- หน้าแรก
- ซวยแล้ว นางเอกได้ยินความคิดผม พล็อตเรื่องเลยกาวไปกันใหญ่
- บทที่ 30: คออ่อนแก้วเดียวจอดแล้วยังจะกล้าชวนคนอื่นดื่ม
บทที่ 30: คออ่อนแก้วเดียวจอดแล้วยังจะกล้าชวนคนอื่นดื่ม
บทที่ 30: คออ่อนแก้วเดียวจอดแล้วยังจะกล้าชวนคนอื่นดื่ม
บทที่ 30: คออ่อนแก้วเดียวจอดแล้วยังจะกล้าชวนคนอื่นดื่ม
เฟยเหยียนเพียงแค่ตรวจสอบดูคร่าวๆ ก็สามารถหยั่งรู้สถานการณ์ที่แท้จริงของวังเสวียนหานชิงได้แล้ว
ความรู้สึกโศกเศร้าอาลัยต่อสหายผู้ล่วงลับผุดขึ้นในใจ นางเข้าใจแล้วว่าทำไมในอนาคตที่หลินไป่เคยพูดถึง วังเสวียนหานชิงถึงได้ล่มสลายลงด้วยน้ำมือศัตรูอย่างง่ายดายเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม ละครฉากนี้ยังต้องดำเนินต่อไป
นางสะบัดมือเบาๆ หลินไป่ก็รู้สึกถึงพลังนุ่มนวลที่เข้ามาโอบอุ้มร่างเขาเอาไว้
“ไปกันเถอะ” เฟยเหยียนปรายตามองกู้เป่ยหวังอย่างเย็นชา ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อแล้วหายวับไปจากจุดนั้นพร้อมกับหลินไป่
กู้เป่ยหวังมีสีหน้าดำทะมึนราวกับหยดหมึก แต่ก็ทำได้เพียงยืนมองพวกเขจากไปอย่างจนปัญญา
ทันทีที่กลับมาถึงห้อง เสียงเครื่องจักรที่คุ้นเคยของระบบก็ดังระเบิดขึ้นในสมองของหลินไป่ แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
[ยินดีด้วยครับลูกพี่! ภารกิจเดินเรื่องช่วงขอขมาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ยั่วโมโหบุตรแห่งโชคชะตาได้สำเร็จ แถมยังโดนมันตบหน้าฉาดใหญ่จนหน้าหงาย! อัตราความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่อง: 98%! รับรางวัล: ‘ธงจักรพรรดิมนุษย์’! พลังบำเพ็ญเพียรพุ่งพรวดขึ้นอีกร้อยปี เมี๊ยว!]
หลินไป่ลองตรวจสอบแหวนมิติในใจ ก็เห็น ‘ธงจักรพรรดิมนุษย์’ สีดำสนิทราวกับน้ำหมึก มีไอควันสีดำลอยอ้อยอิ่งหมุนวนช้าๆ แผ่กลิ่นอายอันน่าขนลุกออกมา
ของแบบนี้มันถูกต้องตามทำนองคลองธรรมแน่เรอะ?
[คุณพระช่วย รางวัลคือธงจักรพรรดิมนุษย์จริงดิ?]
‘รางวัล?’
หัวใจของเฟยเหยียนกระตุกวูบ จากนั้นนางก็เห็นความคิดของหลินไป่ผุดขึ้นมาไม่หยุด
[อ๋อ จำได้แล้ว ช่วงท้ายๆ ของเรื่อง ข้าจะเกิดอิจฉาถังสือเจ็ด จนต้องใช้ไอ้ธงจักรพรรดิมนุษย์นี่เริ่มพิธีกรรมบูชายัญสรรพชีวิต]
[แล้วข้าก็จะโดนถังสือเจ็ดตบเกรียน แล้วแย่งธงไป แต่ทว่า... พอมันได้ธงไป พลังวิญญาณกลับบ้าคลั่งจนควบคุมไม่อยู่ เศษเสี้ยววิญญาณมหาจักรพรรดิเลยจำใจต้องสละชีพตัวเองเพื่อช่วยถังสือเจ็ดคุมธง ผลก็คือทุกคน รวมทั้งวิญญาณมหาจักรพรรดิและสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน กลายเป็นอาหารอันโอชะให้ถังสือเจ็ด แล้วมันก็จะหลั่งน้ำตาจระเข้โกยของรางวัลไป พร้อมสาบานว่าจะฉีกข้าเป็นหมื่นชิ้น...]
