เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 181 - แผนการลอบสังหาร

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 181 - แผนการลอบสังหาร

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 181 - แผนการลอบสังหาร


ผู้ชายคนที่พวกเขาเรียกว่าหัวหน้า ‘ไพธ่อน’ เป็นชายหนุ่มที่มีผมยาวสีม่วง มันถูกมัดรวบเป็นหางม้าเอาไว้อย่างดีที่ด้านหลังของศีรษะ

เขายังจ้องรายละเอียดข้อมูลของเป้าหมายบนหน้าต่างโฮโลแกรมเงียบ ๆ ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยปากออกมาในที่สุด

“จากเวลาที่พวกเรามีอยู่ ฉันคิดว่า 7 เป้าหมาย! พวกเราน่าจะจัดการได้ 7 เป้าหมายเท่านั้น!”

และด้วยการยกมือขึ้นโบกอย่างง่าย ๆ รายละเอียดที่อยู่บนหน้าต่างโฮโลแกรมก็เริ่มเปลี่ยนไป มันเหลือแสดงภาพของนักเรียนเพียงคนเดียวเท่านั้น ‘สเติร์ม’ มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาปรากฏอยู่พอสมควร แต่ที่สำคัญที่สุด มันมีตำแหน่งปัจจุบันแสดงเอาไว้ด้วยอย่างชัดเจน

สีหน้าของไพธ่อนนั้นเรียบเฉย น้ำเสียงที่กล่าวสั่งการออกมาก็ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ออกมาแม้แต่นิดเดียว “เจ้าคนนี้คือเป้าหมายของนาย จากข้อมูลที่มี ความแข็งแกร่งของเขานั้นสูงพอสมควร แต่มันไม่น่าจะเกินความสามารถของนายหรอก” เขาหันหน้าไปทางสแปรโรว์ และระบุเป้าหมายให้เขาเป็นคนแรก

แต่ดูเหมือนว่าสแปรโรว์จะไม่ชอบใจนัก เข้ารีบโต้แย้งออกมาทันที “หัวหน้า! เจ้าหมอนี่อ่อนที่สุดในหมู่เป้าหมายครั้งนี้แล้ว ทำไมหัวหน้าไม่....” เสียงของเขาเริ่มเงียบลงเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดลงในที่สุด เหงื่อเย็น ๆ ผุดออกมาจากหน้าผาก และรีบก้มหน้าหลบสายตาที่จ้องเข้ามาอย่างเย็นชาอย่างไม่เต็มใจนัก

ดูเหมือนว่าเขาจะยอมรับเป้าหมายที่ได้รับมอบมาแล้ว แม้ว่าจะไม่เต็มใจมากนัก สังเกตได้จากฟันที่กัดกันแน่น และแววตาที่ไม่ยินยอม

ไพธ่อนไม่สนใจกับท่าทางที่เขาแสดงออกมาเลย เมื่อสแปรโรว์เงียบเสียงลงไปแล้ว เขาก็สะบัดมืออีกครั้ง ภาพบนหน้าต่างโฮโลแกรมก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

คราวนี้รูปของ ‘จานีน’ ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว ทั้งทักษะการเสริมสร้างร่างกาย ทักษะการต่อสู้ หรือแม้กระทั่งทักษะการเคลื่อนไหว และแน่นอนที่สุด ตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของเธอ มันเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียดอย่างน่าเหลือเชื่อทีเดียว

ไพธ่อนใช้เวลาตัดสินใจไม่นานนัก หลังจากใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลแค่ไม่กี่วินาที เขาก็หันหน้าไปทางผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่ม ก่อนจะเอ่ยมอบหมายออกไป “สาวน้อยคนนี้! ยกให้เป็นหน้าที่ของเธอก็แล้วกัน”

สเน็กพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “ได้เลยหัวหน้า ฉันจะทำให้ดีที่สุด” ไม่เพียงแต่เธอจะไม่โต้แย้งเท่านั้น สายตาที่มองไปยังชายหนุ่มหัวล้านที่ชื่อสแปรโรว์นั่น มันเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยอย่างชัดเจน นี่ยิ่งทำให้สีหน้าของเขายิ่งเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

และดูเหมือนว่าเขาจะเอ่ยอะไรสักอย่างที่เลวร้ายออกมาเบา ๆ เป็นการตอบโต้ แม้ว่าจะได้ยินไม่ชัดเจนนัก แต่มันก็ทำให้ให้สีหน้าของสเน็กเปลี่ยนเป็นดำมืด และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโมโหโกรธา ลมหายใจแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันชัดเจนเลยว่าถ้าไพธ่อนไม่ได้ยืนอยู่ที่นี่ด้วย สเน็กน่าจะลงมือโจมตีสแปรโรว์ไปเรียบร้อยแล้ว

แต่สแปรโรว์ก็สะใจอยู่ได้แค่เพียงแวบเดียวเท่านั้น เหงื่อเย็น ๆ ที่เพิ่งจะแห้งไปไหลรินออกมาอีกครั้ง เมื่อเขารู้สึกได้ถึงสายตาที่เย็นชาของหัวหน้ากลุ่ม มันทำให้เขาต้องก้มหน้าต่ำลงไปมากกว่าเดิมอีก

“ถ้านายพูดอะไรอย่างนั้นออกมาอีก ฉันจะไม่ปล่อยให้นายมีโอกาสทำหน้าที่อะไรในภารกิจครั้งนี้ต่อแน่” ไพธ่อน กล่าวเตือนออกมาเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจกับหน้าต่างโฮโลแกรมอีกครั้ง

และเขาใช้เวลาไม่นานนัก มอบหมายหน้าที่ให้กับ 2 คนที่เหลือจนเสร็จสิ้น

หลังจากนั้น ไพธ่อนก็เริ่มขยับมือจัดหน้าต่างโฮโลแกรมใหม่อีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มีข้อมูลของนักเรียนเพียงคนเดียวปรากฏขึ้นมาอีกต่อไปแล้ว มันมีภาพของนักเรียนชาย 2 คนและนักเรียนหญิง 1 คนปรากฏขึ้นมาพร้อมกันเลย

นักเรียนชายคนแรกเป็นเด็กหนุ่มชาวเอเชียที่มีผมสีฟ้ามัดเป็นหางม้าเอาไว้อย่างเรียบร้อย ไพธ่อนขยับมือหมุนภาพให้เปลี่ยนมุมเรื่อย ๆ เพื่อสังเกตลักษณะท่าทางและรูปร่างอย่างละเอียด รูปที่ใช้ประกอบขึ้นเป็นข้อมูลนี้มีความละเอียดที่สูงมาก มันเห็นแม้กระทั่งขี้แมลงวันที่อยู่ด้านหลังหูซ้ายเสียด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกฝน และตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันจะถูกแสดงเอาไว้เช่นกัน

นักเรียนชายคนที่ 2 เป็นชายหนุ่มร่างท้วมที่ดูฉลาดเฉลียวและมีไหวพริบ รูปของเขานั้นโดดเด่นออกมามากที่สุด แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะขนาดตัวที่อ้วนท้วนสมบูรณ์กว่าคนอื่นก็ได้ และนี่ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเด็กหนุ่มจ้ำม่ำอารมณ์ดี ‘ดราวิน’ นั่นเอง

ส่วนคนสุดท้ายที่อยู่ในหน้าต่างโฮโลแกรมในตอนนี้ เป็นนักเรียนหญิงที่มีดวงตาสีเขียว และใบหน้าที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง รูปร่างของเธอนั่นยิ่งเป็นสิ่งที่ยั่วยวนหัวใจผู้ชายทุกคนมากที่สุด มันดูสมบูรณ์แบบมาก เจ้าของภาพและข้อมูลที่ปรากฏอยู่ก็คือ ‘ฟิลลิดา’

สายตาของไพธ่อนมองสลับไปมาระหว่างภาพของนักเรียนทั้ง 3 คน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสนใจกับภาพของ ‘ลู่ฟง’ และฟิลลิดามากกว่าดราวินมาก จากข้อมูลที่ปรากฏอยู่ ดูเหมือนว่าทั้ง 2 คนนี้จะมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่สามารถสร้างความยากลำบากให้แก่เขาอยู่ได้บ้าง

ในขณะที่ข้อมูลของดราวิน ไม่แสดงว่ามีความแข็งแกร่ง หรือความสามารถทางด้านการต่อสู้ที่คู่ควรกับสายตาของเขาแม้แต่นิดเดียว สิ่งพิเศษที่ทำให้ดราวินมีรายชื่ออยู่ในลิสต์นี้ เป็นแค่เพียงข้อสงสัยที่ว่าเขาอาจจะเป็นนักพันธุศาสตร์ระดับอัจฉริยะคนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนในสถาบัน แต่ความสามารถทางด้านพันธุศาสตร์ของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับผู้ช่วยนักพันธุศาสตร์เรียบร้อยแล้ว มันเป็นเพียงสิ่งที่อัจฉริยะเท่านั้นที่จะทำได้

และดูเหมือนว่าองค์กรที่ไพธ่อนสังกัดอยู่จะมีอำนาจ และเครือข่ายที่กว้างขวางไม่น้อยเลยทีเดียว ข้อมูลลับระดับสูงแบบนี้ยังสามารถรวบรวมออกมาได้ นี่ต้องไม่ใช่องค์กรระดับธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน!

