- หน้าแรก
- ไหงท่านอาจารย์จักรพรรดินีก็เกิดใหม่มาด้วยล่ะเนี่ย
- บทที่ 13 ตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมนี้... ผู้อาวุโสหญิงฝ่ายใน!
บทที่ 13 ตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมนี้... ผู้อาวุโสหญิงฝ่ายใน!
บทที่ 13 ตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมนี้... ผู้อาวุโสหญิงฝ่ายใน!
บทที่ 13 ตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมนี้... ผู้อาวุโสหญิงฝ่ายใน!
"ปล่อย!"
หัวใจของเจียงหลิงเซียนสั่นไหวเล็กน้อยจากการถูกฝ่ามืออันอบอุ่นกุมไว้แน่น แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงเอ่ยเสียงเย็นชาท่ามกลางอุโมงค์ที่มืดมิด
แม้แต่ในชาติภพก่อน น้อยครั้งนักที่นางจะถูกหวังเฉินกุมมือแน่นหนาเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกไม่คุ้นชินเอาเสียเลย
ดังนั้นในยามนี้ หวังเฉินจึงตระหนักได้ว่าเขาจำเป็นต้องทำให้นางคุ้นเคยกับสัมผัสนี้ให้ได้
"พี่สาวนางฟ้า ข้ากลัวความมืด..."
หวังเฉินจำได้ว่าในชาติก่อน ก่อนที่จะบรรลุถึงขอบเขตก่อจิต เขาทำได้เพียงมองเห็นภาพเลือนรางในความมืดเท่านั้น
เพื่อทำให้การแสดงสมจริง สีหน้าของหวังเฉินในความมืดจึงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือของเขาเกาะกุมเจียงหลิงเซียนไว้แน่น
โชคดียิ่งนักที่เขาไหว้วานให้ระบบช่วยปกปิดกลิ่นอายพลัง ให้เหลือเพียงระดับชำระกายขั้นที่เก้า ดังนั้นเจียงหลิงเซียนคงไม่ระแคะระคายสงสัยสิ่งใด
"ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า เจ้าจะทำเช่นนี้มิได้ ปล่อยมือก่อน ประเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าเดินไปเอง"
เจียงหลิงเซียนชะงักไปครู่หนึ่งกับคำพูดของเขา นางเม้มริมฝีปากอย่างลังเล ก่อนจะพยายามดึงมือกลับอย่างอึดอัดใจ
ด้วยระดับการบ่มเพาะของนาง ย่อมมองเห็นสิ่งต่างๆ ในความมืดได้อย่างชัดเจน แต่การเดินจูงมือกับหวังเฉินเช่นนี้ทำให้นางวางตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
'เจ้าระบบ เห็นไหมล่ะ ข้าคิดถูกแล้วที่ไม่ยอมรับเรื่องการกลับชาติมาเกิด จนป่านนี้นางก็ยังวางมาดเป็นอาจารย์อยู่เลย'
"เมื่อได้สดับวาจาของโฮสต์ ข้าก็พยักหน้าหงึกหงักราวกับสากตำกระเทียม พลางตะโกนก้องว่า ถูกต้องที่สุด! ถูกต้องที่สุด!!"
ภายนอกหวังเฉินแสดงสีหน้าหวาดกลัว แต่ภายในใจกลับรู้สึกขมขื่นเล็กน้อย
แต่ถึงจะเป็นศิษย์อาจารย์กันแล้วอย่างไรเล่า? ในชาตินี้ เขาตั้งใจจะเป็นศิษย์ทรยศที่ขัดขืนคำสั่งอาจารย์ให้จงได้!
"พี่สาวนางฟ้า ข้ากลัวความมืดจริงๆ ด้วยระดับพลังของข้าตอนนี้ ข้ามองเห็นทางแค่ลางๆ เท่านั้นเอง"
หวังเฉินจำได้ดีว่าในชาติก่อน ช่วงเวลานี้เขาเป็นโรคกลัวความมืดจริงๆ และเจียงหลิงเซียนก็รู้เรื่องนี้ เขาจึงพูดต่ออย่างไม่ยอมแพ้
"ข้ารู้ว่าเจ้ากลัว แต่ปล่อยมือก่อน ข้าจะใช้พลังวิญญาณนำทางพาเจ้าไป"
"ก็ได้... ก็ได้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเฉินก็รู้ว่าเจียงหลิงเซียนตั้งท่าแข็งขืนไม่ยอมโอนอ่อน เขาจึงทำได้เพียงค่อยๆ คลายมือออกในความมืดด้วยท่าทางผิดหวัง
"น้องชาย หากนางไม่ยอมให้จับ เช่นนั้นมือของพี่สาวก็ว่างให้เจ้ากุมนะ เราอย่าไปสนใจนางเลย"
ผิดคาดนัก ในจังหวะนี้เอง ตัวช่วยที่แข็งแกร่งที่สุดในอุโมงค์มืดอย่างผู้อาวุโสหญิงฝ่ายในก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับยื่นมือออกมา
ทันใดนั้น หวังเฉินที่กำลังจะชักมือกลับ ก็ถูกนิ้วทั้งห้าคว้าหมับเข้าให้อีกครั้งอย่างแน่นหนา
หวังเฉินสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ เจียงหลิงเซียนก็กลับมากุมมือเขาแน่นอีกครั้ง ฝ่ามือนั้นบีบรัดจนเจ็บร้าวแทบจะร้องออกมา
"ไสหัวไป! เขาเป็นศิษย์ของข้า"
เจียงหลิงเซียนตวาดใส่ผู้อาวุโสหญิงฝ่ายในที่กำลังยิ้มร่าอยู่ตรงหน้าในความมืด ราวกับแมวป่าที่หวงแหนอาหารของตน
"หือ? แต่การกระทำของเจ้าดูเหมือนจะไม่เต็มใจยอมรับแม้แต่เงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ ของเขาเลยนี่นา"
"อีกอย่าง เขาเรียกเจ้าว่า 'พี่สาวนางฟ้า' มาตลอดไม่ใช่หรือ? ไปเป็นศิษย์เจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
ผู้อาวุโสหญิงฝ่ายในผู้นี้ เดิมทีพาศิษย์สายตรงของตนมาเลือกอาวุธ แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้มาเห็นฉากเด็ดเช่นนี้เข้า
ต้องรู้ไว้ว่านี่คือโอกาสทองในการแย่งชิงตัวคน! ด้วยกายาเทพเก้าสุริยัน นางจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทวะได้อย่างแน่นอน!
เจียงหลิงเซียนสบตากับดวงตาสีม่วงของผู้อาวุโสหญิงฝ่ายในท่ามกลางความมืด เมื่อได้ยินวาจาเหล่านั้น นางก็รู้สึกจุกแน่นในอกราวกับหายใจไม่ออก
เพราะจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามที่อีกฝ่ายพูด วาจาของผู้อาวุโสหญิงผู้นี้ทิ่มแทงใจนางทุกคำ
แต่เจียงหลิงเซียนทำได้เพียงแสร้งวางมาดนิ่งสงบ สายตาเย็นเยียบจับจ้องไปยังอีกฝ่าย แผ่ไอเย็นยะเยือกไปทั่วอุโมงค์มืด
เหล่าศิษย์โดยรอบต่างเป็นพยานในสถานการณ์อันตึงเครียดนี้
ผู้ที่เพิ่งเดินเข้ามาต่างรีบวิ่งหนีออกไป ส่วนผู้ที่เดินนำหน้าไปแล้วก็ตะเกียกตะกายหนีตายเข้าไปในสุสานศาสตราอย่างไม่คิดชีวิต
เพียงชั่วพริบตาเดียว
กลางอุโมงค์มืดเหลือเพียงหวังเฉิน เจียงหลิงเซียน และผู้อาวุโสหญิงฝ่ายในเท่านั้น
"น้องชาย สนใจไปกับข้าไหม? หากเจ้ามาเข้าสำนักของข้า ไม่เพียงข้าจะมอบทรัพยากรการบ่มเพาะที่ดีที่สุดให้..."
"แต่... ข้ายังสามารถพยายามยอมรับเงื่อนไขที่... แสนจะเอาแต่ใจต่างๆ ของเจ้าได้ด้วยนะ อ๊า~"
ดวงตาสีม่วงของผู้อาวุโสหญิงจ้องมองหวังเฉิน น้ำเสียงแฝงเสน่ห์ยั่วยวนชวนให้เคลิบเคลิ้ม
วินาทีนี้ หัวใจของเจียงหลิงเซียนราวกับถูกกระชาก นางเผลอมือสั่นเล็กน้อยขณะกุมมือหวังเฉิน
แรงบีบที่นิ้วประสานกันแน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าหากเผลอเพียงนิดเดียว หวังเฉินจะถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตา
"โอ๊ยๆๆ!"
ด้วยแรงบีบนั้น ในที่สุดหวังเฉินก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนต้องร้องโอดโอยออกมา
แม่นางคนนี้บีบแรงเกินไปแล้ว เจียงหลิงเซียนอยู่ในขอบเขตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ!
หวังเฉินรู้สึกราวกับมือจะแหลกละเอียด
เจียงหลิงเซียนรู้ตัวว่าเผลอหลุดการควบคุม นางตื่นตระหนกวูบหนึ่งแล้วรีบคลายแรงบีบลงทันที
แต่คราวนี้นางไม่ยอมปล่อยมือ กลับกุมมือหวังเฉินไว้แน่น ประสานนิ้วแนบชิด แล้วพาเดินมุ่งหน้าไปยังสุสานศาสตราที่ปลายอุโมงค์
ทว่า หวังเฉินสัมผัสได้ชัดเจนว่ามือที่สั่นเทาของเจียงหลิงเซียนนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าเขาจะตอบตกลงไปกับผู้อาวุโสหญิงฝ่ายในคนนั้น
"น้องชาย ข้าจะรอเจอเจ้าครั้งหน้านะ อย่าลืมเก็บข้อเสนอข้าไปพิจารณาล่ะ!"
ผู้อาวุโสหญิงฝ่ายในไม่ได้ตามตอแย เมื่อเห็นว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว นางก็ตะโกนไล่หลังมาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
หวังเฉินถูกเจียงหลิงเซียนฉุดกระชากออกไป เขาไม่หันหลังกลับไปตอบโต้ผู้อาวุโสหญิง และไม่กล้าแม้แต่จะคิดทำเช่นนั้น
เพราะเขาค้นพบว่าทุกย่างก้าวที่เจียงหลิงเซียนเหยียบย่างลงไป ชั้นน้ำแข็งบางๆ จะก่อตัวขึ้นใต้ฝ่าเท้า บ่งบอกชัดเจนว่านางใกล้จะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว
เจียงหลิงเซียนไม่อยากได้ยินแม้แต่คำตอบของหวังเฉินที่มีต่อผู้อาวุโสหญิง นางลากเขาไปข้างหน้าอย่างไม่สนสิ่งใด
หวังเฉินไม่ได้เอ่ยปาก เพียงแค่บีบมือเจียงหลิงเซียนตอบ ประสานนิ้วแนบแน่น เดินตามนางเข้าไปในสุสานศาสตรา
เจียงหลิงเซียนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือ อารมณ์ที่เกือบจะระเบิดออกมาจึงค่อยๆ สงบลง
เมื่อพ้นจากอุโมงค์มืด แสงสว่างก็สาดส่องเข้ามาในครรลองสายตา พร้อมกับศาสตราอาวุธนับไม่ถ้วนที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงสะท้อนวูบวาบจับตา
อาวุธรูปร่างแปลกตากว่าสิบแปดชนิดฝังอยู่ในผนังถ้ำในรูปแบบต่างๆ ราวกับกำลังรอคอยให้ผู้เป็นนายมาครอบครอง
พื้นที่ภายในภูเขาสุสานศาสตรากว้างขวางยิ่งนัก อย่างน้อยก็ใหญ่กว่าสนามฟุตบอลมาตรฐานหลายเท่า จำนวนอาวุธมากมายมหาศาลจนชวนให้เวียนหัว
"พี่สาวนางฟ้า ท่าน... โกรธเหรอ?"
หวังเฉินทำหน้าตาไร้เดียงสาประหนึ่งว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่เกี่ยวกับตน เอ่ยถามเสียงเบาอย่างระมัดระวัง
"เปล่า"
แม้เจียงหลิงเซียนจะเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้า แต่หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกัน หวังเฉินย่อมจับสังเกตได้ทันที
หวังเฉินรู้ข้อนี้ดี ดังนั้นเขาจึงมั่นใจเต็มร้อยว่าเจียงหลิงเซียนกำลังโกรธแน่นอน
"จริงรึ?"
"อืม"
แต่คำตอบของเจียงหลิงเซียนกลับสวนทางกับการกระทำ นางยังคงกุมมือหวังเฉินไว้อย่างประหม่าแต่ปากแข็งไม่ยอมรับ
"อ๋อ... งั้น... ท่านคิดว่าข้าควรจะตกลงรับปากนางดีหรือไม่?"
หวังเฉินก้มหน้าลงเล็กน้อย พึมพำรับคำว่า "อ๋อ" จากนั้นก็เอ่ยถามอย่างเชื่องช้าและลังเล ราวกับกำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยน
สีหน้าของเจียงหลิงเซียนแข็งค้างไปทันทีที่ได้ยิน นางตวัดดวงตาคู่สวยจ้องมองหวังเฉินเขม็ง
ในชั่วขณะนี้ หวังเฉินดูเหมือนจะเห็นร่างของเจียงหลิงเซียนสั่นสะท้านน้อยๆ ในที่สุดนางก็ดูเหมือนจะทนไม่ไหวอีกต่อไป
"เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไปเอาของบางอย่างแล้วจะกลับมารับเจ้า ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด"
ทว่าเจียงหลิงเซียนไม่ได้ลงไม้ลงมือกับหวังเฉิน นางพยายามข่มใจอย่างถึงที่สุด เอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
โดยไม่รอให้หวังเฉินได้ทันตั้งตัว เจียงหลิงเซียนก็ปล่อยมือที่กุมไว้แน่น แล้วเดินดุ่มๆ กลับเข้าไปในอุโมงค์มืด
"เฮ้! พี่สาวนางฟ้า ของที่ท่านจะเอาไม่ได้อยู่ในสุสานศาสตราหรอกหรือ?!"
เมื่อเห็นนางเดินย้อนกลับเข้าไปในความมืดอย่างกะทันหัน หวังเฉินก็ขมวดคิ้วตะโกนถามไล่หลังด้วยความงุนงง