เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 137 - กล่องอุปกรณ์สีทอง

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 137 - กล่องอุปกรณ์สีทอง

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 137 - กล่องอุปกรณ์สีทอง


ผ่านเวลาไปสักครู่ เมื่อเธอเหลียวกลับมาอีกครั้ง และเห็นว่าเดวิดยังจ้องมองเหมือนกับกำลังรอคอยคำตอบอย่างจริงจัง ลิสเธอร์ก็ถอนหายใจออกมา “ฉันมาที่นี่ก็เพื่อฝึกฝนเท่านั้น ถ้าหมุนเวียนเลือดในร่างกายเพื่อต่อสู้กับพวกอ่อนแออย่างนี้ มันจะไปเรียกว่าการฝึกฝนได้ยังไง?”

และเหมือนกับว่าเธอจะคิดอะไรขึ้นมาได้ สายตาของเธอจ้องเขม็งอยู่ที่เดวิดอีกสักพัก ก่อนจะหมุนตัวกลับ พร้อมกับพุ่งเข้าป่าลึกไปอย่างรวดเร็ว

เดวิดยังยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตามองตามลิสเธอร์ที่พุ่งหายไปอย่างสับสน ลมหายใจของเขายังถี่รัวอยู่ เดวิดพยายามสงบสติอารมณ์ และความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่างลง เขารู้สถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้ดี เด็กสาวคนนี้ยังส่งผลกับเขามาเหลือเกิน มากยิ่งไปกว่าตอนที่อยู่ในชั้นเรียนทักษะการต่อสู้เสียด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าเดวิดจะยังไม่รู้สาเหตุ หรือผลที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนนัก แต่ถึงตอนนี้ เขาเริ่มวางใจขึ้นได้บ้างแล้ว เพราะดูเหมือนว่าอาการอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาคนเดียวเท่านั้น มันส่งผลกับเด็กสาวคนนั้นด้วย ความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะมีผลกับพวกเขาทั้งคู่อย่างเท่าเทียมกัน

และเดวิดมีเบาะแสคร่าว ๆ แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขาไม่ได้มีความมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองคาดเดาเอาไว้เลยแม้แต่น้อย มันดูไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก ถ้ามันเป็นอย่างที่เขาคิดจริง ๆ ก็จะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากเกินไป

หลังจากทำใจให้สงบลงได้แล้ว เดวิดก็กลับมาคิดถึงคำตอบของลิสเธอร์อย่างจริงจัง และเริ่มพึมพำออกมา “ไม่หมุนเวียนเลือดในร่างกายอย่างนั้นรึ? แล้วจะไปมีแรงโจมตี จะมีแรงไปต่อสู้ได้อย่างไร?” ในความคิดของเขา ‘นี่มันหาที่ตายชัด ๆ’ มีแค่ประโยคนี้ผุดขึ้นมาเท่านั้น

แววตาของเขานั้นมีความกังวลฉายออกมาอย่างชัดเจน เมื่อคิดออกมาได้อย่างนั้น เดวิดเงยหน้ามองตามไปในทิศทางที่ลิสเธอร์พุ่งตัวไปอีกครั้ง ก่อนที่จะก้มหน้าลงคิดอย่างถ้วนถี่

ด้วยการเทคนิคการฝึกฝนที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายอย่างถาวร สไปรเยอร์ทุกคนจะมีแข็งแรงกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปมาก ร่างกายของเดวิดในตอนนี้ สามารถต่อสู้กับสัตว์ร้าย หรือสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสีดำขั้นต่ำได้โดยไม่เสียเปรียบมากนัก แต่ถ้าเขาไม่กระตุ้นให้เลือดในร่างกายสูบฉีดเป็นพิเศษ ปฏิกิริยาในการตอบสนองจะลดลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ความแข็งแกร่ง และความเร็วจะลดลงมากไปกว่านั้นอีก และที่สำคัญที่สุด เขาจะไม่สามารถใช้ทักษะการต่อสู้อะไรได้เลย ไม่ว่าจะเป็นลูกเตะพายุหมุน หรือหมัดเพลิงพิโรธ นั่นจะทำให้เขาจัดการกับศัตรูได้อย่างยากลำบากแน่นอน เพราะเขาจะไม่มีการโจมตีที่รุนแรงเพียงพอเลย จะกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่แข็งแรงเป็นอย่างมากเท่านั้น

ถ้าเป็นในโลกใบเดิมของเขา เดวิดน่าจะเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในโลกแล้ว ด้วยสภาพร่างกายในปัจจุบันของเขา มันน่าจะแข็งแรงมากกว่าคนที่ฝึกฝนมาอย่างดี 2-3 เท่าเลยทีเดียว แต่นั้นมันไม่ใช่กับโลกใบนี้ ถ้าเขาไม่หมุนเวียนเลือดเพื่อเพิ่มพลัง บางทีเขาอาจจะทำอะไรในโลกนี้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่ทำให้เดวิดสับสนและไม่เข้าใจมากที่สุด คือเขาไม่เห็นประโยชน์ของการเสี่ยงต่อสู้โดยใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด ยกเว้นเสียแต่ว่า! มันจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่!! ‘ใช่! มันต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่แน่’ ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมา เมื่อนึกย้อนกลับไปนึกถึงท่าทางของลิสเธอร์ตอนที่ตอบคำถามนี้ ดูเหมือนเธอจะลังเล และไม่อยากจะเอ่ยออกมาเท่าไรนักเลย

เดวิดนั้นเข้าใจถูกแล้ว! แต่เขานั้นไม่รู้ถึงความสำคัญ และมูลค่าของข้อมูลที่ตัวเองเพิ่งคาดเดาออกมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว เหตุผลที่ลิสเธอร์นั้นใช้เวลานานมาก ก่อนที่จะเอ่ยปากบอกเขาออกมาอ้อม ๆ อย่างนั้น มันเป็นเพราะว่า ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นมีค่าอย่างมหาศาล และตัวเธอเองก็ไม่ได้มันมาอย่างฟรี ๆ เหมือนกัน นั่นทำให้ตอนแรก ลิสเธอร์มีความลังเลที่กล่าวออกมาพอสมควรทีเดียว

แต่เมื่อเธอคิดอย่างรอบคอบแล้วว่า ข้อมูลนี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ บุคคลที่ได้รับรู้มัน มีเทคนิค หรืออุปกรณ์ที่สามารถควบคุมอัตราการไหลเวียนเลือดไม่ให้เพิ่มขึ้นเองได้ด้วย ลิสเธอร์จึงตัดสินใจกล่าวออกมาบางส่วน เพราะไม่คิดว่าเดวิดจะสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากมันได้ เห็นได้ชัดว่าเธอนั้นคิดผิด!

“อึ้ย!!”

เสียงของเดวิดร้องออกมาอย่างกะทันหัน อาการปวดหัวจากการใช้ความคิดมากเกินไปตามมาหลอกหลอนอีกครั้ง “ให้ตายสิ! นี่สมองของฉันยังปรับตัวไม่ได้อย่างสมบูรณ์อีกหรือยังไงนะ?”

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ ออกไปจากสมองให้หมด แต่นั่นกลับทำให้เดวิดนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แทน

เขารีบล้วงลงไปในกระเป๋าเป้ และหยิบเอาอุปกรณ์ไฮเทคที่ยึดมาได้จากนักเรียนตัวอ้วนก่อนหน้านี้ออกมา มันเป็นเข็มทิศ หรืออุปกรณ์นำทางอะไรบางอย่าง เมื่อเขาเปิดการทำงานของมันขึ้น ก็พบว่ามีภาพโฮโลแกรมเป็นหัวลูกศรปรากฏขึ้น 3 อัน ชี้ไปในทิศทางที่ต่างกัน

ลูกศรอันหนึ่งชี้ไปตามเส้นทางที่ลิสเธอร์เพิ่งเดินทางจากไป ส่วนอีก 2 อันชี้ออกไปในทิศทางที่ตรงข้ามกัน

เดวิดกระพริบตาของตัวเองถี่ ๆ ก่อนจะพึมพำออกมา “ดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก และตกทางตะวันตก” แต่แล้วเขาก็ส่ายหัวของตัวเองอย่างรวดเร็ว

“ไม่! ไม่ใช่! ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก และตกทางทิศตะวันออกต่างหาก” เขาหยุดเสียงพึมพำของตัวเองลง กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง เมื่อไม่เห็นว่ามีใครอยู่ใกล้ ๆ จริง ๆ ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ช่างมันเถอะ!” เขาพึมพำออกมาเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่จะตัดสินใจมุ่งหน้าไปทางทิศที่ลูกศรชี้ไปทางหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ใช่ทิศที่ลิสเธอร์เพิ่งเดินจากไปเลย

ถึงแม้ว่าในใจลึก ๆ แล้วเดวิดอยากจะอยู่ใกล้ ๆ กับเธอ อยากจะเห็นหน้าเธออีกครั้ง แต่เขาก็รู้ตัวดี ว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลย เขายังไม่อยากพาตัวเองเข้าไปสู่กองไฟเร็วขนาดนั้น

ถึงแม้ว่ามันอาจจะมีโอกาสที่เขาจะตามตื้อเธอได้สำเร็จ แต่เมื่อคิดจากบุคลิกของลิสเธอร์ การจู่โจมที่รวดเร็ว และรุนแรงเกินไป อาจจะส่งผลเป็นทางตรงข้ามเสียมากกว่า เดวิดไม่อยากที่จะเสี่ยงในตอนนี้

เขาเลือกทิศทางขึ้นมาอย่างสุ่ม ๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

.....................

การเคลื่อนไหวของฟิลลิดาคล่องแคล่วและรวดเร็วเป็นอย่างมาก เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เธอก็สามารถเคลื่อนตัวเข้าไปถึงกล่องอุปกรณ์ที่กำลังส่องประกายเป็นสีทองออกมาได้แล้ว

ท่วงท่าลีลาของเธอนั้นราวกับเป็นนักกีฬาปาร์กัวร์ หรือฟรีรันนิ่งไม่มีผิด แถมยังเป็นนักกีฬาระดับเหรียญทองเสียด้วย การกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง และพุ่งทะยานข้ามอาคารแต่ละหลังไปนั้น เหมือนมีการวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี มันราบรื่นว่องไว ราวกับเป็นการวิ่งอยู่บนพื้นราบเท่านั้น

ดูเหมือนว่าทักษะที่ฟิลลิดาฝึกฝน จะมุ่งเน้นไปที่ความเร็ว กระบวนท่า และสมาธิอย่างครบถ้วน

ตามปกติแล้ว ทักษะการต่อสู้ระดับสีน้ำตาลเกือบทั้งหมด จะมีเทคนิคการเคลื่อนไหวรวมอยู่ในนั้นด้วย และทักษะผีเสื้อสะบัดปีกนี้ ฟิลลิดาสามารถฝึกฝนจนบรรลุได้ถึงระดับขัดเกลาแล้ว ไม่แปลกเลยที่เธอจะสามารถมีการเคลื่อนไหวได้อย่างไร้ที่ติแบบนี้ มันเหมือนกับว่าเธอคือผีเสื้อที่ร่ายรำอยู่กลางอากาศก็ไม่ปาน

ถึงแม้ว่าเอเวียนจะมีระดับความแข็งแกร่งของร่างกายที่เทียบเท่ากับฟิลลิดา แต่ดูเหมือนว่าเทคนิคการเคลื่อนไหวของเธอนั้นจะเสียเปรียบในสถานการณ์แบบนี้

ในขณะที่ทักษะของฟิลลิดาเน้นที่ท่าร่าง ความคล่องตัว และความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นหลัก ทักษะของเอเวียนกลับเน้นที่การระเบิดความเร็วอย่างฉับพลัน ซึ่งมันค่อนข้างไร้ประโยชน์ เมื่อต้องมาแข่งขันกันในซากปรักหักพัง มีสิ่งกีดขวางมากมายแบบนี้

และนั่นทำให้เอเวียนได้แต่มองดูฟิลลิดาวางมือให้กล่องอุปกรณ์สีทองนั่นอ่านข้อมูลจากป้ายประจำตัว ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้นเลย

สีหน้าของเธอนั้นเรียบเฉย จ้องมองการเคลื่อนไหวของฟิลลิดาอยู่เงียบ ๆ แต่ในใจของเธอนั่นเริ่มครุกรุ่นด้วยอารมณ์โกรธแล้ว ตั้งแต่ต้น เอเวียนสังหรณ์มาตลอดว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอเพิ่งแน่ใจในตอนนี้เองว่า ทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่วางเอาไว้แล้วของฟิลลิดา

แต่แล้วแววตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมาอย่างฉับพลัน.. เรื่องมันไม่ได้จบง่าย ๆ อย่างนี้แน่..

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 137 - กล่องอุปกรณ์สีทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว