- หน้าแรก
- เจ้าพ่อกองถ่ายคนนี้ เป็นทุกอย่างยิ่งกว่าที่คุณคิด
- บทที่ 21 - ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมกะล่อน
บทที่ 21 - ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมกะล่อน
บทที่ 21 - ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมกะล่อน
บทที่ 21 - ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมกะล่อน
ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด หญิงสาวสวยในชุดนอนเดินเข้าห้องชายหนุ่มที่อยู่ตัวคนเดียว
เนื้อเรื่องหลังจากนี้ ตามหลักแล้วใครๆ ก็พอจะจินตนาการออกได้สักอย่างสองอย่าง
ถ้าไม่ใช่การเข้าไปถามไถ่เรื่อง "วิทยายุทธ์" ก็คงเป็นการ "ติววิชาภาษาต่างประเทศ" กระมัง
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ฟ่านปิงปิงก็คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะรวดเร็วและตรงไปตรงมาขนาดนี้
หลังจากเข้าประตูมาได้ไม่กี่คำ ไป๋อันเหลียงก็เริ่มถอดเสื้อผ้า เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่ชวนให้ใจสั่น... ฟ่านปิงปิงถึงกับลืมความอายไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา ให้ตายสิ ถึงจะเคยแอบเนียนบีบกล้ามเนื้ออีกฝ่ายมาบ้างแล้ว แต่พอมองดูปกติตอนใส่เสื้อผ้าเขาก็ดูค่อนข้างโปร่งนี่นา! ทำไมพอถอดเสื้อออกมาแล้วกลับดูเหมือนมนุษย์จอมพลังขนาดนี้... ซี้ด!
ทันทีที่เสื้อถูกถอดออก กลิ่นอายฟีโรโมนก็ดูเหมือนจะอบอวลไปทั่วห้อง ปิดกั้นการพูดเล่นไร้สาระทิ้งไปจนหมด บรรยากาศอันกำกวมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จะบ้าตาย จะบ้าตายแล้ว...
ผลปรากฏว่าไอ้หนุ่มไป๋อันเหลียงคนนี้กลับก้มลงดมกลิ่นตัวเอง แล้วทำสีหน้าเหม็นเบื่อ "บนตัวผมมีแต่กลิ่นเหงื่อ ขออาบน้ำก่อนแล้วกัน"
คุณจะอาบก็อาบไปสิ
ฟ่านปิงปิงย่อมไม่คัดค้าน ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้หยุดหายใจและปรับสภาพจิตใจเสียหน่อย
ทว่าวินาทีต่อมา ตัวเธอกลับถูกแขนแกร่งเพียงข้างเดียวแบกขึ้นพาดบ่าทันที "คุณมาขัดหลังให้ผมหน่อย"
อ๊ะ?!
เดี๋ยวนะ นี่มันไม่เหมือนที่เธอจินตนาการไว้เลยนี่นา
เหล้าล่ะ? เทียนหอมล่ะ? ดอกไม้ล่ะ?
ทำไมมันถึงได้ให้ความรู้สึกเหมือนการ "ฉุดคร่า" หญิงชาวบ้านแบบนี้ล่ะ?!
เธอดิ้นรนขัดขืนอยู่สองสามทีแต่มันก็ไร้ประโยชน์ ฝ่ามือหนานั้นแน่นหนาราวกับอุปกรณ์ความปลอดภัยในเครื่องเล่นสวนสนุก มันรัดตัวเธอไว้แน่น ในขณะที่สยบเธอได้แล้วเขาก็ยังแอบตบก้นเธอเบาๆ หนึ่งทีเป็นการเตือน "อย่าดื้อสิ"
ค่ำคืนที่เดิมทีควรจะโรแมนติกและน่าเฝ้ารอ ตอนนี้เธอกลับโดนหิ้วไปมาราวกับลูกไก่ตัวน้อย...
ฟ่านปิงปิงคิดในใจ: ไอ้พวกฝ่ายบู๊สารเลว! ไอ้คนเถื่อน!
แต่พอนอนพาดอยู่บนไหล่ของไป๋อันเหลียง ได้กลิ่นเหงื่อจางๆ จากตัวเขา คางของเธอเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อ... เธอกลับไม่รู้สึกว่ามันเหม็นเลยสักนิด แถมยังรู้สึกหน้ามืดตามัวชอบกล
อา! เลือดเริ่มสูบฉีดขึ้นสมองแล้ว
ซ่า...
เมื่อน้ำร้อนจากฝักบัวในห้องน้ำพุ่งออกมา เสื้อผ้าบนตัวเธอก็เปียกโชกไปทันที เธอเกาะติดอยู่บนตัวไป๋อันเหลียงอย่างน่าเวทนา ราวกับลูกแมวน้อยที่เปียกปอน
ทั้งดูบอบบาง น่าสงสาร และไร้ทางสู้
แน่นอนว่า... ยังเต็มไปด้วยความเย้ายวน
เรื่องราวหลังจากนั้น ย่อมดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็น
อย่าว่าแต่ฟ่านปิงปิงเต็มใจเลย ต่อให้เธอไม่เต็มใจ... แค่กๆ ช่างเถอะ ไป๋อันเหลียงไม่ทำเรื่องที่ขัดต่อความยินยอมของสตรีหรอก
จะว่าไป ถ้าฝ่ายหญิงต้องการแต่เขาไม่ทำ แบบนั้นจะถือว่าขัดต่อความยินยอมของสตรีหรือเปล่านะ?
——
"จะตายแล้ว จะตายจริงๆ แล้ว..."
"คุณน่ะยังมีลมหายใจอยู่ไม่ใช่หรือไง?" ไป๋อันเหลียงพูดพร้อมรอยยิ้ม
ฟ่านปิงปิงเตะเขาไปหนึ่งทีอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วส่งเสียงฮึดฮัด ซุกหัวลงในอ้อมแขนของไป๋อันเหลียงพลางพูดด้วยความรำคาญ "มีแต่กลิ่นบุหรี่"
"ไม่ชอบเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ"
"อ้อ งั้นไว้ดูแล้วกันว่าในอนาคตจะยอมเลิกบุหรี่เพื่อคุณได้หรือเปล่า"
ประโยคนี้ทำให้ฟ่านปิงปิงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหน เธอถูไถตัวเข้ากับไป๋อันเหลียงอย่างแรง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มออดอ้อน "พูดจริงหรือเปล่าคะ?"
"มันก็ต้องหาเหตุผลกันหน่อยล่ะนะ... แค่ไม่รู้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคุณได้ไหม" ไป๋อันเหลียงพูดหลังจากโยนซองบุหรี่ทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อเห็นภาพนั้น ในดวงตาของฟ่านปิงปิงก็ฉายประกายประหลาดออกมา
แต่ตามความเป็นจริงแล้ว ไป๋อันเหลียงไม่ได้สูบบุหรี่เลย... เมื่อครู่เขาก็แค่จุดบุหรี่ทิ้งไว้แล้วสูบเข้าไปแค่สองคำตามมารยาท แถมยังไม่ได้สูบเข้าปอดด้วยซ้ำ
บุหรี่เกินครึ่งมวนนั้นปล่อยให้มันไหม้หมดไปเอง
เน้นแค่พิธีกรรมหลังเสร็จกิจเท่านั้น
แต่ต้องยอมรับว่ามุกนี้ใช้จีบสาวได้ผลชะมัด ผู้ชายยอมเลิกบุหรี่เพื่อคุณเชียวนะ! ต้องใช้ความมุ่งมั่นขนาดไหนกันล่ะ! เขาต้องรักคุณมากแน่ๆ!
นี่แหละคือผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมกะล่อน!
ทว่า หลังจากความดีใจผ่านพ้นไป ในใจของฟ่านปิงปิงกลับมีความลังเลอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายเธอก็พูดออกมาอย่างระมัดระวังว่า "ตอนนี้ฉันยังคบกับใครแบบเปิดเผยไม่ได้นะคะ"
ไป๋อันเหลียงเลิกคิ้วขึ้น นั่นน่ะสิ ดีสุดๆ ไปเลย! อ้อ ไม่ใช่ ต้องบอกว่าเสียดายสุดๆ เลยต่างหาก
จากประสบการณ์ส่วนตัวของเขา ม้าที่พยศแค่ไหนตราบใดที่เคยขี่สักครั้ง หลังจากนั้นก็ขี่ได้ตลอดโดยไม่มีปัญหา...
ส่วนทำไมถึงได้ผลดีขนาดนี้น่ะหรือ?
หลัง "มื้อดึก" ผ่านไป ไป๋อันเหลียงสูบบุหรี่หมดมวนแล้ว เธอก็ยังหอบหายใจไม่หยุดอยู่เลย
"ก็น่าเสียดายนะ ผมยังนึกว่าตัวเองกำลังจะมีแฟนเสียอีก"
"คุณอยากให้ฉันเป็นแฟนขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ใช่สิ คุณสวยขนาดนี้ แต่ตอนใส่เสื้อผ้าดูไม่ออกเลยนะว่าบนตัวคุณจะมีเนื้อเยอะขนาดนี้..." ไป๋อันเหลียงบีบไหล่อันอวบอิ่มนุ่มนิ่มของเธอแล้วรำพึงออกมา
สมกับที่เป็นฟ่านตัวน้อย (ฟ่านเสี่ยวพั่ง) เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทผอมบางจริงๆ นั่นแหละ สาเหตุหลักคือใบหน้าของเธอมันหลอกตาเกินไป
พอมองแค่หน้าจะรู้สึกว่าเธอผอมมาก แต่ความจริงแล้วเนื้อนุ่มนิ่มเชียวล่ะ
ดูเหมือนคำว่าเนื้อเยอะจะทำให้ฟ่านปิงปิงไม่พอใจเล็กน้อย เธอผลักเขาออก "งั้นคุณก็ไปหาพวกผอมๆ สิ"
"ในเมื่อคุณไม่เป็นแฟนผม ผมก็ต้องไปหาคนอื่นสิครับ" ไป๋อันเหลียงพูดออกมาอย่างเปิดเผย
"คนเจ้าชู้..." ฟ่านปิงปิงเม้มปากบ่นพึมพำ
ไป๋อันเหลียงยักไหล่ จากนั้นก็พลิกตัวกลับมา ท่าทางนี้ทำให้เธอหน้าถอดสี "คุณจะทำอะไรคะ?"
"ต่ออีกรอบ ต่ออีกรอบ"
"ฉันจะตายเอาจริงๆ นะ..."
ตายจริงน่ะไม่มีทางตายหรอก ไป๋อันเหลียงรู้ลิมิตดี
และก็เหมือนกับคำโฆษณาที่ว่า "พลังของคุณมีมากกว่าที่คุณคิด" ฟ่านตัวน้อยคนนี้ก็มี "พลัง" ที่เหนือกว่าที่เธอจินตนาการไว้มากนัก
เพดานห้องที่ถูก "ทำทารุณ" เป็นพยานให้แก่ทุกสิ่ง
ส่วนเรื่องที่เช้าวันต่อมาเธอไม่สามารถลุกจากเตียงได้ จนต้องให้ไป๋อันเหลียงช่วยไปขอลางานให้... ก็นะ มนุษย์เราย่อมมีขีดจำกัดนี่นา
"เอ๊ะ? คุณฟ่านให้คุณมาขอลางานแทนเหรอ?" หวังจิงมองไป๋อันเหลียงด้วยสายตาประหลาดๆ ก่อนจะพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มแบบคนที่รู้ๆ กันอยู่ พลางยกนิ้วโป้งให้ "ร้ายกาจจริงๆ!"
ไป๋อันเหลียงก็ไม่ได้ปฏิเสธแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขาหัวเราะออกมา "สาวสวยนี่นา ใครจะไม่ชอบบ้างล่ะครับ"
เรื่องจีบสาวน่ะ เขาทำอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด ไม่ได้ไปแอบเป็นชู้กับใคร มีอะไรต้องหลบๆ ซ่อนๆ กัน
หลังจากขอลางานเสร็จ หวังจิงก็แอบทำท่าบุ้ยปากให้ไป๋อันเหลียงดู พลางส่งยิ้มกึ่งขำกึ่งเยาะให้เขามองไปข้างๆ
ข้างๆ นั้นคือ... หยางเสวี่ยที่มาหาผู้กำกับเพื่อขอลางานเพราะมีธุระเหมือนกัน
แม่สาวคนนี้ได้ยินกระบวนการ "ขอลางาน" ของไป๋อันเหลียงไปตลอดทั้งเรื่อง ตอนนี้ใบหน้าของเธอแข็งค้างไปแล้ว เพราะตั้งแต่เข้ากองถ่ายมา ไป๋อันเหลียง "หยอกล้อ" เธอมาตั้งนาน จะบอกว่าในใจไม่มีความคิดอะไรเลยก็คงโกหก
แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะจัดการฟ่านปิงปิงได้เร็วขนาดนี้...
"อ้าว หยางเสวี่ย บังเอิญจัง พกเมล็ดแตงโมมาด้วยหรือเปล่า?" ไป๋อันเหลียงทักทายโดยไม่มีสีหน้าผิดปกติแม้แต่น้อย
หยหยางเสวี่ยหยิบเมล็ดแตงโมหนึ่งกำมือออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เขาเงียบๆ... หลังจากเหตุการณ์ "กินเผือก" ครั้งก่อน เธอมักจะพกเมล็ดแตงโมติดตัวไว้เสมอ เพื่อให้ไป๋อันเหลียงมาหยิบกินจากกระเป๋าเธอได้ทุกเมื่อ
"ต้องเป็นคุณจริงๆ นั่นแหละที่มีขนมติดตัวตลอดเวลา"
"ปิงปิงเธอก็ชอบซื้อผลไม้กับขนมมาบ่อยๆ นี่นา..." น้ำเสียงของหยางเสวี่ยแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเล็กน้อย
"พวกคุณสองคนเป็นผู้หญิงที่ดีทั้งคู่เลย ผมอยากจะจีบมาเป็นแฟนสักคนจริงๆ"
หวังจิง: สุดยอด! นายนี่มันสุดยอดจริงๆ!
ในใจยอมสยบให้เลยจริงๆ ไม่เคยเห็นใครจีบสาวได้แบบนี้มาก่อน
คุณเพิ่งจะจัดการไปได้คนหนึ่งไม่ใช่หรือไง?
ไป๋อันเหลียง: ใช่ครับใช่ แต่คนนั้นเขาไม่ยอมเป็นแฟนผมนี่นา จะให้ทำยังไงล่ะ
พูดตามตรง หยางเสวี่ยเองก็อึ้งไปเหมือนกัน แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ยืนอึ้งนานนัก เธอใช้สายตามองไป๋อันเหลียงเหมือนมองคนสารเลวทีกหนึ่ง แล้วก็รีบวิ่งหนีไปทันที
แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นตอนถ่ายฉากที่เจียงอวี้เยี่ยนฆ่าเถี่ยซินหลาน หยางเสวี่ยกลับแสดงได้ดีเยี่ยมเกินคาด! เล่นได้ดีจนทุกคนต้องร้องว้าว! ฆ่ากระจุยกระจายของจริง!
ยังไม่ทันที่ไป๋อันเหลียงจะตามไปอธิบายอะไร จางจี้จงก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ด้วยรอยยิ้มกว้าง ดูแล้วช่างมีเมตตาเสียเหลือเกิน
"ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม?"
ผมจะช่วยกะผีน่ะสิ!
(จบแล้ว)