เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 - เปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นความสำเร็จสูง

บทที่ 110 - เปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นความสำเร็จสูง

บทที่ 110 - เปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นความสำเร็จสูง


บทที่ 110 - เปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นความสำเร็จสูง

วันรุ่งขึ้น เฉินเฉิงไปทำงานที่กองปราบสาขาย่านหลินสุ่ยตามปกติ

หลังจากเดินตรวจตราพื้นที่ในความรับผิดชอบรอบหนึ่ง เขาก็กลับมาที่ห้องทำงานชั้นสอง ชงชาจิบพักผ่อนอย่างสบายใจ

จิบชาไปได้ไม่กี่คำ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็มาแจ้งว่าหัวหน้าจี้จิ้งเป่ยเรียกประชุมหัวหน้ามือปราบทุกคนที่ห้องโถง

เฉินเฉิงจึงเดินไปที่ห้องโถงใหญ่

เมื่อไปถึง เห็นจี้จิ้งเป่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน มีหัวหน้ามือปราบหลายคนยืนเข้าแถวรออยู่แล้ว เฉินเฉิงคารวะแล้วเข้าไปยืนในแถว

ข้างแถว มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนแยกออกมาต่างหาก อายุประมาณยี่สิบห้าปี สวมชุดเครื่องแบบลายเมฆสีดำ คาดกระบี่ที่เอว ดูท่าทางจะเป็นหัวหน้ามือปราบเหมือนกัน

ข้างกายจี้จิ้งเป่ย มีชายหนุ่มสวมชุดเจ้าหน้าที่ธรรมดายืนอยู่ คนนี้คือหยางซิงเหยา หลานชายของจี้จิ้งเป่ย

หยางซิงเหยาแม้จะเป็นแค่เจ้าหน้าที่ธรรมดา แต่ฝีมือไม่ธรรมดา ฝึกดาบจนสมบูรณ์ และเพิ่งทะลวงผ่านขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์เมื่อสองเดือนก่อน

ฝีมือระดับนี้ไปเป็นหัวหน้ามือปราบที่อื่นได้สบาย เฉินเฉิงได้ข่าวมาว่าจี้จิ้งเป่ยกำลังวิ่งเต้นหาตำแหน่งให้หลานชาย ระหว่างรอก็ให้มาช่วยงานที่นี่ก่อน

หลังจากหวังลี่ตาย ตำแหน่งหัวหน้ามือปราบว่างลงหนึ่งตำแหน่ง ด้วยเส้นสายของจี้จิ้งเป่ย หยางซิงเหยาน่าจะเสียบแทนได้ไม่ยาก

แต่ตำแหน่งหัวหน้ามือปราบย่านหลินสุ่ยนั้นมีศักดิ์ศรีสูงกว่าย่านอื่นครึ่งขั้น พอมีตำแหน่งว่าง สี่ตระกูลใหญ่ในเมืองชั้นในต่างก็จ้องตาเป็นมัน อยากจะส่งคนของตัวเองมาเสียบ

จี้จิ้งเป่ยเป็นแค่หัวหน้ากองปราบสาขา บารมีไม่พอที่จะดันหลานชายขึ้นมา

อีกอย่าง หวังลี่เป็นคนตระกูลหวัง ตระกูลหวังย่อมไม่ยอมเสียโควตานี้ไปง่ายๆ อาจจะเป็นเพราะยังหาคนเหมาะสมไม่ได้ ตำแหน่งนี้เลยว่างมาพักใหญ่

จี้จิ้งเป่ยแม้จะดันหลานขึ้นไม่ได้ แต่ก็ใช้อำนาจให้หยางซิงเหยาไปรักษาการแทน ดูแลพื้นที่เดิมของหวังลี่ไปพลางๆ

หยางซิงเหยาก็ทำผลงานได้ดี ดูแลพื้นที่ได้เรียบร้อย ลูกน้องยอมรับ เรียกเขาว่า 'หัวหน้าหยาง'

แม้จะยังไม่ได้เป็นตัวจริง แต่การได้คุมงานในย่านใหญ่อย่างหลินสุ่ย ก็ถือเป็นแต้มต่อในการเลื่อนขั้นในอนาคต

เฉินเฉิงหันไปมองหัวหน้ามือปราบหน้าใหม่คนนั้น กลิ่นอายพลังเข้มข้น ลมหายใจยาวลึก ฝีมือน่าจะแข็งแกร่งมาก แถมสีหน้ายังแฝงความหยิ่งยโสไว้จางๆ

ดูจากสีหน้าของหัวหน้ามือปราบคนอื่น เฉินเฉิงก็พอเดาได้ว่า หมอนี่คงเป็นคนที่ตระกูลหวังส่งมาแทนหวังลี่

ตอนเฉินเฉิงมารับตำแหน่ง จี้จิ้งเป่ยไม่ได้จัดพิธีต้อนรับใหญ่โตขนาดนี้ เฉินเฉิงอดขมวดคิ้วไม่ได้ ดูท่าจี้จิ้งเป่ยจะไม่ค่อยเกรงใจเสิ่นชิงซวงเท่าไหร่ เลือกปฏิบัติกับลูกน้องชัดเจน

จี้จิ้งเป่ยมีตระกูลเจียงหนุนหลัง ปกติไม่ค่อยเห็นหัวคนที่ตระกูลอื่นส่งมา ไม่น่าจะเกรงใจตระกูลหวังขนาดนี้

ความเป็นไปได้เดียวคือ คนใหม่คนนี้เก่งมาก เก่งจนจี้จิ้งเป่ยต้องให้เกียรติ

ไม่นาน หัวหน้ามือปราบทุกคนก็มาครบ จี้จิ้งเป่ยลุกขึ้น กวาดสายตามองไปรอบๆ พยักหน้าให้ชายหนุ่มคนนั้น แล้วประกาศเสียงดัง "ทุกท่าน นี่คือหัวหน้ามือปราบหวังสงเจี๋ย ต่อไปเขาจะมาประจำที่สาขาย่านหลินสุ่ย รับผิดชอบพื้นที่เดิมของหวังลี่..."

จี้จิ้งเป่ยแนะนำหัวหน้ามือปราบทุกคนให้หวังสงเจี๋ยรู้จัก แล้วทิ้งท้ายว่า "หัวหน้าหวังอายุยังน้อย แต่บรรลุขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นความสำเร็จสูงแล้ว แถมยังฝึกจนเกิดสภาวะกระบี่อีกด้วย"

ทุกคนได้ยินก็ตกใจ มองหวังสงเจี๋ยด้วยสายตาเคารพยำเกรง

อายุยี่สิบห้า เป็นขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นความสำเร็จสูง มีสภาวะกระบี่ ฝีมือระดับนี้ในเมืองหลินจี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก

อนาคตของเขาต้องไปได้ไกลกว่าจี้จิ้งเป่ยแน่ๆ มิน่าจี้จิ้งเป่ยถึงให้ความสำคัญนัก

อีกอย่าง หัวหน้ากองปราบใหญ่เขตตะวันออกคือหวังโสยงอิง หวังสงเจี๋ยรุ่นราวคราวเดียวกัน น่าจะเป็นทายาทสายตรงตระกูลหวัง อนาคตคงได้เป็นระดับหัวหน้ากองปราบใหญ่แน่นอน

พอรู้แบบนี้ ทุกคนก็รีบเข้าไปประสานมือทักทาย ตีสนิทล่วงหน้า

เป็นธรรมดาของคนทำงาน แม้จะมีสังกัดตระกูลอื่น แต่การผูกมิตรกับดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างหวังสงเจี๋ยไว้ก็ไม่เสียหาย

เฉินเฉิงไม่ชอบประจบสอพลอ แต่เห็นเหยียนเจี้ยนกับซุนซินหยางที่เป็นคนของตระกูลเสิ่นยังเข้าไปรุมล้อม ถ้าเขาทำตัวแปลกแยกเกินไปก็คงไม่ดี เลยเข้าไปทักทายตามมารยาท

"วันหน้าฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะทุกท่าน" หวังสงเจี๋ยยิ้มตอบรับอย่างเป็นกันเอง

ทักทายกันเสร็จ จี้จิ้งเป่ยก็เชิญหวังสงเจี๋ยไปยืนหัวแถว ซึ่งก็ไม่มีใครคัดค้าน

จี้จิ้งเป่ยเดินออกมาจากโต๊ะ มาหยุดตรงหน้าหวังสงเจี๋ย กล่าวว่า "หัวหน้าหวัง เมื่อมาอยู่ที่นี่ ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งข้า รักษากฎหมาย ดูแลความสงบในพื้นที่"

หวังสงเจี๋ยพยักหน้า "ขอรับ"

จี้จิ้งเป่ยหันไปพูดกับทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "กฎระเบียบของที่นี่ ข้าเคยบอกไปหมดแล้ว

มีการประเมินผลงานทุกปี ใครไม่ผ่าน ข้าจะรายงานเบื้องบนให้ย้ายออกไป ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน"

หลังจากพูดย้ำกฎระเบียบ จี้จิ้งเป่ยก็ให้เจ้าหน้าที่พาหวังสงเจี๋ยไปดูพื้นที่

"ทุกคนแยกย้ายไปทำงานได้ หัวหน้าเฉิน อยู่ก่อน"

"ใต้เท้าจี้มีอะไรจะสั่งหรือขอรับ" เฉินเฉิงสงสัยที่โดนเรียกตัวไว้

จี้จิ้งเป่ยยิ้มอย่างเป็นมิตร "ช่วงนี้เขตท่าเรือน้ำใสมีผู้ลี้ภัยและชาวยุทธ์เข้ามาเยอะ การดูแลความสงบยากขึ้น แถมพวกไปตลาดมืดค่ายอีกาหนาวก็ก่อคดีฆ่ากันตายบ่อยๆ

เจ้าเพิ่งมารับตำแหน่งไม่นาน ต้องมารับผิดชอบพื้นที่วุ่นวายแบบนี้ ลำบากเจ้าแย่เลย"

ในบรรดาพื้นที่ทั้งสิบสองเขตของย่านหลินสุ่ย เขตท่าเรือน้ำใสถือว่าแย่ที่สุด

ไม่ใช่แย่เพราะวุ่นวาย แต่แย่เพราะจน คนส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านจนๆ พรรคก็เป็นพรรคกระจอก หาเศษหาเลยได้น้อย เฉินเฉิงทำงานมาหลายเดือนยังจนกรอบอยู่เลย

จี้จิ้งเป่ยรู้ดี การที่ส่งเฉินเฉิงไปที่นั่น แสดงว่าไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่ก็ตอนนั้นเหลือที่เดียว

ไม่ว่าจะเหตุผลไหน เฉินเฉิงรู้สึกว่าจี้จิ้งเป่ยไม่ได้ยุติธรรมอย่างที่แสดงออก และไม่ได้เมตตาเขาเลย

จู่ๆ มาพูดดีด้วยแบบนี้ เฉินเฉิงเลยระแวง ลองถามดู "ขอบคุณใต้เท้าที่เป็นห่วง เขตท่าเรือน้ำใสซับซ้อนจริง หรือใต้เท้าจะเปลี่ยนเขตให้ข้า"

จี้จิ้งเป่ยหน้ากระตุก รีบปฏิเสธ "ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น

เราเป็นเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขชาวบ้าน จะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน

ข้าเห็นว่างานเจ้าหนัก เลยจะหาผู้ช่วยฝีมือดีไปช่วย"

จี้จิ้งเป่ยทำหน้าจริงจัง ชี้ไปที่หยางซิงเหยา "หยางซิงเหยาฝีมือดี ให้เขาไปช่วยงานในทีมเจ้าแล้วกัน

อีกสองสามเดือนจะมีการประเมินผล มีเขาช่วย เจ้าจะได้ผ่านการประเมินง่ายขึ้น"

ไม่รอให้เฉินเฉิงตอบ จี้จิ้งเป่ยหันไปสั่งหลานชาย "ซิงเหยา ยังไม่รีบคารวะหัวหน้าเฉินอีก"

หยางซิงเหยารีบประสานมือ "คารวะหัวหน้าเฉิน"

เฉินเฉิงเข้าใจทันที ที่แท้ก็อ้อมค้อมตั้งนานเพื่อจะยัดเยียดหลานตัวเองมาอยู่ในทีมเขา

"ไม่ต้องมากพิธี" เฉินเฉิงยิ้ม แล้วหันไปบอกจี้จิ้งเป่ย "ขอบคุณใต้เท้าจี้ มีคนเก่งระดับขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์มาช่วย ทีมข้าคงแข็งแกร่งขึ้นเยอะ การประเมินปีนี้คงไม่มีปัญหาแล้ว"

จี้จิ้งเป่ยยิ้ม "หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเจ้าผ่านการประเมิน ข้าจะได้ตอบคำถามใต้เท้าเสิ่นได้"

......

เดินออกมาจากห้องจี้จิ้งเป่ย เฉินเฉิงคิ้วขมวด

อยู่นี่มาพักใหญ่ เขาพอรู้ตื้นลึกหนาบางของที่นี่บ้างแล้ว

จี้จิ้งเป่ยสร้างภาพว่าเป็นคนเข้มงวด แต่ความจริงนอกจากเด็กปั้นตระกูลเจียงสามคนนั้น คนอื่นก็ทำตัวเหลาะแหละ ต่อหน้าเคารพ ลับหลังอู้งาน ไม่ต่างจากที่อื่น

บางทีเรียกประชุม กว่าจะตามตัวครบก็ครึ่งค่อนวัน

จี้จิ้งเป่ยทำได้แค่ด่ากราด แต่ไม่มีใครกลัว เพราะทุกคนมีแบ็กดี จี้จิ้งเป่ยทำอะไรไม่ได้มาก

เฉินเฉิงที่ทำงานจริงจัง แถมยังแอบฝึกวิชาไปด้วย กลับกลายเป็นแกะดำ

ช่วงหลังมานี้ เฉินเฉิงเริ่มทำตัวขี้เกียจบ้าง เพราะขยันเกินไปจนชาวบ้านชมเปราะ เพื่อนร่วมงานเลยหมั่นไส้ แอบตั้งฉายาว่า 'มือปราบเดินถนน'

แม้แต่ซุนซินหยางที่เป็นคนของตระกูลเสิ่นเหมือนกัน ยังตีตัวออกห่าง

ในที่ทำงานนี้ นอกจากเหยียนเจี้ยนกับลูกน้องตัวเอง เฉินเฉิงแทบไม่มีเพื่อนเลย

มีข่าวลือเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับเขาแพร่ไปทั่ว หาว่าเขาเป็นเด็กเส้นบ้านนอก เกาะขาเสิ่นชิงซวงมา ฝีมือห่วยแตก ไม่สมควรเป็นหัวหน้ามือปราบ

จี้จิ้งเป่ยเองก็เลิกชมเฉินเฉิง เปลี่ยนมาทำตัวห่างเหิน

เหตุผลหนึ่งคือกระแสสังคมกดดัน อีกเหตุผลคือแกมีแผนชั่ว คือจะใช้ผลการประเมินปลายปี เขี่ยคนที่ได้คะแนนรั้งท้ายย้ายไปที่อื่น

ใครๆ ก็ดูออกว่า หวยล็อกที่เฉินเฉิง

การส่งหยางซิงเหยามา ก็เพื่อเตรียมเสียบแทนนั่นแหละ

แต่คิดจะเขี่ยเฉินเฉิงเพื่อดันหลานตัวเอง ฝันไปเถอะ!

อีกสองสามเดือนกว่าจะประเมิน เวลานั้นเฉินเฉิงคงเก่งขึ้นไปอีกขั้นแล้ว

เขาไม่กลัวใครมาป่วนในเขตท่าเรือน้ำใสทั้งนั้น

วันนี้เฉินเฉิงไม่เดินตรวจ เลิกงานกลับบ้านไปฝึกวิชาเลย

หยางซิงเหยามาใหม่ ไฟแรงเว่อร์ เดินตรวจทั้งวันทั้งคืน สามวันจับโจรได้เพียบ จี้จิ้งเป่ยชมใหญ่

แถมยังไปกดดันพรรคพยัคฆ์เสือดาวให้ลดค่าคุ้มครอง และให้พรรคสุนัขสวรรค์ลดค่าผ่านทาง

ชาวบ้านสรรเสริญเยินยอกันใหญ่

ลือกันว่าหยางซิงเหยาดีกว่าเฉินเฉิงที่วันๆ เอาแต่เดินไปเดินมาตั้งเยอะ

เฉินเฉิงไม่สน ตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาอย่างเดียว

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปอีกครึ่งเดือน เข้าสู่ต้นฤดูหนาว อากาศเริ่มเย็นลง

ช่วงนี้เฉินเฉิงเข้ากะดึก แต่มีหยางซิงเหยาอยู่ เขาเลยแค่ไปเช็คชื่อแล้วกลับมานอนฝึกวิชาที่บ้าน

เข้ากะดึกก็เหมือนหยุดงานนั่นแหละ

เช้าวันนี้ เฉินเฉิงตื่นมาฝึกวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นมังกรอินทรี แล้วเปิดหน้าต่างสถานะ

【ชื่อ: เฉินเฉิง

ขอบเขต: เปลี่ยนเส้นเอ็น (ขั้นความสำเร็จสูง)

ทักษะ: วิชาเกราะเหล็ก•เปลี่ยนเส้นเอ็น (ขั้นเล็กน้อย 426/1000)

วิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นมังกรอินทรี (ขั้นความสำเร็จสูง 1190/10000)

วิชากรงเล็บอินทรีทรงพลัง (ขั้นสมบูรณ์, สภาวะกรงเล็บอินทรีทรงพลัง 46502/100000)

เพลงดาบไล่ล่าสายลม (ขั้นสมบูรณ์, สภาวะดาบไล่ล่าสายลม) (กำลังอนุมานวิชา ความคืบหน้าปัจจุบัน (15/100) เมื่อครบ 100 จะยกระดับเป็นวิชาระดับสูง)】

วิชาเกราะเหล็กช้าหน่อย แต่วิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นมังกรอินทรีกับกรงเล็บอินทรีพุ่งกระฉูด

เขาฝึกวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นไปสี่รอบ เพิ่มปริมาณยาขึ้นเรื่อยๆ

รอบล่าสุดใช้ยาไปหนึ่งในสามส่วน ตอนนี้เหลือยาไม่ถึงเม็ด พอใช้ได้อีกแค่สองครั้ง

"ยาเปลี่ยนเส้นเอ็นหายากจริงๆ ยิ่งเส้นเอ็นแข็งแกร่ง ประสิทธิภาพยายิ่งลดลง ถ้าจะฝึกให้ถึงขั้นสมบูรณ์ คงต้องใช้อีกเป็นสิบเม็ด

ตระกูลเสิ่นน่าจะให้อีกสองเม็ด ส่วนโควตาของกองปราบ ดูท่าจะมีปัญหาซะแล้ว!"

มองดูเม็ดยาที่เล็กลงไปถนัดตา เฉินเฉิงพึมพำ

โควตายาของกองปราบ ต้องผ่านการประเมินถึงจะได้

ถ้าได้คะแนนรั้งท้าย อดแน่ๆ

แต่ถ้าได้ที่หนึ่ง จะได้รางวัลพิเศษเพิ่มอีกหนึ่งเม็ด!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 110 - เปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นความสำเร็จสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว