- หน้าแรก
- ปลุกระบบสวมบทบาท ผมกลายเป็นตัวร้ายจอมเจ้าชู้แห่งวงการบันเทิง
- บทที่ 6 หลิวข่ายเวย เมียจ๋า อย่าคิดสั้นนะ!
บทที่ 6 หลิวข่ายเวย เมียจ๋า อย่าคิดสั้นนะ!
บทที่ 6 หลิวข่ายเวย เมียจ๋า อย่าคิดสั้นนะ!
“ที่รัก ผมผิดไปแล้ว! ผมสัญญาว่าต่อไปจะตั้งใจทำงานแสดง จะไม่ยุ่งกับการปั่นหุ้นอีกแล้ว!”
“ช่วยผมด้วยเถอะ! ตอนนี้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยผมได้!”
น้ำเสียงของหลิวข่ายเวยที่ดังมาจากปลายสายนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“เงินทั้งหมดของฉันลงไปกับกองถ่ายหมดแล้ว ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเหลือแล้ว” หยางมี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ต่อให้เธอจะมีเงิน เธอก็ไม่มีวันช่วยหลิวข่ายเวย พวกเขาแต่งงานกันมาหลายปี ความรู้สึกที่มีให้กันมันจืดจางไปนานแล้ว อีกอย่างหลิวข่ายเวยก็ดูจะเป็นเคสที่เยียวยาไม่ได้ ช่วยครั้งนี้ไป เดี๋ยวเขาก็หาเรื่องมาให้เธอช่วยอีกไม่จบไม่สิ้น
โชคดีที่ก่อนแต่งงานพวกเขาเซ็นสัญญาก่อนสมรสเอาไว้ และแยกบัญชีทรัพย์สินกันอย่างชัดเจนมาโดยตลอด
“คุณจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองเถอะ!”
พูดจบหยางมี่ก็กดตัดสายทันที เมื่อเห็นว่าการสนทนาจบลงแล้ว หลินเฉียงก็ไม่อยากจะรั้งอยู่นาน
ขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป เขาก็เห็นหยางมี่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ดวงตาของเธอแดงก่ำและมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า
“พี่มี่ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” หลินเฉียงถามด้วยความห่วงใย แสร้งทำเป็นว่าเขาเพิ่งจะเดินผ่านมาพอดี
“ฉันไม่เป็นไร” หยางมี่ส่ายหน้าก่อนจะเดินเลี่ยงไป
...
เย็นวันนั้น หลินเฉียงกลับมาที่โรงแรม หลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็นอนเล่นโทรศัพท์คุยกับเร่อปา
แม้ว่าช่วงสองสามวันที่ผ่านมาทั้งคู่จะยังไม่มีคิวแสดง แต่พวกเขาก็คุยกันผ่าน WeChat อย่างสนุกสนาน จนความสัมพันธ์พัฒนาจากคนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
[ พี่เฉียง พี่มี ‘ของดี’ อะไรมัดใจพี่มี่หรือเปล่าเนี่ย? ] เร่อปาส่งข้อความมาพร้อมกับอีโมจิรูปสุนัขสงสัย
หลินเฉียง: [ ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ? ]
เร่อปา: [ ฮ่าๆ ก็คนในกองถ่ายเขาลือกันให้แซ่ดเลยน่ะสิ บอกว่าพี่เคยช่วยชีวิตพี่มี่ไว้ พี่มี่ก็เลยตอบแทนด้วยการมอบบทมหาเทพตงหัวให้พี่ ]
หลินเฉียงถึงกับพูดไม่ออก... ช่วยชีวิตอะไรกันล่ะนั่น? ที่ผมได้รับบทมหาเทพตงหัวเนี่ย เพราะผมมีความสามารถเหนือชั้นต่างหาก!
ในขณะที่เขากำลังจะพิมพ์โต้แย้ง จู่ๆ เบอร์โทรศัพท์หนึ่งก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ชื่อผู้ติดต่อระบุชัดเจนว่า ‘หยางมี่’
‘ทำไมหยางมี่ถึงโทรหาผมดึกขนาดนี้?’
หลินเฉียงรู้สึกฉงนใจเล็กน้อย แต่ก็กดรับสายทันที ทว่าพอสัญญาณเชื่อมต่อ สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงซ่าของคลื่นรบกวนที่ดังแสบแก้วหู
“พี่มี่ครับ?” หลินเฉียงขมวดคิ้วถาม แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ
หลังจากพยายามฟังอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงแว่วๆ จับใจความได้ว่า ‘เอ็มเพอเรอร์ เคทีวี’ และ ‘ห้อง 307’
หลินเฉียงรีบวางสายและบึ่งไปที่นั่นทันที
เมื่อเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัว เขาพบหยางมี่นั่งอยู่เพียงลำพัง เธอนอนพิงโซฟาในสภาพกึ่งมีสติ วันนี้เธอสวมชุดเดรสเกาะอกสีม่วง เนื้อผ้าที่รัดรูปเน้นให้เห็นสรีระอันเย้ายวนของเธออย่างชัดเจน ดีไซน์ของชุดที่สั้นกุดเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนที่ดูยาวระหงเกินหน้าเกินตาใคร
ช่างเป็นภาพที่เจริญตาเสียนี่กะไร หากผู้ชายหน้าไหนมาเห็นเข้าคงไม่อาจละสายตาไปได้เลย!
“ทำไมดื่มหนักขนาดนี้ล่ะครับ?” หลินเฉียงเข้าไปพยุงหยางมี่ขึ้นมาพลางถามเบาๆ “พี่มี่ ตื่นสิครับ?”
ดวงตาของหยางมี่ดูลอยๆ
ครู่หนึ่งเธอค่อยๆ ปรือตาอันเย้ายวนขึ้นมอง เมื่อจำได้ว่าเป็นหลินเฉียง ไม่ว่าจะเป็นเพราะความตั้งใจหรือฤทธิ์สุรา เธอก็โถมตัวเข้าใส่โอบกอดเขาไว้ทันที
“ให้ตายเถอะ!” หลินเฉียงสบถในใจ “ทุกคนเห็นกันหมดนะว่าเธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน! ถ้าผมไม่ตอบสนองตอนนี้ ผมก็คงเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ป่าแล้ว!”
ในขณะที่หลินเฉียงกำลังจะเริ่มดำเนินการขั้นต่อไป...
ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด จู่ๆ หยางมี่ก็ดูเหมือนจะกู้สติกลับคืนมาได้เล็กน้อย เธอพึมพำออกมาในความมึนงงว่า...
“เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อนนะ...”
“สามีฉันล่ะ อยู่ไหน?”
...
ในเวลาเดียวกัน
ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลิวข่ายเวยหน้าตาถมึงทึงพูดใส่โทรศัพท์ว่า “คุณหลี คุณช่วยให้เวลาผมสักปีหนึ่งเพื่อหาเงินมาคืนได้ไหม? ด้วยชื่อเสียงของผม ผมสามารถรับงานแสดงหนังค่อยๆ หาเงินมาใช้คืนได้นะ”
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังมาจากปลายสาย
“ไปลงนรกซะเถอะ แกคิดว่าฉันเป็นนักบุญหรือไง?”
“ตอนที่กู้เงินกันเราเซ็นสัญญากันไว้แล้ว ถ้าแกหาเงิน 30ล้าน มาคืนไม่ได้ภายในสามเดือน ก็อย่าหาว่าฉันใจยักษ์ใจมารแล้วกัน”
หลิวข่ายเวยรู้สึกเย็นสันหลังวาบทันที ตอนนี้เขาหมดตัวแล้ว แม้แต่เงินสามหมื่นเขายังหาไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับสามสิบล้าน!
“หลิวข่ายเวย อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ”
“แกมีเมียเป็นดาราดังไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ แกก็เอาเมียแกมาขัดดอกแทนสิ!” ประธานหลีแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ประธานหลี คุณหมายความว่ายังไง?” หลิวข่ายเวยหน้าเปลี่ยนสี
ประธานหลีแค่นเสียงหึ “เหอะ! จะมาทำเป็นไขสือทำไม? ฉันล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าแกไปทำบุญด้วยอะไรถึงได้เมียอย่างหยางมี่มา!”
ใบหน้าของหลิวข่ายเวยซีดเผือด แต่เขาไม่กล้าส่งเสียงโต้ตอบแม้แต่คำเดียว เขาทำได้เพียงกดวางสายด้วยความโกรธแค้น
หลังจากสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง หลิวข่ายเวยก็เริ่มฉุกคิดถึงคำพูดเมื่อกี้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะยกหยางมี่ให้ใครจริงๆ หรอกนะ แต่ตอนนี้เธอน่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยให้เขาพ้นจากวิกฤตนี้ได้
หยางมี่กำลังเตรียมงานเรื่อง ป่าท้อสิบหลี่ หากซีรีส์เรื่องนี้ดังระเบิด การจะหาเงินสามสิบล้านก็คงไม่ใช่เรื่องยาก
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวข่ายเวยก็รีบโทรหาหยางมี่ทันที
ตื้ด... ตื้ด... ตื้ด...
หลิวข่ายเวยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนกลางวันเขาเพิ่งจะโดนหยางมี่ด่าเปิงมา ตอนนี้เธอจะยอมรับสายเขาไหมนะ?
เสียงรอสายดังอยู่นานถึง 30 วินาที ในขณะที่หลิวข่ายเวยคิดว่าเธอจะไม่รับแล้ว ในที่สุดปลายสายก็กดรับ!
“เมียจ๋า ผมขอโทษ เรื่องนี้ผมผิดเอง”
“ผมสัญญาว่าจะไม่ลงทุนมั่วซั่วอีกแล้ว ถ้าคุณช่วยผมครั้งนี้ ต่อไปคุณจะให้ผมทำอะไรผมยอมทุกอย่างเลย”
หลิวข่ายเวยเริ่มด้วยการยอมลดตัวลงก่อน แต่พอพูดจบ เขากลับไม่ได้รับเสียงตอบกลับจากหยางมี่ ซึ่งนั่นทำให้เขาเริ่มสงสัย
“หือ?”
จู่ๆ เสียงของหยางมี่ก็ดังแว่วมาจากปลายสาย เป็นน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเธอกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
หัวใจของหลิวข่ายเวยกระตุกวูบ ความคิดในแง่ลบผุดขึ้นมาทันที! หยางมี่มีความกดดันจากสัญญาเดิมพันผลประกอบการอยู่แล้ว แล้วตอนนี้ยังมารู้ว่าเขาติดหนี้อีกสามสิบล้าน ภายใต้ความกดดันสองทางขนาดนี้ หยางมี่คงไม่ได้คิดสั้นทำอะไรบ้าๆ ลงไปใช่ไหม?
“เมียจ๋า เป็นอะไรไป? อย่าคิดสั้นนะ!”
หลิวข่ายเวยเริ่มลนลาน ไม่ใช่ว่าเขาห่วงหยางมี่มากมายขนาดนั้นหรอกนะ แต่เพราะเธอคือคนเดียวที่จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของเขาได้! ถ้าหยางมี่เป็นอะไรไป เขาจบสิ้นแน่!
“ออกไป!”
ในขณะที่หลิวข่ายเวยกำลังทำอะไรไม่ถูกและกำลังจะโทรแจ้งตำรวจ จู่ๆ หยางมี่ก็ตะคอกออกมาด้วยความโกรธ เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดูแข็งแรงขนาดนั้น หลิวข่ายเวยก็ตระหนักได้ว่าเขาคงคิดมากไปเอง
“เมียจ๋า...” หลิวข่ายเวยกำลังจะพูดต่อ แต่พบว่าหยางมี่กดวางสายไปแล้ว เขาพยายามโทรกลับไปอีกครั้งแต่พบว่าถูกบล็อกเบอร์ไปเสียแล้ว
...
สองชั่วโมงต่อมา
ณ เอ็มเพอเรอร์ เคทีวี
หยางมี่เดินพยุงผนัง กระเผลกออกจากห้องน้ำพลางส่งสายตาค้อนใส่หลินเฉียงด้วยความคับแค้นใจ
ตลอดหลายปีที่แต่งงานกับหลิวข่ายเวย เธอใช้ชีวิตประหนึ่งนักบวชที่ถือศีลพรหมจรรย์มาโดยตลอด หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาอันบ้าคลั่งมาสองชั่วโมง ในหัวของเธอเหลือเพียงความคิดเดียวหลินเฉียงไม่ใช่คน!
“เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ห้ามไปบอกใครเด็ดขาดนะ” หยางมี่พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
หลินเฉียงยิ้มอย่างใจเย็น
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับการทำตัวของคุณแล้วล่ะครับ”
--------------------------------------------------------------------------------------
บางคนเรียกเร่อปาแต่แฟนคลับจะเรียกพังตี๋นะครับอันนี้ผมไปดูไนเว่ยป๋อมา