- หน้าแรก
- ไหงท่านอาจารย์จักรพรรดินีก็เกิดใหม่มาด้วยล่ะเนี่ย
- บทที่ 6: ยอดกุนซือต้องกล้าลงสนาม! เดิมพันด้วยหลิงเซียน! ก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งบัลลังก์นางเซียน!
บทที่ 6: ยอดกุนซือต้องกล้าลงสนาม! เดิมพันด้วยหลิงเซียน! ก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งบัลลังก์นางเซียน!
บทที่ 6: ยอดกุนซือต้องกล้าลงสนาม! เดิมพันด้วยหลิงเซียน! ก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งบัลลังก์นางเซียน!
บทที่ 6: ยอดกุนซือต้องกล้าลงสนาม! เดิมพันด้วยหลิงเซียน! ก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งบัลลังก์นางเซียน!
ยอดกุนซือต้องกล้าลงสนามด้วยตนเอง! เดิมพันด้วยหลิงเซียน!
หากชนะ ในอนาคตเตียงใหญ่จะเป็นสังเวียนรับทัณฑ์ บรรลุวิถีเซียน โดยมีเฉินอยู่บน หลิงเซียนอยู่ล่าง! สุขสมอารมณ์หมาย!
แต่หากแพ้... เฉินคงต้องถอย และการถอยครั้งนี้คงเป็นการถอยไปตลอดชีวิต!
"ไม่นะ!"
ทันทีที่ได้ยินความคิดของหวังเฉิน เจียงหลิงเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงเย็นชาทว่าไพเราะและร้อนรน
หากหวังเฉินปลุกพลังขึ้นที่นี่ เหล่าผู้อาวุโสหญิงจำนวนมากต้องแห่มาแย่งตัวเขาแน่!
ยิ่งไปกว่านั้น หากข่าวเรื่องกายาเทพเก้าสุริยันแพร่งพรายออกไป สำนักอื่นนอกสังกัดสำนักเซียนไท่ซูคงพยายามมาฉกตัวเขาไปเป็นแน่!
แต่หวังเฉินทำหูทวนลม ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ราวกับคนสวดมนต์ไล่ที่
เขาปล่อยมือจากชายแขนเสื้อชุดกระโปรงขาวของเจียงหลิงเซียน แล้วพุ่งตัวไปยังศิลาปลุกพลังพร้อมวางมือทาบลงไปทันที!
เนื่องจากเจียงหลิงเซียนไม่ได้จับมือเขาไว้ จึงดึงเขากลับมาไม่ทัน
ชั่วพริบตา ท่ามกลางสายตาของศิษย์นับไม่ถ้วนเบื้องล่าง ศิลาปลุกพลังก็ระเบิดแสงเจิดจ้าออกมา
วินาทีต่อมา สุรเสียงอันน่าเกรงขามก็ดังก้องออกมาจากภายในศิลา พร้อมกับลำแสงสีแดงเข้มอันเจิดจ้าพุ่งทะยานเสียดฟ้า!
"กายาเทพเก้าสุริยัน!"
สิ้นเสียงจากศิลา หวังเฉินสัมผัสได้เพียงกระแสพลังหลายสายที่พรั่งพรูเข้าสู่ร่างกาย
เขาไม่ต่อต้าน เพราะนี่คือเรื่องปกติ พลังเหล่านี้คือผลตอบแทนจากศิลาปลุกพลังเมื่อกายาตื่นขึ้น
นี่แหละคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาติที่แล้วเขาสามารถต่อสู้กับฉินเย่ฟานที่มีพลังระดับสร้างวิญญาณขั้นสามได้อย่างสูสี จนบาดเจ็บสาหัสด้วยกันทั้งคู่!
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
ทันทีที่พลังเหล่านั้นไหลเวียนเข้าสู่ร่าง หวังเฉินรู้สึกเพียงว่าระดับพลังของตนกำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
ขอบเขตชำระกายขั้นหนึ่ง... ขั้นห้า...
จุดสูงสุดของขอบเขตชำระกายขั้นเก้า!
ระดับพลังของเขาพุ่งจากศูนย์ไปจนถึงจุดสูงสุดของขอบเขตชำระกายขั้นเก้า ถึงได้หยุดลง
เวลานี้หวังเฉินสัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในกาย ความรู้สึกของการทะลวงระดับมันช่างซาบซ่านจนตัวแทบลอย!
อารมณ์เหมือนคนบ้าคลั่งการออกกำลังกายที่เพิ่งยกเวทเสร็จ เส้นเลือดปูดโปน สัมผัสถึงพละกำลังของตัวเองได้อย่างชัดเจน
เมื่อบรรลุเป้าหมาย หวังเฉินก็ค่อยๆ ดึงมือกลับ แสร้งทำสีหน้ารู้สึกผิดแล้วหันกลับไปมองเจียงหลิงเซียน
แต่ทว่าในเวลานี้ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่ เหล่าผู้อาวุโสหญิงและคนอื่นๆ ต่างพากันเหาะเหินเดินอากาศพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาจากที่ไกลๆ อย่างไม่ขาดสาย
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หวังเฉินเป็นจุดเดียว โดยไม่มีข้อยกเว้น ต่างต้องการได้ตัวเขาไปเป็นศิษย์!
"ตามข้ามา!"
สีหน้าของเจียงหลิงเซียนเย็นชาและมืดมน เมื่อเห็นเหล่าผู้อาวุโสหญิงพุ่งตรงมาที่หวังเฉิน สัญญาณเตือนภัยในใจนางก็ดังลั่น
"เฮ้ยๆๆ!"
วินาทีถัดมา หวังเฉินรู้สึกว่าตัวลอยวูบ ทัศนียภาพพร่ามัว แล้วทุกอย่างรอบกายก็เงียบสงบลงทันตาเห็น
ทั้งสองกลับมายังห้องที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันอย่างรวดเร็ว
เวลานี้ หวังเฉินยืนก้มหน้ามองไปทางอื่น ในขณะที่เจียงหลิงเซียนยืนขวางอยู่ตรงหน้า จ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
ซี๊ด~ ความรู้สึกคุ้นเคยจากชาติที่แล้วกลับมาอีกครั้ง ถ้าข้าไม่ใช่ผู้ชาย ป่านนี้คงมดลูกหนาวสั่นไปแล้ว!
แต่ก็นานแล้วนะที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกโดนจ้องจนหนาวเหน็บแบบนี้ ทำไมตอนนี้ข้ากลับรู้สึกสบายใจแปลกๆ กันนะ?
หวังเฉินยืนสงบเสงี่ยม ภายนอกดูไม่กล้าปริปาก แต่ในใจกลับบ่นพึมพำกับตัวเองไม่หยุด
"ทำไมเจ้าถึงทำอะไรโดยพลการ!"
ร่างกายของเจียงหลิงเซียนแผ่ไอเย็นยะเยือก น้ำเสียงที่เย็นชาสุดขั้วแฝงไปด้วยโทนเสียงที่พยายามข่มความโกรธ
"ข้า... ข้าไม่รู้นี่นาว่าข้าจะมีกายาแบบนี้"
หวังเฉินก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบิน เหมือนกับว่าเขากลัวท่าทีโกรธเกรี้ยวของเจียงหลิงเซียนเอามากๆ
"อาจารย์บอกแล้วว่าไม่ให้ทำ ทำไมเจ้ายังดื้อดึงยื่นมือไปแตะศิลาปลุกพลังนั่นอีก!"
"ทันทีที่กายาเตาหลอมชั้นเลิศอย่างกายาเทพเก้าสุริยันปรากฏขึ้น เจ้าจะรู้ไหมว่าจะนำความยุ่งยากมาให้มากแค่ไหน!"
เจียงหลิงเซียนตีหน้ายักษ์ใส่หวังเฉิน น้ำเสียงเย็นชาเจือความโกรธกระแทกกระทั้นออกมาทีละคำอย่างชัดเจน
หวังเฉินแสร้งทำเป็นหวาดกลัว เงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อยแล้วขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ท่าทางเหมือนกลัวนางมาก
เมื่อเจียงหลิงเซียนเห็นหวังเฉินพยายามถอยห่าง ความหงุดหงิดก็พุ่งพล่าน ด้วยความโมโห นางจึงก้าวตามไปอีกก้าว
หวังเฉินยังคงแกล้งกลัวและถอยหนีเรื่อยๆ เห็นดังนั้นเจียงหลิงเซียนยิ่งโมโหหนักและขยับไล่ต้อนเขาไม่หยุด
จนในที่สุด นางก็ต้อนหวังเฉินไปจนมุมติดกำแพงห้อง ไร้ทางหนีทีไล่
หวังเฉินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาแสร้งทำเป็นกัดฟันตัดสินใจ งัดวิชามารยา 'จริตสาวชาเขียว' ออกมาใช้!
"หากท่านพี่นางเซียนเห็นว่ามันยุ่งยากนัก ก็ส่งข้าไปเป็นศิษย์คนอื่นเถอะ ท่านจะได้ไม่ต้องลำบาก!"
หวังเฉินแสร้งทำเป็นห่วงใยนาง แต่แท้จริงแล้วคือการถอยเพื่อรุก ทำให้เจียงหลิงเซียนตั้งตัวไม่ติด
เจียงหลิงเซียนอึ้งไปกับคำพูดนั้น อารมณ์โกรธและสีหน้าเย็นชาชะงักค้าง ความโมโหทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา
เมื่อมองดูหวังเฉินที่นางไล่ต้อนจนติดมุมกำแพง ขอบตาของเจียงหลิงเซียนก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว
ราวกับรู้สึกแสบจมูก เจียงหลิงเซียนรีบหันหลังกลับ ไม่มองหน้าหวังเฉินอีก
วินาทีที่ได้ยินว่าหวังเฉินอยากไปเป็นศิษย์คนอื่น น้ำตาของเจียงหลิงเซียนแทบจะไหลทะลักออกมา
นางไม่ยอมเด็ดขาด ไม่มีวันยอม!
เจียงหลิงเซียนหันหลังให้หวังเฉิน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย นางไม่พูดอะไรอีก หันกายเดินจากไปทันที
เมื่อเจียงหลิงเซียนจากไป เสียงประตูปิดลง ทิ้งให้หวังเฉินยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ภายในห้อง
เมื่อกี้... นางร้องไห้เหรอ???
หวังเฉินพิงมุมกำแพงอย่างเหม่อลอย หรือว่าหลังจากมีความสัมพันธ์กันแค่คืนเดียว นางก็มีใจให้เขาแล้ว?
แต่ตามความคิดของหวังเฉินตอนนี้ มันไม่น่าจะเป็นไปได้นี่นา
เจียงหลิงเซียนในตอนนี้ควรจะเย็นชาและเข้มงวด ปากด่าว่าเขาด้วยถ้อยคำรุนแรงแต่หน้าไหว้หลังหลอก สุดท้ายก็เก็บเขาไว้ข้างกายสิ
แต่ถ้าเป็นเจียงหลิงเซียนในชาติก่อน หากได้ยินว่าเขาอยากไปเป็นศิษย์คนอื่น ก็มีโอกาสที่นางจะสติแตกได้
ไม่ใช่ว่านางก็กลับชาติมาเกิดเหมือนกันหรอกนะ!?
ไม่น่าใช่ ตอนที่ข้าถูกรุมล้อมในแดนกระดูกถ้ำมาร นางยังเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่เลย นางไม่น่าจะตายได้นี่นา
หวังเฉินยืนอยู่กับที่ด้วยความงุนงงสุดขีด เกาจนหนังศีรษะแทบถลอก ราวกับว่าสมองกำลังพยายามงอกออกมา
【โฮสต์ตัวน้อย ท่านพี่นางเซียนสุดที่รักของท่านเมื่อกี้เกือบร้องไห้จริงๆ นะนั่น?】
【หรือว่าเสน่ห์ของโฮสต์หน้าหมาจะรุนแรงขนาดนี้? แค่กอดคืนเดียวก็ปลูกฝังความรักที่ไม่มีวันลืมเลือนลงในใจนางได้เลยเหรอ!?】
เจ้าระบบในหัวของหวังเฉินเริ่มวิเคราะห์บ้าง ราวกับกำลังเอามือจับคางทำท่าครุ่นคิด
หวังเฉินเองก็รู้สึกแปลกใจมาก เจียงหลิงเซียนในเวลานี้ไม่ควรเป็นแบบนี้
【ช่างเถอะ ปล่อยให้นางกลับไปทบทวนตัวเองดู ว่าทำไมศิษย์ถึงอยากไปเป็นศิษย์คนอื่น】
หวังเฉินไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจให้มากความ เขาเดินไปที่เตียงแล้วนั่งลง เปลวเพลิงสองกลุ่มก็ปะทุขึ้นมาจากมือ
ทว่าเปลวเพลิงทั้งสองนี้ไม่ใช่ไฟธรรมดา
แต่มันมีสีสันแห่งความโกลาหล ดำสลับขาว แฝงไว้ด้วยพลังแห่งเต๋าก่อกำเนิดที่ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนความว่างเปล่าได้
ฟึ่บ!
หวังเฉินกำมือ ดับเปลวเพลิงแห่งความโกลาหลที่ดูเหมือนจะเผาผลาญมิติได้ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เกิดใหม่ชาตินี้ หวังเฉินไม่เชื่อว่าชะตากรรมของเขาจะเป็นเหมือนชาติก่อน ที่ต้องถูกรุมสังหารหลังจากผ่านทัณฑ์จักรพรรดิ!
เวลานี้ สมบัติวิเศษมากมายอย่าง เจดีย์แสงลึกลับ, ต้นเลือดมังกร, มุกวิถีสวรรค์ ฯลฯ ยังไม่ปรากฏ และเขาไม่รู้ว่าพวกมันซ่อนอยู่ที่ไหน
หวังเฉินครุ่นคิดถึงสมบัติที่เขาเคยได้มาในชาติก่อน หรือวาสนาต่างๆ ที่พวกบุตรแห่งโชคชะตาเคยได้รับ
【โฮสต์ไม่ต้องห่วง ระบบนี้ได้บันทึกตำแหน่งของสุดยอดสมบัติสิบอันดับแรกไว้หมดแล้ว ท่านแค่ต้องใช้แต้มต้นกำเนิดเพื่อระบุตำแหน่งเท่านั้น!】
ระบบมองดูหวังเฉินที่กำลังครุ่นคิด ราวกับอ่านใจเขาออก จึงเอ่ยเตือนขึ้นมา
【โอ้ เยี่ยมเลย คราวนี้เราจะร่วมมือกันไปฉกชิงวาสนาพวกนั้นมาให้หมด!】
【จริงสิ พรุ่งนี้ศิษย์ที่ปลุกพลังแล้วต้องไปที่สุสานศาสตรา งั้นข้าจะไปแย่งวาสนาของฉินเย่ฟานในสุสานศาสตราก่อนเลย!】
หวังเฉินวางแผนในใจเสร็จสรรพ ก็วาดมือเรียกหน้าต่างสถานะของระบบขึ้นมาดู
【หวังเฉิน
กายา: กายาเทพเก้าสุริยันโกลาหล
ขอบเขต: จุดสูงสุดของขอบเขตชำระกายขั้นเก้า
เคล็ดวิชา: คัมภีร์เทพเก้าสุริยันโกลาหล...
พื้นที่จัดเก็บ: ไม่มี
แต้มต้นกำเนิด: 0
การประเมินโดยรวม: ไก่อ่อนขอบเขตชำระกายขั้นเก้า!】
【ระบบ มีของอะไรที่กันไม่ให้โดนวางยาไหม? ไม่งั้นคืนนี้ข้าคงเสร็จเจียงหลิงเซียนอีกแน่】
หวังเฉินเอ่ยถามพลางเปิดร้านค้าระบบ ทันใดนั้นการ์ดสีทองเก้าใบก็ลอยขึ้นมาตรงหน้า
กลไกของร้านค้าระบบนั้นแปลกประหลาดมาก มันจะรีเฟรชการ์ดสีทองเก้าใบทุกวันให้โฮสต์เลือกเปิด เพื่อสุ่มรับไอเทมต่างๆ
【มีสิ ข้าสามารถแอบขโมยแก่นแท้แห่งมหาเต๋ามาหลอมสร้างเป็นการ์ดทองใส่ไว้ในร้านค้าให้ท่านเปิดได้ แต่ต้องใช้แต้มต้นกำเนิดจำนวนมากนะ】
【ขอติดไว้ก่อนได้ไหม?】
【ฝันจะดมตดเจียงหลิงเซียนอยู่รึไง!?】