“เป้าหมาย 3 คนนี้ ฉันจะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง! พวกเราจะกลับมาพบกันที่นี่เวลา 03.30 ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย และแน่ใจว่าจะกลับมาได้ตรงเวลา ระหว่างที่ลงมือให้ปกปิดร่องรอยให้ดีที่สุด อย่าให้เหลือเบาแสใด ๆ ที่จะเชื่อมโยงกลับมาถึงองค์กรของพวกเราได้เป็นเด็ดขาด” ในที่สุดไพธ่อนก็กล่าวสั่งการออกมาเป็นครั้งสุดท้าย น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย็นชาเป็นอย่างมาก

“เริ่มลงมือได้เลย!”

หลังจากคำสั่งสุดท้ายหลุดออกมาจากปาก คนที่เหลือพยักหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว และเริ่มขยับแยกย้ายกันไปในทิศทางต่าง ๆ ทันที การเคลื่อนที่ของพวกเขานั้นเงียบกริบ มันไม่เหมือนกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์เลยด้วยซ้ำ

ไพธ่อนยังยืนนิ่ง ๆ อยู่ที่เดิม เขากำลังวางลำดับของการปฏิบัติงานให้กับตัวเอง ในความคิดของไพธ่อน คนที่แข็งแกร่งที่สุดน่าจะต้องเก็บเอาไว้เป็นคนสุดท้าย เขาควรเริ่มต้นจากคนที่อ่อนแอก่อน มันจะช่วยเพิ่มความตื่นตัวและโมเมนตัมในการลงมือของตัวเองให้เพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดก่อนการลงมือครั้งสุดท้าย ไพธ่อนเป็นคนเดียวที่รับเป้าหมายถึง 3 คน เขากำลังรวบรวมสมาธิของตัวเอง ทุกอย่างต้องเงียบเชียบ และที่สำคัญที่สุด มันต้องรวดเร็ว!

....................

เดวิดสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน มีคน ‘โทร’ เข้ามาหาเขาด้วยเครือข่ายภายนอก?

สีหน้าของเขาแสดงความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนการนอนออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังตอบรับการติดต่อ และกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวเป็นอย่างยิ่ง

“นั่นใคร?”

“เฮ้! ฉันเอง! ดราวิน! จำฉันได้ใช่มั้ย?” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาในหัวของเขาโดยตรง ในดวงตานั้นมีแสงกระพริบอยู่เป็นจังหวะ

“มีเรื่องอะไร?” เดวิดถามเข้าเรื่องทันที เมื่อรู้ว่าคนที่ขัดจังหวะการพักผ่อนของตัวเองคือใคร อารมณ์ของเขาก็ยิ่งขุ่นมัวมากขึ้นไปอีก ‘เจ้าหมอนี่ยังคิดที่จะทำอะไรอีก เอาคะแนนจีโนของฉันไปตั้งเยอะยังไม่พออีกหรืออย่างไร’ ในใจของเขาแล้ว ดราวินคือหัวขโมยตัวร้าย และดูเหมือนว่าการติดต่อเข้ามาในครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องดีเสียด้วย

“ฮี่ฮี่” เสียงที่ปลายสายหัวเราะแบบอาย ๆ เล็กน้อยออกมา

“นายจำได้มั้ยว่ารับปากจะช่วยฉันครั้งหนึ่ง? ตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือแล้ว” ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย ดราวินก็ไม่มีคำพูดไร้สาระอะไรออกมาเลย

แต่ข้อความที่เขาเอ่ยออกมาทำให้เดวิดอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่จะคำรามสวนออกไป “นายคิดจริง ๆ นะหรือว่าฉันจะช่วยนาย แค่การรับปากส่ง ๆ ตอนนั้นเนี่ยนะ? นายคิดว่าฉันเป็นคนที่จะสนใจกับคำพูดพวกนั้นจริง ๆ หรือ? ความช่วยเหลืออะไร ฉันไม่รู้เรื่องทั้งนั้น! ถ้าไม่มีเรื่องอื่นอีก ฉันจะตัดการเชื่อมต่อแล้ว!” เขาสวนคำพูดปฏิเสธออกไปรวดเดียวจบ พร้อมกับขยับมือหมายจะตัดการติดต่อจริง ๆ แต่เสียงที่เร่งร้อนดังขึ้นมาเสียก่อน

“ฉันจะให้คะแนนจีโนที่เหลือทั้งหมดกับนาย!” นี่มันน่าสนใจแล้ว! คำพูดของดราวินทำให้มือของเดวิดหยุดชะงักลงทันที

แต่เขาก็ยังไม่ได้รับปากออกไปอย่างทันทีทันใด ในหัวของเดวิดคิดว่าเรื่องมันคงจะไม่ได้ง่าย ๆ อย่างที่เห็นแน่

“แล้วฉันจะเพิ่มให้อีก 20,000 คะแนนด้วยนะ เพิ่มให้อีกฟรี ๆ เลย!” ดูเหมือนว่าเสียงที่ดังตามมาอีกครั้ง จะเป็นเสียงที่ออกมาจากปากที่กำลังกัดฟันแน่น

“ก็ได้! ส่งตำแหน่งปัจจุบันของนายมา!” 20,000 คะแนน มันเพียงพอที่จะทำให้เดวิดตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดเลย 50,000 คะแนนจีโน ต่อให้มันอาจจะยุ่งยากอยู่บ้าง แต่เขาไม่โง่พอที่จะปฏิเสธคะแนนจำนวนมหาศาลอย่างนี้แน่ ไม่ว่าการช่วยเหลือที่เจ้าอ้วนนี่พูดถึงจะเป็นอะไร ขอแค่มันไม่ใช่การล่าสังหารผู้บริสุทธิ์ เดวิดคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

หลังจากตัดการเชื่อมต่อแล้ว เดวิดรีบเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมของตัวเองขึ้นมาตรวจสอบตำแหน่งที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา ก่อนที่จะสั่งการออกไป

“เฮเซล! นำทางฉันไปที่ตำแหน่งนี้ที”

“ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป สักวันหนึ่งนายต้องตายเพราะความโลภแน่!” เสียง AI ส่วนตัวของเขาแดกดันขึ้นมา แต่มันก็ยังทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว ลูกศรชี้ทางปรากฏขึ้นมาที่กลางอากาศ นำทางให้เดวิดที่พยายามไม่สนใจกับคำถากถางเคลื่อนตัวตามไปอย่างรวดเร็ว

.........

หลังจากตัดการเชื่อมต่อแล้ว ดราวินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะพึมพำออกมา “นี่น่าจะเพียงพอแล้ว!”

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มีข้อมูลสำคัญถูกแจ้งเข้ามาที่กล่องข้อความส่วนตัว ในนั้นระบุวันเวลาของการ ‘ลอบสังหาร’ เขาเอาไว้ ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลทำให้ดราวินตื่นตระหนกอยู่เป็นเวลานาน และหลังจากที่รวบรวมสติได้ เขาก็คิดหาวิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยขึ้นมาได้ และเดวิดก็เป็นหนึ่งในผู้คุ้มกันที่เขาเลือก

“นายแน่ใจใช่มั้ยว่าจะมีการลอบสังหารเกิดขึ้น?” เสียงที่เย็นชาของเด็กหนุ่มลอยมาเข้าหูของดราวิน สีหน้าท่าทางของคนพูดเย็นชากว่าน้ำเสียงเสียอีก

นักเรียนใหม่คนนี้เป็นนักเรียนพรสวรรค์ระดับ 5 ดาว ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์คนหนึ่งตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน ข้อมูลของเขานั้นถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดของทางสถาบัน มีคนจำนวนไม่มากนักที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา แน่นอน! มันมีนักเรียนที่อยู่ในประเภทเดียวกันนี้อีกไม่น้อยเลย

และถึงแม้ว่าเขาจะได้รับการดูแลเรื่องการฝึกฝนและทรัพยากรจากศาสตราจารย์แล้ว แต่เด็กหนุ่มอัจฉริยะคนนี้ไม่คิดจะปล่อยให้โอกาสในการสร้างบุญคุณกับอัจฉริยะด้านพันธุศาสตร์หลุดลอยไปแน่ นี่ยังไม่นับรวมว่าดราวินสัญญาว่าจะตอบแทนเขาด้วยเซรุ่มพันธุกรรมที่มีค่าบางอย่างด้วย นั่นคือสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้เขายอมรับหน้าที่มาเป็นผู้คุ้มกันในคราวนี้!

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 181 - แผนการลอบสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว