เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ปิดกล้อง “สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่”!

บทที่ 14 ปิดกล้อง “สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่”!

บทที่ 14 ปิดกล้อง “สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่”!


“ดูเหมือนจ้าวโย่วถิงจะไม่ใช่แค่พักผ่อนน้อยหรอกนะ แต่เป็นเพราะโดนแรงกดดันจากหลินเฉียงจนเสียกระบวนท่าไปเลยต่างหาก!”

“พวกเธอไม่เห็นเหรอกลุ่มนักแสดงรุ่นใหญ่พวกนั้นยังตัวสั่นตอนอยู่ต่อหน้าหลินเฉียงเลย? พวกเขาเล่นเป็นตัวประกอบ การเกรงบารมีมหาเทพตงหัวน่ะพอเข้าใจได้ แต่เย่หัวเป็นถึงองค์รัชทายาทนะ จะทำตัวเป็นพวกไร้น้ำยาแบบนั้นได้ยังไง?”

“เมื่อกี้ฉันไม่ทันสังเกตเลย! นึกว่านักแสดงรุ่นใหญ่พวกนั้นเล่นเก่งกันเอง ที่ไหนได้... เป็นเพราะหลินเฉียงส่งอารมณ์ให้ล้วนๆ!”

“อาจารย์เจียงข่ายเป็นถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ตัวท็อป พอเข้าฉากกับหลินเฉียง ออร่ายังดูหมองกว่าตั้งเยอะ...”

เหล่าทีมงานในกองถ่ายเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงดัง คนพวกนี้อยู่กับกองถ่ายมานาน ย่อมมีสายตาที่เฉียบคม เมื่อจ้าวโย่วถิงได้ยินคำพูดเหล่านั้นเขาก็รู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี โชคดีที่หยางมี่ก้าวเข้ามาช่วยประกาศพักกองครึ่งชั่วโมงเพื่อช่วยกู้หน้าให้เขา

ครึ่งชั่วโมงต่อมา...

การถ่ายทำเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่เพราะฟอร์มที่ย่ำแย่ของจ้าวโย่วถิง ฉากสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีกลับต้องใช้เวลาถ่ายทำทั้งวันกว่าจะผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิว ผู้กำกับหลินอวี้เฟินประกาศเลิกกองตอนเที่ยงคืน ซึ่งถึงตอนนั้นคนทั้งกองถ่ายต่างพากันหัวเสียและแอบด่าบรรพบุรุษจ้าวโย่วถิงกันถ้วนหน้า

ในทางกลับกัน ทุกคนมองหลินเฉียงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“อาจารย์หลินเฉียงสุดยอดจริงๆ!”

“พนักงานส่งอาหารนี่เป็นกลุ่มคนมหัศจรรย์จริงๆ แฮะ!”

“ทั้งหล่อทั้งเก่ง!”

แม้ผลงานก่อนหน้านี้ของหลินเฉียงจะดีมาก แต่ก็ยังมีคนแอบกังขาว่าเขาจะข่มพวกนักแสดงรุ่นใหญ่ไม่อยู่ แต่หลังจากวันนี้ ทุกคนประจักษ์แล้วว่าทักษะการแสดงของหลินเฉียงนั้นแข็งแกร่งเพียงใด! เสียงสบประมาทกลายเป็นคำชมเชยในทันที

‘ดูเหมือนการยืนยันที่จะเปลี่ยนตัวเกาเหว่ยกวงจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดจริงๆ’ หยางมี่รู้สึกโชคดีอย่างมาก หลินเฉียงทั้งหล่อและเก่งแบบนี้ อีกไม่นานเขาต้องโด่งดังเป็นพลุแตกในวงการแน่ๆ

หยางมี่เริ่มชั่งใจว่าควรจะเซ็นสัญญาดึงหลินเฉียงเข้าสังกัด ‘เจียสิงเอนเตอร์เทนเมนต์’ เลยดีไหม เพราะเมื่อซีรีส์ออกอากาศไป คู่แข่งที่จ้องจะชิงตัวเขาต้องมีเพียบแน่นอน แต่พอคิดอีกที... ถ้าเซ็นหลินเฉียงเข้ามา พวกเขาก็ต้องทำงานในบริษัทเดียวกัน เจอหน้ากันทุกวัน และด้วยสมรรถภาพทางกายอันล้นเหลือของหลินเฉียง ถ้าเขาเกิดนึกอยากจะ ‘จัดหนัก’ ขึ้นมาทุกวัน ร่างกายเล็กๆ ของเธอจะรับมือไหวได้ยังไง? เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางมี่จึงรีบพับโครงการเซ็นสัญญาหลินเฉียงเก็บเข้าลิ้นชักทันที

...

คืนนั้น ในห้องพักโรงแรม จ้าวโย่วถิงมองเกาหยวนหยวนด้วยสายตาละห้อย “ที่รัก คุณจะไปคืนนี้เลยเหรอ?”

เกาหยวนหยวนพยักหน้า “ใช่ค่ะ พอดีบริษัทเพิ่งรับงานซีรีส์เรื่องใหม่ให้ฉัน พรุ่งนี้เที่ยงต้องไปรายงานตัว ถ้าไม่ไปตอนนี้จะไม่ทันเอา”

จ้าวโย่วถิงถอนหายใจ “งั้นเดินทางปลอดภัยนะ ถึงแล้วโทรบอกผมด้วย”

เกาหยวนหยวนยิ้มหวาน “ค่ะ คุณตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวพอปิดกล้องฉันจะกลับมาร่วมงานเลี้ยงฉลองกับคุณอีกที”

หลังจากเกาหยวนหยวนนั่งแท็กซี่ออกไปได้ไม่ถึงสิบนาที ผู้ช่วยสาวสวยของจ้าวโย่วถิงก็แอบย่องเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ

“พี่โย่วถิง ภรรยาพี่ไปแล้วเหรอคะ?” ผู้ช่วยสาวถามอย่างระมัดระวัง

“เพิ่งไปเมื่อกี้เอง” จ้าวโย่วถิงตอบส่งๆ “บ้าจริง ไอ้หลินเฉียงนี่มันโผล่มาจากไหนกันแน่ ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย!”

เขาสบถออกมาด้วยความแค้นใจ พลางนึกถึงความขายหน้าในกองถ่ายวันนี้ ผู้ช่วยสาวที่อยู่ดูเหตุการณ์ทั้งวันย่อมรู้ดีว่าจ้าวโย่วถิงกำลังหัวเสียเรื่องอะไร เธอจึงขยับเข้าไปใกล้พลางออดอ้อน “พี่โย่วถิงอย่าโกรธเลยนะคะ เดี๋ยวฉันช่วยทำให้พี่หายเครียดเอง”

...และผ่านไปเพียง 120 วินาที ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ

...

หลังจากนั้น การถ่ายทำ ป่าท้อสิบหลี่ ก็ดำเนินไปอย่างลื่นไหล เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนจนถึงวันถ่ายทำฉากสุดท้าย

หลินอวี้เฟินถือโทรโข่งประกาศด้วยความตื่นเต้น

“ฉันขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า... ซีรีส์ สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ ปิดกล้องแล้ว!”

“ไชโย! ปิดกล้องสักที!”

“ในที่สุดก็ได้พักแล้ว!”

เหล่าทีมงานต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ

หยางมี่ยิ้มกว้างพลางประกาศ “คืนนี้ฉันจะเป็นเจ้ามือจัดเลี้ยงฉลองที่โรงแรมคุนหยวน ทุกคนต้องไปให้ได้นะ!”

...

เย็นวันนั้น ณ โรงแรมคุนหยวน

เหล่านักแสดงนำนำโดยหยางมี่, หลินเฉียง, เร่อปา, จ้าวโย่วถิง, เจียงข่าย และผู้กำกับหลินอวี้เฟิน นั่งรวมกันอยู่ที่โต๊ะใหญ่ หลินเฉียงแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเกาหยวนหยวน ซึ่งไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือน มาร่วมงานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ด้วย เธอส่งยิ้มหวานให้ทันทีที่เห็นเขามองไป

“ขอบคุณทุกคนมากที่ทุ่มเทกันมาตลอด มาค่ะ ฉันขอชนแก้วกับทุกคนหน่อย” หยางมี่ในฐานะประธานเจียสิงลุกขึ้นกล่าวเปิดงาน

ทุกคนต่างยกแก้วขึ้นชนกันอย่างครึกครื้น บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายเพราะงานเสร็จสิ้นลงแล้ว หลังจากดื่มไปได้ไม่กี่รอบ บรรยากาศก็เริ่มคึกคักขึ้น

“หลินเฉียง ฉันขอชนกับนายหน่อย” จู่ๆ จ้าวโย่วถิงก็ยกแก้วขึ้นมาทางหลินเฉียง

การกระทำนี้ทำเอาหลินเฉียงประหลาดใจ เพราะตั้งแต่วันแรกจ้าวโย่วถิงก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าเขา ยิ่งหลังจากที่เขาคุยกับเกาหยวนหยวน ท่าทีของจ้าวโย่วถิงก็ยิ่งแย่ลงไปอีก ถ้าถามว่าในกองถ่ายนี้ใครที่ความสัมพันธ์แย่ที่สุดกับเขา ก็คงไม่พ้นจ้าวโย่วถิงนี่แหละ แต่วันนี้เกิดผีเข้าอะไรถึงมาขอชนแก้วก่อน?

แม้จะสงสัย แต่หลินเฉียงก็ไม่ใจแคบพอที่จะหักหน้าอีกฝ่าย เขายึดคติที่ว่า ‘ไม่ตบคนที่ยิ้มให้’ หากเขาทำตัวหยิ่งยโสตอนนี้จะกลายเป็นเขาเองที่ดูใจแคบ

“ได้ครับ มาชนกัน” หลินเฉียงลุกขึ้นยกแก้ว

เคร้ง!

แก้วทั้งสองกระทบกัน จ้าวโย่วถิงหัวเราะหึๆ แล้วพูดโพล่งออกมาว่า “ฉันหมดแก้วนะ นายจะจิบแค่ไหนก็ตามสบาย”

หลินเฉียงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการท้าทาย แต่เขาไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขากระดกไวน์แดงจนหมดแก้วในอึกเดียว! ท่าทางที่ดูองอาจราวกับจอมยุทธในนิยายกำลังภายในทำเอาคนรอบข้างถึงกับอึ้ง เพราะเห็นหลินเฉียงผิวขาวหน้าใส ดูเหมือนคนคออ่อน แต่พอดื่มจริงๆ กลับดูเก๋าไม่เบา

“หลินเฉียง ฉันขอชนด้วยคนสิ” เจียงข่ายลุกขึ้นบ้าง

คนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยลุกขึ้นยกแก้วเข้าหาหลินเฉียงอย่างพร้อมเพรียง

ต่อให้หลินเฉียงจะซื่อแค่ไหน เขาก็มองออกทันที ‘อ้อ... คิดจะรุมมอมเหล้าให้ผมเสียหมาต่อหน้าทุกคนสินะ?’

ชัดเจนว่าคนพวกนี้เตี๊ยมกันมา!

แต่เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธออกมา หลินเฉียงยกแก้วขึ้นรับคำท้าและดื่มกลับไปทีละคนอย่างใจเย็น เขาซดไปเกือบสิบแก้วโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสีเลยสักนิด

ในทางกลับกัน กลุ่มนักแสดงนำชายนำโดยจ้าวโย่วถิง เริ่มพูดจาอ้อแอ้และมีอาการโอนเอนจนเห็นได้ชัดเสียแล้ว

จบบทที่ บทที่ 14 ปิดกล้อง “สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่”!

คัดลอกลิงก์แล้ว