- หน้าแรก
- พ่อมดฝึกหัดกับระบบฟาร์มแต้ม
- บทที่ 280 - ฮอร์ครักซ์
บทที่ 280 - ฮอร์ครักซ์
บทที่ 280 - ฮอร์ครักซ์
บทที่ 280 - ฮอร์ครักซ์
"ศาสตราจารย์ครับ มันไม่คุ้มหรอก"
ชีนยืนอยู่ข้างควีเรลล์ พ่อมดที่เมื่อครู่ยังมีสีหน้าดุร้าย ตอนนี้ในดวงตามีเพียงความเคารพ
ผู้คนรอบข้างต่างกระตือรือร้นอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้
มีเพียงลูเซียส มัลฟอย ที่หน้าซีดเผือดขณะลุกขึ้นจากพื้น เขาแสร้งทำเป็นไม่ตั้งใจยัดสมุดบันทึกเล่มหนึ่งแทรกเข้าไปในกองหนังสือล็อกฮาร์ตเล่มใหม่เอี่ยมของจินนี่
เรื่องวุ่นวายจบลงอย่างรวดเร็ว ครอบครัววีสลีย์ไม่เคยเห็นลูเซียสต้องเดินหนีหางจุกก้นโดยไม่กล้าพูดจาอาฆาตมาดร้ายแบบนี้มาก่อน
แฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ และจินนี่ ตาเป็นประกาย หลังจากควีเรลล์เดินจากไป เฮอร์ไมโอนี่ก็รีบถามอย่างกระตือรือร้นแต่ก็ระมัดระวัง
"ศาสตราจารย์ควีเรลล์ตอนนี้เป็นตัวแทนร้านหมายเลขเจ็ดสิบเจ็ดในตรอกไดแอกอนนะ ชีน นายไปสนิทกับเขาขนาดนั้นได้ยังไง! อ้อ! ก็จริงสิ!"
"ไม่ใช่แค่สนิทธรรมดาแล้วมั้ง!"
รอนตะโกนลั่นด้วยความตกใจ แล้วรีบเอามือปิดปากตัวเอง
"เธอรู้เหรอ"
เฮอร์ไมโอนี่หันขวับมาถาม เลิกคิ้วสูง
ตอนนี้พวกพ่อมดแม่มดน้อยต่างแยกย้ายกันทำธุระ เพราะครอบครัววีสลีย์และครอบครัวเกรนเจอร์พากันไปดื่มที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว
เดิมทีชีนถูกขนาบข้างด้วยเฮอร์ไมโอนี่และจัสติน แต่ตอนนี้แฮร์รี่ค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้ามา เช่นเดียวกับจินนี่
ทั้งสองสบตากัน แล้วยืนเงียบรอฟังคำตอบ
"ฉะ... ฉันไม่รู้ ฉันจะไปรู้ได้ไง..."
รอนอยากจะตบปากตัวเองสักฉาด ทำไมถึงอดปากโป้งไม่ได้อีกแล้วนะ
"ชีน นายอย่าบอกนะว่า นายคือ..."
เฮอร์ไมโอนี่ลดเสียงลง เธอพอจะเดาได้บ้างแล้ว แต่ไม่เคยกล้าฟันธง
"อื้ม"
ชีนพยักหน้า สำหรับสมาชิกกระท่อมแห่งความหวัง เขาไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว
"นายปิดบังพวกเรามาตั้งนานขนาดนี้เชียว!"
เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกทั้งโกรธทั้งตกตะลึง
"เป็นไปได้ไหมว่า เธอไม่ได้ถาม แต่ฉันถาม"
รอนพูดเสียงอ่อยอยู่ข้างๆ
"รอน ไม่ใช่ทุกคนจะกล้าถามเรื่องสำคัญของคนอื่นซี้ซั้วแบบเธอนะ!"
เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงก่ำ
"บางทีเธออาจจะพูดถูก การรักษาความลับมันยากเกินไป คราวหน้าฉันจะไม่ถามแล้ว"
รอนเงียบไปไม่กี่วินาที ก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ดูน่าสงสารพิลึก
การยอมรับผิดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของรอนทำให้เฮอร์ไมโอนี่ทั้งขำทั้งโกรธ
ส่วนแฮร์รี่และจินนี่ได้แต่อ้าปากค้าง พวกเขารู้สึกตัวช้าๆ ว่าเหมือนจะเพิ่งได้รับรู้เรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มากๆ เข้าให้แล้ว
"งั้นก็..."
แฮร์รี่พึมพำกับตัวเอง
ส่วนจินนี่ เดิมทีก็งุนงงและรู้สึกว่าเรื่องนี้สุดยอดไปเลย แต่ทันใดนั้นเธอเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอหยิบ เดลี่พรอเฟ็ต ออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก
หลังจากเทียบดูอย่างละเอียด เธอก็มั่นใจในตัวตนของพ่อมดคนนั้น——เขาคือเจ้าของร้านเทพนิยาย ร้านหมายเลขเจ็ดสิบเจ็ดอันลึกลับ
"คุณคือคุณเฮอร์เมสที่นำเกียรติยศกลับมาคนนั้น!"
จินนี่อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
"โอ้ แปลกใจเหรอ? ไม่ใช่แวมไพร์หรือมนุษย์หมาป่าอะไรทำนองนั้นหรอกนะ?"
รอนพูดตามความเคยชิน แล้วก็นึกขึ้นได้——
จินนี่มาอยู่กับพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่
ตอนนี้ชาวคณะกระท่อมแห่งความหวังถึงเพิ่งสังเกตเห็นแม่มดน้อยที่แอบเนียนเข้ามาในกลุ่ม ผมสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านวีสลีย์สะดุดตามาก พอถูกจับได้ หน้าเธอก็แดงแปร๊ด
รอนแม้จะความรู้สึกช้า แต่ก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศทะแม่งๆ พวกเขาเป็นเพื่อนที่ผ่านอันตรายและความยากลำบากมาด้วยกัน ถึงได้เชื่อใจและพึ่งพากัน แต่จินนี่ไม่ใช่
เขาขยับตัวไปบังจินนี่ไว้เงียบๆ แล้วก็ได้ยินเสียงหนึ่งลอยมาเบาๆ
"ไม่เป็นไร"
ชีนบอก
"อ๋อ——"
จัสตินมองจินนี่อย่างครุ่นคิด
"นายเป็นคนตัดสินใจว่าใครควรรู้"
เฮอร์ไมโอนี่เชิดหน้าขึ้น
"ขะ... ขอโทษค่ะ"
จินนี่รู้ตัวว่า——ตัวเองเหมือนจะไม่ควรมาอยู่ตรงนี้
"ไม่เป็นไรหรอก"
ชีนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เขาเห็นสมุดบันทึกในกระเป๋าของจินนี่แล้ว
ดูเหมือนการดำเนินเรื่องจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สมุดบันทึกของทอมตกมาอยู่ในมือจินนี่แล้ว และเรื่องราวของห้องแห่งความลับกำลังจะเปิดฉาก...
เขาต้องรีบหน่อย แม้ในต้นฉบับจะไม่ได้บอกว่าจินนี่มีผลข้างเคียงอะไรหลังจากเปิดเผยจิตวิญญาณให้ทอม ริดเดิ้ล หรือไม่——ชีนค่อนข้างเอนเอียงไปทางไม่มี แต่สำหรับฮอร์ครักซ์ที่เป็นของชั่วร้ายและมักเกิดเหตุไม่คาดฝันแบบนี้ ยังไงรีบจัดการให้เร็วยิ่งดี
ส่วนวิธีจัดการ ตอนทำบิสกิตเขาก็จะได้รับวัตถุดิบสำหรับทำลายฮอร์ครักซ์มาเอง
จินนี่ที่ได้รับความไว้วางใจแบบงงๆ เม้มปากแน่น เธอยืนหลบมุมอยู่อย่างระมัดระวัง ซึ่งทำให้เฮอร์ไมโอนี่ที่เมื่อกี้มีปฏิกิริยานิดหน่อยใจอ่อนลง
"ฉันว่านายเห็นจินนี่ตั้งนานแล้วใช่ไหม ชีน"
เฮอร์ไมโอนี่เดินไปหาจินนี่ แล้วขยิบตาให้ชีน
"อื้ม"
ชีนตอบ
"เห็นไหม——ชีนไม่เคยทำอะไรผิดพลาดหรอก แต่ห้ามเอาไปพูดนะ——"
เฮอร์ไมโอนี่พูดจบ จินนี่ก็รีบพยักหน้ารัวๆ การกระทำของเธอเปลี่ยนจากการแอบฟัง เป็นการได้รับอนุญาตให้รับรู้
แต่ว่า... เธอแอบชำเลืองมองชีน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณกรีนถึงไว้ใจเธอขนาดนี้
ถนนสายยาวปูด้วยหินก้อนกลมของตรอกไดแอกอนเต็มไปด้วยร้านค้าเวทมนตร์ที่เย้ายวนใจที่สุดในโลก พ่อมดแม่มดน้อยเดินขวักไขว่ ซื้อหาของใช้จำเป็น
รอบตัวพวกเขามีลูกค้าเดินผ่านไปมาหลากหลายประเภท แม่มดตัวเล็กท่าทางประหลาดจากชนบทที่เพิ่งออกมาซื้อของ
พ่อมดท่าทางอ่อนแอที่กำลังโต้เถียงเกี่ยวกับบทความล่าสุดใน วารสารแปลงร่างวันนี้ พ่อมดที่แต่งตัวรุงรัง และพวกคนแคระที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว
เฮอร์ไมโอนี่กับจัสตินแม้จะมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังอดทึ่งกับความมหัศจรรย์ของย่านการค้านี้ไม่ได้
พวกเขาซื้อไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีและเนยถั่วก้อนโตมาหกก้อน กินไอศกรีมเดินทอดน่องดูร้านรวงต่างๆ อย่างสบายใจ
จนกระทั่งยามโพล้เพล้ ร่างท้วมๆ ร่างหนึ่งถึงได้กลิ้งออกมาจากเตาผิงในตรอกไดแอกอน
"เนวิลล์! ทำไมนายเพิ่งมาป่านนี้"
เฮอร์ไมโอนี่ทัก
"พอฉันสอบได้ที่เจ็ด คุณปู่อัลจี้ก็ส่งหมวกทรงสูงที่กัดคนได้มาให้ฉันเป็นของขวัญเมื่อวาน..."
เนวิลล์ลูบผมที่แหว่งไปนิดหน่อยและจมูกที่บวมเป่ง น้ำตาเริ่มไหลพราก
"ป้าเอ็นจี้ไปรื้อเจอ 'ถั่วกัดจมูก' จากห้องใต้หลังคา ลุงอัลฟอนโซให้ร่มตีหัวเข่า..."
ฟังจบ ทุกคนต่างรู้สึกว่าการที่เขามาถึงตรอกไดแอกอนได้นี่ก็เก่งมากแล้ว
"เฟร็ดกับจอร์จบางทีก็เอาแมงมุมไปปล่อยในห้องฉันเหมือนกัน"
รอนตบไหล่เขาอย่างเห็นอกเห็นใจ
เนวิลล์ยืนน้ำตาซึมเงียบๆ แต่ไม่นานเขาก็ถูกพ่อมดชุดดำคนหนึ่งขู่จนตัวแข็งทื่อ
"ไป——"
สายตาเย็นชาของสเนปตวาดมองกลุ่มพ่อมดแม่มดน้อย สุดท้ายมาหยุดที่ชีน
"เจอกันที่ฮอกวอตส์"
ชีนบอกลาเบาๆ แล้วเดินตามสเนปไป
"พวกเธอรู้สึกไหม ว่าสเนปดูเหมือนจะไม่น่ากลัวขนาดนั้นแล้ว"
เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยความแปลกใจ
"มีด้วยเหรอ"
รอนเกาหัว ทำหน้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
...
ค่ำคืนในฮอกวอตส์เงียบสงัด
ชีนกำวัตถุที่มีลักษณะเหมือนแผ่นหินไว้ในมือ บนนั้นมีหมอกควันลอยออกมาเป็นสาย ไม่ต่างอะไรกับที่ชีนเคยเห็นในความฝัน
รูนเปล่าโดยตัวมันเองไม่ได้มีอันตรายอะไรมาก แต่ถ้าอันตรายไม่ได้อยู่ที่ตัวรูนเปล่า ก็ต้องอยู่ที่ตอนใช้งาน
ชีนอ่าน คู่มือรูนเปล่าฉบับย่อ อีกรอบ เมื่อแสงจันทร์สว่างถึงระดับหนึ่ง หมอกควันก็เริ่มพันธนาการรอบตัวชีน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้รูนเปล่า วัตถุศักดิ์สิทธิ์แห่งวิญญาณที่มีอยู่แค่ในวากาดู
ผ่านไปเนิ่นนาน หรืออาจจะไม่มีเวลาผ่านไปเลย
ชีนมีสติสัมปชัญญะที่เลือนราง เขาตระหนักว่าตัวเองมีตัวตนอยู่แน่นอน ไม่ใช่แค่สภาวะจิตที่หลุดออกจากร่าง เพราะเขานอนอยู่ ใช่แล้ว นอนอยู่บนพื้นผิวของอะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงมีความรู้สึกสัมผัส และสิ่งที่รองรับร่างเขาอยู่ก็มีตัวตน
ตัวเขาในตอนนี้ อาจจะเป็นสถานะวิญญาณ...
เขามองดูแขนตัวเอง นั่นไม่ใช่แขนคนแน่ๆ แต่เป็นอุ้งเท้าแมวสีดำที่มีอุ้งเท้าสีขาว
เขานอนอยู่ท่ามกลางหมอกบางๆ ที่สว่างไสว แต่ไม่เหมือนหมอกที่เคยเห็นในโลกความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าทิวทัศน์รอบด้านถูกปกคลุมด้วยไอน้ำเหมือนเมฆหมอก แต่เป็นไอน้ำเหมือนเมฆหมอกพวกนี้ยังไม่ได้ก่อตัวเป็นทิวทัศน์ต่างหาก
พื้นดินที่เขานอนอยู่ดูเหมือนจะเป็นสีขาว ไม่ร้อนและไม่เย็น เป็นเพียงการดำรงอยู่ เป็นความว่างเปล่าที่ราบเรียบ
เพียงไม่กี่นาที เขาก็ได้ยินเสียงหน้าต่างสถานะดังขึ้น
【คุณได้ฝึกฝนการแปลงร่างวิญญาณหนึ่งครั้งด้วยมาตรฐานระดับเชี่ยวชาญในขอบเขตปรมาจารย์ ค่าความชำนาญระดับปรมาจารย์ +10】
นี่เป็นระดับเชี่ยวชาญครั้งแรกของเขา เพียงเพราะเขามาอยู่ที่นี่ครู่เดียว
ดวงตาสีเขียวมรกตของแมวดำมองเห็นหมอกสีขาวกำลังเคลื่อนไหว ภายในนั้นปรากฏภาพเหตุการณ์ประหลาดพิสดาร มันรีบกระโดดหลบฉากออกมาทันที
มันเดินทางผ่านโลกที่ว่างเปล่าไปเรื่อยๆ เดินไปเดินมา รอบกายก็เริ่มมีหมอกควันลอยออกมาจากตัวมันเอง
ครั้งนี้แมวดำมองเห็นชัดเจน หมอกควันพวกนี้บางอันดูเหมือนแมวผสมเสือดาว บางอันมีปีกงอกออกมา...
ขณะที่มันกำลังสังเกตอย่างตั้งใจ ก็พบว่าสติเริ่มเลือนราง เหมือนเป็นสัญญาณว่าจะต้องกลับไปแล้ว
ตอนนั้นเอง กรงเล็บสีดำขนาดใหญ่ก็วางลงบนตัวมัน แมวดำเงยหน้าขึ้นอย่างโอนเอน เห็นเสือดำตัวมหึมา
เสือดำเอ่ยเป็นภาษามนุษย์
"ในที่สุดก็เจอเธอแล้ว เด็กน้อยที่น่ารัก ดูสิ เธอมีพรสวรรค์ด้านการเล่นแร่แปรธาตุและการแปลงร่างขนาดไหน... เทพสูงสุดคาตอนดาไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมของโลกมนุษย์ ถึงทำให้เธอไปโผล่ผิดที่ผิดทาง
กลับสู่อูกันดาเถอะ ลูกรัก วากาดูรอเธอมานานเหลือเกิน"
ชีนพูดไม่ได้ เขาจ้องมองเสือดำตัวนี้ด้วยความงุนงง
"ลืมแนะนำตัวไป ฉันคืออาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันของวากาดู ฉันมารับเธอกลับบ้านแล้ว เด็กน้อย"
เสือดำเดินวนรอบแมวดำ หางขนาดใหญ่ของมันปัดผ่านขนแมวดำเป็นระยะ
แมวดำทั้งสงสัยว่าอาจารย์ใหญ่คนนี้จะรั้งตัวเขาไว้ได้ยังไง และสงสัยว่าทำไมเขาถึงพูดภาษามนุษย์ได้
มันเริ่มร้อนรน แล้วก็ได้ยินเสียงแมวร้องดังลั่น
"เทพสูงสุดทรงโปรด บุตรคนโตของพระองค์กำลังจะกลับสู่บ้านเกิดอันรุ่งโรจน์แล้ว——"
เสือดำพึมพำกับตัวเองด้วยความปิติยินดี แมวดำไม่เข้าใจเลยว่ามันเพ้อฝันอะไรอยู่
"บาบาจิเด อะคิงแบด ไสหัวไปได้แล้ว——"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ แมวดำก็สะบัดหน้าหันขวับไปมองอย่างคล่องแคล่ว เห็นพ่อมดชราสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มพลิ้วไหวกำลังเดินตรงเข้ามา
[จบแล้ว]