- หน้าแรก
- อย่าคิดดูถูกผม เพราะผมมากับระบบสร้างภาพลักษณ์
- บทที่ 260 - จากคนสู่เพลง ดังระเบิดทุกทิศทาง
บทที่ 260 - จากคนสู่เพลง ดังระเบิดทุกทิศทาง
บทที่ 260 - จากคนสู่เพลง ดังระเบิดทุกทิศทาง
บทที่ 260 - จากคนสู่เพลง ดังระเบิดทุกทิศทาง
กลางคืน
ภายใต้ความคาดหวังของผู้ชมมหาศาล 《แกล้งจุ๊บฯ》 อัปเดตอีก 2 ตอน
หลังจากเจียงจื๋อซู่ติวให้หยวนเซียงฉิน ก็ติวให้เพื่อนสนิทสองคนของเธอ แถมพอข่าวรั่วไหล สุดท้ายเขาก็ติวให้เด็กห้อง F ทั้งห้องของหยวนเซียงฉิน ช่วยให้นักเรียนห้องบ๊วยที่ถูกมองว่าเป็นขยะ สอบผ่านการวัดระดับและได้รับใบจบการศึกษาอย่างราบรื่น
กงม่านดูละครอย่างตั้งใจ อดพูดไม่ได้ว่า
"เจียงจื๋อซู่ชอบหยวนเซียงฉินมากนะเนี่ย"
ซูเจ๋อมองเธอ ยิ้มว่า
"เหรอ? ตอนนี้ในเน็ตยังมี 'นักรบพิทักษ์ศีลธรรม' มาจับผิด บอกว่าเจียงจื๋อซู่เป็นผู้ชายขยะอยู่เลย"
เดี๋ยวนี้มีนักรบพิทักษ์ศีลธรรมบางกลุ่ม ดูงานศิลปะไม่ได้เพื่อความบันเทิงหรือผ่อนคลาย แต่ดูเพื่อจับผิด
ดูนิยายรัก พระเอกเป็นประธานจอมเผด็จการ ก็คือ PUA! พระรองคือพวกเลียแข้งเลียขา! นางเอกคือสก๊อย!
ถ้าเป็นนิยายกำลังภายใน จะมีฮาเร็มไม่ได้!
จะว่าไปแล้ว เนื้อหาในงานศิลปะที่เกินจริงไปมาก อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจได้จริง
แต่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ควรถูกขยายความให้ใหญ่โตนัก ไม่อย่างนั้นต่างคนต่างรีพอร์ตกันไปมา งานศิลปะดีๆ ที่พอจะรับชมได้ก็จะยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
สุดท้ายทุกคนก็ต้องเซ็นเซอร์ตัวเองกันหมด ได้ดูแต่งานที่ถูกต้องดีงาม วงการนี้ก็จะตาย และจิตวิญญาณของงานศิลป์ก็จะดับสิ้น
กงม่านดู Weibo Plaza แวบหนึ่ง พบว่ามีคนด่าเจียงจื๋อซู่ว่าเป็นผู้ชายขยะจริงๆ หยวนเซียงฉินชอบเขาขนาดนั้น แต่เขากลับจงใจกั๊กเธอไว้
"คนพวกนี้ดูละครกันอย่างไร? เอาแต่ท่องสูตรแล้วก็แปะป้ายเหรอ?"
เธอทนไม่ได้ รีบตอบกลับในเน็ตทันที
[เจียงจื๋อซู่เพื่อหยวนเซียงฉิน ถึงกับติวให้เพื่อนทั้งห้องของเธอ! ลองนึกถึงความเครียดตอน ม.6 สิ เด็กเรียนคนหนึ่งไม่กลัวเสียอนาคตตัวเอง ยอมสละเวลาอันมีค่ามาช่วยหยวนเซียงฉิน นี่ไม่เรียกว่าชอบอีกเหรอ?]
มีคนมาชื่นชมเธอทันที
[ซิสพูดถูก! เจียงจื๋อซู่แค่ปากแข็งพูดหวานๆ ไม่เป็นเฉยๆ เป็นเทพบุตรซึนเดระแบบฉบับดั้งเดิมเลย]
กงม่านมองคอมเมนต์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อดถอนหายใจไม่ได้
"บอส คุณสร้างตัวละครคลาสสิกขึ้นมาแล้วนะ คนดูเริ่มวิเคราะห์จริงจัง เถียงกันไปมาแล้ว"
ผลงานยอดเยี่ยมและตัวละครคลาสสิก มักมีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนเข้าถึงและอินไปกับมันได้ง่าย
อย่างเช่น 《Slam Dunk》 แม้จะผ่านไปหลายปีแล้ว ก็ยังมีคนมาจัดอันดับความเก่ง ความมีศักยภาพ หรือแม้กระทั่งความเก่งในการต่อยตี
จนกระทั่งมีคนชี้ให้เห็นว่า ถ้าเทียบตามอายุ คนพวกนี้เจอกับจูฟางอวี่ที่อายุน้อยกว่าไม่กี่ปี ไม่ว่าจะบาสเกตบอลหรือต่อยตี ก็โดนบดขยี้เละ ไม่ต้องพูดถึงเหยาหมิงเลย...
ซูเจ๋อฟังกงม่านบ่น ก็อดยิ้มไม่ได้
เขาเห็นความคืบหน้าได้ชัดเจนกว่า—
【ตัวละครคลาสสิก: จอมเทพการเรียน (24%)】
《แกล้งจุ๊บฯ》 ฉายไปไม่ถึงหนึ่งในสาม ก็มีความคืบหน้าสูงขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเจียงจื๋อซู่ทิ้งความประทับใจไว้อย่างลึกซึ้งในใจผู้ชมจริงๆ
"เชื่อผมสิ เย่เซียงหลุนก็จะเป็นตัวละครคลาสสิกเหมือนกัน... ลู่เสี่ยวอวี่ยิ่งกว่า"
ซูเจ๋อพูดถึง 《Secret》 อีกแล้ว
นี่คือข้อเสียของการกินข้าวกับบอส คุยเรื่องอะไรก็วกเข้าเรื่องงานได้หมด
แต่กงม่านกลับชอบหัวข้อนี้มากกว่า ไม่สนใจดูทีวีแล้ว หยิบบทออกมา ถกเถียงตรรกะตัวละครกับซูเจ๋อ
"ลู่เสี่ยวอวี่ข้ามเวลามา ต้องเจอกับความลำบากมากมาย สุดท้ายถึงกับตาย ทำไมเธอไม่ยอมกลับไปใช้ชีวิตปกติ แต่เลือกที่จะข้ามเวลามาครั้งแล้วครั้งเล่า?"
"ตอนแรกก็เพราะความอยากรู้อยากเห็น ถ้าเป็นคุณ พบว่าเล่นเพลงเปียโนเพลงหนึ่งแล้วข้ามเวลาได้ จะระงับความอยากรู้อยากเห็นได้เหรอ?"
ซูเจ๋ออธิบาย พลางมองกงม่าน
กงม่านส่ายหน้าทันที
"ไม่ได้แน่นอน ฉันต้องลองหลายรอบแน่"
ซูเจ๋อถามต่อ
"ถ้าคุณข้ามเวลามา แล้วพบเด็กผู้ชายในอนาคตคนหนึ่ง ที่ยอดเยี่ยมมาก มีพรสวรรค์มาก และใจตรงกันกับคุณ คุณรักเขาแล้ว จะอดใจไม่มาหาเขาอีกได้เหรอ?"
กงม่านคิดดีๆ แล้วตอบทันที
"อดไม่ได้แน่นอน! ขอแค่ฉันรักเขา ต่อให้ต้องแบกรับคำเยาะเย้ย ฉันก็จะมาหาเขา"
ในตอนจบ เย่เซียงหลุนเพื่อลู่เสี่ยวอวี่ ยอมข้ามเวลากลับไปอดีต และติดอยู่ในช่วงเวลานั้นตลอดไป เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่
แต่ในช่วงแรก ลู่เสี่ยวอวี่ก็ยอมรับการเสียสละระยะยาวโดยที่เย่เซียงหลุนไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
นี่คือพลังแห่งความรัก
ถ้าแสดงความเสียสละและพลังแบบนี้ออกมาไม่ได้ ก็จะเสียจุดที่ซาบซึ้งที่สุดไป
กงม่านเข้าใจแล้ว ถามคำถามสุดท้าย
"งั้นจุดสำคัญก็คือ ฉันจะตกหลุมรักคนในอนาคตอย่างถอนตัวไม่ขึ้น คนที่ไม่ควรรัก"
แม้ความรักจะควบคุมยาก แต่ในไทม์ไลน์ของลู่เสี่ยวอวี่ ไม่มีผู้ชายที่น่ารักเลยเหรอ?
ซูเจ๋อชี้ที่ตัวเองทันที ตอบคำถามเธอ
"ในอนาคตมีผม"
คำตอบนี้หลงตัวเองสุดๆ—
อนาคตมีผม ดังนั้นคุณข้ามเวลามาแล้วหลงรักผมจึงเป็นเรื่องปกติ
แต่กงม่านมองซูเจ๋อ แล้วพยักหน้า ยอมรับอย่างเต็มที่
"งั้นก็สมเหตุสมผล"
เหยียนสี่หลิงที่แทรกไม่ได้ อยากจะพูดเหลือเกินว่า
"กงม่าน! ไหนว่าเลียแข้งเลียขาไม่เป็น? เนียนกว่าฉันเยอะ!"
ทั้งสองคนไม่ค่อยสนใจ 《แกล้งจุ๊บฯ》 เอาแต่ถกเถียงเรื่อง 《Secret》 อย่างจริงจัง
แต่ในโลกออนไลน์ การพูดถึง 《แกล้งจุ๊บฯ》 กลับพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ต้องพูดถึงซูเจ๋อกับหลิวเหอหลั่ว พระนางที่ได้ภาพลักษณ์สวยหรูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งบรรทัด และได้รับความรักกับแฟนคลับไปมากที่สุด
แม้แต่พระรองอย่างอาที่ แม้จะยังไม่ถึงฉากไคลแม็กซ์ของเขา แต่แค่สถานะเพื่อนสมัยเด็กของหยวนเซียงฉิน ก็กวาดแฟนคลับไปได้เพียบ
[อาที่น่าสงสารจัง ชอบหยวนเซียงฉินมาตลอด ตอนเธอสารภาพรักล้มเหลวก็ยังกลั้นความเจ็บปวดไปปลอบใจ]
[ช่วยไม่ได้ เพื่อนสมัยเด็กสู้ฟ้าประทานไม่ได้หรอก!]
[อวี๋ฮ่าวหัวคือใคร? เมื่อก่อนไม่รู้เลยว่ามีพี่ชายหล่อขนาดนี้]
อวี๋ฮ่าวหัวถึงกับถอนหายใจ
"แสดงมาสิบปีก็ไม่มีใครสนใจ แต่เป็นหมาเลียวันเดียวรู้กันทั่วโลก! เล่นละครไอดอลตกแฟนคลับได้จริงด้วย! ไม่สิ ต้องบอกว่าเล่นละครไอดอลของซูเจ๋อต่างหากถึงจะตกแฟนคลับได้"
เขาเป็นนักแสดงอิสระ ไม่มีสังกัด ดันลืมล้าง Weibo หลังดัง มัวแต่ซาบซึ้งและดื่มเหล้าฉลอง
มีคนไปขุดประวัติการโพสต์ของเขาทันที เผื่อจะเจอจุดดำอะไร ดาราที่ยังไม่ดัง ไม่มีคนสนใจ ไม่มีสังกัดคอยคุม การโพสต์ Weibo มักจะจริงใจกว่าปกติ
ไม่นานก็เจอของดี พบว่าเขาด่าคนใน Weibo! แต่พอไปดูดีๆ คนที่เขาด่าดันเป็นพวกแอนตี้แฟนของซูเจ๋อ แถมยังเป็นพวกใส่ร้ายป้ายสีแบบไร้เหตุผล
แบบนี้จะเล่นงานก็ยาก
ขุดลึกลงไปอีก ก็เจอโพสต์เพ้อเจ้อในอดีตของเขา
[ทำไมซูเจ๋อแสดงเก่งขนาดนี้? ยอมใจเลย สาบานได้ เขาจะแสดงเป็นฮั่วชวี่ปิ้งที่ดีที่สุด!]
[วันนี้ก็นับถือซูเจ๋ออีกวัน]
[เชี่ย ขนาดเรื่องดื่มเหล้าที่ถนัดที่สุดยังแพ้เขา! ซูเจ๋อ พระเจ้าลำเอียงรักนายเกินไปแล้วไหม?]
[อ๊าก! โดนผู้กำกับเถียนปฏิเสธ! ไม่ได้ร่วมงานกับซูเจ๋อแล้ว! โกรธ!]
[ฮี่ๆ ไอ้บ้า มาตามฉันอีกแล้วนะ~ ฉันจะได้เล่นเป็นอาที่แล้ว!]
[จิ้นคู่โมเดลในกองถ่าย เจริญหูเจริญตาจริงๆ]
ทุกคนขำกลิ้ง นึกไม่ถึงว่าขุด "ประวัติดำ" จะเจอของดีขนาดนี้?
ภาพแคปหน้าจอกระจายไปทั่วเน็ตทันที
[รักแท้! แอบรักขั้นสุด!]
[ฉันนึกว่าอาที่เป็นหมาเลียของหยวนเซียงฉิน ที่แท้เป็นของเจียงจื๋อซู่!]
[ไม่ล้อเล่นนะ ดูวันที่สิ พวกเขารู้จักกันตั้งแต่ตอนแคสติ้ง 《จักรพรรดิฮั่นอู่》 ไม่ตบไม่รู้จักกัน ได้ฟีลนิยายกำลังภายในจริงๆ]
[รู้สึกซึ้งในมิตรภาพนิดๆ แฮะ โดยเฉพาะตอนเห็นอวี๋ฮ่าวหัวไม่ด่าแอนตี้ตัวเอง แต่ไปไล่ด่าแอนตี้ซูเจ๋อ]
[เหมือนฉันเลย เห็นคนด่าเพื่อนสนิท โกรธกว่าโดนด่าเองอีก]
#มิตรภาพเทพนิยายของเจียงจื๋อซู่และอาที่#
ฮอตเสิร์ชนี้ทำเอาคนดูละครอย่างเดียวงงเป็นไก่ตาแตก
ทำไมพระเอกกับพระรองขึ้นฮอตเสิร์ช? ขอโทษนะ ละครเรื่องนี้ชื่อว่า...
《แกล้งจุ๊บลิขิตฟ้าดิน》 เหรอ?
ภายใต้ความร้อนแรงนี้ ชื่อเสียงของอวี๋ฮ่าวหัวก็กระโดดขึ้นสามขั้นรวด จากไม่มีใครรู้จักกลายเป็นคนมีชื่อเสียง
ทำเอาคนในวงการอิจฉาตาร้อน—
ตามซูเจ๋อ พระรองก็บินได้!
ส่งผลให้งานแคสติ้ง 《Secret》 ยิ่งราบรื่น บริษัทเอเจนซี่นับไม่ถ้วนติดต่อมา อยากให้เด็กในสังกัดเล่นเป็นพระรอง
แต่พระรองของ 《Secret》 คือพ่อของพระเอกเย่เซียงหลุน ครูฝ่ายปกครองของวิทยาลัยดนตรี ครูเย่
และเขายังเป็นครูประจำชั้นของลู่เสี่ยวอวี่ด้วย ในหนังมีประเด็นถกเถียงนิดหน่อย เพราะเขาเป็นต้นเหตุทางอ้อมให้ลู่เสี่ยวอวี่ตาย
แต่จริงๆ เขาควรจะเป็นครูที่ดี ไม่งั้นลู่เสี่ยวอวี่คงไม่ไว้ใจเขา
และในเวอร์ชันต้นฉบับ แม้ Anthony Wong จะแสดงดี แต่เสน่ห์ยังไม่พอ แสดงออกมาดูหัวโบราณเกินไปทั้งในบทครูและพ่อ
"ต้องหานักแสดงที่ทั้งแสดงเก่งและมีเสน่ห์..."
ซูเจ๋อนึกถึงคาแรกเตอร์ครูเย่ จู่ๆ ก็นึกถึงคนหนึ่ง โทรหาเฉินจั่นหงทันที
"อาจารย์เฉิน ช่วงนี้มีคิวว่างไหมครับ? ผมเขียนบทหนังเรื่องใหม่ 《Secret》 อยากเชิญคุณมาเป็นนักแสดงรับเชิญพิเศษครับ"
เฉินจั่นหงตอบตกลงอย่างง่ายดาย แถมยังแซวซูเจ๋อ
"พระรองก็พระรองสิ ยังจะนักแสดงรับเชิญพิเศษ ฟังดูเหมือนแค่มาแจม ไม่คิดจะจ่ายค่าตัวผมเหรอ?"
ซูเจ๋อหัวเราะร่า สมเป็นศิลปินอาวุโสที่มองโลกในแง่ดี
ลำดับชื่ออะไรนั่น เขาเป็นราชานักแสดงรุ่นเก๋า นักแสดงชั้นหนึ่ง นายกสมาคมนักแสดง ใครหน้าไหนจะกล้ามาพูดเรื่องลำดับชื่อต่อหน้าเขา?
ยิ่งขาดอะไร ก็ยิ่งเน้นย้ำสิ่งนั้น
อวี๋ฮ่าวหัวก็ถามซูเจ๋อว่ามีบทเหมาะกับเขาไหม
ซูเจ๋อคิดดู ใน 《Secret》 ไม่มีบทผู้ชายวัยรุ่นที่เด่นๆ เลย ไล่เรียงให้ฟัง
"ในหนังผมมีเพื่อนสองคน เป็นนักกีฬา ต้องล่ำๆ หน่อย... นายไหวเหรอ ไอ้กุ้งแห้ง?"
ซูเจ๋อเลียนแบบน้ำเสียงแม่ของฮั่วชวี่ปิ้ง เยาะเย้ยอย่างเต็มที่
ไม่มีผู้ชายคนไหนทนการดูถูกเช่นนี้ได้ อวี๋ฮ่าวหัวตะโกนทันที
"นายคอยดูเถอะ ฉันจะไปฟิตเนสปั้นกล้ามเดี๋ยวนี้แหละ!"
"จะเปิดกล้องอยู่แล้ว ฉีดสารเร่งเนื้อแดงยังไม่ทันเลย" ซูเจ๋อบ่น
อวี๋ฮ่าวหัวไม่เข้าใจ
"นี่มันเรื่องราวในวิทยาลัยดนตรี ไม่มีเจ้าชายเปียโนรูปหล่อบ้างเหรอ?"
พูดถึง "เจ้าชายเปียโน" ก็มีอยู่คนหนึ่ง รุ่นพี่ที่ดวลเปียโนกับซูเจ๋อ แต่น่าเสียดาย
"นายเล่นเปียโนไม่เป็น ผมต้องเตรียมสแตนด์อินมือให้นายอีกเหรอ? ตัวประกอบอย่างนายเรื่องเยอะจริง"
เขาพูดได้ครึ่งเดียว จู่ ๆ ก็นึกถึงคนหนึ่งขึ้นมา แล้วแซวว่า
"ผมนึกออกแล้ว เจ้าหน้าที่ห้องซ้อมเปียโน ต้าหย่ง เหมาะกับบุคลิกนายมาก! บทไม่เยอะ แต่สำคัญ นายมาเล่นรับเชิญสิ!"
อวี๋ฮ่าวหัวรู้สึกพอใจ พึมพำว่า
"เจ้าหน้าที่ห้องซ้อม? ช่างจูนเปียโน? เหมาะกับบุคลิกสง่างามของฉันจริงๆ ได้ ตกลงตามนี้!"
หลังจากวางสาย กงม่านซึ่งดูบทแล้วจ้องซูเจ๋อตาปริบ ๆ
"ถ้าฉันจำไม่ผิด ต้าหย่งพิการ แถมยังปัญญาอ่อนเล็กน้อยใช่ไหมคะ?"
ซูเจ๋อแบมือ ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"ใช่ ก็เหมาะกับบุคลิกอวี๋ฮ่าวหัวดีไม่ใช่เหรอ?"
กงม่านมองซูเจ๋ออย่างพินิจพิเคราะห์และพึมพำว่า
"ที่แท้ตัวจริงคุณเป็นคนแบบนี้เองเหรอ"
รู้สึกเหมือนรัศมีเทพบุตรของเขาแตกสลายไปเล็กน้อย
เหมือนผู้ชายบางคนที่คิดว่านางฟ้าไม่ต้องเข้าห้องน้ำ ในสายตาของผู้หญิงหลายคน เทพบุตรต้องสง่างามและเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา
พอได้ใกล้ชิดถึงได้รู้ว่า—อะไรกันนะ? ตัวจริงเขาชอบเล่นตลกโปกฮาเหรอ? ฝันสลายเลย
ซูเจ๋อเกาหัว เหมือนหูแว่วได้ยินเสียงอะไรแตกเพล้ง
กงม่านปลอบใจตัวเองแล้วพูดเรื่องงานต่อ
"บอส จ้างครูสอนเปียโนให้ฉันหน่อย ฉันอยากเล่นเอง ไม่อยากใช้สแตนด์อินมือ"
เหยียนสี่หลิงชมเชยว่า
"กงม่านเธอจริงจังกับการแสดงมากนะ"
แต่ซูเจ๋อกลับพูดว่า
"คุณต้องเรียนอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะส่งเพลงเปียโนไปให้ ท่องจำให้ได้แล้วก็ต้องเล่นให้ได้!"
กงม่านเห็นท่าทีจริงจังของซูเจ๋อเวลาคุยเรื่องงาน ก็กลับมารู้สึกเหมือนมองเทพบุตรอีกครั้ง และพยักหน้าอย่างตื่นเต้น
"ค่ะ ท่อนเล่นสี่มือ ใช่ไหม? เราจะเล่นเพลงอะไรกันคะ?"
"《เซียงหลุนเสี่ยวอวี่เหลียนตั้น》" ซูเจ๋อตอบ
"ชื่อนี้..." กงม่านชะงัก มองซูเจ๋อด้วยความตะลึง "หรือว่าคุณแต่งเอง?"
"ใช่ ผมแต่งเอง" ซูเจ๋อยอมรับหน้าตาเฉย
เจย์ โชว์ เหมาทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง 《Secret》 แทบจะทั้งหมด ทำให้อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ชุดนี้อาจมีคุณภาพสูงกว่าตัวหนังเสียอีก
ต้องยอมรับว่า ก่อนที่เขาจะหันไปดื่มชานมไข่มุกจนรูปร่างบวมขึ้น พรสวรรค์ทางดนตรีของเขานั้นน่าทึ่งมาก
เรื่องนี้ทำให้เหยียนสี่หลิงนึกขึ้นได้
"พูดถึงดนตรี เพลงประกอบ 《แกล้งจุ๊บฯ》 ของคุณ เพลง 《ก็คือรักเธอ》 เริ่มได้รับความสนใจจากแฟนเพลงแล้วนะ"
ซูเจ๋อถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ผลตอบรับเป็นไง?"
"ดูเอาเองสิ!"
ซูเจ๋อดูชาร์ตเพลงในแพลตฟอร์มต่างๆ พบว่า 《ก็คือรักเธอ》 พุ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตยอดนิยม ชาร์ตมาแรง ฯลฯ อย่างไม่ต้องสงสัย
แม้แต่เพลง 《แกล้งจุ๊บ》 ก็ติดท็อป 3 ในชาร์ตส่วนใหญ่
เพลงประกอบละครดังมักจะได้รับความสนใจง่ายอยู่แล้ว เพราะละครที่ฉายอยู่คือเวทีโปรโมตเพลงที่ดีที่สุด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพของ 《ก็คือรักเธอ》 ที่ยอดเยี่ยมมาก เป็นเพลงรักสไตล์ R&B แบบเถาเจ๋อขนานแท้
คุณภาพสูงบวกการโปรโมตหนัก นำมาซึ่งความนิยมอย่างมหาศาล
แฟนเพลงหน้าใหม่จำนวนมากตกหลุมรักเพลงนี้ทันที
[ไม่เคยฟังเพลงโฟล์ก เลยไม่เก็ตความอัจฉริยะของซูเจ๋อ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าอัจฉริยะทางดนตรี]
[เขามีพรสวรรค์จริงๆ!]
[ฉันติดเพลงนี้งอมแงมแล้ว ฟังวนมาเป็นอาทิตย์ ทุกครั้งที่ฟัง ภาพของเจียงจื๋อซู่ผู้มีเสน่ห์ก็จะลอยขึ้นมา]
ก่อนหน้านี้ เพลงของซูเจ๋อเป็นที่นิยมอยู่แล้ว แต่ไม่เคยมีเพลงไหนเหมือน 《ก็คือรักเธอ》 ที่เนื้อเพลงโด่งดังไปทั่วทุกตรอกซอกซอย
ไปกินบะหมี่ซาเสี้ยน, หลานโจว, หรือร้านอาหารตามสั่ง ก็จะได้ยินเพลง [ก็คือรักเธอ รักเพียงเธอ] ดังอยู่ในร้าน
ต้องยอมรับว่า เพลงป๊อปคือกระแสหลัก และเพลงรักป๊อปก็คือกระแสหลักในกระแสหลักอีกที โดยที่เพลงบัลลาดในกลุ่มนี้ เป็นรูปแบบที่ผู้ฟังสามารถชื่นชอบได้ง่ายที่สุด
แต่เพลงบัลลาดก็เป็นรูปแบบดนตรีที่นักวิจารณ์มักจะส่ายหน้าใส่มากที่สุดเช่นกัน
[นึกไม่ถึงว่าซูเจ๋อจะเขียนบัลลาดด้วย ผิดหวังนิดหน่อย]
[ก็นะ เขียนเพลงประกอบละครไอดอลนี่นา บัลลาดก็พอรับได้]
[อีกอย่าง ต่อให้ซูเจ๋อจะเขียนเพลงบัลลาด มันก็ยังมีความแปลกใหม่ ถือว่านานมากแล้วที่ไม่ได้ฟังเพลงบัลลาดที่ทำให้รู้สึกแปลกใหม่และน่าสนใจแบบนี้]
แฟนเพลงทั่วไปอ่านศัพท์เทคนิคพวกนี้ไม่รู้เรื่อง ถามอย่างสงสัย
[บัลลาดคืออะไร? ฉันรู้จักแต่ฝรั่งขี้นก]
มีคนอธิบาย
บัลลาด คือรูปแบบดนตรีที่มาจากตะวันตก พัฒนามาจากเพลงเล่าเรื่องในอุปรากร ดนตรีฟังสบาย เนื้อเพลงเล่าเรื่อง เน้นอารมณ์ความรู้สึก ตรงจริตคนเอเชียตะวันออกมาก
บัลลาดไม่ได้มีปัญหาในตัวมันเอง แต่เพราะคนชอบเยอะ นักดนตรีบางคนเลยเขียนบัลลาดแบบไม่ใช้สมอง ใช้คอร์ดสำเร็จรูป ก็ยังได้ผลตอบรับดี ทำให้คนดูถูก มองว่าไม่มีความทะเยอทะยานทางดนตรี
ซูเจ๋อไถมือถือ ก็เห็นคอมเมนต์พวกนี้
เหยียนสี่หลิงปลอบใจเขา
"อย่าไปใส่ใจเลย บัลลาดคือกระแสหลักของวงการเพลง การสร้างสรรค์ไม่มีปัญหาหรอก สร้างสรรค์ออกมาไม่ดีต่างหากที่เป็นปัญหา"
ซูเจ๋อพยักหน้า ในชาติก่อน ตั้งแต่เติ้งลี่จวินจนถึงจางเสวียโหย่ว ล้วนเป็นเพลงบัลลาดแทบทั้งนั้น ใครกล้าว่าไม่ดี?
ส่วนศิลปินยุคใหม่อย่างเถาเจ๋อ, เจย์ โชว์ ก็ได้ทำการทดลองมากมาย หลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ ของบัลลาด แต่ก็ยังมีเพลงรักบัลลาดออกมาเพียบ
ดังนั้นตัวบัลลาดเองไม่มีอะไรผิด
แต่นักวิจารณ์ชอบเหยียด ซูเจ๋อก็ขี้เกียจสนใจ พูดแค่ว่า
"ปล่อยให้ลมพัดไปสักพักเถอะ ต่อไปมีงานโปรโมตไหม?"
"แน่นอน Tencent จะตีเหล็กต้องตีตอนร้อน เชิญคุณกับหลิวเหอหลั่วไปเดินสายที่ตึก Tencent"
ซูเจ๋อตอบตกลงทันที
ในคืนวันถัดมา เขากับหลิวเหอหลั่วก็ไปเดินสายที่ตึก Tencent
เหยียนสี่หลิงเตรียมของว่าง เครื่องดื่ม ลายเซ็น ของที่ระลึกไว้แจกตามธรรมเนียม
ในบริษัทใหญ่แบบนี้ ก็มีแฟนคลับซูเจ๋อกับหลิวเหอหลั่วเยอะแยะ ยังไงซูเจ๋อก็ตกได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนหลิวเหอหลั่วก็มีพลังทำลายล้างสูงต่อหนุ่มโอตาคุ
แต่วันนี้ ชื่อของพวกเขาต้องเป็น "เจียงจื๋อซู่" กับ "หยวนเซียงฉิน"—
"เจียงจื๋อซู่ รีบตกลงคบกับหยวนเซียงฉินเร็วๆ สิ!"
"หยวนเซียงฉินสู้ๆ!"
รวมถึงคอมเมนต์ในไลฟ์สด ก็เต็มไปด้วยเสียงเชียร์คล้ายๆ กัน
จื๋อซู่เซียงฉิน รักกันตลอดไป!
ฟินจิกหมอน! ฆ่าฉันเถอะ จะได้จุดพลุฉลองให้คู่รักคู่นี้!
หลิวเหอหลั่วฟังและดูด้วยความตื่นเต้น อดไม่ได้ที่จะขยับไปใกล้หูซูเจ๋อ กระซิบว่า
"ซูเจ๋อ ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้จัง"
ซูเจ๋อป้องปาก ขยับไปที่หูเธอ พูดเสียงดังว่า
"พูดออกมาดังๆ ได้เลย"
หลิวเหอหลั่วยิ้มเขินอยู่พักใหญ่ แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่า จริงสิ ประโยคนี้มีความลับอะไรต้องปิดบังกัน?
"ฮิๆ ฉันไม่เคยได้รับการยอมรับขนาดนี้มาก่อนเลย เมื่อก่อนแม้แต่หลิวหยา ก็พูดแค่ว่า—ต่อให้เธอไม่มีฝีมือ พวกเราก็ชอบเธอ!"
เมื่อเห็นรอยยิ้มอิ่มเอมใจของเธอ คอมเมนต์ก็พลอยอ่อนโยนตามไปด้วย
[จริงๆ แล้วหลิวเหอหลั่วคงแบกรับความกดดันมหาศาลมาตลอด แต่เธอไม่เคยบ่นเลย]
[ในฐานะหลิวหยา ฉันขอบคุณซูเจ๋อจริงๆ มีแค่เขาที่ทำให้หลิวเหอหลั่วแสดงได้ดีขนาดนี้]
[ฉันว่าบุคลิกหยวนเซียงฉินเหมือนหลิวเหอหลั่วมาก]
หลิวเหอหลั่วมองคอมเมนต์ ด้วยความตื่นเต้น เลยหลุดปากอวดออกไปว่า
"ความจริง 《แกล้งจุ๊บฯ》 ซูเจ๋อเขียนบทให้ฉันโดยเฉพาะนะ! ไม่ใช่หยวนเซียงฉินเหมือนฉัน แต่เอาฉันเป็นต้นแบบ! ตอนเรียนฉันก็หัวช้า..."
เธอยังพูดไม่ทันจบ ก็รู้ตัวว่าไม่ดีแน่ จึงรีบปิดปาก
แต่แฟนคลับ CP ฟินจนตัวแตกไปแล้ว!
(จบแล้ว)