เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 273 - ร่างเงิน

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 273 - ร่างเงิน

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 273 - ร่างเงิน


แค๊ก! แค๊ก!

เสียงไอที่ค่อนข้างดังทำลายความเงียบสงบของผืนป่าขึ้นมา มันทำให้นกและสัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยที่วนเวียนอยู่ในบริเวณนั้นเผ่นหนีกันอย่างวุ่นวาย

เดวิดยกมือขึ้นมาเช็ดปากอย่างมึนงง เขารู้สึกตัวหลังจากที่ไอออกมาอย่างหนัก 2-3 ครั้ง สติการรับรู้นั้นยังอยู่ในสภาพที่สับสนวุ่นวาย มันต้องใช้ระยะเวลาสักครู่หนึ่งเลยก่อนที่ภาพความทรงจำก่อนสิ้นสติลงไปจะกลับคืนมา

เดวิดกัดฟันเพื่อเตรียมตัวรับความเจ็บปวด ก่อนจะค่อย ๆ ยันร่างให้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง และก็ต้องขมวดคิ้วแน่นอย่างสับสนอีกครั้ง เพราะมันไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ เกิดขึ้นเลย เขาก้มหน้าลงมองสำรวจร่างกายอย่างช้า ๆ เพื่อที่จะพบว่าตัวเองนั้นนอนร่างเปลือยเปล่าอยู่กับพื้น และบาดแผลทั้งหมดในร่างกายฟื้นฟูกลับคืนมาเป็นปกติทั้งหมดแล้ว

ด้วยความประหลาดใจ เขารีบลุกขึ้นยืนเพื่อสำรวจร่างกายอย่างละเอียด ขาทั้ง 2 ข้างอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แขนทั้ง 2 ข้างก็เช่นกัน มันขยับได้อย่างคล่องแคล่ว กระดูกที่แหลกละเอียด กล้ามเนื้อที่ฉีกขาดหลุดลุ่ย นิ้วที่บิดงอเสียรูป ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ผิวหนังทั่วร่างกายดูจะเรียบเนียนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

และเมื่อมองย้อนลงไปยังตำแหน่งที่ตัวเองเคยนอนอยู่ เดวิดก็พบว่ามีรอยไหม้เกรียมเป็นรูปตัวคน พร้อมกับมีเศษขี้เถ้าบางส่วนติดอยู่บนนั้น

“ไฟไหม้อย่างนั้นหรือ? เผาเสื้อผ้าไปหมด? แล้วทำไมเราไม่เป็นอะไร? แผลไปไหน? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?” คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว เขาสับสนกับสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้มากเหลือเกิน

ที่เดวิดรู้อยู่แก่ใจก็คือ นี่ไม่ใช่พลังการฟื้นฟูร่างกายของร่างแวมไพร์หรือร่างมนุษย์หมาป่าแน่ ตอนที่หมดสติลงไป เขาไม่มีพลังงานอยู่ในร่างกายเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เดวิดหวังเอาไว้ก่อนหน้านั้นเป็นเพียงการตื่นมาในสภาพที่แห้งกรัง และเตรียมที่จะดิ้นรนหาแหล่งพลังงานมาเพิ่มให้กับตัวเอง อาจจะเป็นเลือดในตัวของศพฝ่ายตรงข้าม ถ้าเกิดโชคดีสังหารอีกฝ่ายลงได้ และต่อให้เขาดูดเลือดของอีกฝ่ายมาจนหมดตัว มันก็ไม่น่าจะมีพลังงานเพียงพอให้ซ่อมแซมตัวเองกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ถึงขนาดนี้ได้ ไม่มีทาง! เดวิดรู้ความสาหัสของอาการบาดเจ็บในร่างกายตัวเองดี

ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้มากที่สุด! มีคนมาช่วยเหลือเขา มีคนใส่พลังงานมหาศาลใส่เข้ามาในร่างกาย อาจจะเป็นลูกแก้วจีโนม หรือเซรั่มที่ทรงพลังอะไรสักอย่าง ที่มันมีพลังงานมากพอที่จะทำให้ร่างแวมไพร์ฟื้นฟูตัวเองกลับมา ถ้าไม่ใช่แบบนี้ เดวิดก็คิดไม่ออกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เขาหันมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างเป็นกังวล โลกใบนี้ไม่มีคนใจดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตากรุณา เดวิดตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้นานพอจนที่จะรู้ว่าไม่มีอะไรได้มาเปล่า ๆ เลย ถ้ามีคนที่มาให้ความช่วยเหลือเขาจริง ๆ ใครคนนั้นต้องกลับมาเก็บค่าตอบแทนกลับไปอย่างแน่นอน

แล้วสายตาของเดวิดก็สะดุดอยู่ที่เศษเสื้อผ้าบนพื้น เมื่อเดินเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็นเสื้อผ้าที่คุ้นตา มันน่าจะเป็นของชายวัยกลางคนที่ไล่ล่าเขาคนนั้น ‘แล้วคนล่ะ? ยังไม่ตาย? ทำไมทิ้งเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเอาไว้?’

หลังจากที่มองสำรวจรอบ ๆ อย่างละเอียด เขาก็พบกับกระดูกที่ถูกกัดแทะกระจัดกระจายไปทั่ว ‘ตายแล้ว นี่น่าจะเป็นฝีมือของพวกสัตว์บางชนิด แล้วทำไมฉันถึงไม่โดนพวกมันรุมแทะ?’

“เฮเซล!” เดวิดร้องเรียกที่พึ่งสุดท้าย เธอน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดตอนที่เขาหมดสติไป

ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา นี่ทำให้เดวิดเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว

“เฮเซล!!” เขาแตะนิ้วลงไปที่ข้อมือซ้าย 3 วินาที พร้อมกับตะโกนเรียกเสียงดังออกมา

“เดวิด! นายฟื้นแล้ว!... เอ๋ ทำไมไม่เป็นอะไรเลย?” เสียงตอบรับที่คุ้นเคยของเฮเซลดังขึ้นมา และดูเหมือนว่าเธอจะประหลาดใจกับสภาพร่างกายในปัจจุบันของเดวิดเป็นอย่างมาก

“เป็นไปได้ยังไง? มันเกิดอะไรขึ้น?” เสียงพึมพำอย่างสับสนดังออกมาอีก หลังจากที่เดวิดสามารถสังหารชายวัยกลางคนลงได้แล้ว เฮเซลได้พยายามส่งเสียงเตือนให้เดวิดรักษาสติเอาไว้ให้ได้ แต่มันก็ไม่เป็นผล และในเมื่อหัวใจของเขายังคงเต้นอยู่แม้จะเพียงแผ่วเบา เธอก็ได้แต่ทนรอให้เดวิดฟื้นคืนสติขึ้นมาเองเท่านั้น

“ไม่ใช่ว่าฉันต้องเป็นคนถามเธออย่างนั้นหรือว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันที่เกือบจะตายอยู่แล้วถึงได้ฟื้นขึ้นมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบนี้” เดวิดเอ่ยถามออกไป พร้อมกับหยิบเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นบนพื้นมาสะบัดและใช้มันปกปิดร่างกายอย่างลวก ๆ

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันโดนรบกวนอย่างรุนแรงด้วยอะไรบางอย่าง มันเหมือนจะเป็นสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทรงพลัง มันบังคับให้ระบบปิดตัวเองลงไป ฉันเพิ่งเปิดตัวเองขึ้นมาใหม่ตอนที่นายเรียกนี่แหละ” เฮเซลอธิบายออกมายาวเหยียด

“การรบกวนที่รุนแรง?” เดวิดพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ความเป็นไปได้ที่จะมีคนมาช่วยเหลือเขานั้นสูงมากขึ้นไปอีก

เดวิดรีบสั่งให้เฮเซลเปิดระบบตรวจสอบทุกอย่างที่มี และตระเวนหาเบาะแสที่อาจจะหลงเหลือไปรอบบริเวณทันที ก่อนจะต้องถอดใจหลังจากใช้เวลาตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดไปเนิ่นนาน คนที่มาช่วยเขาระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรให้เดวิดสืบหาต่อได้เลย ดูเหมือนว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนหน้านี้ด้วย แม้แต่ร่องรอยการต่อสู้ก็เลอะเลือนไปเกือบหมดแล้ว

ในเมื่อไม่มีเบาะแสร่องรอยอะไรให้สาวต่อ เดวิดก็ได้แต่ปล่อยมันไป และหันมาตรวจสอบสภาพร่างกายของตัวเองอย่างละเอียดอีกครั้ง ภายนอกนั้นสมบูรณ์แบบเป็นปกติดี และความรู้สึกของเขาก็บอกว่ากล้ามเนื้อ เส้นเลือด กระดูก และอวัยวะภายในก็กลับมาอยู่ในสภาพปกติแล้ว

แต่เดวิดยังไม่วางใจนัก และเลือกที่จะลองเพิ่มอัตราการหมุนเวียนเลือดในร่างกายเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง เขาต้องการที่จะแน่ใจว่ามันไม่มีผลตกค้างอะไรที่เป็นอันตรายซ่อนอยู่

เลือดในร่างกายสูบฉีดแรงขึ้นเรื่อย ๆ เดวิดเริ่มเร่งความเร็วให้เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะพบว่าการหมุนเวียนนั้นสะดวกราบรื่นเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก เขาจึงเร่งความเร็วขึ้นไปที่จุดสูงสุด 320 รอบต่อนาที และก็พบว่ามันราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้น! มันยังไม่ใช่ขีดจำกัด เดวิดรู้สึกตัวได้ทันทีว่าอัตราหมุนเวียนเลือดในร่างกายสามารถพุ่งทะลุขีดจำกัดเดิมขึ้นไปได้อีก

อันที่จริง เขาคิดจะหยุดการตรวจสอบลงเพราะแน่ใจแล้วว่าร่างกายนั้นปกติดี แต่ความรู้สึกบางอย่างกระตุ้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันเป็นสัญญาณที่ส่งออกมาจากส่วนลึกที่สุดในร่างกาย และมันทำให้เดวิดตัดสินใจเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกอย่างต่อเนื่อง

ไม่มีขีดจำกัด! อัตราการหมุนเวียนของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่คิดว่าเป็นจุดสูงสุดแล้ว ความรู้สึกภายในร่างกายจะคอยกระตุ้นให้เดวิดหมุนเวียนเลือดต่อไป ขีดจำกัดถูกทำลายติดต่อกันไปทีละขั้นอย่างช้า ๆ

การหมุนเวียนเลือดในร่างกายของเขานั้นเงียบสนิท มันไม่มีเสียงกระแสเลือดที่ถูกสูบฉีดดังขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือสิ่งที่น่าตกใจและแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง แต่ดูเหมือนว่าเดวิดที่กำลังตกในภวังค์จะไม่ได้สังเกตถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

เขายังมุ่งมั่นหมุนเวียนเลือดในร่างกายด้วยอัตราเร่งที่คงที่ จนในที่สุด พลังงานความร้อนที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้นมาจากส่วนลึกของร่างกาย เริ่มแทรกซึมเข้ามาสู่กระแสเลือด และหมุนเวียนกระจายออกไปสู่อวัยวะและกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ส่งผลให้ตลอดทั้งร่างกายนั้นสั่นไหว ของเหลวสีดำไหลออกมาตามรูขุมขน ก่อนที่จะแห้งและหลุดร่วงออกไปพร้อมกับผิวหนังที่ผลัดตัว เสียงผิวหนังปริแตกค่อย ๆ ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง สีทองแดงเริ่มเป็นประกายออกมาจากรอยแยกของผิวหนังที่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับความรู้สึกเจ็บปวดที่ค่อย ๆ สะสมมากขึ้นไปพร้อมกัน

เดวิดได้แต่ทนรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนี้เอาไว้ กระแสเลือดอันร้อนแรงยังหมุนเวียนต่อเนื่องไม่สิ้นสุด เขารู้ดีว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลดีต่อความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้สมาธิยังคงจดจ่ออยู่กับการควบคุมการหมุนเวียนเลือด เดวิดไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเวลานั้นผ่านไปเท่าไร ไม่รู้ตัวว่าผิวสีทองแดงนั้นผลัดผิวหนังธรรมดาออกไปจนหมด และตัวของมันเองก็เริ่มแตกร้าวเผยให้เห็นประกายสีเงินทอออกมาตามรอยแยกแล้วเช่นกัน

กระบวนการนี้กินเวลาอยู่ถึง 3 วัน ในที่สุดผิวสีทองแดงชิ้นสุดท้ายก็หลุดร่อนออกจากร่างของเขา สีเงินที่ทอประกายสะท้อนแสงจันทร์ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกาย แต่สมาธิของเดวิดไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงภายนอกนี้เลย มันตั้งมั่นอยู่กับขุมพลังอันมหาศาลที่กำเนิดขึ้นในร่างกาย และไหลเวียนอย่างรวดเร็วไปตามกระแสเลือด มันให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย

อากาศรอบตัวเขาบิดตัวอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ร่างเงินปรากฏตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ พลังงานที่รุนแรงเริ่มแผ่กระจายออกมาจากผิวหนังที่ทอประกายเจิดจ้าอย่างต่อเนื่อง มันทรงพลังเสียจนกระทั่งยกตัวของเดวิดให้ลอยขึ้นจากพื้น และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ภายในหัวของเขาก็กลายเป็นขาวโพลน พลังทั้งหมดเหมือนจะหายไปอย่างฉับพลัน ร่างของเดวิดตกลงมากระแทกพื้นพร้อมกับสติที่ขาดห้วงไปในพริบตา

........

เมื่อเดวิดลืมตากลับขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่แปลกประหลาดที่ล้อมรอบไปด้วยดวงดาวที่เปล่งแสงทอเป็นประกาย

‘ไม่ใช่! นี่มันไม่ใช่ดวงดาว นี่มันเส้นสายดีเอ็นเอใช่มั้ย?’ เดวิดพึมพำอยู่ในหัวอย่างตกตะลึง

หลังจากกวาดสายตาไปรอบตัวเพื่อพิจารณาอย่างละเอียด เขาก็แน่ใจในที่สุด ที่นี่คือ ‘โครงข่ายดีเอ็นเอ’ ของตัวเอง

เท่าที่เดวิดรับรู้มา หลังจากที่กระตุ้นศักยภาพทางพันธุกรรมจนยกระดับขึ้นมาถึงระดับเฟสเซอร์ได้ เส้นสายดีเอ็นเอที่แยกกันอยู่เป็นโครโมโซมต่าง ๆ จะเชื่อมโยงสร้างเป็นโครงข่ายขึ้นมา และข้อมูลที่ถูกบันทึกเก็บเอาไว้ในนั้น จะสามารถถ่ายทอดออกมาให้เจ้าของร่างกายรับรู้ได้

นี่เป็นความแตกต่างที่ทำให้สไปรเยอร์แทบจะไม่สามารถเอาชนะเฟสเซอร์ได้ มันสามารถปลดปล่อยพลังพันธุกรรมอันทรงพลัง ทักษะพิเศษ และยกระดับปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายได้อย่างมหาศาล

การใช้เซรั่มพันธุกรรมของสไปรเยอร์ไม่เพียงแต่จะเป็นการผสานยีนที่ต้องการเข้าไปเท่านั้น มันยังกระตุ้นให้เส้นสายดีเอ็นเอเชื่อมโยงกันเพื่อให้สามารถรองรับยีนแปลกปลอมที่ทรงพลังได้ สไปรเยอร์บางคนต้องกระตุ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก โครงข่ายดีเอ็นเอถึงจะเผยตัวออกมาให้เห็นได้

เดวิดรู้สึกประหลาดใจที่โครงข่ายดีเอ็นเอของตัวเองก่อตัวขึ้นมาแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ ถึงแม้ว่าผู้ฝึกฝนทักษะระดับมรดกสืบทอดจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้โดยไม่ต้องใช้ยีนภายนอกเข้ากระตุ้น แต่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะผ่านเงื่อนไขที่ต้องการ ไม่มีต้นแบบโครงข่ายดีเอ็นเอให้เลียนแบบ และที่สำคัญ ไม่มีการกระตุ้นจากพลังพันธุกรรมของผู้ฝึกฝนมรดกสืบทอดเดียวกันมากระตุ้น

แล้วโครงข่ายดีเอ็นเอของเขาก่อตัวขึ้นได้อย่างไร?

วิธียกระดับตัวเองให้เป็นเฟสเซอร์ของผู้ฝึกฝนมรดกสืบทอด ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสที่ฝึกฝนมรดกเดียวกันมาชี้นำ ใช้พลังพันธุกรรมจากภายนอกช่วยจำลองโครงข่ายดีเอ็นเอที่ถูกต้องให้ นี่เป็นวิธีเดียวในการฝึกฝนมรดกสืบทอด เป็นวิธีเดียวที่รู้กันอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีวิธีอื่นใดอีก

นี่เป็นสาเหตุให้ 9 ตระกูลใหญ่ที่ครอบครองมรดกสืบทอดวางใจ ไม่ได้กังวลใจหรือรีบร้อนกำจัดผู้ที่ลอบฝึกฝนทักษะมรดกสืบทอดของพวกเขา หรือแม้แต่มรดกสืบทอดชนิดอื่น เพราะถ้าไม่มีความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ คนผู้นั้นจะเป็นได้แค่สไปรเยอร์ไปจนตลอดชีวิต

และนั่นไม่สามารถที่จะคุกคามอะไรพวกเขาได้เลย...

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 273 - ร่างเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว