- หน้าแรก
- อย่าคิดดูถูกผม เพราะผมมากับระบบสร้างภาพลักษณ์
- บทที่ 80 - แผนการสำหรับสวีชุ่ย
บทที่ 80 - แผนการสำหรับสวีชุ่ย
บทที่ 80 - แผนการสำหรับสวีชุ่ย
บทที่ 80 - แผนการสำหรับสวีชุ่ย
ในงานเลี้ยงฉลอง แขกรับเชิญคนอื่นนึกว่าตัวเองเมาแล้ว
ทำไมซูเจ๋อกับไช่จื่อเฟิงถึงกอดคอกัน?
ทำไมโจวหย่งเหม่ยกับหลินซานเอ๋อร์ถึงสนิทสนมกันจัง?
พวกคุณไม่ใช่ศัตรูตัวฉกาจกันเหรอ?
งานเลี้ยงฉลองจบลงในบรรยากาศที่กลมเกลียวแต่พิลึกพิลั่น
ก่อนซูเจ๋อกลับห้อง ยังรับปากไช่จื่อเฟิง
"พี่ไช่วางใจได้ กลับไปผมจะซื้อ 《คนรักล่องหน》 สักชุด คืนนี้เปิดวนลูป!"
"นายก็รีบอัปโหลด 《อาเตียว》 ล่ะ ฉันก็อยากฟังวนลูป!"
ไช่จื่อเฟิงเร่งยิกๆ ด้วยความรำคาญ
"วางใจได้ เดี๋ยวก็อัปแล้ว" ซูเจ๋อหัวเราะกลบเกลื่อน
ล้อเล่น เขาต้องคุยสัญญาอยู่นะ ส่วนแบ่ง 1% ก็หลายแสนแล้ว จะให้อัปโหลดลวกๆ ได้ไง?
แต่อีกเรื่องหนึ่งรอนานไม่ได้
ซูเจ๋อหาบริษัททัวร์ที่รีวิวดีที่สุดในเน็ต ซื้อทัวร์ทิเบตระดับไฮเอนด์ที่แพงที่สุด แล้วส่งต่อให้สวีชุ่ย
"ไปเที่ยวก่อน กลับมาค่อยคุยเรื่องอนาคตของคุณ"
ซูเจ๋อไม่อยากแบ่งเงินให้สวีชุ่ย
ไม่ใช่ว่าขี้งก เรื่องราวของสวีชุ่ยอย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มรายได้ให้ 《อาเตียว》 หลายล้าน ต่อให้แบ่งให้เธอหลายแสนก็ยังกำไร
แต่เขาเชื่อเสมอว่า: คิดจะช่วยคน อย่าให้เงินตรงๆ
ไม่มีอนาคต ช่วยหางาน; ไม่มีความสามารถ ช่วยให้เรียน; ป่วยหนัก ช่วยรักษา; เล่นพนันติดยา ช่วยให้ไปตาย……
ให้เงินตรงๆ จะเป็นการทำลายคนคนนั้น
เกิดสวีชุ่ยได้เงินไปแล้วถลุงหมด อาจสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิต ท่ามกลางความยากจนข้นแค้น อาจจะคิดว่ารายได้จาก 《อาเตียว》 ควรเป็นของเธอทั้งหมด แล้วหันมาโจมตีซูเจ๋อ ขอเงินไม่หยุด หยามหน้ากันผ่านสื่อ
ถ้าถึงขั้นนั้น ก็คือจุดจบที่แพ้ทั้งคู่
——จิตใจคนเปลี่ยนง่าย อย่าเอาลาภลอยมาทดสอบใจคน จะได้เจอแต่ความผิดหวัง
ตัวอย่างมีเยอะแยะ ชาติก่อนซุปตาร์ท่านหนึ่งก็เคยเลี้ยงลูกทรพีมาแล้ว
อาจมีความเป็นไปได้ที่ดีกว่า: สวีชุ่ยได้เงินไป ใช้จ่ายอย่างประหยัด ใช้ชีวิตดีๆ ชีวิตแม้เรียบง่ายแต่มีความสุข
แต่ต่อให้เป็นตอนจบที่สวยงามขนาดนี้ ก็จะส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อแฟนคลับ
พวกเราไม่ต้องพยายาม แค่ขายความน่าสงสารให้ซูเจ๋อ (หรือคนใจดีคนอื่น) รู้ ก็รวยเละแล้ว!
พวกเขาจะคิดว่า
โชคชะตาสำคัญกว่าความพยายาม
แววตาที่ใสซื่อสำคัญกว่าการทุ่มเทเรียนมาสิบปี
ถึงโลกจะโหดร้ายแบบนั้นจริงๆ แต่จะโปรโมทแบบนี้ไม่ได้ อย่างน้อยบุคคลสาธารณะก็ทำไม่ได้
จิตใจคนจะปั่นป่วนหมด
ซูเจ๋อไม่อยากให้สังคมเป็นแบบนั้น อย่างน้อยก็อย่าให้เป็นเพราะเขา
"ทริปทิเบตอย่างน้อยหนึ่งเดือน คุณค่อยๆ เที่ยว ค่อยๆ คิดเรื่องอนาคตของตัวเอง กลับมาแล้วส่งแผนให้ผม"
ซูเจ๋อเพิ่งส่งข้อความเสร็จ ก็พบว่าซิงกวงชั่นลั่น ชุ่ยชั่นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือแม้แต่วาโอเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต่างส่งข้อความหาเขา ขอนัดเจอระหว่างพักกอง
ดูท่าคงดึงเชงต่อไม่ไหวแล้ว พวกเขาร้อนใจกันหมด
ซูเจ๋อตอบตกลง
"ได้ครับ พรุ่งนี้เจอกัน ค่อยคุยรายละเอียดครับ"
เหตุผลบอกเขาว่า การร่วมมือกับบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เบื้องหลังบริษัท มีแต่ได้ไม่มีเสีย จะช่วยให้เขาขึ้นสู่จุดสูงสุดได้
เขาวิเคราะห์อย่างใจเย็น ปิดหน้าจอมือถือ ในใจกลับเกิดความพลุ่งพล่าน
"ทำไมไม่ลุยเองดูล่ะ?"
ลุยเดี่ยว ย่อมต้องเจอกับพายุฝนกระหน่ำ โดนบริษัทกดดัน
แต่อย่าลืมสิ พายุฝนครั้งก่อน ทำให้ทีมงานติดต่อไม่ได้ แต่กลับมอบโอกาสพลิกเกมให้เขา——
ฉันเกิดมาเพื่อกระหายเลือด จะกลัวคลื่นลมไปไย?
"ถุยๆ นี่มันภาษาต่างดาวชัดๆ……โทษสวีชุ่ยเลย พาฉันเสร่อไปด้วย"
ซูเจ๋อแซวตัวเอง แต่กลับเปิดมือถืออย่างจริงจัง บันทึกลงในโน้ต——
ภาษาต่างดาว: ฉันเกิดมาเพื่อกระหายเลือด จะกลัวคลื่นลมไปไย?
เชี่ย! ได้กลิ่นอายเลย!
ซูเจ๋อที่เนื้อแท้เชยระเบิดหัวเราะลั่น โยนมือถือไปข้างๆ ฮัมเพลงนั้น——
《คนรักล่องหน》
เพลงดีจริงๆ
เสียงร้องที่กังวานงดงามจริงๆ
ทำไมต้องยอมจำนนด้วยนะ?
บางทีถ้าอดทนอีกนิด ท้องฟ้าก็สดใสแล้ว
เขากำลังตกอยู่ในห้วงความคิด ประตูก็ถูกเคาะ
"มาแล้ว!" ซูเจ๋อเปิดประตูดู ก็เห็นโจวหย่งเหม่ยที่เมามาย
เธออาศัยฤทธิ์เหล้า แถมยังโดนหลินซานเอ๋อร์กระตุ้น ในที่สุดก็ตัดสินใจมาสารภาพรัก!
ซูเจ๋อเข้าใจเจตนาของเธอทันที พิงประตู ขัดจังหวะการร่ายเวทของเธอ พูดตัดบทว่า
"งานผมยุ่งเกินไป รักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงไม่ได้ และจะไม่ให้สัญญากับใครทั้งนั้น"
ในวงการที่ต้องห่างกันบ่อยๆ จะรับประกันได้เหรอว่าจะรักเดียวใจเดียว?
เขาไม่มีความมั่นใจ ทั้งกับฝ่ายตรงข้ามและกับตัวเอง
และดาราชายกี่คนแล้วที่ต้องตายเพราะเรียงความของแฟนเก่า? บางคนก็ทำตัวเอง แต่บางคนก็ซวยฟรี
ช่างเถอะ เขาจะยอมมอบจุดตายให้ใครง่ายๆ ไม่ได้
อีกอย่างถ้าเขาตัดสินใจแน่วแน่ จะเลือกคู่ชีวิตสักคน ก็จะเลือกแค่โหยวเมิ่งหลี
ส่วนตอนนี้ เขาแค่อยากเป็นโสด
โจวหย่งเหม่ยตะลึงงัน เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็รีบจากไป
——
วันต่อมา
ซูเจ๋อแต่งตัวมิดชิด โดนคุณตำรวจตรวจบัตรประชาชนไปหลายรอบกว่าจะเดินมาถึงร้านน้ำชาที่นัดไว้
เขาวานให้โหยวเมิ่งหลีแนะนำทนายความให้คนหนึ่ง ซึ่งมาถึงก่อนแล้ว ช่วยซูเจ๋อจัดการเรื่องกฎหมาย
ทั้งสองคุยกันสักพัก ตัวแทนของซิงกวงชั่นลั่นก็มาถึง
มีบริษัทเล็กๆ บางแห่ง ให้ส่วนแบ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เงื่อนไขก็หละหลวมมาก แต่ซูเจ๋อเซ็นไปก็เหมือนไม่เซ็น เหมือนเอาเงินไปให้เขาฟรีๆ
นอกจากพวกนั้น ซิงกวงชั่นลั่นให้เงื่อนไขดีที่สุด ขอส่วนแบ่งแค่ 10%
และหลังจาก 《อาเตียว》 ซิงกวงชั่นลั่นก็เพิ่มความสำคัญให้ซูเจ๋อ อัปเกรดเงื่อนไข
"เราขอค่าดำเนินการแค่ 1 ส่วน แถมยังตั้งสตูดิโอส่วนตัวให้คุณ แขวนไว้ใต้ชื่อบริษัท จัดหาผู้จัดการ ผู้ช่วย คนขับรถให้คุณต่างหาก"
ซูเจ๋อสนใจมาก ถามคำถามที่เขาห่วงที่สุด
"แล้วลิขสิทธิ์ผลงานของผมล่ะ?"
"ก็เป็นของคุณ เราไม่คิดจะเอาเรื่องนี้มาบีบคุณ หวังว่าเราจะร่วมงานกันได้อย่างมีความสุข"
ซูเจ๋อยิ่งสนใจเข้าไปใหญ่ นี่ดีกว่าไปลุยเดี่ยวเองเสียอีก รีบถามต่อ
"แล้วระยะสัญญาล่ะ?"
"เซ็นทีละห้าปี ก่อนหมดสัญญาคุยเงื่อนไขล่วงหน้าได้"
ซูเจ๋อพยักหน้า ส่งตัวแทนซิงกวงชั่นลั่นกลับไป
ต่อมาคือชุ่ยชั่นเอ็นเตอร์เทนเมนต์
พวกเขาไม่เหมือนซิงกวงชั่นลั่น ขอส่วนแบ่ง 20% แต่พกโปรเจกต์มาด้วยสามชิ้น——
"นี่คือละครพีเรียดระดับ S+ ของเฉิงจื่อวิดีโอ สัญญาแสดงนำชาย"
"นี่คือหนังของผู้กำกับใหญ่ค่ายฉวินซิงบราเธอร์ส สัญญานักแสดงสมทบชาย"
"นี่คือสัญญาขึ้นปกนิตยสารแฟชั่น"
"ขอแค่คุณเซ็น ทั้งหมดนี้เป็นของคุณ!"
"เป็นแค่นักร้องจะมีอนาคตอะไร? หนัง ละคร เพลง วาไรตี้ แฟชั่น ขอแค่คุณต้องการ เราปั้นคุณได้รอบด้าน!"
ฟังดูปลุกใจดี
น่าเสียดายที่ทนายเตือนซูเจ๋อ
"เงื่อนไขสัญญาโหดมาก อยากยกเลิกสัญญายากมาก"
ชุ่ยชั่นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ขึ้นเสียง
"ไม่ใช่คนกันเอง ทำไมต้องเอาโปรเจกต์พวกนี้ให้คุณ? เกิดคุณดังแล้วหนีไป เราไม่กลายเป็นตัวตลกเหรอ? ซูเจ๋อ แบ่งผลประโยชน์แค่นิดหน่อย แลกกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่ดีเหรอ?"
ซูเจ๋อยิ้มตอบ
คนที่สามที่มาถึงร้านน้ำชา คืออิ่นเสี่ยวซวง
เพราะไม่มีศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์ถาวร
ซูเจ๋อไม่รังเกียจที่จะลองฟังเงื่อนไขของเธอ
(จบแล้ว)