เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 233 - การชุมนุมของเหล่าปีศาจในความมืด

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 233 - การชุมนุมของเหล่าปีศาจในความมืด

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 233 - การชุมนุมของเหล่าปีศาจในความมืด


หลังจากที่ข่มอารมณ์ของตัวเองจนสงบได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว เดวิดเหลือบมองที่ข้อมือเพื่อตรวจสอบทิศทาง ก่อนจะเร่งความเร็วในการเคลื่อนที่ให้เพิ่มขึ้น จนท้ายที่สุดแล้วเขาก็กระตุ้นทักษะลูกเตะพายุหมุนออกมา

ไม่ใช่เพื่อโจมตีทำร้ายใคร  เดวิดประยุกต์ใช้ความคล่องแคล่วของท่าเท้าที่เพิ่มขึ้นหลบหลีกฝูงชน ในสถานการณ์ที่มีผู้คนอยู่พลุกพล่านแบบนี้ นี่เป็นทักษะในการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมที่สุด ร่างของเขาพุ่งรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ สายตาเหลือบลงมองลูกศรนำทางที่ข้อมือเป็นระยะ

เดวิดใช้เวลาเพียงไม่ถึง  2 นาทีเท่านั้นในการเดินทางมาถึงที่หมาย ในตอนนี้เขาหลบอยู่ในมุมหลับตาคนข้างถนน ตรวจสอบย้ำให้มั่นใจว่าลูกศรโฮโลแกรมนั้นชี้ตรงไปหาร้านค้าที่ประตูปิดสนิทอยู่จริง ๆ หลังจากนั้นก็เริ่มทำการปิดบังตัวตนที่แท้จริงด้วยอุปกรณ์ที่เตรียมเอาไว้แล้วทันที

เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกระดุมเอาไว้ใช้เปลี่ยนเสียง เดวิดติดมันไว้ที่คอบริเวณคอหอยของตัวเอง ก่อนจะหยิบเอาหน้ากากรูปหมาป่าโลหิตออกมาสวม ดึงฮูดขึ้นคลุมศีรษะจนมิดชิดหลังจากตรวจสอบแล้วว่าไม่เผยใบหน้าส่วนไหน หรือแม้แต่เส้นผมออกไปให้คนอื่นเห็นได้อีก เขาก็นำถุงมือสีดำออกมาสวมใส่ ทั้งหมดก็เป็นอันเรียบร้อย การปลอมตัวเพื่อเข้าประชุมถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น

ก๊อก!... ก๊อก!.... ก๊อก!ก๊อก!ก๊อก!

เดวิดเดินเข้าไปเคาะประตูเป็นจังหวะตามที่ระบุเอาไว้ในข้อความที่ส่งมา มันเป็นรหัสที่ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก แต่น้อยครั้งที่คนธรรมดาจะเคาะประตูเป็นจังหวะแบบนี้

และเขารอแทบจะไม่ต้องรอเลยด้วยซ้ำ มันเป็นรหัสที่สามารถเปิดประตูได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ได้ต้องรอให้มีคนมาเปิดให้ เดวิดเดินผ่านช่องประตูที่เปิดออกแคบ ๆ เพียงให้ผู้ชายร่างใหญ่ผ่านได้เข้าไปอย่างไม่ลังเล และเข้าก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็นด้านใน พื้นที่นั้นกว้างขวางเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะถ้าวัดจากหน้าร้านที่ดูทรุดโทรมนั่น

มันไม่ได้มีการตกแต่งหรือประดับประดาอะไรพิเศษ เป็นเพียงแค่ลานโล่ง ๆ ขนาดใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของสนามฟุตบอลเท่านั้น ตรงกลางลานโล่งมีไฟกองใหญ่ลุกโชติช่วง และมีคนที่น่าจะเป็นสมาชิกของชมรมลับแห่งนี้นั่งล้อมวงกันอยู่มากกว่า 100 คนแล้ว น่าแปลกที่แม้ว่าจะมีคนอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย แต่บรรยากาศกลับเงียบสนิท นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ยินเสียงพูดคุยดังออกมา

ดูเหมือนว่าประตูที่เดวิดเข้ามาจะไม่ใช่ทางเข้าทางออกทางเดียว ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน มีร่างของบุคคลที่แต่งกายปิดบังตัวตนมิดชิดทยอยกันเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งที่ว่างอยู่รอบกองไฟอย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าวิธีการจริง ๆ จะเป็นอย่างไร แต่เมื่อเข้าเมืองตาหลิ่วแล้วก็ต้องหลิ่วตาตาม เดวิดสาวเท้าเข้าไปเลือกที่ว่างลงนั่งอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติเช่นกัน แน่นอน! เขานั่งปิดปากเงียบไม่มีการทักทายหรือสอบถามอะไรให้เป็นที่ผิดสังเกตเลย มีเพียงการสอดส่ายสายตาไปมาอย่างช้าเพื่อเก็บข้อมูลเท่านั้น แต่สมาชิกที่นั่งอยู่ตอนนี้ทุกคนปิดบังตัวตนได้อย่างมิดชิด แม้แค่ส่วนเล็ก ๆ ของผิวหนังก็ไม่มีปรากฏออกมาให้เห็น สมแล้วที่เป็นการประชุมของชมรมลับ เดวิดได้แต่พยักหน้าชื่นชมอยู่ในใจ

หลังจากที่เขานั่งลงและนับจำนวนคนไปเรื่อย ๆ เป็นการแก้เบื่อได้ไม่นาน จำนวนสมาชิกที่นั่งอยู่ก็แตะระดับ 200 คน และมันไม่มีทีท่าว่าจะมีใครเข้ามาเพิ่มอีกเลย

และเพียงแค่ไม่ถึง 5 นาทีหลังจากที่ไม่มีสมาชิกมาเพิ่มเติม ร่างของคน ๆ หนึ่งก็เดินออกจากที่นั่งเข้าไปด้านใน การแต่งกายของเขานั่นมิดชิดไม่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่น หน้ากากที่สวมใส่เป็นรูปแมวป่าที่แยกเขี้ยวอย่างดุร้าย หลังจากที่เดินเข้าไปจนเกือบจะถึงกองไฟ เขาก็หันมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น

“ฉันขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่การประชุมประจำสัปดาห์ของ...” ยังไม่ทันที่จะกล่าวได้จบประโยค ของบางอย่างก็ลอยเข้าไปกระทบหน้าเขาเป็นการขัดจังหวะเสียก่อน และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ชิ้นเดียวเสียด้วย มันลอยตามมาเป็นพรวนเหมือนกับนัดกันเอาไว้เลยทีเดียว

“เจ้าเหมียวน้อย! นายคิดว่าคราวนี้จะสามารถหลอกทุกคนได้อีกครั้งอย่างนั้นหรือไง?” เสียงระคายหูดังออกมาจากบุคคลที่สวมหน้ากากของปีศาจกระบองเพชรอยู่ และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่เมามันที่สุดในการขว้างปา ผลไม้ที่วางอยู่ด้านข้างตัวถูกประเคนเข้าไปยังชายที่ยืนอยู่ข้างกองไฟจนเกือบหมดแล้ว

สมาชิกที่นั่งอยู่ส่วนใหญ่ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างครึกครื้น บางคนเริ่มหยิบสิ่งของปาเข้าไปบ้างแล้ว

“บ้า...บ! พวกนายรู้กันได้ยังไง? การปลอมตัวครั้งนี้ดีกว่าครั้งที่แล้วอีก!!” เจ้าตัวปลอมตะโกนลั่นออกมา ยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้นป้องกันใบหน้าของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะรีบพาตัวเองหนีออกจากกลางวงล้อมอย่างรวดเร็ว

เดวิดขมวดคิ้วอยู่ภายใต้หน้ากากอย่างสับสน เขาไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ก่อนที่จะมึนงงสงสัยมากไปกว่านั้น ที่ไหล่ซ้ายก็รู้สึกว่ามีใครบางคนยกมือมาแตะสะกิดเบา ๆ และเมื่อหันไปดูก็พบว่ามีบุคคลที่อยู่ในชุดคลุมสีซีดยืนอยู่ มือของเขาเพิ่งขยับลดลงไปอยู่ที่ข้างตัว เดวิดรับรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้แหละที่สะกิดเขา

เมื่อกวาดตามมองอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ว่าหน้ากากสิงโตตาแดงจะไม่คุ้นตาเลย แต่รูปร่างและเสื้อคลุมตัวนี้กลับไม่ใช่ เขาเคยเห็นมันมาก่อน

“ซา..”

“ซู่ว!!” ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ เสียงชู่ปากดังขัดจังหวะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ที่นี่พวกเราไม่สื่อสารกันด้วยชื่อจริง แต่จะใช้ฉายาแทน ส่วนใหญ่แล้วจะตั้งตามหน้ากากที่แต่ละคนสวมใส่เป็นประจำ” เสียงสังเคราะห์ที่เปล่งออกมา มันเป็นเสียงเดียวกันกับที่ซาร่าใช้เมื่อตอนนั้นอย่างชัดเจน

และเธอก็เอ่ยต่อออกมาหลังจากพิจารณาหน้ากากที่เดวิดสวมใส่อย่างละเอียด “ฉายาของนายน่าจะเป็น ‘หมาป่าโลหิต’ แต่น่าเสียดายชื่อนี้มีคนใช้ไปแล้ว เจ้าคนที่นั่งอยู่ตรงโน้นไง เห็นมั้ย?” มือของเธอชี้ไปยังร่างของคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่อีกฝั่งของกองไฟ มันเป็นอย่างที่ซาร่ากล่าวบอกเอาไว้ หน้ากากของคน ๆ นั้นเหมือนกันกับของเดวิดไม่มีผิด ถ้าบอกว่าซื้อมาจากร้านเดียวกันก็คงจะเชื่อได้อย่างไม่ลังเล 2 สิ่งที่พอจะแยกพวกเขาออกจากกันได้คงเป็นเพียงความสูง และสีของเสื้อคลุมที่ซีดจางต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น

“อืม? เอาเป็นว่านายได้ใช้ฉายาว่า ‘สุนัขโลหิต’ นะ จำเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน” หลังจากคิดเพียงชั่วครู่ ซาร่าก็ตั้งฉายาส่ง ๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว

“ให้ตายสิ หาชื่อที่มันดีกว่านี้หน่อยได้มั้ย” เมื่อได้ยินฉายาที่เธอตั้งให้ ใบหน้าของเดวิดก็กระตุกอย่างแรง

“เดี๋ยวฉันคิดเอง! แต่รับรองได้ว่าต้องดีกว่าสุนัขโลหิตนี้แน่” เขายืนยันอย่างหนักแน่น ไม่มีทางที่เดวิดจะยอมใช้ฉายาเห่ย ๆ อย่างนี้แน่

ซาร่าหัวเราะคิกคักออกมา แต่เมื่อมันถูกดัดแปลงเป็นเสียงสังเคราะห์ เสียงหัวเราะนี้ฟังดูน่ากลัวอย่างแปลกพิกล

“มันไม่ใช่เรื่องที่นายจะตัดสินใจได้เลยสุนัขโลหิต นี่เป็นกฎที่ตั้งขึ้นโดยหัวหน้าใหญ่ และเชื่อฉันเถอะ นายต้องยอมรับชื่อนี้แน่นอน พนันกันมั้ย?” อย่างไม่รอคำตอบ เธอเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมของตัวเองขึ้นมาทันที พยักเพยิดให้เดวิดระบุจำนวนคะแนนออกมา

แน่นอนว่าเดวิดไม่หลงกล ปากที่อยู่หลังหน้ากากเม้มติดกันแน่น และเลือกที่จะเป็นหัวข้อในการพูดคุย “แล้วเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? ฉันนึกว่าการประชุมควรจะเริ่มต้นขึ้นได้แล้ว!” มือของเขาชี้เข้าไปยังตำแหน่งที่กองไฟตั้งอยู่

“อ้อ เรื่องนั้นเหรอ! มีบางครั้งที่หัวหน้าใหญ่จะมาช้านะ มันเลยมีบางคนพยายามจะปลอมตัวเป็นเขา ก็อย่างว่าล่ะนะ พวกเราจดจำกันด้วยหน้ากาก และมันก็ไม่ได้หาซื้อยากเสียด้วย

บางทีคนที่ปลอมตัวก็ทำได้แนบเนียนเปิดประชุมเองไปตั้งนานกว่าที่หัวหน้าจะมาถึง แต่ส่วนใหญ่ก็จะโดนจับได้อย่างนี้แหละ หัวหน้าไม่ค่อยได้ถือสาเรื่องอะไรแบบนี้เท่าไร” ซาร่าอธิบายออกมาด้วยอาการยักไหล่

“โอเค! เข้าใจแล้ว ว่าแต่เธอเคยลองดูบ้างหรือยัง?” เดวิดถามต่ออย่างไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรแล้ว

“ไม่! และไม่มีทางด้วย! การแสดงของฉันแย่จะตาย สมัยอยู่ที่บ้านก็สอบตกวิชาการแสดงตลอดนั่นแหละ แค่เดินออกไปก็คงถูกจับได้แล้วมั้ง จะหาเรื่องขายหน้าให้ตัวเองทำไม?” เธอสั่นหัวดิก

“วิชาการแสดง? เธอมาจากเซ็กเตอร์ AA อย่างนั้นหรือ?” เดวิดถามอย่างสงสัย วิชาไร้ประโยชน์อย่างนี้ส่วนใหญ่จะมีสอนเฉพาะในเซ็กเตอร์ที่ผู้อยู่อาศัยร่ำรวยมากเท่านั้น

“เดาเอาเองสิ!” ซาร่าไม่ตอบ แค่เพียงหัวเราะอย่างลึกลับออกมานั้น

เหตุการณ์วุ่นวายกลางวงนั้นสงบลงไปได้สักพัก และตอนนี้มีร่างที่สวมใส่หน้ากากแมวป่าที่กำลังแยกเขี้ยวเดินผ่านประตูทางเข้าบานหนึ่งเข้ามาแล้ว และคราวนี้เหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าตัวจริง

คนจำนวนหนึ่งรีบขยับตัวออกไปทำความสะอาดพื้นที่ด้านในวงล้อมทันที และเมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามาถึงบริเวณที่นั่ง ทุกอย่างก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนกับตอนเริ่มต้นไม่มีผิด

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 233 - การชุมนุมของเหล่าปีศาจในความมืด

คัดลอกลิงก์แล้ว