เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 - 《ฉันรักซูเจ๋อ》

บทที่ 90 - 《ฉันรักซูเจ๋อ》

บทที่ 90 - 《ฉันรักซูเจ๋อ》


บทที่ 90 - 《ฉันรักซูเจ๋อ》

ในขณะที่ทั้งแฟนคลับและแอนตี้แฟนต่างจ้องมองชาร์ตยอดขายตาเป็นมัน สารคดีเรื่องหนึ่งก็เงียบเชียบเข้าสู่เพนกวินวิดีโอ——

《ฉันรักซามาร์ท》 สารคดีที่บอกเล่าต้นกำเนิดและชีวิตประจำวันของเหล่าซามาร์ท

สารคดีมีคุณค่าทางสังคมและความหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ แต่มีมูลค่าทางการค้าต่ำมาก ผู้ชมน้อย (แต่จงรักภักดีมาก) น้อยเรื่องนักที่จะเป็นกระแสในวงกว้าง ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ที่สารคดีอาหาร

สารคดีที่เล่าเรื่องซามาร์ท แค่เห็นชื่อเรื่องก็รู้ว่าเจ๊งแน่นอน

แต่ไม่มีใครคาดคิด สารคดีเรื่องนี้พอออนไลน์ปุ๊บก็ดังระเบิด!

ตอนแรก ผู้กำกับสารคดีหลีอีโพสต์ลิงก์และคำอธิบายในเวยป๋อ

"นี่คือปฏิบัติการสำรวจและเรียบเรียงข้อมูลที่ละเอียดและโหดร้าย สองปีที่ผ่านมา สัมภาษณ์ซามาร์ท 79 คน รวบรวมวิดีโอเทปกว่า 1,000 ม้วน ที่นี่ คุณจะได้พบกับพวกเขาในมุมมองที่ต่างออกไป"

เดิมทีแทบไม่มีใครรู้จักเขา แต่เพราะเคยถูกดึงเข้าไปพัวพันกับบทความโจมตีซูเจ๋อ จึงได้รับความสนใจจากคนกลุ่มหนึ่ง

พอเขาปล่อยสารคดี คนกลุ่มนี้ก็กลายเป็นผู้ชมกลุ่มแรก

ผลคือ——กระแสปากต่อปากระเบิด!

ใต้โพสต์เวยป๋อเต็มไปด้วยคอมเมนต์

【สะเทือนใจมาก ขอแนะนำอย่างยิ่ง จะเกิดความรู้สึกที่เปลี่ยนไป】

【พวกเขาถูกละเลยมานานเกินไป ผ่านสารคดีถึงได้เห็นความยากลำบากของพวกเขา】

【เฮ้อ ละอายใจกับความหยิ่งผยองที่เคยดูถูกพวกเขามาก่อนหน้านี้】

【เอ๊ะ? ในนั้นมีการกล่าวถึงซูเจ๋อด้วย!】

หลายคนต่างแท็กหาซูเจ๋อ (@Su Zhe)

เวลานั้น กราฟยอดขายเริ่มชะลอตัว ซูเจ๋อกำลังว่างไถเวยป๋ออยู่พอดี ก็อุทานด้วยความแปลกใจ

"อ้าว? ผู้กำกับหลีอีที่เคยช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ฉัน ถ่ายสารคดีออกมาเรื่องหนึ่ง ชื่อ 《ฉันรักซามาร์ท》"

หลินซานเอ๋อร์ได้ยิน ก็ถามด้วยความอยากรู้ทันที

"หนังรักเหรอคะ? แซ่ซานี่หายากนะ...อ๋อ นึกออกแล้ว ซาเหอซ่าง (ซัวเจ๋ง)!"

ชาวเน็ตในไลฟ์ขำกลิ้ง

【คิดไม่ถึงเลยว่า ซามาร์ทกับซัวเจ๋อจะเป็นญาติกัน】

【ซัวเจ๋อใส่สร้อยหัวกะโหลก ก็ดูซามาร์ทอยู่นะ】

【(หมายเหตุ: ภาษาจีน ซัวเจ๋อ แซ่ซา / ซามาร์ท ขึ้นต้นด้วย ซา)】

ซูเจ๋อรีบอธิบาย

"ไม่ใช่หนังรักครับ เป็นสารคดี ซามาร์ทก็คือ...รู้จักวิชวลเคย์ของญี่ปุ่นไหม? เวอร์ชันที่เว่อร์กว่านั้นหน่อย"

หลินซานเอ๋อร์เข้าใจในที่สุด

"งั้นนี่ก็เป็นสารคดีแฟชั่นเหรอคะ? เมืองจีนกำลังฮิตวิชวลเคย์เหรอ? งั้นฉันต้องทำลุคซา...ซามาร์ทบ้างไหม?"

เธอช่างมีจิตวิญญาณในการทำงานจริงๆ

โจวหย่งเหม่ยมองเธออย่างจนใจ กำลังจะอธิบาย ก็ได้ยินซูเจ๋อตอบอย่างจริงจัง

"ใช่ รีบทำเลย ทำพรุ่งนี้ยิ่งดี จะได้เกาะกระแสทันพอดี ไม่เห็นเหรอเวยป๋อแตกแล้วเนี่ย!"

หลินซานเอ๋อร์พยักหน้าอย่างจริงจัง ถึงขั้นหยิบมือถือเตรียมติดต่อผู้จัดการ

โจวหย่งเหม่ยกลั้นไม่อยู่จริงๆ ระเบิดหัวเราะออกมา

คอมเมนต์ก็ขำเป็นหมาแล้ว

【ซูเจ๋อมีแค้นอะไรกับลุคของหลินซานเอ๋อร์หรือเปล่า จับแต่งหน้าเป็นผีไม่พอ ยังหลอกให้ไปเป็นซามาร์ทอีก!】

【ฮ่าฮ่า จินตนาการลุคซามาร์ทของหลินซานเอ๋อร์แล้วขำ!】

【เมื่อก่อนทำไมไม่ยักรู้นะ ว่าซูเจ๋อร้ายลึก!】

หลินซานเอ๋อร์แค่ไม่เข้าใจความหมายของคำ ไม่ใช่คนโง่ รู้ตัวทันทีว่ามีอะไรแปลกๆ แก้มป่องถามว่า

"โอปป้า หลอกฉันใช่ไหมเนี่ย!"

ซูเจ๋อกลั้นขำไม่ไหวแล้ว เขาไม่อยากดูชาร์ตยอดขายพอดี มันดูโลว์เกินไป เลยเปิดเพนกวินวิดีโอ เปลี่ยนเรื่องคุยดื้อๆ

"ว่างๆ อยู่ มาดูด้วยกันเถอะ"

เริ่มวิดีโอ ก็เป็นสถานีรถไฟที่จอแจ กลุ่มแรงงานหลั่งไหลเข้าสู่เมืองต่างๆ เบียดเสียดกันเข้าไปในโรงงานที่หน้าตาคล้ายกัน

บทสัมภาษณ์แทรกอยู่เป็นระยะ

"ผมอายุ 12 จบป.5 ก็เข้าเมืองมาทำงาน"

"11 ขวบ เรียนไม่จบประถม"

"14 ขวบ ม.ต้นเรียนไปครึ่งหนึ่ง ก็ตามคนบ้านเดียวกันออกมา"

"……"

สีหน้าและน้ำเสียงของผู้ให้สัมภาษณ์แต่ละคนดูเรียบเฉย แต่กลับส่งผ่านบรรยากาศที่ทำให้คนดูเงียบงัน

ซูเจ๋อทั้งสามคนหยุดล้อเล่น ถูกสารคดีดึงดูดความสนใจทันที

ในบรรดาผู้ให้สัมภาษณ์ บางคนยังคงไว้ผมสีฉูดฉาด บางคนตัดผมสั้นเกรียนเผยให้เห็นรอยสักเต็มแขน และบางคนก็ใส่สูทผูกไท ดู "ปกติ" มาก

แต่เมื่อพูดถึงสาเหตุที่ออกจากโรงเรียน พวกเขาตอบเรียบง่าย

"ช่วยไม่ได้ ที่บ้านจน พ่อตกจากที่สูงในโรงงาน นอนเจ็บอยู่บนเตียงจนตาย ผมเลยต้องออกมาทำงาน"

"เพื่อนชวนออกมาเที่ยว ผมก็อยากเห็นโลกภายนอก ไม่มีคนคุม ก็เรียนไม่รู้เรื่องจริงๆ นั่นแหละ คิดว่ายังไงก็ต้องทำงาน ก็เลยเลิกเรียนซะเลย"

"ที่บ้านบอกว่าลูกสาวเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์ รีบทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวดีกว่า"

ฟังคำพูดที่ดูเคยชินเหล่านี้ คอมเมนต์ในไลฟ์ก็น้อยลง

ความเหลื่อมล้ำของโลกอยู่ที่ว่า เมื่อคุณคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมรอบตัว คุณจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ยังมีกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอาศัยอยู่

สิ่งที่คุณคุ้นชิน อาจเป็นสิ่งที่คนอื่นใฝ่ฝัน

ในขณะเดียวกัน สิ่งที่คุณใฝ่ฝัน ก็เป็นสิ่งที่คนอื่นคุ้นชิน

โลกไม่เคยเชื่อมถึงกัน เทคโนโลยีแค่ย่อระยะทาง ให้เรามองเห็นกันและกันเท่านั้น

แต่บางครั้ง ยิ่งเห็นชัด ยิ่งเจ็บปวด

ทันใดนั้น สารคดีก็จอดำ ขึ้นซับไตเติล——

【ซามาร์ทเกือบทั้งหมดมาจากชนบทในภาคกลางและตะวันตก】

ซูเจ๋อดูจนอิน

แม้ภาษาของสารคดีจะเรียบง่าย แต่สะท้อนความยากลำบากของคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี

พวกเขามายังเมืองที่มีแสงสี แต่กลับไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ในขณะที่เด็กเมืองรุ่นเดียวกันไปโรงเรียน พวกเขากลับต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย

ต่อมา พวกเขาได้สัมผัสกับวัฒนธรรมนอกกระแส ที่กำลังฮิตในตอนนั้น แต่ขาดการศึกษาด้านสุนทรียศาสตร์ จึงพัฒนาไปเป็นลุคซามาร์ทที่เว่อร์วังกว่าเดิม

โจวหย่งเหม่ยอดรำลึกความหลังไม่ได้

"ตอนฉันเรียน นอกกระแสกำลังฮิตพอดี แต่ครูคุมเข้ม อย่างมากก็แค่ใช้ภาษาดาวอังคาร (ภาษาวัยรุ่นที่อ่านยาก) เวลาโพสต์สเตตัส"

"แต่พวกเขาจะมีครูที่ไหนมาสอน?" ซูเจ๋อถอนหายใจ นึกถึงสวีชุ่ย "สังคมไม่ใช่ครูที่ดี มีแต่จะใช้คำเยาะเย้ย ดูถูก และ 'กวาดล้างสิ่งหยาบคาย' มาตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่"

มีคอมเมนต์ถาม

【แต่ฉันจำได้ว่าซามาร์ทบางคนก็เลวร้ายจริงๆ นะ กร่างมาก】

【ใช่ ฉันเคยดูคลิป】

แม้แต่ซูเจ๋อก็มีความทรงจำ เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก

สารคดีฉายมาถึงฉากนี้พอดี

หลังจากซามาร์ทกลายเป็นกระแสเพราะลุคที่ "หลุดโลก" ก็เริ่มถูกโจมตีอย่างหนักทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์——

ซามาร์ทปลอมจงใจถ่ายคลิปทำลายภาพลักษณ์ตัวเอง ใส่ร้ายซามาร์ทเพื่อเรียกยอดวิว;

พวกเกรียนเน็ตแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มพวกเขา พอได้เป็นแอดมินก็ลบกลุ่มทิ้ง;

ชาวบอร์ดผู้ผดุงความยุติธรรมจัดทัวร์ลงถล่มบอร์ด (ระเบิดบอร์ด) อย่างเป็นมิตร;

สื่อประโคมข่าว...กวาดล้างอย่างรุนแรง;

โรงงานก็บังคับให้พวกเขาเปลี่ยนลุคให้ "ปกติ"!

จากการถูกใส่ร้ายป้ายสี สู่การโจมตีรอบด้าน จนถึงการถูกตีตรา และแรงกดดันจากชีวิตในที่สุด "ซามาร์ท" ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางคลื่นลมของการพัฒนาสังคม

คอมเมนต์ตกตะลึง ซูเจ๋อก็แปลกใจเล็กน้อย ถอนหายใจ

"สังคมในฐานะคุณครู โหดร้ายจริงๆ"

ขณะที่เขากำลังทอดถอนใจ จู่ๆ ก็พบว่าทำนองที่คุ้นเคยดังขึ้นในสารคดี

เพลง 《อาเตียว》 ดังขึ้น เรื่องราวของซูเจ๋อและสวีชุ่ยปรากฏในสารคดี

นี่เป็นสิ่งที่หลีอีขอลิขสิทธิ์จากเพนกวินวิดีโอมาโดยเฉพาะ (ลิขสิทธิ์เพลงเป็นของซูเจ๋อ แต่ลิขสิทธิ์ภาพที่ออกอากาศเป็นของเทนเซ็นต์) เอามาวางไว้ท้ายสารคดี พร้อมขึ้นซับไตเติล——

【แต่ความใจกว้างของสังคมเรากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคนยินดีรับฟังเสียงที่แตกต่าง】

【และหวังว่าพวกเขา จะได้เป็นนกที่มีอิสระเช่นกัน】

คำพูดที่ซูเจ๋อพูดกับสวีชุ่ย ภายใต้การตัดต่อของหลีอี กลายเป็นความคาดหวังที่มีต่อซามาร์ททุกคน

และนี่ก็เป็นฉากที่อบอุ่นที่สุด ท่ามกลางความโหดร้ายทั้งหมดในสารคดีเรื่องนี้

ซูเจ๋อใจสั่น ตระหนักถึงพลังกระแทกใจของฉากนี้ได้ทันที รีบเปิดเวยป๋อ พบว่าบนฮอตเสิร์ช——

【《ฉันรักซูเจ๋อ》】!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 90 - 《ฉันรักซูเจ๋อ》

คัดลอกลิงก์แล้ว