เฟยเหยียนรู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ฝ่าเท้าพุ่งขึ้นถึงสมอง นางเคยคิดว่ามาตรฐานศีลธรรมของถังสือเจ็ดนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินแล้ว!
แต่ไม่นึกเลยว่า นางยังประเมินถังสือเจ็ดสูงเกินไป!
[ช่างเถอะ เลิกคิดเรื่องพวกนี้ดีกว่า ตอนนี้เนื้อเรื่องถึงไหนแล้วนะ?]
[อ้อ ใช่! ข้าต้องมอมเหล้าอาจารย์!]
คิดได้ดังนั้น หลินไป่ก็ควักหัวหอมกำใหญ่ออกมา แล้วขยี้ตาตัวเองอย่างแรง น้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตก เหมือนได้รับความอยุติธรรมอย่างแสนสาหัส
เขาเงยหน้ามองอาจารย์ แววตาเต็มไปด้วยความดุดันและไม่ยินยอม “ท่านอาจารย์... ข้า ข้าไม่ยอมรับ!”
เฟยเหยียนมองกล่องข้อความบนหัวหลินไป่ ใจนางอ่อนยวบยาบไปหมดแล้ว แต่พอนึกถึงชะตากรรมที่หลินไป่ต้องเผชิญ ซึ่งจำเป็นต้องเดินเรื่องตามบทเพื่อให้หลุดพ้น นางจึงต้องจำใจข่มใจให้แข็ง แล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างและเย็นชา “ฝีมือเจ้ามันอ่อนด้อยเอง ยังจะมีอะไรให้ไม่ยอมรับอีก?”
[โอ้โห น้ำเสียงอาจารย์แข็งโป๊กเลย นางคงผิดหวังในตัวข้าสุดๆ จนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยแล้วสินะ!]
[ถึงจะปวดใจก็เถอะ แต่... ช่วยไม่ได้นี่หว่า บทมันมาแบบนี้...]
สีหน้าของหลินไป่แสดงความตกใจและเจ็บปวดออกมาได้อย่างสมจริง เขาแสร้งทำเป็นอดกลั้นความเจ็บปวดแสนสาหัส ตัวสั่นเทาขณะก้าวไปข้างหน้า คว้ามือขวาของเฟยเหยียนไว้แน่น น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสิ้นหวัง “ท่านอาจารย์ ท่าน ท่านพูดอะไรออกมา? ไหนท่านบอกว่ารักข้าที่สุดไง! ทำไมถึงทำกับข้าแบบนี้!”
เฟยเหยียนนิ่งเงียบ นางไม่รู้จะตอบโต้หลินไป่อย่างไรดี
ต่อให้นางพยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองแค่ไหน แต่คำพูดโหดร้ายไร้เยื่อใยเหล่านั้น พอมันมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก กลับพูดไม่ออกราวกับมีมีดที่มองไม่เห็นจ่อคอหอยอยู่
ในขณะที่นางยังลังเลอยู่นั้น เสียงในใจของหลินไป่ก็ดังขึ้นแล้ว!
[ดี ดี ดีมาก การแสดงของอาจารย์นี่ระดับเทพชัดๆ!]
[อารมณ์แบบด้านชาเพราะความเจ็บปวดนี่มันเป๊ะเว่อร์!]
[ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าจะน้อยหน้าได้ไง!]
คิดได้ดังนั้น หลินไป่ก็ตีหน้าเศร้าสร้อยราวกับถูกการกระทำของเฟยเหยียนทำร้ายจิตใจอย่างสาหัส ก้มหน้าลงต่ำ น้ำเสียงแหบพร่า “ดี ดี ดี ข้าเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์ ท่าน... ท่านก็ชอบไอ้ถังสือเจ็ดนั่นเหมือนกันใช่ไหม! พวกท่านทุกคนชอบมันกันหมด!”
หัวใจของเฟยเหยียนบีบตัวแน่น ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขย้ำจนแทบหายใจไม่ออก คิ้วและแววตาฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด
[ว้าว ความรู้สึกใจสลายของอาจารย์เนี่ย ทำเอาข้าปวดใจจี๊ดเลย...]
[น่าเสียดายที่ชาตินี้ข้าไม่มีวาสนาได้คู่กับอาจารย์ หวังว่าหยกพกตัวแทนชิ้นนั้นจะช่วยนางได้บ้าง ให้นางได้เจอคู่ครองที่เหมาะสม เฮ้อ...]
