- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 90 - เปิดอกคุย
บทที่ 90 - เปิดอกคุย
บทที่ 90 - เปิดอกคุย
บทที่ 90 - เปิดอกคุย
วันรุ่งขึ้น
เฉินเฉิงมาถึงกองปราบย่านหรูอี้แต่เช้า พอเช็กชื่อเสร็จ ก็นั่งจิบชาสบายใจเฉิบอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว
ในฐานะว่าที่หัวหน้ามือปราบ ไม่มีลูกน้องให้คุม วันๆ ก็ว่างงาน ส่วนใหญ่เฉินเฉิงก็ใช้ชีวิตแบบเช้าชามเย็นชาม
แต่จะทำตัวว่างเกินไปก็ดูไม่ดี เดี๋ยวจะหาว่าเป็นส่วนเกิน ต้องมีการสร้างภาพบ้าง โดยเฉพาะช่วงเช้าเย็นที่มีการเช็กชื่อ แต่ละกลุ่มกำลังวุ่นวายกับการรับส่งงานและแบ่งหน้าที่ เฉินเฉิงก็ต้องโผล่หน้าไปให้เห็นหน่อย ให้รู้ว่ายังทำงานอยู่
นั่งจิบชาอ่านหนังสือฆ่าเวลาในห้องทำงาน กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเฉินเฉิงไปแล้ว
จิบชาไป ก็อ่านคัมภีร์กรงเล็บอินทรีทรงพลังไปด้วย
เรื่องกระบวนท่า มินเว่ยสอนละเอียดแล้ว เฉินเฉิงจำได้หมด ไม่ต้องดูซ้ำ ที่เขาดูคือแบบแปลนการสร้างกรงเล็บเหล็กมังกรอินทรีที่แนบมาท้ายเล่ม
การทำกรงเล็บเหล็กมีขั้นตอนซับซ้อน วัสดุที่ใช้ก็มีหลายเกรด แบบธรรมดาก็ใช้เหล็กกล้ากับเอ็นวัวอสูรพญากระทิง
กรงเล็บที่ทำจากวัสดุพวกนี้ แข็งแรงพอจะรับมือดาบกระบี่เหล็กกล้าทั่วไปได้ ถือว่าใช้งานได้ดี
นอกจากนี้ในคัมภีร์ยังระบุวัสดุเกรดพรีเมียม อย่างเช่น เงินวิเศษ เหล็กกล้าร้อยหลอม เหล็กนิล เอ็นมังกรหมึก ถ้าใช้ของพวกนี้ทำกรงเล็บ จะสามารถต้านทานอาวุธวิเศษได้เลย
"วัสดุเกรดพรีเมียม ราคามหาโหด เงินที่ข้ามีอยู่ไม่รู้จะพอหรือเปล่า เดี๋ยวต้องลองถามเฉียนปินดู
ถ้าไม่ไหว ก็ทำแบบธรรมดามาใช้แก้ขัดไปก่อน ยังไงช่วงนี้ก็คงไม่ได้ใช้กรงเล็บอินทรีไปสู้กับใครอยู่แล้ว ขอแค่น้ำหนักได้ก็พอ"
กะเวลาได้ที่ เฉินเฉิงกระดกชาหมดแก้ว ลุกเดินออกจากห้อง ก็เจอกับเสี่ยวชิงเดินยิ้มร่าออกมาจากเรือนพักของเสิ่นชิงซวง ตรงเข้ามาหา
"แม่นางเสี่ยวชิง" เฉินเฉิงทักทายยิ้มแย้ม
"หัวหน้าเฉิน คุณหนูมีธุระเชิญไปพบเจ้าค่ะ" เสี่ยวชิงยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร
เสี่ยวชิงอยู่กับเสิ่นชิงซวงมานาน นิสัยเลยคล้ายๆ กัน คือไม่ค่อยสนใจใคร เก็บอารมณ์ไม่เก่ง ชอบไม่ชอบก็ออกทางสีหน้าหมด
นางยิ้มแป้นขนาดนี้ แสดงว่าเสิ่นชิงซวงเรียกไปคุยเรื่องดีแน่ๆ เฉินเฉิงรับคำ แล้วเดินตามนางเข้าไปในเรือนพัก ตรงไปที่ห้องโถงรับแขก
"ศิษย์น้องเฉิน นั่งสิ" เสิ่นชิงซวงนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน เห็นทั้งสองเดินเข้ามา ก็ชี้มือไปที่เก้าอี้ไม้แดงข้างๆ
เมื่อวานตอนไหว้ครู ปรมาจารย์เจิ้งดูจะเอ็นดูเฉินเฉิงเป็นพิเศษ แต่ก็ให้แค่คัมภีร์กับคำสอนผ่านมินเว่ย
ส่วนเสิ่นชิงซวงไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แม้แต่ทักทายก็ยังไม่มี
แต่วันนี้เจอกัน กลับเรียกศิษย์น้องเต็มปากเต็มคำ ทำเอาเฉินเฉิงงงไปเหมือนกัน ไม่รู้จะตอบรับยังไงดี
เสิ่นชิงซวงยิ้ม "ในเมื่อเจ้ากราบอาจารย์เจิ้งแล้ว ก็ถือว่าเป็นศิษย์น้องร่วมสำนักของข้า ต่อไปถ้าไม่มีคนอื่น ไม่ต้องเรียกตำแหน่ง เรียกข้าว่าศิษย์พี่ก็พอ"
"ศิษย์พี่สั่งมา เฉินเฉิงย่อมปฏิบัติตาม" เฉินเฉิงหัวไว รีบยิ้มประสานมือ แล้วค่อยนั่งลง
เสิ่นชิงซวงโบกมือ เสี่ยวชิงรีบรินชาให้เฉินเฉิง
"ศิษย์น้องเฉิน ดื่มชา" เสิ่นชิงซวงเชื้อเชิญ
เฉินเฉิงเพิ่งซดชามาจนพุงกาง จะให้กินอีกคงไม่ไหว
"รู้งี้เมื่อกี้กินให้น้อยหน่อยก็ดี" เฉินเฉิงบ่นในใจ พยักหน้า ยกถ้วยชาขึ้นจิบพอเป็นพิธี แล้ววางลง รอฟังความ
เสิ่นชิงซวงไม่รีบพูด เอาแต่จ้องเฉินเฉิงด้วยดวงตาคู่สวย พิจารณาอย่างละเอียด
คุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นเรียกมาพบ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องดึงตัวเข้าพวก เฉินเฉิงรู้ทันอยู่แล้ว
แต่จะให้ไปประจบสอพลอเหมือนเหยียนเจี้ยน เฉินเฉิงทำไม่ได้ และการสนิทกับตระกูลเสิ่นมากเกินไปก็อาจจะไม่ดี วันหน้าอาจจะจบไม่สวยเหมือนเหยียนเจี้ยน
ในใจลึกๆ เฉินเฉิงพยายามรักษาระยะห่างกับเสิ่นชิงซวง ยึดหลัก 'น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า' ตระกูลเสิ่นให้ผลประโยชน์มา เขาก็ตอบแทนกลับไป
แต่จะให้ไปเป็นวัวเป็นม้าให้ตระกูลเสิ่นโขกสับ ไม่มีทาง
"ศิษย์น้องเฉิน อยู่ต่อหน้าศิษย์พี่ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้" ผ่านไปครู่ใหญ่ เสิ่นชิงซวงถึงเอ่ยปากเสียงเรียบ
"ขอรับ" เฉินเฉิงรับคำ
จู่ๆ เสิ่นชิงซวงก็ทำหน้าดุ เจือแววตัดพ้อ "ศิษย์น้องเฉิน เจ้าซ่อนคมได้ลึกจริงๆ ข้าคิดว่าข้าสายตาแหลมคมแล้วเชียว ยังโดนเจ้าหลอกได้"
"หรือว่าเสิ่นชิงซวงรู้ความจริงเรื่องฝีมือข้าแล้ว? ไม่น่าใช่นะ!" เฉินเฉิงใจหายวาบ แต่หน้าตายังคงนิ่ง ตอบกลับจริงจัง "ศิษย์พี่เฉิน ข้าเปิดเผยตรงไปตรงมา จะกล้าปิดบังอะไรท่านได้"
เสิ่นชิงซวงเสียงเข้ม "ท่านอาจารย์บอกว่า เจ้าแม้จะมีแค่โครงสร้างระดับสูง แต่กระดูกแข็งแกร่งผิดมนุษย์ ต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน แรงเยอะไม่แพ้ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์
เจ้าอายุสิบแปดมีฝีมือขนาดนี้ แสดงว่าต้องฝึกยุทธ์มาตั้งแต่อายุสิบสี่สิบห้า เจ้ายังจะบอกว่าไม่ได้ปิดบังอีกหรือ"
อ้อ ที่แท้ปรมาจารย์เจิ้งจับกระดูกแล้วสรุปแบบนี้นี่เอง เฉินเฉิงเลยตามน้ำ "เรียนศิษย์พี่ ข้ายกหินฝึกแรงมาตั้งแต่อายุสิบสี่จริงๆ คงเป็นเพราะเหตุนี้ แรงเลยเยอะกว่าคนอื่น เรื่องนี้ข้าก็เคยบอกไปแล้ว"
"อ้อ จริงด้วย ตอนเจอกันครั้งแรก เจ้าเคยบอกว่าฝึกวิชาประจำตระกูลมา" เสิ่นชิงซวงนึกขึ้นได้ โบกมือ "ช่างเถอะ ไม่ว่ายังไง เจ้ามีฝีมือขนาดนี้ ก็ไม่ด้อยไปกว่าเหยียนเจี้ยนแล้ว
ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่า ตระกูลเสิ่นรักคนเก่ง เจ้าเป็นศิษย์น้องข้า ข้าต้องดูแลเจ้าเป็นพิเศษ
ข้าบอกว่าจะขอทรัพยากรจากตระกูลมาช่วยเจ้า ผู้อาวุโสในตระกูลรู้ว่าเจ้ามีพรสวรรค์ เลยอนุมัติเงินให้เดือนละห้าสิบตำลึง ให้เจ้าฝึกจนถึงขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์
พอเจ้าถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว ตระกูลเสิ่นจะให้ยาเปลี่ยนเส้นเอ็นระดับต่ำปีละสองเม็ด"
มีของฟรีใครจะไม่เอา เฉินเฉิงรีบคารวะ "ขอบคุณศิษย์พี่ เฉินเฉิงสัญญาว่าจะตั้งใจฝึกฝน ตอบแทนบุญคุณที่ท่านชุบเลี้ยง"
"อืม" เสิ่นชิงซวงพยักหน้า
เสี่ยวชิงพูดแทรก "หัวหน้าเฉิน คุณหนูให้ความสำคัญกับท่านมากนะ ตอนปั้นหัวหน้าเหยียน คุณหนูให้เงินแค่เดือนละสามสิบตำลึงเอง
แถมยาเปลี่ยนเส้นเอ็นระดับต่ำนี่ยิ่งหายาก หัวหน้าเหยียนได้ปีละเม็ดเดียว ขนาดข้าเองก็ได้ปีละเม็ดเหมือนกัน"
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่เมตตา!" เฉินเฉิงทำท่าซาบซึ้งใจ รีบลุกขึ้นคารวะอีกรอบ
ท่าทางต้องเล่นใหญ่ไว้ก่อน แต่คำพูดเสี่ยวชิงเขาฟังหูไว้หู เหยียนเจี้ยนอาจจะได้น้อยกว่าจริง แต่เสี่ยวชิงเป็นคนสนิท จะได้น้อยกว่าได้ไง
นางคงพูดรับลูกกับเสิ่นชิงซวง เพื่อให้เขาเห็นบุญคุณมากกว่า
เสิ่นชิงซวงพอใจท่าทีของเฉินเฉิง ยิ้ม "นั่งลงเถอะ"
พอเฉินเฉิงนั่งลง เสิ่นชิงซวงก็พูดต่อ "ด้วยฝีมือของเจ้าตอนนี้ ควรรู้เรื่องการฝึกขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นหลังจากขั้นขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์ไว้บ้าง
เจ้าอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่คงไม่ละเอียด
เมื่อก่อนมนุษย์เราไม่มีวิชาขัดเกลากายา ฝึกแต่วิชาภายนอก ซึ่งถึงจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ก็มีขีดจำกัด
บรรพชนของเราต่อสู้กับสัตว์อสูร เห็นความแข็งแกร่งของพวกมัน เลยเลียนแบบวิธีการฝึกร่างกายของสัตว์อสูร จนเกิดเป็นวิชาขัดเกลากายา
สัตว์อสูรมีความแข็งแกร่งแตกต่างกัน ทางการต้าอวี๋แบ่งระดับพวกมันไว้
สัตว์อสูรระดับหนึ่ง เทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์ ระดับสองเทียบเท่าขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นสมบูรณ์ ระดับสาม สี่ ห้า เทียบเท่าขอบเขตหลอมรวมกระดูก ชำระล้างไขกระดูก และขัดเกลาอวัยวะภายใน ส่วนระดับหก เจ็ด หรือสูงกว่านั้น แข็งแกร่งเกินจินตนาการ
สมุนไพรทำยาขัดผิว หาได้จากสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ตัวยาระดับท็อปหาได้จากระดับสอง
สัตว์อสูรระดับสองเทียบเท่าแค่ขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นขั้นสมบูรณ์ สี่ตระกูลใหญ่และตระกูลอื่นๆ มียอดฝีมือระดับนี้เพียบ ล่าสัตว์อสูรระดับสองได้สบายๆ ยาขัดผิวเลยไม่ใช่ของหายาก
เจ้ามาจากครอบครัวยากจน อาจจะมองว่าขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์เก่งมาก แต่ในสายตาตระกูลใหญ่ นั่นมันแค่เพิ่งเริ่มเดินเตาะแตะ
ขอแค่มีพรสวรรค์หน่อย ตระกูลใหญ่ก็ปั้นขึ้นมาได้ง่ายๆ
แต่ขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นคือกำแพงด่านสำคัญ ต้องใช้ยาเปลี่ยนเส้นเอ็นช่วยถึงจะผ่านไปได้ และการจะพัฒนาฝีมือในขอบเขตนี้ ก็ต้องใช้ยาเปลี่ยนเส้นเอ็นอีก
ยาเปลี่ยนเส้นเอ็นแบ่งเกรดเป็น ต่ำ กลาง สูง และยอดเยี่ยม
แค่ยาเกรดต่ำ ยังต้องใช้วัสดุจากสัตว์อสูรระดับสี่เป็นตัวยาหลัก เกรดกลางต้องใช้ระดับห้า เกรดสูงต้องใช้ระดับหก เกรดยอดเยี่ยมต้องใช้ระดับเจ็ด
สัตว์อสูรระดับสี่เทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตชำระล้างไขกระดูก คิดดูสิว่ายาเปลี่ยนเส้นเอ็นมันหายากขนาดไหน
เจ้าคงเคยได้ยินว่า ราชวงศ์ต้าอวี๋เสื่อมโทรม ขุนนางฉ้อฉล อำนาจบริหารจัดการไม่ได้ดั่งใจ ราชสำนัก สำนักยุทธ์ และตระกูลขุนนาง แบ่งกันครองอำนาจ
มณฑลซู่โจวของเราอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักดาเต้า จวนเจ้าเมืองหลินจี้ก็ขึ้นตรงกับสำนักดาเต้า
จวนเจ้าเมืองจะแจกจ่ายยาเปลี่ยนเส้นเอ็นจำนวนหนึ่งให้สี่ตระกูลใหญ่ทุกปี แต่ละตระกูลได้ส่วนแบ่งไม่มาก
นอกเหนือจากนั้น ถ้าอยากได้ยาเพิ่ม ก็ต้องออกไปล่าสัตว์อสูรนอกเมือง เอาชิ้นส่วนมาแลกแต้มความดีความชอบกับจวนเจ้าเมือง แล้วเอาแต้มไปแลกยา
การฝึกขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกายมากๆ ยิ่งโครงสร้างดี ยิ่งดูดซับฤทธิ์ยาได้ดี
คนโครงสร้างระดับยอดเยี่ยม ยังต้องใช้ยาเกรดต่ำสองถึงสามเม็ด ถึงจะมีโอกาสเลื่อนขั้น
โครงสร้างระดับสูง ต้องใช้ห้าเม็ดขึ้นไป
ส่วนโครงสร้างระดับกลาง หรือระดับธรรมดา ต้องใช้มากกว่านั้นอีก
ดังนั้น แต่ละตระกูลเลยไม่ยอมเสียยาให้คนโครงสร้างธรรมดา
ข้าพูดแบบนี้ เจ้าเข้าใจไหม"
เสิ่นชิงซวงอธิบายยืดยาว จ้องมองเฉินเฉิงตาไม่กะพริบ
เฉินเฉิงเข้าใจทันที ตระกูลเสิ่นยอมควักเนื้อให้ยาหายากขนาดนี้ ย่อมต้องการสิ่งตอบแทน และสิ่งตอบแทนนั้น คงไม่ใช่แค่การปั้นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์คนหนึ่งขึ้นมาแน่
"หากศิษย์พี่และตระกูลเสิ่นมีเรื่องให้รับใช้ เฉินเฉิงยินดีทุ่มเทสุดกำลัง" เฉินเฉิงลุกขึ้นคารวะอีกครั้ง
บุญคุณต้องทดแทน ถ้าตระกูลเสิ่นให้ยาเปลี่ยนเส้นเอ็น เขาจะตอบแทนให้เต็มที่ เหมือนที่ทำให้ร้านตระกูลลั่ว
"ดีมาก" เสิ่นชิงซวงยิ้มกว้าง ก่อนหน้านี้นางอาจจะกั๊กๆ ไว้บ้าง แต่วันนี้เปิดใจหมดเปลือก
"ตระกูลเสิ่นแม้จะเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ แต่สิ่งที่เราทำ ก็แค่เพื่อให้ตระกูลยืนหยัดอยู่ในเมืองหลินจี้ได้อย่างมั่นคง สืบทอดต่อไปได้เท่านั้น ไม่ได้จะให้เจ้าไปทำเรื่องชั่วช้าสามานย์อะไร วางใจได้"
"ศิษย์พี่มีคุณธรรม เฉินเฉิงเลื่อมใส จะยึดถือท่านเป็นแบบอย่าง!" เฉินเฉิงพูดจากใจจริง ถ้าตระกูลเสิ่นให้ไปทำชั่ว เขาก็คงทำให้ไม่ได้
เสิ่นชิงซวงหัวเราะ "เจ้ามีพรสวรรค์สูง ถ้าเติบโตขึ้นมาได้ ก็จะเป็นกำลังสำคัญให้ตระกูลเสิ่น
เจ้ารู้ไหมว่าทำไมตระกูลโจวถึงได้ใหญ่โตในเขตเมืองใต้ และทำไมถึงกล้ามางัดข้อกับตระกูลเสิ่น"
เฉินเฉิงพอจะเดาได้ แต่ก็ส่ายหน้า
เสิ่นชิงซวงเฉลย "เพราะเบื้องหลังตระกูลโจว มีตระกูลหวังแห่งเมืองชั้นในคอยหนุนหลังอยู่
ถ้าตระกูลเสิ่นไม่อยากจะปะทะกับตระกูลหวังตรงๆ ป่านนี้ตระกูลโจวโดนถล่มราบคาบไปสิบรอบแล้ว
โจวหงจวิ้นพรสวรรค์ก็งั้นๆ แต่โชคดีฟลุ๊คฝึกถึงขอบเขตหลอมรวมกระดูกได้
ยอดฝีมือหนึ่งคน สามารถพาตระกูลให้รุ่งเรืองได้ ไม่ว่าจะเป็นสี่ตระกูลใหญ่ หรือตระกูลบ้านนอกอย่างตระกูลโจว ก็เหมือนกัน
ถ้าวันหน้าเจ้าฝึกถึงขอบเขตหลอมรวมกระดูก เจ้าก็จะสร้างเกียรติยศให้วงศ์ตระกูล ทำให้ตระกูลเฉินยิ่งใหญ่ในเขตเมืองใต้ ไม่แพ้ตระกูลโจว หรืออาจจะก้าวหน้าไปถึงขั้นตั้งรกรากในเมืองชั้นในได้เลย"
เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ เสิ่นชิงซวงยกมาพูดเพื่อขายฝัน ให้เฉินเฉิงเห็นภาพอนาคต
และยกตัวอย่างตระกูลหวังปกป้องตระกูลโจว เพื่อจะบอกว่าตระกูลเสิ่นมีอิทธิพลมาก และบอกเป็นนัยว่าต่อไปตระกูลเสิ่นก็จะปกป้องตระกูลเฉิน เหมือนที่ตระกูลหวังปกป้องตระกูลโจว
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ เฉินเฉิงจะจำใส่ใจไว้" เฉินเฉิงรับคำ
เสิ่นชิงซวงยืดตัวขึ้น อวดส่วนโค้งเว้า ยืดคอระหงอย่างภูมิใจ "ช่วงนี้ข้าจะเก็บตัวฝึกวิชา ตั้งเป้าจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมกระดูกภายในหนึ่งเดือน เจ้าก็ขยันเข้าล่ะ"
เฉินเฉิงตกใจ "ศิษย์พี่จะเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมกระดูกแล้วรึ"
อายุยี่สิบสอง ขอบเขตหลอมรวมกระดูก เสิ่นชิงซวงคืออัจฉริยะตัวจริง!
"ฮิๆ ความจริงข้าเลื่อนขั้นได้ตั้งนานแล้ว แต่ข้ารอให้พื้นฐานขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นแน่นปึ้กก่อน ถึงค่อยเลื่อน" เสิ่นชิงซวงหัวเราะร่า ดีใจที่เห็นอัจฉริยะอย่างเฉินเฉิงตกตะลึง
"เอาล่ะ เจ้าไปทำงานเถอะ" เสิ่นชิงซวงโบกมือไล่
เฉินเฉิงรับคำ แล้วเดินจากไป
พอลับหลังเขา เสี่ยวชิงก็กระพริบตาปริบๆ ยิ้มล้อ "คุณหนู ท่านคาดหวังในตัวเฉินเฉิงขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขนาดคิดว่าเขาจะไปถึงขอบเขตหลอมรวมกระดูกได้"
เสิ่นชิงซวงตอบเสียงเรียบ "เมื่อวานที่สำนักตระกูลเจิ้ง แม้ท่านอาจารย์จะทำตัวปกติ ไม่ได้สอนเฉินเฉิงด้วยตัวเอง แต่ข้ารู้สึกได้ว่าท่านให้ความสำคัญกับเขามาก
ข้าอาจจะมองคนผิด แต่ระดับท่านอาจารย์ ไม่มีทางมองพลาดแน่"
[จบแล้ว]