เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 177 - สอบปากคำ

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 177 - สอบปากคำ

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 177 - สอบปากคำ


ในตอนต้น เงาร่างนั้นยืนจ้องอยู่ที่เดวิดอย่างสงบนิ่ง แต่ในใจนั้นเกิดความสงสัยและสับสนในอาการผ่อนคลายของเขาเป็นอย่างมาก

ในป่าลึกแบบนี้ อันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สัตว์ป่าที่ดุร้ายมีอยู่เป็นจำนวนมาก นี่ยังไม่รวมถึงโอกาสที่จะถูกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จู่โจมได้ตลอดเวลาอีกด้วย ถ้ามีใครจำเป็นต้องพักค้างคืนอยู่ในป่า เขาหรือเธอคนนั้นจะต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีเพื่อนคอยอยู่เฝ้าเป็นเวรยามให้ ไม่มีใครกล้าจะหลับตาลงนอนได้แน่ แต่เดวิดกลับทำเหมือนว่าที่นี่เป็นสวนหลังบ้านเท่านั้น เขาสามารถนอนหลับฝันหวานได้อย่างสบายใจ ไม่มีทีท่าว่าจะเป็นกังวลเลยแม้แต่นิดเดียว

เธอไม่แน่ใจว่าเขาโง่จริง ๆ หรือว่าแค่มีความกล้าหาญมากกว่าคนอื่น ๆ เท่านั้น แต่ถ้าดูจากที่เดวิดยังคงสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ มันน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า ไม่มีทางที่คนโง่และประมาทเลินเล่อจะรอดชีวิตอยู่ในป่าแห่งนี้ได้เกือบ 2 วันแน่ ๆ

ร่างนั้นสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงหวานออกมา “ไม่ได้เจอกันสักพักแล้วนะ เดวิด!” และก้าวออกไปทิ้งตัวนั่งลงบนก้อนหินที่อยู่ไม่ห่างจากโคนต้นไม้นั่นมากนัก

ดวงตาของเดวิดเบิกโพลงขึ้นมาอย่างทันที แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะหายไป และเขารีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง หันมองไปทางต้นเสียงนั้น รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าดูจะกว้างกว่าปกติเล็กน้อย “ฟิล! ทำไมถึงเป็นเธอได้ละ ฉันคิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย”

‘ในที่สุดก็ทนไม่ได้แล้วสินะ แม่เสือสาวในที่สุดก็แยกเขี้ยวเสียที’ ในใจของเดวิดมีเสียงหัวเราะที่เย็นชาดังขึ้น

ฟิลลิดาอยู่ในชุดเสื้อคลุมตัวโคร่งเหมือนเดิม แต่มันก็ยังไม่สามารถปิดบังเรือนร่างอันเย้ายวนของเธอได้ทั้งหมด เดวิดกวาดสายตามองไปอย่างชื่นชม ท่าทีของเขานั้นเป็นธรรมชาติและไหลลื่นมาก แต่ในใจของเขากระตุกขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อสังเกตเห็นหมวกที่เธอสวมอยู่ มันดูคุ้นตามาก

หมวกนั้นมีรูปร่างที่ไม่สะดุดตาเลยแม้แต่นิดเดียว บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่ามันเพียงใช้สำหรับคลุมผมไม่ให้ยุ่งเหยิงน่ารำคาญเท่านั้น แต่เดวิดรู้ดีว่านี่เป็นหมวกของชุดรบ มันเป็นหมวกแบบเดียวกับที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้ นี่ทำให้เดวิดระมัดระวังตัวมากขึ้นอีกไม่น้อย

สีหน้าของฟิลลิดานั้นเรียบเฉย แต่เสียงที่กล่าวออกมายังหวานไพเราะเหมือนเดิม “อืม! ฉันตั้งใจมาหานายโดยเฉพาะเลยล่ะ มันมีเรื่องสำคัญที่พวกเราจะต้องคุยกัน”

นั่นทำให้เดวิดต้องเอียงหัวอย่างสงสัย ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาที่หน้าคางของตัวเอง ก่อนที่จะเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย “เรื่องสำคัญอะไรขนาดนั้น นี่มันดึกมากแล้ว เอาไว้คุยกันตอนเช้าดีกว่ามั้ย?”

กลายเป็นฟิลลิดาที่ต้องขมวดคิ้วแน่น ความอดทนเริ่มน้อยลงไปเรื่อย ๆ แล้ว ถ้าไม่ได้เป็นเพราะว่าสภาพร่างกายของเธอยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ บางทีเธออาจจะลงมือจับเขาโดยตรงไปแล้วก็ได้

แต่ฟิลลิดาเลือกทำเพียงแค่ส่ายหัวออกมาเท่านั้น “ไม่ได้หรอก! เรื่องนี้รอนานไม่ดี อันที่จริง ฉันรอมานานพอสมควรแล้ว และมันทำให้เขาเริ่มที่จะหมดความอดทนแล้วด้วย เขาต้องการคำตอบโดยเร็วที่สุด!”

เดวิดกระพริบตาถี่ เสียงพึมพำดังขึ้นในใจทันที ‘อืม? นี่ชักจะน่าสนใจมากขึ้นไปทุกทีแล้ว’

“หือ? เรื่องอะไรสำคัญถึงขนาดที่จะรอแค่ 2-3 ชั่วโมงไม่ได้ แล้ว ‘เขา’ ที่เธอว่านั่นคือใครกัน? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน เธอช่วยอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ หน่อยได้มั้ย?” สีหน้าท่าทางของเดวิดนั้นดูไร้เดียงสาเป็นอย่างมาก สายตานั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสนที่แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน อันที่จริงแล้ว มันเป็นการแสดงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะเขากำลังสงสัยในสิ่งที่ฟิลลิดากล่าวออกมาอยู่ไม่น้อยทีเดียว

“ฉันจะบอกให้นายฟังทีหลัง ถ้านายตอบคำถามของฉันมาตามตรงก่อน” ดูเหมือนว่าฟิลลิดาต้องการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่เหมือนกัน

เดวิดรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ถามเลย ๆ ถ้าฉันรู้ ฉันตอบตามตรงแน่ ๆ จะพยายามตอบให้ดีที่สุดด้วย” เขาสงสัยมานานแล้วเหมือนกันว่าฟิลลิดาต้องการอะไร ทำไมเธอถึงให้ความสนใจกับเขามากนัก มันไม่ใช่เรื่องที่ปกติเลยสักนิดเดียว

ตั้งแต่ตอนที่พบกับเธอในตอนแรก เดวิดนั้นกังวลกับความแข็งแกร่งของฟิลลิดาเป็นอย่างมาก เขารู้ตัวดีว่าไม่มีทางที่จะต่อกรกับเธอได้เลย ทำให้เลือกที่จะหลบเลี่ยง ไม่พยายามที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย แต่ตอนนี้มันต่างจากตอนนั้นแล้ว เขาพร้อมแล้วที่จะค้นหาว่าเจตนาที่แท้จริงของเธอคืออะไรกันแน่?

“ตอนที่นายได้ยินคำว่า ‘กริฟฟิน’ นายคิดยังไงบ้าง?” ระหว่างที่เอ่ยคำถามนี้ออกไป ฟิลลิดาเปิดการทำงานของ ‘ระบบขยายการมองเห็น’ ที่ติดตั้งอยู่ในหมวกของตัวเองทันที

มันเป็นระบบที่เพิ่มกำลังขยายในการมองเหมือนกับชื่อไม่มีผิด สามารถช่วยให้ผู้ใช้สามารถสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ปรากฏขึ้นในสายตาจะขยายขนาดขึ้นเป็น 2 เท่า แต่นี่ไม่ใช่ระบบที่ถูกติดตั้งเอาไว้สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการสู้รบเลยแม้แต่น้อย กลับกัน! ถ้าใช้มันในระหว่างที่ทำการต่อสู้ จะเป็นการลดประสิทธิภาพในการมองเห็นลงเสียอีก เพราะวิสัยทัศน์จะแคบลงเป็นอย่างมาก

แต่มันมีประโยชน์ในการรวบรวมเบาะแสและข้อมูล รวมถึงการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสีหน้าและท่าทางของคู่ต่อสู้ได้ และฟิลลิดากำลังใช้มันเพื่อสังเกตอาการตอบสนองของเดวิดอยู่ เธอใช้มันเพื่อดูว่าเขาพูดจริง หรือว่ากำลังโกหกอยู่กันแน่!

และทันทีที่เดวิดได้ยินคำถามนี้จากปากของฟิลลิดา สีหน้าของเขาก็กลายเป็นสับสน และตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความประหลาดใจ “ก็ดีนี่?” แน่นอน! ในใจของเขานั้นกลายเป็นเย็นเยียบ เดวิดรู้ตัวแล้วว่าตัวเองก่อเรื่องยุ่งยากครั้งใหญ่ขึ้นมาแล้ว

แต่เขายังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมการเผลอหลุดพึมพำกับตัวเองแค่เพียงครั้งเดียวถึงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ หลังจากที่มีประสบการณ์ในโลกนี้มากขึ้น เดวิดรู้แล้วว่าชื่อของสิ่งมีชีวิตในตำนานของโลกเดิมที่ตัวเองจากมา เป็นความลับระดับสุดยอดของโลกใบนี้ มีแต่ผู้ที่มีอำนาจระดับสูงเท่านั้นที่รู้ความลับเหล่านี้ และพยายามที่จะดัดแปลงพันธุกรรมของตัวเองให้แข็งแกร่งเหมือนกับสิ่งมีชีวิตในตำนานเหล่านั้น

สิ่งที่เดวิดสงสัยเป็นอย่างมากก็คือ ใครคือคนที่ได้ยินเขาเอ่ยชื่อ ‘กริฟฟิน’ ออกมาในวันนั้น? มันเป็นการพึมพำที่เบาจนแทบจะฟังไม่ได้ยิน แม้แต่ไนฮุนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กับเขาในตอนนั้น เดวิดก็มั่นใจว่าไม่มีทางได้ยินแน่ ๆ การที่มีไม่สามารถสรุปหาผู้ที่มุ่งร้ายต่อตัวเองว่าเป็นใคร ทำให้จิตใจของเขานั้นหวั่นไหวอยู่ไม่น้อยเลย

หลังจากที่เดวิดเอ่ยตอบกลับไปแล้ว ฟิลลิดาก็ยังจ้องหน้าเขาอยู่เงียบ ๆ อย่างนั้นเกือบ 20 วินาที ก่อนที่เธอจะสั่งปิดระบบขยายการมองเห็นลง

‘คิ้วของเขาสั่น! ใช่! คิ้วของเขาสั่นนิดหนึ่ง เจ้าหมอนี้รู้เรื่องที่ฉันพูดจริง ๆ’

ฟิลลิดากระแอมทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดขึ้นมาในที่สุด “เดวิด! พวกเรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดที่นายรู้เรื่อง ‘กริฟฟิน’ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยิบย่อย เล็กน้อยขนาดไหน พฤติกรรม ขนาดตัว อุปนิสัย มันกินอะไรเป็นอาหาร ทุกเรื่อง! บอกทุกเรื่องที่นายรู้ออกมา”

สีหน้าของเดวิดยังคงอยู่ในอาการสับสน คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันแล้ว “เธอพูดเรื่องอะไร? กริฟฟินอะไร? อะไรคือกริฟฟิน? แล้วฉันรู้อะไร? มันเกี่ยวอะไรกับฉันกันแน่เนี่ย?” เขาถามกลับไปด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ มือทั้ง 2 ข้างขยับเข้าหากัน เดวิดไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าทันทีที่ยอมรับเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไป มันจะกลายเป็นบ่วงที่รัดคอตัวเองเอาไว้ทันที

เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่การทำข้อตกลงกับแม่สาวน้อยตรงหน้านี้เท่านั้น จากที่ฟิลลิดาพูดออกมาในตอนแรก มันยังมีตัวการใหญ่คอยชักใหญ่อยู่เบื้องหลังอีก ต่อให้เธอตั้งใจจะทำข้อตกลงกับเขาจริง ๆ มันไม่มีทางที่จะหลุดรอดสายตาของคนที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดนั่นได้แน่ และมันจะยิ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากขึ้นอย่างทวีคูณทีเดียว เดวิดตั้งใจที่จะปฏิเสธจนถึงที่สุด เขาไม่มีวันยอมรับเรื่องพวกนี้แน่ ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม

“หึหึ! ฉันรู้ว่านายไม่มีทางยอมรับง่าย ๆ แน่ บอกนายตามตรงก็ได้ ที่ฉันทำเรื่องนี้ ก็เพราะว่าได้รับคำสั่งมาจากคนที่มีอำนาจอย่างเหลือล้นในสถาบัน คนที่นายไม่มีทางหลบหนีหรือต่อต้านได้ ต่อให้ฉันทำงานนี้ล้มเหลว เขาก็จะส่งคนใหม่มาค้นความลับจากนายอยู่ดี

คำแนะนำของฉันก็คือ นายบอกเรื่องที่รู้ออกมาให้หมดเถอะ อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้เลย คนที่จะมาแทนฉัน คงไม่ใช่คนที่ใจดีและคุยง่ายเหมือนฉันแน่!” ฟิลลิดาเอ่ยข้อมูลบางอย่างออกมาเพื่อเป็นการเกลี้ยกล่อมเดวิด ในสายตาของเธอนั้น เขาก็เป็นเพียงคนโง่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีอะไรอยู่เท่านั้น เป็นเหมือนกับชาวนาที่ขุดเจอสมบัติแล้วไม่รู้คุณค่าของมัน และที่เลวร้ายไปกว่านั้น เขากำลังจะถูกคนอื่นฆ่าเพื่อแย่งชิงสมบัตินั้นไปเสียด้วย

ฟิลลิดาไม่กังวลว่าการเปิดเผยข้อมูลออกไปเล็กน้อยจะเป็นพิษเป็นภัยอะไร ต่อให้เดวิดรู้มากกว่านี้ ก็ไม่มีทางที่จะทำอะไรได้ เขาไม่ใช่คนฉลาด และไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งอะไรเลย การจะจัดการกับเดวิด เธอคิดว่าใช้แค่มือเดียวก็น่าจะเพียงพอ!

“คิดเรื่องนี้ให้ดี ๆ อย่างตัดสินใจทำอะไรที่มันวู่วาม คิดถึงความเป็นจริงด้วย” เธอยังใจดีพอที่จะเอ่ยเตือนออกมาต่อ

แต่สีหน้าของเดวิดนั้นไม่เปลี่ยนแปลงเลย มันยังเต็มไปด้วยความสับสน “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่? ฟิล! ใคร? ทำไม? ทำไมถึงได้มีใครส่งเธอมาหาฉันด้วย? มันเรื่องอะไรกันแน่? เธอไม่ได้จำผิดคนแน่นะ?” แววตาของเขาใสซื่ออย่างกับดวงตาของเด็กทารกก็ไม่ปาน

นั่นทำให้ให้ฟิลลิดาคำรามออกมาอย่างหมดความอดทน ร่างของเธอหายไปจากจุดที่นั่งอยู่ในทันที

และมีเสียงลอยมาเข้าหูเดวิดอย่างชัดเจน “นายบังคับฉันเองนะ!”

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 177 - สอบปากคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว