- หน้าแรก
- บลีช เทพมรณะ วิถีแห่งการก้าวข้าม
- บทที่ 101 เบงรัน ถือกำเนิดก่อนกำหนด
บทที่ 101 เบงรัน ถือกำเนิดก่อนกำหนด
บทที่ 101 เบงรัน ถือกำเนิดก่อนกำหนด
บทที่ 101 เบงรัน ถือกำเนิดก่อนกำหนด
เมื่อเห็นดังนั้น ไอเซ็นก็ตื่นตระหนกอย่างหนัก รีบใช้ก้าวพริบตาถอยฉากออกไปทันที เพื่อทิ้งระยะห่างจากเยคาวะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"การที่รับดาบข้าได้ ทำให้ข้าบาดเจ็บได้ และทะลวงผ่านวิถีมารของข้าได้ มันทำให้เจ้าลำพองใจขนาดนั้นเลยรึ?"
ไอเซ็นจ้องมองเยคาวะ น้ำเสียงเจือแววร้อนรนเล็กน้อย ไม่เหลือเค้าความสุขุมเยือกเย็นเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
"ตอบข้ามาสิ เยคาวะ!"
เยคาวะเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไป
"ไอเซ็น โซสึเกะ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตรึเปล่า ที่เจ้าถูกกดดันด้วยแรงดันวิญญาณ? ทำไมถึงดูไม่คุ้นชินขนาดนั้นล่ะ?"
ไอเซ็นที่พยายามรักษาความเยือกเย็นไว้อย่างยากลำบาก เส้นสติขาดผึงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'ถูกกดดันด้วยแรงดันวิญญาณ' เขาคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล
"เจ้าบอกว่าเจ้ากดดันแรงดันวิญญาณข้างั้นรึ? อย่ามาตลกน่า!"
"ข้ายอมรับว่าหลังจากใช้เรซุเรกซีออน แรงดันวิญญาณของเจ้าก้าวขึ้นสู่ระดับเฟิร์สคลาสจริง แต่... ที่เจ้าอยู่ระดับเฟิร์สคลาส ก็เพราะเจ้าทำได้แค่นั้น"
"แต่ที่ข้าอยู่ระดับเฟิร์สคลาส เพราะระดับสูงสุดของแรงดันวิญญาณที่วัดได้มีแค่เฟิร์สคลาสต่างหาก!"
"อย่าได้เหลิงให้มันมากนัก เยคาวะ!!!"
ไอเซ็นชูมือขวาขึ้นฟ้าและร่ายบทร่าย
"มงกุฎแห่งความขุ่นมัว ภูมิปัญญาอันหยิ่งผยอง วังวนแห่งความบ้าคลั่ง เสียงกระซิบที่ปฏิเสธความจริง ความชาด้านที่คืบคลาน ชั่วพริบตาแห่งการหลับใหลที่ถูกขัดขวาง องค์หญิงเหล็กผู้คืบคลาน ตุ๊กตาดินโคลนที่ทำลายตนเอง จงผสาน จงสะท้อน จงแผ่ขยายสู่ปฐพี จงตระหนักถึงความไร้พลังของตนซะ!"
"ฮาโด #90 ... คุโรฮิตสึกิ!"
เมื่อเห็นดังนั้น เยคาวะไม่ได้เข้าไปขัดขวาง ปล่อยให้ไอเซ็นร่ายบทเต็มของคุโรฮิตสึกิจนจบ ทันใดนั้น โลงศพสีดำทมิฬสูงหลายร้อยจ้างก็ก่อตัวขึ้น ปริมาตรและพลังที่แผ่ออกมาของมันรุนแรงกว่าคุโรฮิตสึกิที่เคยเห็นมาถึงสามเท่า
เมื่อเห็นคุโรฮิตสึกิเข้าครอบคลุมร่าง เยคาวะยังคงสงบนิ่งและเอ่ยเบา ๆ
"เกราะอัสนี!"
วินาทีถัดมา เกราะยักษ์ที่ประกอบขึ้นจากสายฟ้าสีทองเข้มก็ก่อตัวขึ้นบนร่างของเยคาวะ ป้องกันพลังแรงโน้มถ่วงมหาศาลของคุโรฮิตสึกิไว้ได้อย่างสมบูรณ์
เพล้ง!
เมื่อคุโรฮิตสึกิแตกกระจาย ก็เผยให้เห็นร่างของเยคาวะที่ไร้รอยขีดข่วน
"เป็นไปไม่ได้!!!"
เมื่อเห็นเยคาวะรับคุโรฮิตสึกิบทเต็มได้ตรง ๆ โดยไม่เป็นอะไรเลย ไอเซ็นก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง และกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งทันที
"เจ้าจะตกใจอะไรนักหนา? กลัวรึไง? สิ่งที่เจ้าทำความเข้าใจไม่ได้กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเจ้าแล้วนี่ไง!"
เยคาวะยังคงมองไอเซ็นด้วยสายตาเรียบเฉย และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เมื่อได้ยินคำพูดของเยคาวะ ไอเซ็นแทนที่จะวู่วาม กลับแค่นเสียงเย็นชา
"หึ แค่อารันคาร์ อย่าได้โอหังนัก!"
"แต่ข้าก็ต้องขอบใจเจ้าด้วย ถ้าไม่ได้พารามิเตอร์อนุภาควิญญาณของเจ้า โฮเงียคุของข้าคงไม่เสถียรเร็วขนาดนี้! แม้จะยังขาดส่วนของอุราฮาระ คิสึเกะไป แต่แรงดันวิญญาณของเจ้าก็ทดแทนได้ อย่างน้อยก็มากพอที่จะทำให้มันเสถียร!"
ทันใดนั้น ไอเซ็นทำในสิ่งที่เยคาวะคาดไม่ถึง เขาใช้ฝ่ามือต่างมีด แทงทะลุหน้าอกตัวเอง แล้วยัดอัญมณีที่เปล่งแสงสีม่วงดำเข้าไปในบาดแผล รอบ ๆ อัญมณีนั้นมีวงแหวนแรงดันวิญญาณสีทองเข้มล้อมรอบอยู่ ซึ่งก็คือเศษเสี้ยวอนุภาควิญญาณของเยคาวะที่ไอเซ็นแอบชิงไปในการต่อสู้ก่อนหน้านี้
"นั่นมัน... โฮเงียคุ? ไม่ถูกต้อง!"
เมื่อเห็นดังนั้น เยคาวะชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกำหมัดขวาแน่น ดาบสายฟ้าก่อตัวขึ้นทันที เขาจะยอมให้ไอเซ็นหลอมรวมกับโฮเงียคุสำเร็จต่อหน้าต่อตาไม่ได้เด็ดขาด!
เปรี้ยง!!
เสียงกัมปนาทดังสนั่น เขาฟาดดาบสายฟ้าออกไป ราวกับเสียงฟ้าร้องในฤดูใบไม้ผลิ นั่นคือ 'ดาบอัสนีบาต'
ดาบสายฟ้าสีทองเข้มยาวหลายร้อยเมตรฟาดฟันใส่ตำแหน่งที่ไอเซ็นยืนอยู่อย่างรวดเร็ว
ทว่า ไอเซ็นกลับไม่สนใจดาบอัสนีบาตที่ดูราวกับจะผ่าแยกฟ้าดินนี้เลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้คมดาบอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะลุผ่านร่างไป
ในเวลาเดียวกัน วังวนแรงดันวิญญาณสีม่วงดำก็พวยพุ่งขึ้นจากร่างของเขา ดูดซับพลังงานที่หลงเหลือจากดาบอัสนีบาตนั้นเข้าไปอย่างช้า ๆ!
"โอ้? คิดจะแข่งความอึดกับข้าในฮูเอโคมุนโดงั้นรึ?"
เมื่อเห็นดังนั้น เยคาวะตกใจเล็กน้อย ก่อนจะแสยะยิ้ม เรื่องความอึด เขาไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว!
"โซลอีทเตอร์!"
เยคาวะคำรามลั่น วังวนสีทองเข้มก่อตัวขึ้นด้านหลังเขา สะท้อนรับกับวังวนสีม่วงของไอเซ็น ต่างฝ่ายต่างดึงดูดและดูดซับอนุภาควิญญาณมหาศาลจากฮูเอโคมุนโด และแรงดันวิญญาณจากร่างของอีกฝ่าย
เนื่องจากอนุภาควิญญาณอิสระในฮูเอโคมุนโดนั้นเข้ากันได้ดีกับเยคาวะอยู่แล้ว ราวกับเป็นแขนขาของเขาเอง
ดังนั้น พลังของวังวนสีทองเข้มของเยคาวะจึงบดบังรัศมีวังวนสีม่วงดำของไอเซ็นจนมิด และกดดันมันไว้ได้อย่างสมบูรณ์
เบื้องล่าง โทเซ็น คานาเมะ และอิชิมารุ งิน รู้สึกได้ในทันทีว่าแรงดันวิญญาณของตัวเองถูกดูดดึงขึ้นไปข้างบนอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับร่างกายกำลังจะถูกฉีกเป็นสองส่วน
ทั้งสองจึงรีบใช้ก้าวพริบตาถอยหนีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหล่าเมนอส กรันเดใต้บัญชาของเยคาวะที่ต่างก็ถอยหนีไปเช่นกัน
ในเวลานี้ ทั้งเหล่าเมนอส กรันเดและสองหัวหน้าหน่วยยมทูต ไม่มีกะจิตกะใจจะมาสู้กันอีกต่อไป ต่างฝ่ายต่างวิ่งหนีตายถอยหลังไปเรื่อย ๆ กลัวว่าถ้าช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว จะถูกดูดเข้าไปในวังวนมรณะบนท้องฟ้านั่น
"ลงไปข้างล่าง! ไปที่ป่าเมนอส!"
สตาร์กหันกลับไปมองสองร่างมหากาฬที่กำลังสู้กันบนท้องฟ้า ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเยคาวะถึงไม่ให้พวกเขาร่วมสู้ในศึกนี้
เขากัดฟันแน่น แล้วยิงเซโร่ลงไปที่พื้นทรายทันที เมื่อเห็นดังนั้น เมนอส กรันเดจำนวนมากก็ทำตาม เริ่มระดมยิงเซโร่ใส่พื้นทราย เพื่อเปิดทางหนีลงสู่ป่าเมนอสให้เร็วที่สุด!
ลูกน้องของกริมจอว์แบกร่างกริมจอว์ที่กำลังหลับใหลวิ่งตะบึง ส่วนวันเดอร์ไวซ์ที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็นอนกรนอยู่บนหัวของฟูเลอร์
อิชิมารุ งินและโทเซ็น คานาเมะ ก็เข้าร่วมมหกรรมระเบิดทรายด้วย ทั้งสองใช้วิถีมารช่วยเหล่าเมนอส กรันเดถล่มพื้นทราย ด้วยความช่วยเหลือจากสองหัวหน้าหน่วย ไม่นานกลุ่มผู้หนีตายก็เจาะทะลุชั้นทรายและหนีลงสู่ชั้นล่างสุดของฮูเอโคมุนโด 'ป่าเมนอส' ได้สำเร็จ ช่องโหว่ที่ถูกเจาะทะลุนั้นก็ถูกทรายดูดกลืนกลับไปปิดสนิทอย่างรวดเร็ว
"เฮ้อ รอดตายกันสักทีนะ!"
เมื่อมองดูต้นไม้ยักษ์สูงตระหง่านในป่าเมนอส อิชิมารุ งินก็สูดหายใจเข้าลึก เมื่อนึกถึงสองร่างที่สู้กันอยู่เหนือลาส โนเชส เขาก็ยังรู้สึกหวาดผวาไม่หาย
"ไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างบนจะเป็นยังไงบ้าง ท่านไอเซ็น..."
โทเซ็น คานาเมะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยอย่างลังเล
"ไม่เป็นไรหรอกน่า ท่านไอเซ็นไร้เทียมทานอยู่แล้ว!"
อิชิมารุ งินพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับเชื่อมั่นในพลังของไอเซ็นอย่างเต็มเปี่ยม แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาเย็นชาของเขาในขณะนี้ ดวงตาที่ลืมโพลงจ้องมองไปยังทิศทางของลาส โนเชสเบื้องบน แผ่จิตสังหารจาง ๆ ออกมา
"เหลวไหล ท่านเยคาวะต่างหากที่ไร้เทียมทาน!"
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากกลุ่มเมนอส กรันเด เป็นเสียงของบาร์นส์ ปลาประหลาด
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าเมนอส กรันเดจำนวนมากก็ส่งเสียงสนับสนุนทันที
โทเซ็นได้ยินดังนั้นก็ชักดาบอาซาอุจิออกมาด้วยความโกรธ เตรียมจะใช้บังไคอีกครั้งเพื่อสู้ตายกับพวกเมนอส กรันเด แต่ก็ถูกอิชิมารุ งินห้ามไว้
ฝ่ายเมนอส กรันเดเองก็หยุดโต้เถียงเมื่อสตาร์กเข้ามาไกล่เกลี่ย
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต่างไม่อยากแตกหักกันในตอนนี้ หากต้องสู้กันจริง สตาร์กมั่นใจว่าพวกเขาสามารถจัดการสองหัวหน้าหน่วยนี้ได้แน่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียที่ไม่น้อย ซึ่งไม่คุ้มค่าเลย
เทียบกับการต่อสู้ของพวกเขา ผลแพ้ชนะระหว่างเยคาวะกับไอเซ็นสำคัญกว่ามาก สตาร์กเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ท่านเยคาวะจะต้องเอาชนะยมทูตที่ชื่อไอเซ็นนั่นได้อย่างแน่นอน!
ลูกน้องของเยคาวะและพวกอิชิมารุ งินหนีลงไปในป่าเมนอสได้ทัน แต่พวกฮอลโลว์เร่ร่อนในทะเลทรายกลับไม่โชคดีเช่นนั้น
พวกมันถูกบดขยี้จนแหลกเหลวด้วยวังวนอนุภาควิญญาณสองลูกที่ปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิด
แม้แต่ลาส โนเชสอันยิ่งใหญ่ ก็ยังถูกบดจนกลายเป็นฝุ่นผง ภายใต้แรงดูดมหาศาลของวังวนทั้งสอง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═