- หน้าแรก
- ระบบวินัยพิชิตใจตนเอง
- 128 - เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสาปให้ตายอีกคน
128 - เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสาปให้ตายอีกคน
128 - เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสาปให้ตายอีกคน
128 - เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสาปให้ตายอีกคน
อู๋หม่าเอี้ยนตายแล้วจริงๆ บรรดาผู้อาวุโสจากทุกสายรวมถึงระดับสูงของวังดาราต่างพากันไปไว้อาลัย
ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงมู่ชิงเสวียนด้วย
ตอนที่ได้รับข่าวครั้งแรก นางถึงกับอึ้งไปเลย เพราะลู่เอี้ยนหยาศิษย์เอกมาเล่าให้ฟังเรื่องที่หลี่ต้าน ‘สาปแช่ง’ อู๋หม่าเอี้ยนเอาไว้
พอได้ยินข่าวการตายของอีกฝ่าย นางถึงกับมองหลี่ต้านเป็นผู้วิเศษเหนือโลกไปทันที
แต่พอไปร่วมงานไว้อาลัยและสืบข่าวดู ถึงได้รู้ว่าความจริงแล้วอู๋หม่าเอี้ยนสิ้นอายุขัยไปเองตามกาลเวลา
นางจึงอดขำไม่ได้ คิดว่าหลี่ต้านช่างเป็น ‘แมวตาบอดเจอหนูตาย’ (โชคช่วย) เสียจริงๆ
ภายในตำหนักข้าง ในยามนี้ลู่เอี้ยนหยานับถือหลี่ต้านจนแทบจะกราบกราน นางกำสมุดบัญชีหนังหมาและภาพสเก็ตช์ที่หลี่ต้านเขียนไว้แน่น
พอนึกขึ้นได้ว่าไม่ค่อยดี จึงรีบนำหลักฐานเหล่านั้นไปเผาทำลายเสีย หากมีคนมีความคิดอกุศลมาเห็นเข้าแล้วเกิดข่าวลืออะไรขึ้นมา จะไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย
ส่วนโอวหยางหลิงในวันนี้เริ่มลงมาหัดเดินได้แล้ว โดยมีหลี่ต้านคอยประคองอยู่อย่างใกล้ชิด
“พักสักหน่อยเถอะ” หลี่ต้านกล่าวด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นโอวหยางหลิงเหงื่อท่วมตัว
โอวหยางหลิงพยักหน้า ก่อนจะมองหน้าหลี่ต้านแล้วถามว่า “ทำไมวันนี้พี่ไม่แต่งหญิงแล้วล่ะ? แล้วทรงผมนี้มันอะไรกัน ขำชะมัดเลย”
หลี่ต้านทำหน้าเจื่อนๆ เพราะวันนี้เขาได้เปลี่ยนกลับมาใส่ชุดผู้ชายของตัวเองแล้ว ทว่าบนหัวกลับสวม ‘หมวกหัวเสือ’ สีส้มเหลือง ทำให้เขาดูบื้อๆ น่าเอ็นดูเหมือนคนสติไม่ค่อยดี
(หมวกหัวเสือแบบที่อุ้ยเสี่ยวป้อที่โจวซิงฉือเล่นใส่)
ก็แหงล่ะ ใครเขาว่าแต่งหญิงมีแค่ครั้งแรกกับครั้งต่อๆ ไปไม่รู้จบ เขาไม่เชื่อเด็ดขาด
แต่นึกไม่ถึงว่าเวรกรรมจะตามมาเร็วขนาดนี้ มาวังดาราปุ๊บก็ได้แต่งปั๊บ
พวกผู้หญิงจะมาชี้โบ๊ชี้เบ๊ใส่เขาเขาก็ไม่สนหรอก แต่ว่าวันนี้... วันนี้...
หลี่ต้านนึกถึงตอนเข้าห้องน้ำแล้วเผลอนั่งยองลงไปตามความเคยชินเมื่อวาน ใบหน้าเขาก็พลันแดงก่ำด้วยความอับอาย
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การใส่วิกผมที่ลู่เอี้ยนหยาไปหาจากไหนมาไม่รู้เป็นเวลานาน ทำให้ผมเขาเริ่มร่วงและมีรังแคเต็มไปหมด!
สวรรค์! ข้ายังหนุ่มยังแน่นนะ ถ้าผมร่วงตอนนี้ พอเข้าสู่วัยสามสิบข้าไม่กลายเป็น ‘ยอดเขาฉายแสง’ (หัวล้าน) ไปเลยหรืออย่างไร
ให้ตายเหอะ วิกของใครกันเนี่ย มีโรคติดต่อหรือเปล่า
เขาตกใจจนรีบเข้าไปส่องร้านค้าของระบบเพื่อหาของรักษาอาการผมร่วง ระบบไม่มีบันทึกไว้ มีเพียงหมวกหัวเสือสีส้มเหลืองใบนี้ที่บอกว่า หากใส่ไว้ทุกวันจะช่วยปรับสภาพและบำรุงหนังศีรษะได้
หลี่ต้านจึงตกลงกับมู่ชิงเสวียนว่า เจอตัวก็เจอไปเถอะ แค่กำหนดตัวตนให้เขาว่าเป็นศิษย์ชายที่รับมาใหม่ก็พอ
ในวังดาราก็มีศิษย์ชายตั้งเกือบพันคน ไม่ใช่ว่าไม่มีเสียหน่อย
อีกอย่างเขาก็มีความรู้ทางดนตรี ไม่โป๊ะแตกแน่นอน
ใครจะมาบอกว่าปลอมเป็นหญิงแล้วปลอดภัยกว่า?
ปลอดภัยกับผีน่ะสิ! มีศิษย์ชายจากฝั่งโหราศาสตร์ส่งจดหมายรักมาให้เขาแล้วเนี่ย!
ไหนจะพวกนักฆ่านั่นอีก ถ้าคราวหน้ามาลักพาตัวข้าไปแล้วอดใจไม่ไหวทำอะไรไม่ดีกับข้าขึ้นมา ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หลี่ต้านจัดหมวกหัวเสือให้ตรง ใบหน้าของเขาภายใต้เครื่องแต่งกายนี้ดูซื่อๆ และน่ารักขึ้นมาทันตา หากเขาคว้าปี่โซว่น่าสีเหลืองดินออกมาเป่าคู่กับชุดสีเหลืองล้วนชุดนี้ล่ะก็... สมบูรณ์แบบที่สุด
เหลืองตั้งแต่หัวจดเท้า
วันหน้าข้าจะเรียกฉายาตัวเองว่า ‘ต้านหวง’ (ไข่แดง) ก็แล้วกัน
“ช่วงนี้เจ้าอย่าเพิ่งออกจากห้องล่ะ ระวังจะมีคนสังเกตเห็นว่าร่างกายเจ้าเริ่มดีขึ้นแล้ว ส่วนเรื่องอาหารการกิน ข้ามีพรสวรรค์เฉพาะตัวที่เหนือกว่าคนทั่วไป สามารถตรวจสอบได้ว่าข้างในมีพิษหรือไม่” หลี่ต้านกำชับ
ใบหน้าซีดเซียวของโอวหยางหลิงปรากฏรอยยิ้ม “ขอบคุณพี่หลี่... ว่าแต่ยาผลัดกระดูกนั่น คราวก่อนพี่บอกว่าเจอในบันทึกของคนอื่นเหมือนขุดสมบัติไม่ใช่หรือ ทำไมคราวนี้มีตั้งห้าขวดล่ะ? บอกความจริงมาเถอะ เป็นผลงานของปรมาจารย์เหลียวที่สำนักพี่ใช่ไหม?”
คำถามนี้สะกิดโดนต่อมทิฐิของหลี่ต้านเข้าอย่างจัง เขาตบหน้าอกตัวเองดังปึก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “เฮ้อ... เดิมทีข้าอยากใช้ชีวิตอยู่กับพวกเจ้าในฐานะคนธรรมดา นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือความระแวง... ไม่ปิดบังแล้วก็ได้ ข้าคือนักหลอมโอสถระดับหก ข้าหงายไพ่แล้ว!”
พรืด...
ทั้งโอวหยางหลิงและลู่เอี้ยนหยาหลุดขำออกมาพร้อมกัน
อย่างพี่เนี่ยนะ นักหลอมโอสถระดับหก?
นี่คุยโวเกินไปมากเลยนะเนี่ย ถ้าปรมาจารย์โจวอยู่ที่นี่ คงจะเขกหัวพี่เข้าให้สักที
ปรมาจารย์โจวคือนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเพียงหนึ่งเดียวของวังดารา แต่น่าเสียดายที่ท่านชราภาพมากแล้ว ตอนนี้ใครอยากจะพบท่านเพื่อให้ช่วยหลอมยาอะไรก็เป็นเรื่องยากแสนยาก
คราวก่อนที่มู่ชิงเสวียนพาโอวหยางหลิงไปถามเรื่องยาผลัดกระดูก ท่านก็บอกว่าไม่เคยเห็น และระบุชัดเจนว่ามีเพียงยาระดับแปดสองชนิดที่หลี่ต้านเคยพูดถึงเท่านั้นที่จะช่วยนางได้ อย่างอื่นไม่มีทาง
โอวหยางหลิงขำจนไอคอกแคก ลู่เอี้ยนหยาต้องรีบเข้าไปลูบหลังให้
หลี่ต้านรู้สึกได้ถึงกระแสการเหยียดหยามอันรุนแรง
นักหลอมโอสถระดับหกแล้วอย่างไรล่ะ?
อายุกับประสบการณ์หลอมยาไม่สมดุลกันแล้วอย่างไร?
ข้าได้มันมาด้วยความพยายามของตัวเองนะ ไปลงชื่อเช็คอินที่ทั้งสิบแปดมหาพรรพตไม่เคยขาด ได้มาอย่างสง่าผ่าเผยนะจะบอกให้!
โอวหยางหลิงสงบสติอารมณ์ลงได้ในที่สุด ใบหน้ามีสีฝาดขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่ขำแล้วๆ พี่หลี่... อย่างนั้นพี่บอกหน่อยสิ ว่าพี่สาปนางแก่นหนังเหี่ยวฝั่งตรงข้ามให้ตายได้อย่างไร สอนข้าบ้างสิ”
หลี่ต้านกลอกตาใส่ “น้องสาวตัวน้อย เรื่องนี้สอนกันไม่ได้หรอก ข้าต้องใช้มันทำมาหากินนะ อีกอย่างนี่เป็นวิชาลับของตระกูลหลี่ ปกติจะสืบทอดให้เฉพาะลูกชายไม่สืบทอดให้ลูกสาว ถ้าเจ้าอยากจะเป็นคนในครอบครัวข้าล่ะก็ อาจจะมีหวังนิด...”
“ท่านพ่อ!”
โอวหยางหลิงโพล่งออกมาทันที
หลี่ต้านถึงกับอึ้งไปเลย มองนางเด็กแสบคนนี้อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
โอวหยางหลิงกระพริบตาปริบๆ “ตอนนี้ข้าเป็นคนในครอบครัวพี่แล้ว สอนข้าหน่อยสิ”
หลี่ต้านเริ่มมองโอวหยางหลิงในมุมใหม่
ที่ผ่านมาข้าคิดว่าข้าหน้าด้านพอแล้วนะ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะหน้าด้านยิ่งกว่าข้าเสียอีก!
“ได้! ขั้นตอนแรกคือต้องไปสำรวจสถานที่ก่อน จากนั้นก็วาดรูป แล้วเป่าเพลงไว้อาลัยให้ ต้องใช้ปี่โซว่น่าเท่านั้นนะ วันนี้ข้าจะทำให้ดูเป็นตัวอย่างอีกรอบ รับรองว่าอีกสี่วันข้างหน้า จะสาปคนในวังดาราให้ตายไปอีกคน... แม่นางลู่ เดี๋ยวช่วยพาส่งข้าออกไปเดินหน่อยนะ” หลี่ต้านกล่าวอย่างจริงจัง
เพราะวันนี้ ตามแผนที่ในห้วงสำนึก แถบสีเขียวของอีกคนหนึ่งกำลังจะนับถอยหลังจบลงแล้ว
เขาต้องรีบไปเก็บรวบรวมไอพลังแห่งความว่างเปล่าเสียที
ลู่เอี้ยนหยาไม่ได้คิดอะไรมาก ส่วนโอวหยางหลิงก็รู้ดีว่ามันคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่นางชอบที่จะเล่นไปกับหลี่ต้าน
มันเหมือนเกมที่ช่วยให้ขจัดความเบื่อหน่าย และทำให้จิตใจนางร่าเริงขึ้น
“ดีๆ อย่างนั้นข้าจะรอฟังข่าวดีนะ พี่สำรวจที่เสร็จแล้วอย่าลืมมาบอกข้านะ” โอวหยางหลิงหัวเราะคิกคัก
ในตอนนั้นเอง มีเสียงเคาะประตู จงม่างศิษย์คนที่สองของมู่ชิงเสวียนยกอาหารเข้ามา
หลายวันที่ผ่านมาทุกคนเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว หลี่ต้านเดินเข้าไปเป็นคนแรก ใช้พรสวรรค์ [ย้อนรอยกลิ่นสวรรค์] ตรวจสอบดูครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“ไม่มีปัญหา กินได้เลย! กินให้อิ่มจะได้หายไวๆ!”
พูดจบ จงม่างก็คอยปรนนิบัติโอวหยางหลิงกินข้าว ส่วนหลี่ต้านก็ใส่หมวกหัวเสือเดินออกไปข้างนอก
“ไปเถอะ ไปสำรวจที่กัน” หลี่ต้านว่า
ลู่เอี้ยนหยาหลุดขำ “คุณชายหลี่ ศิษย์น้องเล็กมองไม่เห็นแล้ว เลิกเล่นเถอะ”
“ข้าไม่ได้เล่นนะ พูดเรื่องจริงทั้งนั้น” หลี่ต้านย้ำอย่างจริงจัง
“ก็ได้ แล้วท่านอยากไปที่ไหน?”
หลี่ต้านมองแผนที่ พลางชี้นิ้วไปยังภูเขาลูกที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มออกมาทันที
“ที่นั่นแหละ!”
เมื่อเห็นทิศทางที่หลี่ต้านชี้ ลู่เอี้ยนหยาก็ถึงกับหน้าถอดสีทันที
“ทำไมถึงอยากไปที่นั่นล่ะ... ลำบากแน่ๆ เลย เฮ้อ...”
………………..