“ช่างเถอะ ช่างมันเถอะ...” ใบหน้าของหลินไป่ซีดเผือด รอยยิ้มขมขื่นผุดขึ้นที่มุมปาก “ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว ยังไงซะ พวกท่านก็ต้องชอบอัจฉริยะเหนือโลกอย่างถังสือเจ็ดอยู่แล้ว ส่วนข้ามันก็แค่ขยะไร้ค่า...”
“แต่ว่า... ท่านอาจารย์ อย่างไรเราก็เป็นศิษย์อาจารย์กัน ตอนนี้อารมณ์ข้าไม่ค่อยดี ท่านช่วย... ดื่มเป็นเพื่อนข้าหน่อยได้ไหม?”
พูดจบ หลินไป่ก็ดึงไหเหล้าออกมาจากแหวนมิติ
[ถึงจะเป็นเหล้าผสมยาลับก็เถอะ แต่ระดับยอดฝีมือขั้นกุ้ยซูจะมาโดนของแค่นี้สลบได้ไง?]
[ตามพล็อตเดิม เฟยเหยียนจะทดสอบข้าเป็นครั้งสุดท้าย ดังนั้นข้าต้องแสดงท่าทีหื่นกามสุดๆ ออกมา!]
เฟยเหยียนมองไหเหล้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะฝืนยิ้มตอบ “ได้ ข้าจะดื่มเป็นเพื่อนเจ้า!”
พูดจบ ทั้งสองก็นั่งลงที่โต๊ะ หลินไป่หยิบชามออกมาสองใบแล้วรินเหล้าลงไป
“ข้าขอดื่มคารวะก่อน!” จู่ๆ หลินไป่ก็ยกชามเหล้าขึ้นกระดกหมดรวดเดียว ท่าทางห้าวหาญแต่แฝงแววสิ้นหวัง
เฟยเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ยกชามเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก
แต่ยังไม่ทันที่เหล้าจะล่วงล้ำเข้าปาก นางก็เห็นร่างของหลินไป่โอนเอนไปมา ราวกับจะล้มพับได้ทุกเมื่อ
“เอ๊ะ?”
ดวงตาคู่สวยของเฟยเหยียนฉายแววงุนงง ชั่วขณะหนึ่งนางเดาไม่ถูกเลยว่าหลินไป่กำลังเล่นลูกไม้อะไร...
“ข้า... เอิ๊ก” แก้มของหลินไป่แดงก่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว
[...%%&...#%&%]
แม้แต่กล่องข้อความบนหัวเขายังกลายเป็นตัวอักษรยึกยืออ่านไม่รู้เรื่อง
[ลืม... ลืมไปว่าข้าคออ่อน... ¥#¥#@##¥%#]
โครม!
ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของเฟยเหยียน หลินไป่ฟุบหน้าลงกระแทกกับโต๊ะเสียงดังสนั่น
เฟยเหยียนยื่นมือไปจับชีพจรของหลินไป่โดยสัญชาตญาณ ครู่ต่อมา นางค่อยๆ ชักมือกลับมาด้วยสีหน้าแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย...
ชีพจรบ่งบอกว่า หลินไป่เมาแอ๋จนสลบเหมือดไปแล้วเรียบร้อย
เจ้าเด็กคนนี้... ไม่รู้ตัวหรือไงว่าตัวเองคออ่อนขนาดดื่มแก้วเดียวก็จอดแล้วน่ะ?
เฟยเหยียนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางประคองหลินไป่ไปนอนบนเตียง ห่มผ้าให้เรียบร้อย กำลังจะหันหลังกลับ ก็รู้สึกว่ามือของนางถูกแรงอันแผ่วเบารั้งเอาไว้
นางก้มลงมอง ก็พบว่ามีหยกพกอุ่นๆ ที่เปล่งแสงจางๆ ปรากฏขึ้นที่ข้อมือของนางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ท่านอาจารย์ ข้า... ข้าขอโทษ... ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้ท่านโกรธ ข้า... ฮึดฮัด...”
“ท่าน... ท่านต้อง... มีชีวิตที่ดีนะ... อย่า...”
“เจ็บเหลือเกิน... หัวใจข้า... ตรงนี้มันเจ็บเหลือเกิน... ท่านอาจารย์... ท่าน... ท่านฆ่าข้าเถอะ... ฆ่าข้าซะ... แล้ว... แล้วมันจะได้ไม่เจ็บอีก... ได้โปรด...”
หยดน้ำอุ่นๆ ร่วงหล่นลงบนหลังมือของนาง เฟยเหยียนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ว่าขอบตาของนางเปียกชื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และน้ำตาก็กำลังไหลรินลงมาอย่างเงียบงัน