- หน้าแรก
- เจ้าพ่อกองถ่ายคนนี้ เป็นทุกอย่างยิ่งกว่าที่คุณคิด
- บทที่ 13 - ยอดคนเจอยอดคน
บทที่ 13 - ยอดคนเจอยอดคน
บทที่ 13 - ยอดคนเจอยอดคน
บทที่ 13 - ยอดคนเจอยอดคน
พกบัตรประชาชนมาไหม, ดื่มน้ำแข็งได้หรือเปล่า, ที่บ้านมีคนอยู่ไหม, ดึกแล้วกลับไม่ไหวหรอก... คำถาม "ประกาศสงคราม" ยอดฮิตพวกนี้คนรุ่นหลังย่อมคุ้นหูดี
ไป๋อันเหลียงถามผู้หญิงว่าพกบัตรประชาชนมาหรือเปล่า "เจตนารมณ์อันชั่วร้าย" นี่แทบจะเขียนหราอยู่บนใบหน้าเลย
ผลปรากฏว่าฟ่านปิงปิงกลับไม่เข้าใจความหมายแฝง "ฉันวางไว้ที่โรงแรมค่ะ ต้องให้กลับไปเอาไหม? แต่พกบัตรประชาชนไปทำไมคะ? นายคงไม่ได้จะพาฉันไปขึ้นรถไฟหรอกนะ?"
อืม... ประมาทไปแฮะ ยุคนี้การเปิดห้องพักยังตรวจไม่เคร่งครัดขนาดนั้น ต่อให้ไม่มีบัตรประชาชนก็ยังเปิดห้องได้
สู้นึกมุก "แมวที่บ้านผมตีลังกาได้นะ อยากไปดูไหม" ยังจะดีกว่าเสียอีก~
โรงแรมเหรอ?
ดวงตาของไป๋อันเหลียงเป็นประกาย "งั้นก็อย่าไปวิ่งร่อนที่ไหนเลย ไปนั่งเล่นที่ห้องคุณดีกว่า"
หือ? ตอนนี้ฟ่านปิงปิงเพิ่งจะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ นายเนี่ยนะ... ฉันเห็นนายเป็นเพื่อน แต่นายกลับอยากจะนอนกับฉันงั้นเหรอ?
ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย โดยสัญชาตญาณอยากจะทุบไป๋อันเหลียงสักที แต่ก็รู้สึกว่าทำแบบนั้นมันจะดูเหมือนการอ้อนเกินไป เลยชักมือกลับแล้วส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ "นายอยากจะทำอะไรกันแน่เนี่ย?"
"คอแห้งน่ะครับ อยากไปหาน้ำดื่มสักหน่อย" ไป๋อันเหลียงทำหน้าหนาระรื่น
"ไปให้พ้นเลย!" ฟ่านปิงปิงเลิกคิ้วมองค้อนใส่เขาไปหนึ่งที แล้วเสริมด้วยเสียงเบาๆ ว่า "ฝันไปเถอะ"
โอ้โฮ ไป๋อันเหลียงรู้สึกว่ามีลุ้น "หน้าแดงทำไมครับ?"
ผลคือฟ่านปิงปิงไม่เล่นตามบท เธอถลึงตาใส่ "หน้าแดงเพราะเลือดสูบฉีด (อ้างอิงงิ้วเรื่องป่าลินไห่เสวี่ยหยวน)"
ไป๋อันเหลียงไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดเลย พูดสวนไปทันทีโดยสัญชาตญาณ "แล้วทำไมถึงซีดเซียวอีกล่ะ?"
"เพราะทาขี้ผึ้งกันหนาวมาไง! นายก็เคยดูเรื่อง 'ป่าลินไห่เสวี่ยหยวน' เหมือนกันเหรอเนี่ย~ ฮ่าฮ่าฮ่า"
ไป๋อันเหลียง: ...
อยากจะตบปากตัวเองจริงๆ รหัสลับน่ะตรงกันเป๊ะ แต่บรรยากาศดีๆ หายวับไปกับตาเลย
ทว่าฟ่านปิงปิงกลับดูมีความสุขมาก ผมหางม้าที่มัดเอาไว้แกว่งไกวไปมาตามจังหวะเดิน
เมื่อมองดูแม่สาวตรงหน้าที่หัวเราะร่าพลางเดินกระโดดโลดเต้นไปมา ไป๋อันเหลียงก็ได้แต่เกาหัวอย่างอ่อนใจ
เอาเถอะ ไปเยี่ยมอาจารย์หวังผู้น่าสงสารที่โรงพยาบาลหน่อยแล้วกัน~ ระหว่างทางก็แวะซื้อกระเช้าผลไม้ไปด้วย พูดคำไหนคำนั้น
เพียงแต่ว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทั้งสองคนเพิ่งจะได้ยินตำแหน่งห้องพักของหวังปั๋วเจาและกำลังเดินไปที่นั่น จู่ๆ ฟ่านปิงปิงที่เมื่อกี้ยังดูเหมือนเด็กสาวอยู่เลย กลับพูดออกมาลอยๆ ว่า "จะว่าไป พี่ชาย ตอนที่กองถ่ายวุ่นวายกันน่ะ พี่น่ะยืนดูอยู่นานเลยใช่ไหมล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฝีเท้าของไป๋อันเหลียงชะงักไปเล็กน้อย "หมายความว่ายังไง?"
ฟ่านปิงปิงหันกลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าดูมีความหมายแฝงเล็กน้อย "ฉันน่ะคอยสังเกตพี่อยู่นะ!"
"คุณฟ่านพูดล้อเล่นแล้ว ผมก็แค่พวกฝ่ายบู๊เล็กๆ คนหนึ่ง มีอะไรให้น่าสังเกตกัน"
"ฝ่ายบู๊เล็กๆ? ใครจะไปเชื่อนายกันล่ะ~ อย่างน้อยตอนนี้ก็นำหน้าไปเป็นผู้กำกับคิวบู๊แล้ว แถมได้ยินมาว่าคณะตระกูลไป๋ของนายน่ะในฮ่องกงเก่งกาจมากเลยนี่นา"
"ไม่มีรากฐานน่ะครับ ก็เลยต้องซมซานมาหาข้าวกินที่อื่น ฮ่องกงมันเล็กเกินไป จุคนอย่างผมไม่ไหวหรอก"
"งั้นหลังจากนี้พี่จะไม่กลับไปที่นั่นแล้วเหรอ?"
"ปลายปีหรือไม่ก็ปีหน้า ก็คงต้องแวะไปทำงานที่นั่นบ้างแหละครับ~"
"พี่ชายเนี่ย ในปากไม่มีเรื่องจริงเลยสักคำ!"
"คุณฟ่านสังเกตละเอียดเกินไปหน่อยไหมครับ?"
ตั้งแต่ประโยคนี้เป็นต้นไป บรรยากาศการอยู่ด้วยกันของทั้งสองคน... เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หากจะพูดให้ดูเหนือธรรมชาติหน่อยก็คือ รังสีของทั้งคู่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถึงขั้นมีการประชันหน้ากัน กลิ่นอายความตึงเครียดกระจายไปทั่วในอากาศ~
คนหนึ่งเรียกพี่ชายได้คล่องปากสุดๆ ดูสนิทสนมเหลือเกิน อีกคนก็เรียกคุณฟ่านตลอด ฟังดูห่างเหินเป็นบ้า
ให้ตายสิ มวยถูกคู่ ยอดคนเจอยอดคนจริงๆ
พูดตามตรง ในตอนนี้ทั้งไป๋อันเหลียงและฟ่านปิงปิงต่างรู้สึกว่า... มันช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน
เอาละๆ ไม่เล่นละครแล้วก็ได้
ฟ่านปิงปิงไหวไหล่อย่างจนใจ "ที่ฉันคอยสังเกตพี่ ก็เพราะว่าฉันรู้สึกถูกชะตากับพี่จริงๆ พี่อย่าคิดว่าฉันหวังร้ายเลยนะ"
ไป๋อันเหลียงยิ้ม "ผมก็หวังให้คุณหวังร้ายต่อผมเหมือนกันนั่นแหละ ทางที่ดีช่วยส่งคีย์การ์ดห้องมาให้ผมสักใบสิ ใครจะไปรู้ว่าผมรอคอยที่จะโดน 'กฎลับ' ของคนในวงการมานานแค่ไหนแล้ว~"
"เชอะ! ฝันไปเถอะ คนสาวสวยอย่างฉันมีที่ไหนต้องไปใช้กฎลับกับผู้ชายกันล่ะ? อย่างมากพี่ก็ได้เจอแต่พวกมนุษย์ป้าอายุสี่สิบห้าปีนั่นแหละ"
"ถ้าดูแลรักษาดีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้นะครับ ผมมันพวกฟันไม่ดี ชอบกินของนุ่มๆ" พูดจบไป๋อันเหลียงก็ก้มมองลงไปข้างหน้าแวบหนึ่ง อืม... ทางที่ดีต้องเป็นของนุ่มๆ ที่อุ่นๆ ด้วยนะ~
ฟ่านปิงปิงถอยหลังหนีหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ "มองตรงไหนน่ะ?"
"ผมกำลังคิดว่า ถ้าผมโดนคุณเลี้ยงดูขึ้นมาจริงๆ ในอนาคตลูกๆ จะมีกินอิ่มไหมน่ะครับ"
"รวมพี่เข้าไปด้วยก็ยังอิ่มย่ะ!"
"ผมไม่เชื่อ" ไป๋อันเหลียงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมเตรียมจะต่อมุกว่า "ยกเว้นแต่จะให้ผมพิสูจน์ดูหน่อย~"
ใบหน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด คราวนี้ไม่ได้แสร้งทำ ไม่ว่าฟ่านปิงปิงจะดูใสซื่อหรือมีเล่ห์เหลี่ยมแค่ไหน แต่อายุของเธอในตอนนี้ก็มีแค่นี้
หากจะพูดถึงเรื่องความหน้าไม่อายล่ะก็ เธอไม่มีทางสู้ไป๋อันเหลียงที่เป็นเฒ่าหัวงูในร่างเด็กหนุ่มได้หรอก
อายุของไป๋อันเหลียงหลอกคนได้ แต่อายุของเธอหลอกไม่ได้ นอกจากว่าเธอจะเป็นคนทะลุมิติมาเหมือนกัน
แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่
"ยอมแพ้แล้วค่ะ!" ภายใต้การรุกคืบของไป๋อันเหลียง ฟ่านปิงปิงก็ได้แต่ยกธงขาวขอลา
"หึหึ~"
"ฉันก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรสักหน่อย ไม่ได้คิดจะหลอกพี่ด้วย..." เธอบ่นพึมพำ ในดวงตาแฝงไปด้วยความน้อยใจเล็กน้อย เป็นประกายวิบวับ ราวกับพร้อมจะร้องไห้โชว์ไป๋อันเหลียงได้ทุกเมื่อ
ซี้ด... ผู้หญิงคนนี้! ให้ตายสิ ยัยตัวร้ายล่มเมือง!
ไป๋อันเหลียงเริ่มประเมินระดับอีกฝ่ายได้เกือบครบแล้ว ฝีมือน่ะพอมีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจเท่าที่เขาคิด เป็นแค่ "นกต่อ" ระดับธรรมดาที่ต้องรอการพัฒนาต่อไป
แต่เมื่อบวกกับรูปลักษณ์ภายนอกของเธอแล้ว... แค่ระดับธรรมดาก็มีพลังทำลายล้างมหาศาลแล้ว ใช้งานได้เหลือเฟือทีเดียว
"คุณมาบอกผมเรื่องพวกนี้ ต้องการอะไรกันแน่ครับ?" ไป๋อันเหลียงถามอย่างจนใจ
ฟ่านปิงปิงแอบเผยสีหน้าเหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย ราวกับแอบกินองุ่นได้สำเร็จ "คืองี้นะคะ หลังจากถ่ายเรื่องนี้จบ ฉันอยากจะไปหาลู่ทางพัฒนาต่อที่ฮ่องกงน่ะค่ะ"
"แล้วยังไงต่อล่ะ?" ไป๋อันเหลียงถามอย่างประหลาดใจ
"ก็หาที่พึ่งไงคะ!" ฟ่านปิงปิงพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย
"ผมน่ะเหรอ?" เขาชี้ไปที่จมูกตัวเองด้วยความอึ้ง
"ใช่ค่ะ"
"คุณสมองกลับหรือเปล่า ผมเองยังต้องหนีมาที่แผ่นดินใหญ่เลย... จะว่าไปคุณไปฮ่องกงทำไม? ที่นั่นจะมีช่องว่างให้คุณไปแทรกได้ยังไง อย่างมากเขาก็โยนงานเศษสอยมาให้คุณแค่นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นแหละ" ไป๋อันเหลียงปฏิเสธทันที
"ฉันจะไปให้ได้ค่ะ!"
เอาเถอะ~ พอจะเข้าใจได้ ข้อจำกัดของยุคสมัยน่ะนะ คาดว่าคงมีคนอีกมากมายที่ไม่เข้าใจว่าทำไมไป๋อันเหลียงถึงต้องพาศิษย์น้อง "หนี" มาที่แผ่นดินใหญ่ ลับหลังคงแอบหัวเราะเยาะเขาว่า "มีแต่กำลังไม่มีสมอง" แน่ๆ
ส่วนฟ่านปิงปิง... ไป๋อันเหลียงสมองแล่นปรื๊ด "ช่างมันเถอะ ถ้าคุณคิดว่าชื่อเสียงของผมพอจะมีประโยชน์ อยากใช้ก็ใช้ไปเถอะ ถือว่าคุณติดค้างบุญคุณผมครั้งหนึ่งแล้วกัน"
อย่างไรเสียเขาก็ไม่มีอะไรจะเสีย "คุณฟ่าน" ในอนาคตคนนี้ก็คือเส้นสายเหมือนกัน แถมยังเป็นประเภทที่ "แลกเป็นเงิน" ได้ทันทีด้วย ให้เธอช่วยแนะนำเส้นสายในแวดวงปักกิ่งให้เขาสักหน่อยก็คงไม่เกินไปใช่ไหม?
ให้ตายสิ เดิมทีก็ตั้งใจแค่จะบริหารเสน่ห์ใส่สาวๆ เท่านั้นเอง จะสำเร็จหรือไม่ก็แล้วแต่บุพเพวาสนา แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนการจีบสาวมันกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ไปเสียแล้ว
รสชาติมันเปลี่ยนไปแฮะ
"จริงเหรอคะ?" ฟ่านปิงปิงดูมีความสุขมาก ดวงตาเบิกกว้าง
"หึหึ เตือนไว้ก่อนนะ ห้ามไปเอ่ยชื่อผมในบางสถานที่เด็ดขาด ระวังจะไม่ได้กลับออกมา ฮ่องกงน่ะมีพวกแก๊งอิทธิพลอยู่นะ"
ฟ่านปิงปิง: ???
(จบแล้ว)