- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 16 - อนาคตสดใส
บทที่ 16 - อนาคตสดใส
บทที่ 16 - อนาคตสดใส
บทที่ 16 - อนาคตสดใส
"ขอถามพี่เฉียนหน่อยเถอะ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในเมืองหลินจี้นี้ อยู่ในระดับไหนหรือขอรับ" เฉินเฉิงถามด้วยความใคร่รู้ ถือโอกาสเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องยุทธภพไปในตัว
"พ่อหนุ่ม อย่าเพิ่งมองสูงเกินตัวนักเลย" เฉียนปินส่ายหน้ายิ้มๆ แต่ก็เข้าใจความอยากรู้อยากเห็นของมือใหม่ จึงอธิบายอย่างใจเย็น "เท่าที่ข้ารู้ หัวหน้ามือปราบประจำย่านหรูอี้ เป็นยอดฝีมือขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็น ส่วนหัวหน้ากองปราบประจำเขตใต้ เป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมกระดูก
ท่านผู้นำตระกูลลั่ว นายเหนือหัวของร้านเรา ก็เป็นอัจฉริยะด้านวรยุทธ์ บรรลุขอบเขตหลอมรวมกระดูกมาหลายปีแล้ว
ส่วนพวกตระกูลใหญ่ระดับท็อปในเมืองชั้นใน ว่ากันว่ามีระดับขอบเขตชำระล้างไขกระดูก หรือแม้แต่ขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในนั่งแท่นอยู่ด้วยซ้ำ"
พูดถึงตรงนี้ เฉียนปินก็วกกลับมาเรื่องเดิม "เจ้าเพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์ ใฝ่ฝันถึงความแข็งแกร่งน่ะเป็นเรื่องดี แต่การฝึกยุทธ์ต้องค่อยเป็นค่อยไป
พวกครูฝึกประจำบ้านตระกูลใหญ่ คนคุ้มกันของสำนักคุ้มภัย หรือพวกมือปราบ โดยมากก็เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ที่สำเร็จวิชาระดับกลางขั้นสมบูรณ์เท่านั้น
ถ้าเจ้ามีพรสวรรค์พอ ขยันหมั่นเพียรฝึกฝนเพลงดาบชุดนี้จนถึงขั้นสมบูรณ์ เจ้าก็มีโอกาสโดดเด่นไม่แพ้พวกเขาเหมือนกัน"
"ขอบคุณพี่เฉียนที่ชี้แนะ ข้าน้อยจดจำไว้แล้ว" เฉินเฉิงประสานมือคารวะอย่างซาบซึ้ง
เฉียนปินเป็นแค่ผู้ดูแลร้าน ฝีมืออาจจะไม่เท่าไหร่ แต่การที่ยอมเสียเวลาอธิบายความรู้พื้นฐานให้ฟังอย่างละเอียดแบบนี้ นับเป็นผู้มีพระคุณเบิกทาง จะเรียกว่าอาจารย์คนแรกก็คงไม่ผิด
"ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก" เฉียนปินหัวเราะร่า โบกมือไปมา "จะว่าไปก็น่าอาย ข้าแก่ปูนนี้แล้ว ฝึกมาค่อนชีวิต ยังติดแหง็กอยู่ที่ขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นชำนาญ ไปไม่ถึงไหนสักที"
เฉินเฉิงเพิ่งฝึกถึงขั้นชำนาญได้แค่เดือนกว่า รวมเวลาทั้งหมดก่อนหน้านี้ด้วยก็แค่ไม่กี่เดือน
เขารู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เลยถามด้วยความสงสัย "พี่เฉียน การฝึกขัดเกลาผิวหนังก็มีวิชาฝึกกายาช่วยไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยากนักล่ะขอรับ"
เฉียนปินถอนหายใจเฮือก "การจะเลื่อนขั้นพลังยุทธ์ ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก! ในวงการยุทธ์มีคำกล่าวว่า สามปีขัดผิว ห้าปีเปลี่ยนเอ็น สิบปีหลอมกระดูก
นี่ขนาดพูดถึงพวกอัจฉริยะที่มีรากฐานพรสวรรค์เป็นเลิศ และมีทรัพยากรเพียบพร้อมนะ ยังต้องใช้เวลาตั้งสามปีถึงจะบรรลุขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์ พอเข้าสู่ขอบเขตผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นก็ต้องใช้อีกห้าปี พอถึงขอบเขตหลอมรวมกระดูกก็ปาเข้าไปอีกสิบปี
ทุกครั้งที่ข้ามผ่านขอบเขตใหญ่ ยากเหมือนปีนข้ามเหวฟ้า
ส่วนพวกที่พรสวรรค์บ้านๆ ต่อให้มีอาจารย์ดี มียาดีช่วย ก็ยังยากที่จะบรรลุขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์ได้"
เฉินเฉิงพยักหน้าเข้าใจ พอเห็นเฉียนปินเงียบไป เหมือนจะหมดภูมิความรู้ที่จะสอนแล้ว จึงวกกลับมาเรื่องสำคัญ "พี่เฉียน คัมภีร์เพลงดาบไล่ล่าสายลมเล่มนี้ ราคาเท่าไหร่ขอรับ"
ในฐานะผู้ดูแลร้าน เฉียนปินยินดีตอบคำถามก็เพราะเอ็นดูเฉินเฉิงส่วนหนึ่ง แต่หน้าที่หลักคือขายของ
เขายิ้มการค้าออกมาทันที "เพลงดาบไล่ล่าสายลม เป็นคัมภีร์ระดับกลาง ปกติขายอยู่ที่หกสิบตำลึงเงิน แต่น้องชายเพิ่งขายวิชาลมปราณให้เรา ถือเป็นลูกค้าวีไอพี
พี่ตัดสินใจลดให้เหลือห้าสิบตำลึงเงิน แล้วอีกอย่าง น้องชายเรียกพี่ว่าพี่ทุกคำ พี่เฉียนคนนี้จะไม่ให้อะไรเลยก็กระไรอยู่ เอาอย่างนี้ ถ้าเจ้าตกลงซื้อคัมภีร์เล่มนี้ พี่จะแถมวาสนาให้เจ้าอีกอย่างหนึ่ง ดีไหม"
ห้าสิบตำลึงเงิน! แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เฉินเฉิงก็ยังอดตกใจไม่ได้
เงินมหาศาลขนาดนี้ พอให้ชาวบ้านทั่วไปกินอยู่ได้เป็นสิบปี แต่กลับซื้อคัมภีร์ดาบระดับกลางได้แค่เล่มเดียว แพงระยับจริงๆ!
คำว่าคนจนเรียนหนังสือ คนรวยเรียนยุทธ์ ไม่ใช่คำพูดเล่นๆ เลย
ช่วงที่ผ่านมา เขาสืบราคาค่าเรียนยุทธ์มาบ้าง
ในเมืองหลินจี้ ไม่ใช่แค่เมืองชั้นในที่มีสำนักยุทธ์ ในเมืองชั้นนอกทั้งสี่ทิศก็มีเหมือนกัน
อย่างย่านหรูอี้ก็มีสำนักยุทธ์อยู่สามแห่ง ค่าเรียนเดือนละสิบตำลึงเงิน อาจารย์จะสอนเพลงหมัดมวยหรือเพลงดาบพื้นฐาน ฝึกสักปีสองปีก็พอจะสำเร็จวิชาได้สักอย่างหนึ่ง
แต่สำนักยุทธ์เมืองชั้นนอกก็มีขีดจำกัด อาจารย์ส่วนใหญ่เป็นแค่ยอดฝีมือขอบเขตขัดเกลาผิวหนัง สำเร็จวิชาภายนอกแค่ไม่กี่อย่าง ลูกศิษย์ที่จบออกมา ฝีมือก็งั้นๆ
ลูกศิษย์พวกนี้ จบมาก็ไปเป็นคนคุ้มกัน เป็นลูกน้องในแก๊ง หรือคนเฝ้าบ้านเศรษฐี ถือเป็นจอมยุทธ์ปลายแถว หาคนบรรลุขอบเขตขัดเกลาผิวหนังได้น้อยมาก
ถ้าอยากเรียนวิชาชั้นสูง ก็ต้องดิ้นรนเข้าสำนักยุทธ์ในเมืองชั้นใน ดังนั้นลูกหลานคนรวยที่มีแวว มักจะเริ่มฝึกพื้นฐานที่บ้านก่อน พอเก่งกล้าแล้วค่อยหาทางเข้าเมืองชั้นใน
ตอนนี้เฉินเฉิงขาดวิชาสายต่อสู้ วิชาดาบคือตัวเลือกแรก และเพลงดาบระดับกลางที่สามารถฝึกจนเกิด 'สภาวะ' ได้ ก็คือสิ่งที่เขาต้องการเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินและป้องกันตัว จำเป็นต้องกัดฟันซื้อ
"ตกลง ข้าซื้อ!" เฉินเฉิงตัดสินใจตอบตกลงหลังจากคำนวณความคุ้มค่า
เฉียนปินไม่นึกว่าเฉินเฉิงจะใจป้ำขนาดนี้ ดวงตาเป็นประกาย เอ่ยชม "น้องเฉิน ใจถึงจริงๆ!"
ตามปกติ ผู้คุมชั้นผู้น้อยอย่างเฉินเฉิง เงินเดือนน้อยนิด ไม่มีปัญญาเข้าสำนักยุทธ์เมืองชั้นนอกด้วยซ้ำ จู่ๆ มีเงินร้อยตำลึง ทางเลือกที่ดีที่สุดน่าจะเอาไปสมัครเรียนที่สำนักยุทธ์เมืองชั้นนอก
แต่นี่กลับกล้าทุ่มเงินห้าสิบตำลึงซื้อคัมภีร์ไปฝึกเอง ทำให้เฉียนปินต้องมองเด็กหนุ่มคนนี้ใหม่
"น้องเฉิน เจ้าต้องการคัมภีร์อื่นอีกไหม" ด้วยสัญชาตญาณพ่อค้า เฉียนปินถามต่อ
เฉินเฉิงคิดนิดหนึ่ง "มีวิชาขัดเกลากายาไหมขอรับ ขอแบบถูกที่สุดนะ"
วิชาเกราะเหล็กเป็นวิชาลมปราณ ฝึกควบคู่กับวิชาอื่นได้ เขาเลยกะจะซื้อให้ครบเซ็ต
"มีแน่นอน" เฉียนปินยิ้มกว้าง รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับเศรษฐีตกยาก ไม่ใช่ผู้คุมกระจอก "เล่มนี้ 'วิชาขัดเกลาผิวหนังทรายเหล็ก' ใช้ได้ดีทีเดียว ฝึกจนถึงขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์ได้ ค่ายาสมุนไพรที่ต้องใช้คู่กันก็ไม่แพง"
"ราคาเท่าไหร่ขอรับ" เฉินเฉิงถามหน้านิ่ง
เฉียนปินฉีกยิ้ม "ไม่แพงๆ น้องชายเป็นลูกค้าวีไอพี คิดแค่ห้าสิบตำลึงเงินก็พอ"
"ซื้อไม่ไหว!" เฉินเฉิงหน้าตึงทันที รู้สึกเหมือนพี่เฉียนคนดีกำลังจะฟันหัวแบะ
"เอ่อ..." เฉียนปินชะงัก คำโฆษณาที่เตรียมไว้ว่าต้องฝึกทั้งภายในภายนอกถึงจะเป็นวิถีแห่งยุทธ์ที่แท้จริง ต้องกลืนลงคอไป
โชคดีที่เฉินเฉิงเปลี่ยนเรื่องช่วยแก้เก้อ
"พี่เฉียน เมื่อกี้ท่านบอกว่า ถ้าข้าซื้อเพลงดาบไล่ล่าสายลม จะแถมวาสนาให้ ไม่ทราบว่าเป็นวาสนาอะไรหรือขอรับ"
[จบแล้ว]