- หน้าแรก
- ปลุกระบบสวมบทบาท ผมกลายเป็นตัวร้ายจอมเจ้าชู้แห่งวงการบันเทิง
- บทที่ 2 สวมบทบาทมหาเทพตงหัว ปะทะคารมเกาเหว่ยกวง!
บทที่ 2 สวมบทบาทมหาเทพตงหัว ปะทะคารมเกาเหว่ยกวง!
บทที่ 2 สวมบทบาทมหาเทพตงหัว ปะทะคารมเกาเหว่ยกวง!
‘ขอดูก่อนซิว่าไอ้ระบบนี้มันทำอะไรได้บ้าง!’
หลินเฉียงรีบตรวจสอบรายละเอียดของระบบทันที
[ ระบบสวมบทบาทระดับพระเจ้า เมื่อสะสมรีวิวเชิงบวกจากการสวมบทบาทตัวละครครบหนึ่งล้านครั้ง โฮสต์จะได้รับหีบสมบัติระดับแพลทินัมและแต้มผลงาน ]
การเปิดหีบสมบัติระดับแพลทินัม จะสุ่มได้รับความสามารถพิเศษ 1-2 อย่าง
แต้มผลงาน สามารถใช้สุ่มไอเทมหรือความสามารถที่เกี่ยวข้องกับตัวละครนั้นๆ
(หมายเหตุ: ไอเทมที่ตัวละครเคยพบเจอหรือที่โฮสต์มีอยู่แล้วล้วนใช้ได้ ตัวอย่างเช่น หากสวมบทมหาเทพตงหัว จะมีโอกาสได้รับเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร, โอสถทิพย์, อาวุธเทพ หรือสิ่งที่มหาเทพเคยสัมผัส...)
ยิ่งได้รับรีวิวเชิงบวกมาก แต้มผลงานก็ยิ่งสูง
การสุ่มหนึ่งครั้งใช้ 100,000 แต้มผลงาน
[ เปิดใช้งานระบบครั้งแรก มอบของขวัญมือใหม่ ‘หีบสมบัติระดับแพลทินัม x1’ โฮสต์ต้องการเปิดใช้งานเลยหรือไม่? ] เสียงจักรกลของระบบดังขึ้นอีกครั้ง
หลินเฉียงตอบกลับในใจโดยไม่รีรอ “เปิดใช้งาน!”
[ ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับทักษะออร่า ‘เนตรจักรพรรดิ’ และโอสถชำระกาย x1 ]
เนตรจักรพรรดิ เมื่อเปิดใช้งาน คุณจะมีออร่าข่มขวัญดั่งผู้ปกครองฟ้าดิน เทพสงครามแห่งแปดดินแดนประหนึ่งจักรพรรดิมาจุติ
โอสถชำระกาย มีสรรพคุณในการเสริมสร้างร่างกายและชำระไขกระดูก
ในชั่วพริบตา หลินเฉียงรู้สึกว่าเขาได้หลอมรวมทักษะ ‘เนตรจักรพรรดิ’ เข้ากับตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน ‘โอสถชำระกาย’ นั้นยังไม่เหมาะจะกินตอนนี้ เขาจึงยังไม่รีบร้อนตรวจสอบ
ในขณะนั้น หยางมี่ที่เห็นหลินเฉียงมีท่าทางตื่นเต้นก็คิดว่าเขาคงแค่ตกใจที่ได้เจอซูเปอร์สตาร์อย่างเธอใกล้ๆ ซึ่งเธอก็ชินกับปฏิกิริยาแบบนี้แล้ว
“อะแฮ่ม พ่อหนุ่ม สนใจจะรับบทมหาเทพตงหัวดูไหม?” หยางมี่ถามย้ำอีกครั้ง
ความจริงแล้ว ตั้งแต่หลินเฉียงเปิดระบบจนถึงรับรางวัล แม้จะดูยาวนาน แต่ในโลกความเป็นจริงผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบวินาทีเท่านั้น
หลินเฉียงยิ้มน้อยๆ
ออร่าจักรพรรดิ?
มหาเทพตงหัว?
นี่มันเป็นสวัสดิการที่ระบบจัดเตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะชัดๆ!
ในชีวิตก่อน เขาข้ามโลกมาแน่นอนว่าต้องเคยได้ยินชื่อซีรีส์สุดฮิตอย่าง สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ และบท ‘มหาเทพตงหัว’ พระรองของเรื่องก็เป็นตัวละครที่โด่งดังมาก!
“แน่นอนครับ ผมยินดี” หลินเฉียงตอบพร้อมรอยยิ้มที่สุขุม
หยางมี่พยักหน้าอย่างพอใจ “ฉันให้โอกาสคุณออดิชัน ถ้าผ่าน เราค่อยมาเซ็นสัญญากัน”
เกาเหว่ยกวงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ พลันเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“คุณหยาง ล้อเล่นหรือเปล่าครับ? คุณคิดจะให้พนักงานส่งอาหารคนนี้มาเล่นบทมหาเทพตงหัวจริงๆ เหรอ?”
เขาไม่ได้กังวลว่าหลินเฉียงจะออดิชันผ่านหรอก แม้ในวงการเขาจะไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างระดับแถวหน้า แต่เขาก็ยังเป็นดาราระดับสามระดับสี่ที่มีหน้ามีตา การต้องมาแข่งชิงบทกับพนักงานส่งอาหาร ต่อให้เขาชนะ มันก็ดูไม่สมเกียรติเอาเสียเลย
“ฉันไม่ต้องให้คุณมาสอนหรอกว่าควรจะออดิชันใคร” หยางมี่สวนกลับเสียงเย็น
การออดิชันเป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ แต่เกาเหว่ยกวงกลับไปรับงานโฆษณาจนมาสาย เห็นได้ชัดว่าเขาอาศัยความสัมพันธ์กับนักลงทุนและผู้กำกับมาข่มเธอที่เป็นประธานบริษัทเจียสิง
แม้เธอจะไม่ได้คาดหวังว่าหลินเฉียงจะแสดงได้ดี แต่อย่างน้อยเธอก็สามารถใช้โอกาสนี้สั่งสอนเกาเหว่ยกวงให้รู้สำนึกว่าอย่าได้ล้ำเส้นเกินไป!
เกาเหว่ยกวงหน้าเสียเมื่อโดนตอกหน้ากลับ เขาไม่กล้าเถียงหยางมี่ จึงหันไปพ่นไฟใส่หลินเฉียงแทน
“เดี๋ยวฉันจะให้พี่จางให้ดาวรีวิวดีๆ นายรีบไปซะ” เกาเหว่ยกวงถลึงตาใส่หลินเฉียง
ทว่าหลินเฉียงกลับเมินเฉยต่อเขาแล้วหันไปหาหยางมี่ “ประธานหยางครับ เราจะเริ่มออดิชันกันเลยไหม หรือว่าจะให้ทำยังไงก่อน?”
เขามองแผนการเล็กๆ ของหยางมี่ออกทะลุปรุโปร่ง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด
“ตอนนี้เหลือแค่พวกคุณสองคนที่ยังไม่ออดิชัน ใครจะเริ่มก่อนล่ะ?” หยางมี่ถาม
“ให้พนักงานส่งอาหารเล่นบทตงหัว? ประธานหยางคิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย?”
“ถ้าเขาเล่นได้ดีนะ ฉันยอมกินหมวกตัวเองเลยเอ้า!”
“ฉันแสดงมาตั้งกี่ปี คุณคิดว่าฉันสู้พนักงานส่งอาหารไม่ได้งั้นเหรอ?”
พวกนักแสดงที่ออดิชันเสร็จแล้วต่างก็มารวมตัวกันดูด้วยความสนใจ ไม่มีใครยอมกลับบ้านง่ายๆ
“ให้เขาเริ่มก่อนเลยครับ!” เกาเหว่ยกวงเหยียดยิ้ม เขาอยากเห็นหลินเฉียงหน้าแตกต่อหน้าทุกคนก่อน
หลินเฉียงยิ้มอย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองบทที่หยางมี่ยื่นให้เพียงครู่เดียว จากนั้นก็เดินเข้าห้องแต่งตัวไปเปลี่ยนชุด
ฉากที่เขาต้องแสดงเป็นฉากง่ายๆ คือ ฉากที่มหาเทพตงหัวเผชิญหน้ากับประมุขสวรรค์ บทพูดมีเพียงไม่กี่ประโยค แต่มันคือการทดสอบทักษะการแสดงอย่างแท้จริง
ในบริบทของ ป่าท้อสิบหลี่ มหาเทพตงหัวเกิดจากก้อนหิน ไร้พ่อไร้แม่ แม้แต่ศิลาสามชาติก็ไม่มีชื่อของเขา เขาคือผู้ปราบไปทั่วสี่คาบสมุทรแปดดินแดน ใช้การเข่นฆ่าเพื่อหยุดการฆ่าฟัน จนในที่สุดก็กลายเป็นเทพองค์แรกที่ปกครองโลกหล้าด้วยวรยุทธไร้เทียมทาน เขาคือประมุขคนแรกของฟ้าดิน และเป็นบรรพบุรุษของเหล่าเทพทั้งปวง!
หลายแสนปีต่อมา มหาเทพตงหัวถึงได้สละตำแหน่งให้ประมุขสวรรค์องค์ปัจจุบัน แม้ภายนอกประมุขสวรรค์จะมีฐานะสูงส่งกว่า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ามหาเทพตงหัว เขาก็ยังต้องแสดงความเคารพและไม่กล้าทำตัวโอหัง
ดังนั้น หัวใจสำคัญของฉากนี้คือการถ่ายทอดออร่า ‘ความองอาจจองหอง’ ของมหาเทพตงหัวออกมาให้ได้
...
สิบห้านาทีต่อมา หลินเฉียงเดินกลับเข้ามาในห้องซ้อม
เมื่อทุกคนเห็นเขาถนัดตา ต่างก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
หลินเฉียงอยู่ในชุดคลุมสีม่วง รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกสลัก ที่น่าตะลึงที่สุดคือผมสีขาวราวกับหิมะ เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาคลอเคลียไหล่ ดูพริ้วไหวไปตามการก้าวเดิน
แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างลงมาอาบไล้ร่างของเขา ราวกับมีรัศมีเทพแผ่ออกมา ทำให้เขาดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น
งดงามจนไร้ที่ติ!
“ว้าว! เหมือนมหาเทพตงหัวในนิยายเป๊ะเลย!”
“คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้หนุ่มส่งอาหารคนนี้ พอใส่ชุดโบราณแล้วจะดูดีขนาดนี้!”
“ผมขาวพริ้วไหว นี่มันเทพบุตรชุดย้อนยุคชัดๆ!”
คนที่เคยดูถูกหลินเฉียงเมื่อครู่ ตอนนี้ต่างพากันมองด้วยสายตาชื่นชม
“นี่ฉันเจอขุมทรัพย์เข้าแล้วเหรอ?” หยางมี่จ้องมองหลินเฉียงเขม็ง เธอเองก็ประหลาดใจกับลุคย้อนยุคที่ดูดีเกินคาดของเขา หากวัดแค่รูปลักษณ์ เขาเหมือนตัวละครในต้นฉบับถึง 80% เลยทีเดียว!
ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นภาพฟิตติ้งของเกาเหว่ยกวง ซึ่งเธอว่าดูดีแล้ว แต่พอมาเจอหลินเฉียง เกาเหว่ยกวงกลับดูด้อยไปถนัดตา
“เหอะ! การแสดงไม่ใช่แค่หน้าตาดีหรอกนะ ถ้าแสดงห่วย ต่อให้หล่อแค่ไหนก็เป็นได้แค่แจกันดอกไม้ไร้ค่า!”
เกาเหว่ยกวงที่ตอนแรกกะจะรอดูความล้มเหลวของหลินเฉียง เมื่อเห็นคนพากันชมก็เกิดความอิจฉาริษยาพลุ่งพล่านในใจ
คนอื่นๆ สัมผัสได้ถึงความขี้อิจฉาในน้ำเสียงของเขา แต่ก็ต้องพยักหน้าเห็นด้วยลึกๆ
เพราะนั่นคือความจริง หลินเฉียงก็แค่พนักงานส่งอาหาร อย่างที่เขาว่ากันว่า ‘ต่างอาชีพก็เหมือนต่างขุนเขา’ เขาไม่เคยแสดงมาก่อน จะไปถ่ายทอดออร่าอันทรงพลังของมหาเทพตงหัวได้อย่างไร?
แค่เปิดปากพูด เดี๋ยวก็ความแตก!
ในวงการบันเทิงสมัยนี้มีดาราหนุ่มหน้าตาดีเยอะแยะ แต่ฝีมือการแสดงกลับ... เอิ่ม น่าหนักใจ ถ้าจะพูดตรงๆ ก็คือพวก ‘ดีแต่หน้า’ ซึ่งไม่เหมาะกับบทที่ต้องใช้พลังขนาดนี้เลย
ทันใดนั้น เกาเหว่ยกวงที่ยังไม่ยอมรับความจริงก็โพล่งขึ้นมาว่า
“ประธานหยางครับ ฉากนี้ผมขอรับบทเป็นประมุขสวรรค์เอง!”