เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 299 - เปิดกระเป๋า

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 299 - เปิดกระเป๋า

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 299 - เปิดกระเป๋า


“หา! เธอพูดว่าอะไรนะ!” เดวิดถึงกับผงะเมื่อได้ยินความต้องการของเธอ เขาไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองนัก

“นายต้องสัญญาว่าจะหาร่างสังเคราะห์มาให้ฉันใช้! และต้องเป็นร่างสังเคราะห์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกอย่างด้วย” เฮเซลย้ำความต้องการของตัวเองออกมาอย่างอดทน ดูเหมือนว่าเธอพยายามควบคุมให้น้ำเสียงราบเรียบเหมือนเคยอยู่

คราวนี้เดวิดนิ่งเงียบไปจริง ๆ แล้ว AI ของระบบช่วยเหลือส่วนตัวเรียกร้องจะมีร่างกายแบบมนุษย์ แถมเป็นการเรียกร้องแบบมีข้อต่อรองด้วย นี่มันจะแปลกประหลาดเกินไปหน่อยมั้ย ความคิดในหัวของเขาเริ่มถูกใช้อย่างหนัก เกิดความผิดปกติขึ้นแน่ ๆ แต่เป็นที่จุดไหนเท่านั้นเอง

ในที่สุด เดวิดก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะรับปากเธอ

“ได้! ฉันให้สัญญาว่าจะ ‘พยายาม’ หาร่างสังเคราะห์แบบมนุษย์มาให้เธอ แต่ไม่รับประกันนะว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ของแบบนี้ไม่ได้หากันง่าย ๆ เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้ว” คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“อืม? ไม่มีปัญหา ตราบใดที่ตั้งใจจะทำตามที่สัญญา รอนานหน่อยก็ไม่เป็นไร” เฮเซลตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงความยินดีเล็กน้อย

“เอาล่ะ! ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลงตามนี้ แล้ววิธีเปิดกระเป๋าล่ะ? จะบอกออกมาได้หรือยัง?” เสียงของเดวิดฟังดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

“ฉันจะเป็นคนเปิดมันเอง นายแค่ต้องหาอะไรบางอย่างมาให้เท่านั้น!”

ประกายตาของเดวิดหรี่ลง หัวถูกเอียงไปด้านข้างเล็กน้อยอย่างสับสน “แล้วเธอจะเปิดมันได้ยังไง? แฮกค์ระบบเป็นแล้วอย่างนั้นหรือ? ไม่มั้ง ต่อให้ยกระดับขึ้นมาแล้ว แต่ฉันไม่เคยจำได้ว่าติดตั้งโปรแกรมอะไรพิเศษให้เธอเลยนี่” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความสงสัย

“นี่ไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูป! แต่เป็นข้อมูลที่ฉันได้รับมาจากชุดรบ ฉันเรียนรู้และพัฒนาตัวเองจากข้อมูลพวกนั้นได้ กะอีแค่การปลดล็อคพันธุกรรม มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย นายแค่ต้องหาของให้ฉันใช้เท่านั้นเอง”

เดวิดเริ่มสงสัยแล้วว่าเจ้าของคนเก่าของชุดรบนั่นใส่ข้อมูลอะไรเอาไว้บ้าง เฮเซลเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้ข้อมูลชุดนั้นมา แต่เขาสลัดความคิดเรื่องนี้ออกจากหัวไปก่อน ปากเอ่ยถามกลับไปอย่างรวดเร็ว

“ตกลง! ตกลง! บอกมาว่าต้องการอะไร?”

“ชิ้นส่วนที่มีรหัสพันธุกรรมของเจ้าของกระเป๋า ฉันจะดัดแปลงมันเพื่อหรอกระบบการตรวจสอบ”

หมัดของเดวิดกำแน่น หัวสมองขาวโพลนไปหมด ฟันถูกขบเข้าหากันจนแน่นเพื่อระงับไม่ให้โทสะที่กำลังพุ่งสูงขึ้นระเบิดออกมา

“แล้วฉันจะไปหามันมาได้ยังไง! เจ้าหมอนั่นเป็นใครฉันยังไม่รู้เลย!!”

“อย่างโง่น่า! แค่เลือดก็พอแล้ว บนเสื้อผ้าของนายน่าจะมีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ก็แค่ละลายมันในน้ำ แล้วก็เอามาทาที่แขนตรงป้ายประจำตัวแค่นั้น จะโกรธไปทำไม?”

เดวิดเหมือนกำลังจะเป็นไบโพลาร์ อารมณ์ของเขาเปลี่ยนกลับไปกลับมารวดเร็วเหลือเกิน ใช่! บนร่างกายของเขายังมีเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย โชคดีที่เดวิดทำความสะอาดไปแค่เพียงลวก ๆ เท่านั้น

เขาเริ่มขูดคราบเลือดออกมาผสมน้ำอย่างไม่รีรอ หลังจากนำมันป้ายไปที่ข้อมือซ้ายของตัวเอง เดวิดก็เฝ้ารออย่างจดจ่อ สีหน้านั้นคาดหวังไม่น้อย

“ไม่ใช่! นี่มันเลือดของผู้หญิงที่เปลี่ยนร่างเป็นเถาวัลย์ยักษ์ ไม่ใช่เลือดของผู้ชายด้วยซ้ำ” แค่ไม่ถึง 2 วินาที เสียงอันเย็นชาของเฮเซลก็รายงานออกมา

เดวิดกระพริบตาถี่ “โอ้! เอาใหม่ ๆ อ่ะ! อันนี้ล่ะใช้ได้มั้ย” เขารีบขูดคราบเลือดบนหน้าอกตัวเองออกมาผสมน้ำ ก่อนที่จะป้ายมันลงไปที่ข้อมือซ้ายอีกครั้ง แน่นอน! เขาไม่ลืมเช็ดทำความสะอาดข้อมือของตัวเองก่อนด้วย

อีกไม่ถึง 2 วินาที สมองของเดวิดก็รู้สึกมึนชาไปหมด “เจ้าโง่!! นี่มันเลือดของนายเอง” เสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราดของเฮเซลก้องอยู่ในหัวของเขา

“เฮ้อ! ไม่ต้องตะโกนได้มั้ย เสียงของเธอมันอยู่ในหัวของฉันนะรู้ตัวหรือเปล่า ให้ตายสิ! เซลล์สมองของฉันตายไปกี่เซลล์แล้วเนี่ย” เดวิดได้แค่พึมพำบ่นอุบอิบออกมา

หลังจากผิดพลาดไป 2 ครั้ง เขาก็ไม่เร่งรีบอีกต่อไป ค่อย ๆ พาตัวเองไปยืนอยู่หน้ากระจก เริ่มทบทวนความทรงจำว่าเลือดแต่ละจุดได้มาอย่างไร คราบเลือดบนร่างกายนั้นมีอยู่ไม่น้อย เดวิดไม่คิดว่าสมองของตัวเองจะทดเสียงของเฮเซลได้ ถ้าต้องทดลองจนครบทุกจุด สายตาของเขาจ้องมองไปที่รอยเลือดซึ่งติดอยู่ที่เล็บของตัวเอง จุดนี้ใช่เลือดที่กระฉูดมาจากแผลตรงหน้าอกของอีกฝ่ายหรือไม่นะ?

หลังจากขูดเลือดตรงนั้นออกมาผสมน้ำป้ายลงไปบนข้อมืออีกครั้ง เดวิดก็ทรุดตัวลงนั่งรออย่างระวังตัว เขารวบรวมสมาธิเพื่อปกป้องสมองของตัวเองอย่างเต็มที่

ดูเหมือนว่าคราวนี้จะถูกต้องแล้ว เฮเซลเงียบไปเกือบ 2 นาที ก่อนที่จะเอ่ยออกมา “อืม? ยากกว่าที่คิด แต่ก็สำเร็จจนได้ เอาล่ะ! ใช้นิ้วของนายกดปุ่มล็อคนั่นได้แล้ว ฉันแก้รหัสพันธุกรรมเพื่อหลอกมันเสร็จแล้ว”

“แน่ใจนะ?” มันเร็วเกินไปหน่อยมั้ย? เดวิดไม่ค่อยจะมั่นใจในประสิทธิภาพมากนัก เขาไม่อย่างให้สมบัติถูกทำลายลงไป

“จะเปิดหรือไม่เปิดก็เรื่องของนาย ฉันมั่นใจว่าทำสำเร็จแล้ว และนี่ถือว่าฉันทำตามสัญญาแล้วด้วย ต่อไปนายต้องพยายามหาร่างสังเคราะห์มาให้ฉันให้ได้”

“...!” เดวิดพูดไม่ออก เขากัดฟันเอาไว้แน่น ก่อนจะค่อย ๆ ส่งนิ้วออกไปกดปุ่มเบา ๆ

เสียงสีแดงวาบออกมาก่อน ตามด้วยแสงสีเขียวที่กระพริบถี่ และหลังจากนั้นอีก 4-5 วินาที ตัวล็อคก็ส่งเสียงออกมาเบา ๆ และแยกตัวออกจากกัน

ดวงตาของเดวิดเป็นประกาย สำเร็จ! แต่เขาก็ต้องรีบยื่นมือออกไปคว้ากระเป๋าเอาไว้อย่างเร่งรีบ แทนที่จะค่อย ๆ ดื่มด่ำซึมซับกับความรู้สึกนี้ เพราะเสียงของเฮเซลดังขึ้นมาอีกครั้ง

“นายมีเวลา 5 วินาทีก่อนที่มันจะระเบิด”

“อะไรนะ!?” เดวิดอุทานออกมา แต่มันช้าไปกว่ามือที่พุ่งไปเปิดประเป๋าและเทของทุกอย่างลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว เขายังมีเวลาล้วงมือกวาดเข้าไปสำรวจในกระเป๋าเสียด้วยซ้ำ และโชคดีที่ทำอย่างนั้น มันมีกล่องที่ยึดติดแน่นกับตัวกระเป๋าอยู่อีกกล่องหนึ่ง หลังจากดึงมันออกมาได้ กระเป๋าใบนั้นก็ลอยผ่านหน้าต่างขึ้นไปบนฟ้าทันที

เสียงระเบิดเบา ๆ ดังขึ้นกลางอากาศ ไม่มีประกายแสงที่สะดุดตาอะไรเกิดขึ้น อันที่จริง การระเบิดครั้งนี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่สัญจรไปมาเลยด้วยซ้ำ เดวิดเหวี่ยงมันลอยขึ้นไปได้สูงมากพอที่แรงอัดอากาศจะไม่ส่งลงมาถึงพื้นดิน เมื่อประกอบกับแสงสีเสียงอันตระการตาของป้ายโฆษณาโฮโลแกรมที่ติดอยู่เหนืออาคารต่าง ๆ อย่างหนาแน่น ไม่มีใครที่อยู่ในเมืองนี้สังเกตเห็นว่ามีอะไรระเบิดอยู่บนท้องฟ้าเลย

“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้?” เดวิดถามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด มือของเขาถูกยกขึ้นไปเช็ดเหงื่อเย็น ๆ ที่ไหลซึมออกมาจากหน้าผาก นี่มันหวุดหวิดมาก

“ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน โปรแกรมที่ใช้ล็อคกระเป๋าใบนี้สูงกว่าที่คิดไปอีกน่ะ มันตรวจสอบได้ว่ารหัสพันธุกรรมที่ใช้มีการปลอมแปลง โชคดีที่กระบวนการยืนยันต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร” เสียงตอบกลับของเฮเซลนั้นราบเรียบ

“พอสมควรกะผีนะสิ! 5 วินาทีเนี่ยนะ! ไม่สิ แค่ 4 วินาทีด้วยซ้ำ ยังดีที่ฉันไวพอ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าโดนระเบิดเข้าไปเต็ม ๆ แล้วจะเป็นยังไงบ้าง”

น้ำเสียงของเดวิดเริ่มสงบลง แต่ความโกรธยังหายไปไม่หมด เขาต้องใช้เวลาอีกครู่ในการสงบสติของตัวเองลง สายตาเริ่มจับจ้องไปที่กล่องในมือ เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าด้านในเป็นขวดบรรจุเซรัมที่มีป้ายระบุเอาไว้ว่า ‘เซรั่มกลั่นร่างกายระดับกลาง’ ประกายแห่งความตื่นเต้นยินดีเริ่มส่องแสงออกมาเจิดจ้าแล้ว

สิ่งที่อยู่ในมือเขาตอนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก เซรั่มที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของการฝึกทักษะการกลั่นร่างกาย แม้แต่ระดับต่ำเดวิดยังไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างว่าแต่ในระดับกลางอย่างนี้เลย

บนป้ายยังมีข้อความเตือนเป็นสีแดงแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด ‘ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนทักษะการกลั่นร่างมาก่อน’ เป็นการเตือนที่สมเหตุสมผล และมันน่าจะเกี่ยวกับความทนทานของร่างกายที่จะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงอันมหาศาลหลังจากใช้เซรั่มนี้เข้าไป

แต่ในป้ายมีระบุทั้งหมดอยู่เท่านี้ ไม่มีการระบุวันที่ผลิต ชื่อของผู้ผลิต หรือตราประทับรับรองอะไรเลย เดวิดขมวดคิ้วแน่น กลายเป็นว่านี่เป็นเซรั่มเถื่อนอย่างนั้นหรือ มันถูกแบน? หรือว่ายังไม่ได้รับการรับรองผล?

เขาส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา ปิดฝากล่องแล้วเก็บมันลงกระเป๋าไปอย่างเงียบ ๆ มันคงต้องเอากลับไปตรวจสอบก่อนถึงจะกล้าใช้งาน สายตาหันกลับไปจ้องมองสิ่งของที่วางระเกะระกะอยู่บนเตียง เอื้อมมือไปหยิบกล่องโลหะสีน้ำตาลมาเปิดดู เมื่อแต่ใจว่าแก่นพันธุกรรมยังนอนนิ่งอยู่ในนั้น เดวิดก็แยกมันเอาไว้ต่างหาก เขาคิดจะใช้มันในภายหลัง

สายตายังกวาดมองอยู่บนเตียงอย่างพิจารณา เดวิดยังจำเสียงร้องอย่างสิ้นหวังของจาเร็ดเมื่อรู้ว่ากระเป๋าเป้หลุดจากตัวได้ ในนี้ต้องมีของสำคัญอย่างยิ่งเก็บเอาไว้อย่างแน่นอน ต้องไม่ใช่เซรั่มเถื่อน หรือแก่นพันธุกรรมของพยัคฆ์ปีกดำแน่ พวกมันเป็นสิ่งของที่มีค่า แต่ไม่ได้สูงล้ำอะไรขนาดนั้น ถ้าเทียบกับความร่ำรวยของเจ้าเด็กนั่น

หรือว่าจะเป็นคอลเลคชั่นชุดชั้นในผู้หญิงพวกนี้ ไม่น่า! สีหน้าของเดวิดเริ่มกลายเป็นมืดดำแล้ว หวังว่าเจ้าโรคจิตนั่นจะไม่ถือว่าชุดชั้นในพวกนี้เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตนะ บางตัวเหมือนกับถูกสวมใส่มาแล้วเสียด้วยซ้ำ เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าจะเก็บเอาไว้ทำไม

หลังจากที่เขี่ยพวกมันลงจากเตียงไปทั้งหมดแล้ว เดวิดก็คิดว่าตัวเองพบกับสิ่งที่ตามหาแล้ว มันเป็นกุญแจโลหะที่สร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรบรรจง แม้ว่าสภาพจะดูเก่าและมีสนิมเกาะอยู่บ้างเล็กน้อย แต่แสงสีทองยังส่องประกายแวววาวออกมาให้เห็น ดูด้วยสายตาก็รู้แล้วว่ามันมีความพิเศษอย่างยิ่ง เขาแทบจะละสายตาจากมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ กุญแจดอกนี้มีอำนาจดึงดูดใจอย่างประหลาด...

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 299 - เปิดกระเป๋า

คัดลอกลิงก์แล้ว