เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 151 - ลองเชิง

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 151 - ลองเชิง

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 151 - ลองเชิง


หลังจากที่กล่าวปลอบโยนจนเอพริลสงบลงได้บ้างแล้ว เฟอร์กัสที่ร่างกายในตอนนี้ฟื้นคืนกลับมาอยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ก็ลุกขึ้นยืน แขนของเขายังห้อยผิดรูป แต่เขากลับทำราวว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง พยายามใช้มือซ้ายยกแขนขวาของตัวเองขึ้น ก่อนจะดันไหล่ขวาเข้ากับต้นไม้ ต่อกระดูกไหล่ที่หลุดให้เข้าที่ แล้วไหล่ข้างซ้ายก็ยิ่งง่ายไปกว่านั้นมาก เพราะเมื่อแขนขวาใช้งานได้ดีแล้ว เฟอร์กัสก็แค่ใช้มันจัดการได้อย่างง่ายดาย

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็เริ่มเดินเข้ามาหาเดวิดที่กระโดดลงมากิ่งไม้ และยืนรออยู่อย่างสงบ แน่นอน! เฟอร์กัสมีเรื่องที่ต้องคุยกับเดวิดไม่น้อยเลยทีเดียว

เขาเริ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับกล่าวขอบคุณออกมาด้วยเสียงที่จริงใจไม่น้อย “ฉันได้ยินมาว่านายให้ลูกแก้วจีโนมระดับสีดำขั้นสูงมาช่วยรักษาฉัน จนทำให้อาการบาดเจ็บฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว และยังถือว่าเป็นการช่วยชีวิตของฉันเอาไว้ด้วย เรื่องนี้ต้องขอบคุณนายไม่น้อยเลยจริง ๆ”

หลังจากนั้นเขาก็โยนชิ้นส่วนจีโนมที่ยังเหลือของเหลวสีแดงเข้มอยู่ด้านในคืนกลับให้เดวิด ก่อนจะชี้มือเข้าหาตัวเอง “ฉันชื่อเฟอร์กัส ส่วนสาวน้อยคนนั้นคือ ‘เอพริล’” เขาชี้มือต่อไปที่นักเรียนสาวที่ยืนมองอยู่ด้านหลัง หน้าตาเริ่มมีสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะวางใจกับอาการของเฟอร์กัสว่าจะไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นแล้ว

“ส่วนคนที่วุ่นวายอยู่กับนายนั้นคือโคลเวอร์ น่าจะรู้จักเขาแล้วใช่มั้ย? อีก 2 คนนั่น อืม?” เฟอร์กัสยังแนะนำทุกคนให้เดวิดรู้จักอย่างต่อเนื่อง โดยเขาผายมือไปที่นักเรียนชาย 2 คนที่นั่งหน้าตาเฉยชาอยู่ที่โคนต้นไม้เป็นคู่สุดท้าย “คนซ้ายชื่อ ‘ดากริน’ ส่วนคนขวาชื่อ ‘โอลาไมด์’” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลน่าฟังไม่น้อย

เดวิดทำแค่เพียงพยักหน้าให้กับ 2 หนุ่มนั่นเล็กน้อย ในขณะที่พวกเขาโบกมือทักทายมาด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ เช่นกัน

“นายช่วยพวกเราแก้ปัญหาได้ไม่น้อย ที่เชื่อมต่อกับกล่องอุปกรณ์และเก็บมันมาได้ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ฉันต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก” ระหว่างที่เฟอร์กัสกล่าวเรื่องนี้ออกมา เอพริลเริ่มพึมพำอย่างไม่ชอบใจนัก ส่วนใหญ่แล้วมันเป็นการบ่นและกล่าวโทษเดวิด ว่าเป็นเพราะเขานั่นแหละ เฟอร์กัสถึงต้องเสี่ยงและได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมาแบบนี้ สายตาของเธอที่มองมาที่เขา มีแววของความไม่พอใจเกิดขึ้นไม่น้อยเลย

สิ่งที่เธอคิดและกล่าวโทษออกมาก็ไม่ผิดไปจากความเป็นจริงนัก ถ้าเดวิดไม่ได้อยู่ที่นั่น ไม่ได้เข้าไป ‘เปิด’ กล่องใส่อุปกรณ์ไฮเทค เจ้าวานรหมัดหินผานั่นคงจะไม่เกิดบ้าคลั่งขึ้นมาขนาดนั้น และคงไม่นำพาสถานการณ์ให้เลวร้ายไปจนถึงขั้นที่เฟอร์กัสต้องเสี่ยงรับมือกับ ‘หมัดหินผา’ ของมันโดยตรงแบบนี้

เสียงบ่นของเอพริลนั่นไม่ได้เบามากนัก ทำให้เฟอร์กัสต้องยิ้มแหย ๆ ออกมา และรีบกล่าวขอโทษออกมาอย่างรวดเร็ว “อย่าไปสนใจคำพูดของเธอเลยนะ เธอน่าจะเป็นห่วงฉันมากไปหน่อยเท่านั้น ถ้านายเจอเธอในช่วงเวลาปกติ ฉันแน่ใจได้เลยว่านายต้องชอบเธอแน่ ๆ เธอเป็นคนน่ารักและนิสัยดีกว่าตอนนี้มาก”

“ฉันจำได้แล้ว! คิดออกแล้ว!! กล่องสีทอง!!! กล่องสีทองอยู่ไหน รีบเอามันออกมาเร็ว ๆ ฉันอยากเห็นว่าข้างในนั้นมีอะไรอยู่บ้าง?” เสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังออกมาจากปากของโคลเวอร์ ดูเหมือนว่าในที่สุดแล้ว เขาก็คิดออกว่าตัวเองลืมอะไรไป หลังจากที่ตะโกนเสียงดังออกมา โคลเวอร์ก็รีบทิ้งตัวลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่นั่นทันที

เฟอร์กัสยิ้มกว้างกว่าเดิม พยักหน้าให้เดวิดเบา ๆ แต่สายตาบ่งบอกออกมาอย่างชัดเจน ว่าเขาเห็นด้วยกับคำพูดของโคลเวอร์ และต้องการให้เดวิดนำกล่องออกมาให้ทุกคนได้เห็นด้วยกัน

แต่ดูเหมือนว่าเดวิดจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เขาหรี่ตาของตัวเองลง ใบหน้านั้นแสดงลักษณะท่าทางเจ้าเล่ห์ออกมา รอยยิ้มดูชั่วร้ายเป็นอย่างมาก “กล่อง? กล่องอะไร? นายพูดถึงกล่องสีทองอะไรกัน?” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่มันเหมือนกับสายฟ้าที่ฟาดเข้าไปที่หูของนักเรียนทั้ง 5 คนนั้นอย่างจัง ท่าทางของพวกเขาตะลึงงัน ไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยินเลยแม้แต่น้อย

โคลเวอร์จ้องอยู่ที่เดวิดอย่างประหลาดใจ กระพริบตาปริบ ๆ อยู่อย่างไม่รู้ว่าจะกล่าวอะไรออกมา ส่วนเอพริลนั้นตอบสนองได้ดีกว่ามาก เธออยู่ในท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว อัตราการหมุนเวียนเลือดในร่างกายของเธอนั้นเพิ่มขึ้นแล้วด้วยซ้ำ

นักเรียนชายอีกสองคนที่เหลือก็มีอาการประหลาดใจไม่น้อย แต่พวกเขาก็ลุกขึ้นยืนและเตรียมตัวเองให้พร้อมต่อสู้ในเวลาที่ไม่นานนัก ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาขยับตัวเองแยกจากกัน และไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถป้องกันไม่ให้เดวิดหลบหนีออกไปได้ทันที

เฟอร์กัสเป็นเพียงคนเดียวที่ยังผ่อนคลายอยู่ได้ แม้ว่าจะมีแววตาแห่งความประหลาดใจเกิดขึ้นอยู่บ้าง แต่ใบหน้านั้นก็ยังมีรอยยิ้มอยู่ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เดวิดรู้สึกอึดอัดและรำคาญใจมาก เพราะมันแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า เฟอร์กัสรู้ว่าเขาเพียงแค่ต้องการทดสอบปฏิกิริยาของทุกคนเท่านั้น

และที่ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับบางคนที่ไม่ได้รู้จักเขาดี แต่กล้าให้ความไว้วางใจ และกล้าเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่ลงมือทำอะไรที่อันตรายกับพวกเขาแบบนี้ มันทำให้เดวิดรู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร แต่การได้รับความเชื่อถือ เชื่อมั่นแบบนี้ ทำให้เดวิดรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

โคลเวอร์รวบรวมสติของตัวเองกลับมาได้บ้างแล้ว เขาสามารถเปิดปากขึ้นมาได้ในที่สุด “นายหมายความว่ายังไง กล่องสีทองนั่นไง! ที่มันกลายเป็นเป้อยู่บนหลังนายนั่นน่ะ!”

รอยยิ้มของเขายังชั่วร้ายอยู่เหมือนเดิม เดวิดกล่าวออกมาอย่างไม่ยี่หระ “อ้อ! อันนี้นะเหรอ? แต่ทำไมฉันต้องเอามันให้พวกนายดูด้วยล่ะ มันไม่เห็นจะจำเป็นเลยสักนิดนี่?”

เมื่อคำพูดของเขาสิ้นสุดลง บรรยากาศทั่วบริเวณเริ่มตึงเครียดขึ้นมาในทันที กลิ่นอายแรงกดดันถูกส่งออกมาตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ แม้แต่โคลเวอร์ก็เริ่มหมุนเวียนเลือดในร่างกายตัวเองแล้ว

“แก! เจ้าสาระเลว! ถ้าไม่ใช่พวกเรายอมเสี่ยงชีวิตสู้กับเจ้าลิงยักษ์ตัวนั้น แกจะมีปัญญาเอามันมาได้มั้ย? แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร คิดจะทำอะไรกันแน่?” เสียงตวาดแหวมาจากเอพริลดังลั่น มือที่ชี้หน้าเดวิดนั้นสั่นระริกไปด้วยอารมณ์โกรธ ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดและเครียดแค้น

“ฮ่าฮ่า! อย่างนั้นหรือ? และใครเป็นคนของให้พวกเธอเสี่ยงชีวิตกันล่ะ ไม่ใช่ฉันนี่! และขอบอกตามตรงนะ ด้วยความสามารถของฉัน เจ้าลิงยักษ์ตัวแค่นั้น ไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก ไม่มีพวกเธอ ฉันก็ยังสามารถเอากล่องนี้มาได้อยู่ดี” เดวิดกล่าวสวนออกไปอย่างไม่ลดละ

ดวงตาของเอพริลกลายเป็นแดงกล่ำไปหลังจากได้ยินคำพูดของเดวิด ถ้าเป็นคนอื่นที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส อารมณ์โกรธของเธอไม่น่าจะเกรี้ยวกราดขนาดนี้ แต่ผู้ที่ต้องเสี่ยงชีวิตคราวนี้คือเฟอร์กัส และอาการบาดเจ็บนั้นเกือบทำให้ต้องเสียชีวิตไปเลยด้วย การยั่วยุของเดวิดแบบนี้ ทำให้เธอโกรธมากยิ่งขึ้นจากเดิมไปอีก

“แก!!” มือของเธอสั่นจนแทบจะยกชี้หน้าเดวิดไม่ไหวแล้ว เอพริลโกรธจนหน้าแดงหน้าดำ ควันแทบจะลอยออกมาจากหู

“แกอะไร? แก ๆ อยู่นั่นแหละ! ฉันพูดอะไรผิดไปหรือยังไง? จะโกรธอะไรกันนักหนาเนี่ย?” เดวิดกล่าวถามออกมาอย่างยียวน ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขากล่าวแหย่รังแตนออกมาต่อ “อ้อ! หรือว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บหนักคือแฟนของเธอ ก็เลยได้โกรธจนไม่ลืมหูลืมตาขนาดนี้! อืม!! นี่ก็มีเหตุผลอยู่นะ” รอยยิ้มของเขายียวนกวนบาทาไม่น้อยทีเดียว

และนั่นกลายเป็นคำพูดที่ทำให้ความอดทนของเอพริลหมดลงอย่างสิ้นเชิง เธอกระทืบเท้าลงกับพื้นอย่างรุนแรง อัตราการหมุนเวียนเลือดพุ่งทะลุขีดจำกัดไปแล้ว ตอนที่ร่างของเธอพุ่งออกมาจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่ เอพริลตั้งใจจะโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของตัวเองเลย

แต่หลังจากพุ่งมาได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น ร่างของเธอถูกมือข้างหนึ่งยื่นออกไปขวางเอาไว้ก่อน น่าแปลกใจไม่น้อยที่เอพริลสามารถหยุดตัวเองลงได้ในทันที อาจเป็นเพราะคนที่ยื่นมือเข้ามาขัดขวางเป็นเฟอร์กัสก็ได้

“เอพริลหยุดก่อน! ให้ฉันจัดการเอง” เสียงของเขาดังขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 151 - ลองเชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว