เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 217 - กลับ

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 217 - กลับ

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 217 - กลับ


“ถ้าต้องการกำจัดเขาในอนาคต ก็คงจะต้องเป็นนอกเขตพื้นที่ของสถาบันเท่านั้น!” เหมือนโบรแกนเริ่มจะรู้ตัวแล้วว่าศัตรูที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นนั้นอันตรายขนาดไหน ข้อเสนอแนะที่จริงใจหลุดออกมาจากปากหลังจากที่ใคร่ครวญอยู่สักพัก โบรแกนยอมรับออกมาอย่างกลาย ๆ แล้วว่า ฟิลลิดานั้นเหมาะสมกว่าเขาในตำแหน่งผู้นำรุ่นเยาว์ของตระกูล

แววตาของฟิลลิดาเป็นประกาย “หืม? หลังจากที่จบจากกิจกรรมในครั้งนี้ ทางสถาบันน่าจะอนุญาตให้นักเรียนใหม่รับภารกิจภายนอกแล้ว อืม? ถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่ได้อยู่ในเขตรับผิดชอบของสถาบัน ตระกูลของเราสามารถจัดการกับเจ้าหมอนั่นได้แน่ ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือของเฟสเซอร์ระดับ 4-5 ยีนได้แน่” แล้วเธอก็หันไปมองที่โบรแกนด้วยความประหลาดใจ

“ไม่เลว” พร้อมกับยิ้มออกมา

“หึ!” โบรแกนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับออกจากห้องไป

.............................

เดวิดกับอัลวีใช้เวลามากกว่า 10 นาทีเล็กน้อยเพื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย มันเป็นพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่ เดวิดเคยผ่านมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อ 2 วันก่อน แต่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะมันเป็นแค่พื้นที่ว่างเปล่า ไม่มีที่หลบซ่อน ไม่มีกล่องอุปกรณ์ไฮเทค และไม่มีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ให้ล่า เขาแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

หลังจากมาถึงที่นี่ เดวิดก็แยกกับอัลวีทันที ปล่อยให้เธอไปทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ส่วนเขาเลือกจุดที่ค่อนข้างจะเงียบสงบนั่งลงพักผ่อน แม้ว่าร่างกายจะยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน แต่จิตใจของเดวิดนั้นอ่อนล้าเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เริ่มกิจกรรมการแข่งขันนี้มา มันต้องใช้พลังใจและสมาธิอยู่ตลอดเวลา เขาเริ่มรู้สึกอยากจะนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่มจริง ๆ สักตื่นแล้ว

ที่จุดรวมพลในตอนนี้เริ่มคลาคล่ำไปด้วยผู้คน มีทั้งนักเรียนที่มาถึงที่นี่ก่อนเดวิด และกำลังเริ่มทยอยกันตามมาเรื่อย ๆ คนที่รู้จักกันเริ่มจับกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงมีอีกจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะหามุมพักผ่อนเงียบ ๆ เฝ้ารอเรือเหาะที่จะมารับพวกเขากลับไปที่สถาบัน

เดวิดนั่งอยู่อย่างเงียบสงบ แม้ว่าตั้งใจจะพักผ่อน แต่สายตาก็ยังสอดส่ายมองกวาดเข้าไปในกลุ่มคนอยู่เรื่อย ๆ มันเกิดขึ้นเองโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ สายตามันพยายามมองหาร่าง ๆ หนึ่งที่คุ้นเคยอยู่ อาจจะเป็นเพราะมีผู้คนอยู่มากเกินไป เดวิดมองไม่เห็นเธอเลย

เสียงสัญญานว่ามีข้อความฉุกเฉินดังออกมาจากป้ายประจำตัว เดวิดรีบเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมของตัวเองเพื่อตรวจสอบทันที ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับข้อความในตอนนี้ ดูเหมือนว่านักเรียนทุกคนจะได้รับพร้อมกันทั้งหมด

เพราะมันเป็นแค่การระบุที่นั่งบนเรือเหาะเท่านั้น “หมายเลขที่นั่ง D-46 ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ”

และมันสมกับเป็นข้อความฉุกเฉินจริง ๆ หลังจากที่เขาอ่านข้อความจบแล้ว เสียงหึ่งของเครื่องยนต์ก็เริ่มดังให้ได้ยินมาจากระยะไกล เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าเป็นเรือเหาะจำนวนหนึ่งกำลังบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันลงจอดในพื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้ด้วยเวลาไม่ถึงนาทีหลังจากปรากฏตัวออกมาเท่านั้น

ดูเหมือนว่าการเตรียมพร้อมและกำหนดเวลาของสถาบันจะเที่ยงตรงอย่างน่าทึ่ง แต่เดวิดไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาตื่นเต้นอะไร ลุกขึ้นยืนพร้อมกับอ้าปากหาว สายตากวาดหาเรือเหาะที่มีตัวอักษร D ระบุอยู่ที่ลำตัว ก่อนจะมุ่งหน้าเดินขึ้นไปอย่างไม่รอช้า

เขาใช้เวลาไม่นานนักในการหาเก้าอี้หมายเลข 46 พบ เมื่อทิ้งตัวนั่งลงรัดเข็มขัดได้ เดวิดก็หลับตาลงอย่างไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว

หลังจากนั้นไม่กี่นาที เรือเหาะก็เริ่มสั่นอีกครั้ง เสียงของเครื่องยนต์ขับเคลื่อนคำรามออกมาเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่มันจะพาเรือเหาะทะยานขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว

.............................

ประมาณ 3 ชั่วโมงให้หลัง เสียงเรือเหาะลงจอดดังสนั่นขึ้น พร้อมกับห้องโดยสารที่โยกไปมาเล็กน้อย มันปลุกให้เดวิดรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าการเดินทางกลับครั้งนี้จะไม่มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นตกใจอะไร เขาหลับอย่างสบายตั้งแต่เรือเหาะยังไม่ขึ้นจากพื้นเสียด้วยซ้ำ หลังจากเช็ดน้ำลายออกจากมุมปาก เดวิดมองผ่านหน้าต่างเล็ก ๆ ออกไปด้านนอก ก็พบว่าตัวเองกลับมาถึงสถาบันเรียบร้อยแล้ว

หลังจากลงมาจากเรือเหาะได้แล้ว เดวิดเช็คกล่องข้อความของตัวเองอีกครั้ง เมื่อพบว่ามันไม่มีคำแนะนำอะไรถูกส่งเข้ามาเพิ่มเติม เขาก็ตีความหมายว่าน่าจะกลับไปพักผ่อนได้เลย แต่ก่อนที่เขาจะบอกให้เฮเซลทำการเรียกเรือเหาะสาธารณะให้มารับ สายตาก็ดันกวาดไปเห็นไนฮุนเสียก่อน

“เฮ้! เจ้าคนทรยศ!” เดวิดตะโกนเรียกเสียงดังก้อง

ในตอนแรก ไนฮุนไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับเสียงเรียกนี้ ไม่สิ! ที่เขาหันกลับมาไม่ใช่เพราะเสียงเรียกเลย แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่ว่ามีคนกำลังจ้องมองเขาอย่างประสงค์ร้ายมากกว่า และไนฮุนก็หันมาเจอกับสายตาที่ดุร้ายของเดวิดเข้าอย่างจัง

“โอ้! เดวิด! ที่แท้ก็นายนี่เอง” รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที พร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาอย่างไม่ลังเล

เดวิดขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจเล็กน้อย เมื่อไนฮุนเข้ามาใกล้พอ เขาก็รีบเอ่ยทันที “นายช่วยหุบไอ้รอยยิ้มน่ารังเกียจนี่ลงได้มั้ย?”

“หือ? ทำไมล่ะ?” ไนฮุนขมวดคิ้วบ้างแล้ว

“ไม่ทำไม มันแค่ทำให้นายดูเหมือนคนบ้าโรคจิตเท่านั้นเอง” เสียงของเดวิดนั้นราบเรียบ ก่อนที่เขาจะเริ่มก้าวเดินอย่างไม่รีบร้อนนัก

ไนฮุนก็เริ่มขยับตามเขาออกมา “จริงเหรอ? ไม่มั้ง! ฉันว่ามันทำให้ฉันดูใสซื่อน่ารักดีออก”

“เฮ้อ! นายเคยเจอคนที่ยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่น่ารักเหมือนเด็ก ๆ แต่ทั้งตัวมีแต่กลิ่นเลือด แถมยังปล่อยจิตสังหารออกมาทั่วตัวบ้างมั้ย?” น้ำเสียงของเดวิดกลายเป็นเหยียดหยามแล้ว

“หือ?” ไนฮุนอึ้งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะหุบยิ้มลง ใบหน้ากลายเป็นเรียบเฉยเย็นชาคล้ายกับใบหน้าของเดวิดในที่สุด

“ฉันไม่คิดเลยนะว่าจะได้เจอนายอีก นึกว่าตัวเองจะหมดคู่แข่งไปอีกคนแล้วเสียอีก” ไนฮุนเปิดประเด็น

“แล้วที่เห็นฉันยังไม่ตายนี่ นายมีความสุขหรือว่าเสียใจล่ะ?” เดวิดหยุดเท้าลง หันหน้าไปหรี่ตาจ้องมองไนฮุนเขม็ง

“อืม.....? อันที่จริงก็ทั้ง 2 อย่างเลยนะ แต่รู้สึกว่าจะมีความสุขมากกว่านิดนึง” ไนฮุนตอบกลับมาตามตรง

“ถ้านายไม่รอด ฉันจะหาคนคุยเรื่อยเปื่อยอย่างนี้ได้ที่ไหนอีก?” เขายักไหล่เบา ๆ แล้วไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทั้งคู่เดินต่อกันไปเงียบอีกสักพัก ก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“ถ้าให้พูดตามตรง นายก็โรคจิตจริง ๆ นั่นแหละ” เดวิดพึมพำ

“มั้ง! ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อ้อ! แล้วนายรอดมาจากเจ้าไก่ระดับสีน้ำตาลนั่นได้ยังไงกัน?” สีหน้าของไนฮุนเต็มไปด้วยความสงสัย

“ก็แค่ฆ่ามัน จะให้ทำยังไงได้อีกล่ะ?” น้ำเสียงของเดวิดนั้นเรียบเฉย ไม่มีแววของการอวดโอ่ภาคภูมิใจใด ๆ ทั้งสิ้น

ตะลึง! ไนฮุนตะลึงจนชะงักเท้าของตัวเองลงไปชั่วครู่ ก่อนจะสาวเท้าตามมาอีกครั้ง

“ฉันว่าแล้ว ผู้สืบทอดสายเลือดระดับสูงอย่างนายต้องมีของดีติดตัวแน่ ๆ แต่ก็คิดแค่ว่ามันน่าจะใช้สำหรับช่วยชีวิตเท่านั้น ใครจะไปคิดว่านายจะมีของระดับสุดยอดติดตัว นี่มันช่วยให้ฆ่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งพอ ๆ กับเฟสเซอร์ได้เลยเหรอ? น่าทึ่งจริง ๆ” ไนฮุนร่ายข้อสรุปของตัวเองออกมายาวเหยียด พร้อมกับส่ายหัวไปมาแบบไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไร

เดวิดแค่เพียงหัวเราะ ไม่เพียงแต่ไม่ปฏิเสธ เขายังเติมเชื้อเพิ่มเข้าไปอีก “มันก็แค่อุปกรณ์ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว แถมฉันยังไม่สามารถใช้มันได้แล้วอีกด้วย”

“เดี๋ยวนะ! ถ้านายฆ่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสีน้ำตาลได้ คะแนนการล่าของนาย? นี่แสดงว่าอย่างน้อย ๆ นายต้องอยู่ใน 50 อันดับแรกใช่มั้ย” ไนฮุนกล่าวอย่างสงสัย และเขาไม่ยอมเก็บมันเอาไว้ด้วย

“นายได้อันดับไหนกันแน่?” หลังจากที่เอ่ยถามออกมาตรง ๆ เขาก็เริ่มเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมของตัวเองทันที

“อันดับที่ 1!”

ไนฮุนที่เริ่มขยับมือขึ้นลงเลื่อนรายชื่อในหน้าต่างโฮโลแกรมไปเรื่อย ๆ ตอบรับกลับมาอย่างอัตโนมัติ “อืม! อันดับ 1 ใช่มั้ย...หือ? เดี๋ยว! นายว่าไงนะ?”

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 217 - กลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว