เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 หูเลี่ยน่า: ข้าจะทำตัวดีๆ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 24 หูเลี่ยน่า: ข้าจะทำตัวดีๆ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 24 หูเลี่ยน่า: ข้าจะทำตัวดีๆ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ


เมื่อเดินออกจากคุกเสวียน เชียนเริ่นเสวี่ยที่เดินตามหลังซูอวี่รู้สึกถึงความพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก

ก่อนหน้านี้ ปิปิตงมักวางท่าสูงส่งและเย่อหยิ่ง ราวกับว่าทุกคนในใต้หล้าเป็นหนี้ชีวิตนาง

ทว่าครั้งนี้ ซูอวี่จัดการปิปิตงจนอยู่หมัด ทำให้นางเริ่มรู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัวเสียบ้าง

"ดึกมากแล้ว เจ้าควรรีบกลับไปเสียที!"

ซูอวี่เดินมาส่งเชียนเริ่นเสวี่ยที่ด้านล่าง!

"ทางนั้นยังรอให้เจ้ากลับไปรับตำแหน่งสังฆราชอยู่!"

"อีกไม่กี่วัน ทั้งทวีปจะได้รับรู้ว่าสังฆราชองค์ใหม่คือเชียนเริ่นเสวี่ยแห่งตระกูลทูตสวรรค์"

"เมื่อถึงเวลาที่นานาประเทศมาร่วมแสดงความยินดี เจ้าจะต้องกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม"

"ปิปิตงถูกข้าสยบอยู่ที่นี่ ย่อมไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น"

"เจ้าเพียงแค่รักษาบัลลังก์ของเจ้าให้มั่นคง ส่วนตัวอันตรายอย่างปิปิตง ข้าจะเป็นคนจัดการกวาดล้างให้เอง"

เชียนเริ่นเสวี่ยเพิ่งกลับมาถึงก็รีบรุดมาที่คุกเสวียนทันที

ที่หอบูชาพรหมยุทธ์ยังมีภารกิจอีกมากมายรอนางไปสะสาง

ซูอวี่จึงไม่กล้ารั้งตัวเชียนเริ่นเสวี่ยไว้นานเกินไป!

มิฉะนั้น เชียนเต้าหลิวคงไม่พอใจเป็นแน่

"นี่เป็นการพบกันครั้งแรกหรือ? ท่านวางใจให้ข้ากลับไปดึกดื่นเช่นนี้เชียวหรือ?"

เชียนเริ่นเสวี่ยที่เมื่อครู่ยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้า พลันหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจทันทีที่ได้ยินซูอวี่ไล่ให้กลับ

นางรู้สึกสนใจในตัวซูอวี่เป็นอย่างมาก!

ทั้งหนุ่มแน่น แข็งแกร่ง แถมยังสามารถกำราบคนอย่างปิปิตงได้

เดิมทีนางอยากจะทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ แต่ไม่นึกเลยว่าซูอวี่จะรีบไล่นางกลับ

"ที่นี่คือเมืองวิญญาณยุทธ์ เป็นอาณาเขตของตระกูลเชียนของเจ้า!"

"เจ้ากลับดึกแค่ไหน จะมีเหตุไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้นได้?"

"อีกอย่าง ข้างนอกนั่นก็มีราชทินนามพรหมยุทธ์สองคนคอยอารักขาเจ้าอยู่!"

"ถ้าเจ้ายังรู้สึกไม่ปลอดภัย ข้าจะส่งกองทหารยอดฝีมือไปส่งเจ้าที่ตำหนักก็ได้"

ซูอวี่ยิ้มอย่างจนปัญญา ไม่เข้าใจว่าเชียนเริ่นเสวี่ยเป็นอะไรไป

วิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์คือวิญญาณยุทธ์ระดับเทพ ทั่วทั้งทวีปมีน้อยคนนักที่จะกล้าตอแย แล้วนางจะมากลัวเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ได้อย่างไร!

เชียนเริ่นเสวี่ย: <(`^)>

"ก็ได้... ข้ากลับก็ได้!"

"ข้าหวังว่าจะได้เจอท่านที่สำนักวิญญาณยุทธ์ในวันที่ข้าขึ้นรับตำแหน่งสังฆราช!"

เชียนเริ่นเสวี่ยหันหลังกลับ ปล่อยให้เรือนผมสีทองสยายพลิ้วไหวไปตามสายลม

เดิมทีนางอยากจะฉวยโอกาสนี้พักค้างแรมที่นี่กับซูอวี่สักคืน

ทว่าซูอวี่ไม่เปิดช่องให้นางเลย!

เชียนเริ่นเสวี่ยทำได้เพียงจำใจเอ่ยชวนให้เขาไปพบกันใหม่ในคราหน้า

"วันรับตำแหน่งของเจ้า ข้าต้องไปแน่นอน"

ซูอวี่รับปากอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะผู้บูชาลำดับที่แปดแห่งหอบูชาพรหมยุทธ์ เขาต้องไปร่วมงานสำคัญในชีวิตของเชียนเริ่นเสวี่ยอยู่แล้ว

"เช่นนั้นก็... ไว้เจอกันใหม่นะ ท่านพี่!"

เชียนเริ่นเสวี่ยยิ้มบางๆ ปีกสีทองหกปีกสยายออกที่ด้านหลัง ราวกับนางฟ้าผู้เจิดจรัส พุ่งทะยานฝ่าความมืดมิดแห่งราตีกาลออกไปในพริบตา

ซูอวี่ชะงักไปเล็กน้อย "เมื่อกี้... นางเรียกข้าว่าท่านพี่งั้นรึ?"

ที่เชียนเริ่นเสวี่ยพูดเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะวิธีการของซูอวี่

แต่เป็นเพราะซูอวี่เคยกล่าวไว้ว่าจะปกป้องบัลลังก์ของนางไปชั่วชีวิต

เพื่อเป็นการตอบแทน เชียนเริ่นเสวี่ยจึงไม่รังเกียจที่จะให้ซูอวี่ได้กำไรทางวาจาเล็กน้อย

"นายน้อย รอพวกเราด้วย!"

พรหมยุทธ์ปลาหนามและพรหมยุทธ์หอกอสรพิษที่เดิมทีกำลังคุยสัพเพเหระกันอยู่!

จู่ๆ ก็เห็นเชียนเริ่นเสวี่ยบินออกมาอย่างรวดเร็วราวกับหนีอะไรบางอย่าง จึงรีบเหาะตามไปทันที

ทั้งสองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเชียนเริ่นเสวี่ย!

ตอนเข้าไปนางยังมีสีหน้าสงบนิ่ง แต่ตอนออกมากลับดูเหมือนคนกำลังหนีตายอย่างตื่นตระหนก

ใบหน้าของเชียนเริ่นเสวี่ยแดงระเรื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้สัมผัสความรู้สึกเช่นนี้ ย่อมต้องเขินอายเป็นธรรมดา

ก่อนหน้านี้ นางเคยแต่ออดอ้อนเหล่าเจ็ดผู้บูชาเท่านั้น!

............

หลังจากส่งเชียนเริ่นเสวี่ยกลับไป ซูอวี่ก็กลับเข้าห้องและหลับตาพักผ่อน

การต้องรับมือกับพวกคนเนรคุณทุกวี่วันทำให้ซูอวี่เหนื่อยล้าไม่น้อย

เริ่มจากหูเลี่ยน่า แล้วก็มาปิปิตง

คู่ศิษย์อาจารย์คู่นี้ ช่างเนรคุณได้โล่กันทั้งคู่

ซูอวี่นอนหลับจนถึงรุ่งสาง

วันรุ่งขึ้น ทันทีที่ลืมตาตื่น ซูอวี่ก็เตรียมตัวไปดูหูเลี่ยน่า

เขาอยากรู้นักว่าหลังจากถูกโยนเข้าไปในคุกเสวียนที่เต็มไปด้วยวิญญาณจารย์มารเมื่อวาน นางจะมีสภาพเป็นอย่างไร

เขาหวังว่าพวกวิญญาณจารย์มารที่หื่นกระหายเหล่านั้น จะช่วยให้หูเลี่ยน่าได้สัมผัสความหมายของคำว่า 'กล้าหาญเพื่อความรัก' ได้อย่างลึกซึ้ง

"คารวะท่านพัศดี!"

เหล่าผู้คุมคุกเสวียนเมื่อเห็นซูอวี่มาถึง ก็รีบยืดอกทำความเคารพและตะโกนเสียงดังลั่น

สิ้นเสียงตะโกน คุกเสวียนที่เคยอึกทึกครึกโครมก็พลันเงียบกริบราวกับป่าช้า

เหล่าวิญญาณจารย์มารในคุกเสวียนนั้นเปรียบเสมือนสัตว์ป่าในทุกๆ วัน พวกมันมีพละกำลังเหลือเฟือที่ต้องการระบาย

เอะอะเป็นต้องชกต่อยวิวาทกันไม่เว้นแต่ละวัน!

เรียกได้ว่าโกลาหลวุ่นวายถึงขีดสุด!

ในบรรดาคุกทั้งสี่ ฟ้า ดิน เสวียน หวง คุกเสวียนถือเป็นแหล่งรวมความวุ่นวายและป่าเถื่อนที่สุด

แต่พวกวิญญาณจารย์มารที่ไร้กฎเกณฑ์เหล่านี้ ทันทีที่ได้ยินว่าซูอวี่มาถึง ต่างก็พากันสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นมาทันตา

เหตุผลนั้นง่ายมาก ซูอวี่คือพญายมเดินดินประจำคุกแห่งนี้

ทุกคนล้วนเคยสัมผัสความอำมหิตของซูอวี่มาแล้วด้วยตัวเอง!

ไม่มีใครกล้าทำตัวโอหังต่อหน้าพัศดีผู้นี้!

"ทำได้ดี ฮึกเหิมมาก ไม่เสียแรงที่ฝึกมา!"

ซูอวี่ตบไหล่เหล่าผู้คุม เอ่ยชมเชย!

กองทหารม้าหิมะมังกรสมกับเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือจริงๆ!

มีพวกเขาเฝ้าคุกแห่งนี้ ต่อให้ซูอวี่จะทำตัวเป็นเถแก่ปล่อยเกียร์ว่าง ก็ไม่มีทางเกิดปัญหา

ซูอวี่ก้าวเข้าไปในคุกเสวียน กลุ่มวิญญาณจารย์มารต่างกลั้นหายใจและก้มหน้าหลบสายตา

ซูอวี่เดินมาถึงห้องขังที่ใช้คุมขังหูเลี่ยน่า!

ในเวลานี้ สภาพภายในห้องขังช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก!

ซากศพโชกเลือดกว่าสิบศพ ถูกทุบตีจนแขนขาฉีกขาดกระจัดกระจาย

โลหิตสีแดงฉานย้อมพื้นจนทั่ว!

หูเลี่ยน่าและเหยียนนอนแผ่หราอยู่บนพื้นราวกับปลาตาย!

ทั้งสองต้องเผชิญกับการต่อสู้อันดุเดือดตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา!

ต้องยอมรับว่า พลังฝีมือของ 'ยุคทอง' นั้นร้ายกาจจริงๆ

หูเลี่ยน่าและเหยียนสังหารวิญญาณจารย์มารทั้งสิบกว่าคนจนเกลี้ยง!

วิญญาณจารย์มารพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปรมาจารย์วิญญาณ

ทว่าถึงกระนั้น หูเลี่ยน่าและเหยียนก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแสนสาหัส

ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์เมื่อคืนได้ฝากฝันร้ายที่ไม่อาจลืมเลือนไว้ให้พวกเขา

ตามร่างกายของหูเลี่ยน่าเต็มไปด้วยบาดแผล แม้จะไม่ถึงขั้นถูกหมาป่ารุมทึ้งจนร่างฉีกขาด แต่วิญญาณยุทธ์ของนางก็อ่อนแอลงจนถึงขีดสุด

ส่วนเหยียนนั้นน่าเวทนายิ่งกว่า ขาของเขาหักไปแล้ว แต่ยังต้องกัดฟันสู้ตลอดทั้งคืน

อาการบาดเจ็บสาหัสที่เขาได้รับนั้นรุนแรงกว่าหูเลี่ยน่าเสียอีก!

เสื้อผ้าของเหยียนฉีกขาดรุ่งริ่ง และดูเหมือนจะมีร่องรอยของการถูกพยายามล่วงล้ำทางด้านหลัง แต่ดูท่าว่ามันจะล้มเหลวในท้ายที่สุด

"ดูเหมือนพวกเจ้าสองคนจะยังมีน้ำยาอยู่บ้างนี่!"

"ในเมื่อพวกเจ้าเก่งกล้าขนาดนี้ ข้าจะย้ายพวกเจ้าไปอยู่ห้องขังอื่นก็แล้วกัน"

"ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าจะทนไปได้สักกี่น้ำ?"

แม้หูเลี่ยน่าและเหยียนจะมีสภาพดูไม่ได้แล้ว แต่ซูอวี่ก็ไม่มีความคิดที่จะหยุดมือ

เขาต้องทำให้หูเลี่ยน่าจดจำบทเรียนนี้ให้ขึ้นใจ!

"ท่านพัศดี ให้พวกเราจัดการเถอะ!"

"พวกเราจะสอนบทเรียนให้ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้เอง!"

นักโทษในห้องขังอื่นของคุกเสวียนได้ยินดังนั้นก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที

แม้เมื่อวานหูเลี่ยน่ากับเหยียนจะสังหารโหดไปกว่าสิบศพราวกับเทพสังหาร

แต่หลังจากผ่านศึกหนักมา ทั้งสองก็หมดสภาพและคงเหลือแรงไม่มากแล้ว

นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้รุมกินโต๊ะ!

"ท่านพัศดี ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ขัดขืนท่านอีกแล้ว"

"ได้โปรดอย่าลงโทษข้าอีกเลย!"

หูเลี่ยน่าหวาดผวาเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น!

นางไม่สนความเจ็บปวด ลนลานร้องขอความเมตตาทันที!

ชั่วชีวิตนี้ หูเลี่ยน่าไม่อยากสัมผัสประสบการณ์นรกแตกเหมือนเมื่อคืนเป็นครั้งที่สอง

ขืนถูกโยนไปห้องขังอื่นอีก พวกนางต้องถูกทรมานจนตายแน่ๆ

พวกวิญญาณจารย์มารมันก็แค่ฝูงคนวิกลจริตชัดๆ!

จบบทที่ บทที่ 24 หูเลี่ยน่า: ข้าจะทำตัวดีๆ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว