งสามชนิดลงไป
จากนั้นใช้พลังปราณบดขยี้โอสถโลหิตแข็งตัวและโอสถชำระไขกระดูกจนเป็นผง แล้วเทลงในถัง
น้ำใสในถังเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทันตา
ฤทธิ์ยาอันรุนแรงเดือดพล่านอยู่ภายใน ทำให้น้ำในถังเดือดปุดๆ ราวกับกำลังถูกต้ม
เสิ่นจินฮวนชำเลืองมองด้วยความหวาดหวั่น
"ไม่ต้องกลัว"
เจียงหนิงยิ้มพลางกล่าว "ข้าปรุงน้ำยานี้ให้อยู่ในขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายเจ้าจะรับไหว
แม้จะเจ็บปวดมาก แต่เส้นชีพจรอันบอบบางของเจ้าจะไม่ถูกฤทธิ์ยาทำลายอย่างแน่นอน"
เสิ่นจินฮวนพยักหน้า
จากนั้น เจียงหนิงก็ยื่น "ก้านต้นอ้อ" ให้ท่อนหนึ่ง
นี่คือ "หลอดดูด" ที่เจียงหนิงเตรียมไว้ให้เสิ่นจินฮวน
"นี่คือ?"
เสิ่นจินฮวนเงยหน้ามองเจียงหนิง
เจียงหนิงกระแอมไอแก้เขินแล้วอธิบาย "การแช่น้ำยาปกติแค่นั่งแช่เฉยๆ ก็พอ แต่เจ้าเคยคิดไหมว่า ส่วนที่อยู่เหนือคอขึ้นไปก็นับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไม่ใช่หรือ?
ใช้ก้านต้นอ้อนี่ เวลาเจ้าดำลงไปทั้งตัว ต่อให้กลั้นหายใจไม่ได้ เจ้าก็ยังหายใจใต้น้ำได้
อาจารย์บอกแล้วว่าจะช่วยให้เจ้าบรรลุการขัดเกลาร่างกายขั้นสมบูรณ์ และอาจารย์รักษาคำพูดเสมอ"
เสิ่นจินฮวนถึงกับพูดไม่ออก
แต่ก็อดคิดตามไม่ได้ว่าสิ่งที่เจียงหนิงพูดมาก็มีเหตุผล
จริงด้วย ศีรษะก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย การขัดเกลาก็ควรจะรวมศีรษะไปด้วยมิใช่หรือ?
แล้วทำไมที่ผ่านมาทุกคนถึงเอาศีรษะโผล่พ้นน้ำตอนแช่น้ำยาด้วยล่ะ?
เมื่อเห็นสีหน้าเลื่อมใสเล็กๆ ของแม่หนูน้อย เจียงหนิงก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
นี่แหละคืออานุภาพของการผสานวิถีเซียนเข้ากับความรู้สมัยใหม่!
"เริ่มกันเลย อาจารย์จะเฝ้าอยู่หน้าประตู ถ้ารู้สึกผิดปกติตรงไหน ให้รีบตะโกนเรียกทันที"
หลังจากกำชับเสร็จ เจียงหนิงก็เดินออกจากห้องไปนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าประตู และเริ่มโคจรเคล็ดวิชาคลื่นคราม
เขาจำเป็นต้องรีบบรรลุขั้นจินตาน (แก่นทองคำ) ให้เร็วที่สุด ถึงจะมีกำลังพอที่จะปกป้องตนเองและเสิ่นจินฮวนได้
ภายในห้อง
เสิ่นจินฮวนค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้น
ไม่นานเรือนร่างบอบบางดุจหยกขาวก็ปรากฏแก่สายตา
ทว่าเรือนร่างนั้นกลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งลดทอนความงดงามลงไปไม่น้อย
เสิ่นจินฮวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบ "หลอดดูด" แล้วกระโจนลงไปในถังใบใหญ่
ฤทธิ์ยาอันร้อนแรงกัดกินผิวหนังของเสิ่นจินฮวนจนแสบซ่าน
แต่นางไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว
ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่นางเคยเผชิญมา
ภายนอกห้อง
เสียงของเจียงหนิงดังผ่านมาทางกระแสจิต เสิ่นจินฮวนจึงได้ยินชัดเจนแม้จะอยู่ใต้น้ำ
"อดทนต่อความเจ็บปวด โคจรเคล็ดการหายใจของวิชาคลื่นครามเก้าทบ ปล่อยให้ฤทธิ์ยาซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านรูขุมขน แล้วใช้ลมหายใจดูดซับและชักนำมันไปทั่วร่าง!"
เสิ่นจินฮวนคาบก้านต้นอ้อไว้ในปาก
นางนั่งยองๆ จมลงไปในถังน้ำจนมิดศีรษะ
การหายใจลำบากขึ้นเล็กน้อย แต่โชคดีที่ยังสามารถโคจรลมปราณได้
เสิ่นจินฮวนปรับจังหวะการหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ค่อยๆ รู้สึกว่าความเจ็บปวดทางกายบรรเทาลง
นี่คือการปรับตัวของร่างกาย และเป็นผลจากการทำงานของเคล็ดวิชา
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
เสิ่นจินฮวนพบว่ามีของเสียสีดำถูกขับออกมาทางรูขุมขน
วินาทีถัดมา ฤทธิ์ยาก็พุ่งเข้ากระแทกเส้นชีพจรของนางอย่างจัง
เจ็บ!
เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าครั้งใดที่ผ่านมา!
เสิ่นจินฮวนรู้สึกถึงอันตรายถึงชีวิต
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้นางอยากจะกระโจนหนีออกจากถังน้ำเดี๋ยวนี้ แต่เสิ่นจินฮวนกัดฟันข่มใจไว้
หากไม่สู้ตอนนี้ จะยอมให้คนอื่นดูถูกเหยียดหยามไปตลอดชีวิตหรือ?
เสิ่นจินฮวนขบฟันแน่น
ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเสิ่นจินฮวนแทบจะหมดสติ
นางจะตายไหม?
คงจะตายแน่ๆ ใช่ไหม?
"ฮวนฮวน? ตั้งสติไว้ ข้ารู้ว่ามันเจ็บปวดมาก แต่พรสวรรค์ของเจ้าเหนือกว่าอาจารย์ เจ้าต้องทำสำเร็จ บรรลุการขัดเกลาร่างกายขั้นสมบูรณ์ให้ได้!
เจ้าอยากจะตามหลังอวิ๋นชิงเหยาไปตลอดชีวิตอย่างนั้นรึ?"
คำพูดของเจียงหนิงเรียกสติของเสิ่นจินฮวนกลับคืนมาทันที
ใช่แล้ว นางจะตายไม่ได้ นางจะยอมแพ้ไม่ได้
นางต้องสู้เพื่อสิ่งนี้!