เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1588 คุณจะลำเอียงให้สิทธิพิเศษเธอเป็นพิเศษหรือเปล่าล่ะ?

ตอนที่ 1588 คุณจะลำเอียงให้สิทธิพิเศษเธอเป็นพิเศษหรือเปล่าล่ะ?

ตอนที่ 1588 คุณจะลำเอียงให้สิทธิพิเศษเธอเป็นพิเศษหรือเปล่าล่ะ?


ตอนที่ 1588 คุณจะลำเอียงให้สิทธิพิเศษเธอเป็นพิเศษหรือเปล่าล่ะ?

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ เดินด้วยท่วงท่าแช่มช้าทว่ามั่นคงตรงไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เจียงเฉิง เธอทรุดตัวลงนั่งอย่างสง่างามพลางประดับรอยยิ้มพริ้มเพรา ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นทันที: “ฉันเพิ่งตรวจสอบเงื่อนไขพิเศษจากธนาคารอื่นเสร็จพอดีค่ะ ได้ยินมาว่าผู้จัดการจูก็นำแผนข้อเสนอของทางนั้นมาส่งให้คุณเหมือนกัน ฉันเลยตั้งใจจะขึ้นมาเอาแฟ้มไปเปรียบเทียบดูสักหน่อย”

พูดจบ สายตาของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็กวาดมองไปรอบห้องออฟฟิศอย่างสำรวจ

“แล้ว... ผู้จัดการจูไปไหนเสียแล้วล่ะคะ?” เธอถามด้วยความสงสัย: “ฉันได้ยินผู้ช่วยบอกว่า เมื่อครู่คุณเพิ่งให้คนพาเธอขึ้นมาพบไม่ใช่เหรอคะ?”

เมื่อได้ยินคำถามนั้น จูเหยียน ที่หมอบซ่อนตัวอยู่ข้างขาของ เจียงเฉิง ก็เริ่มลนลานจนทำอะไรไม่ถูก เจียงเฉิง ตวัดสายตามองไปที่โซฟาแวบหนึ่ง สีหน้ายังคงสงบนิ่งขณะตอบ: “อ้อ... พอดีเธอมีธุระด่วนน่ะ บอกว่าเตรียมเอกสารมาไม่ครบ เลยขอตัวกลับไปก่อนแล้ว”

ถึงแม้คำกล่าวอ้างจะฟังดูสมเหตุสมผล แต่น้ำเสียงของเขากลับฟังดูแปร่งหูเล็กน้อย คล้ายกับคนที่กำลังฝืนโกหกหน้าตาย

“อย่างนั้นหรือคะ? แล้วเธอทิ้งแฟ้มข้อเสนอไว้ไหม?” เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ เลิกคิ้วเล็กน้อย สายตามองตามทิศทางที่ เจียงเฉิง เพิ่งปรายตาไป จนไปหยุดอยู่ที่โซฟารับแขก และเพียงการมองผ่านๆ ครั้งเดียว เธอก็สังเกตเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะกระจก

“แฟ้มนั้นคือข้อเสนอที่เธอเอามาให้ใช่ไหมคะ?”

สิ้นเสียง เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่โซฟาทันที ปลายนิ้วที่เคลือบสีเล็บกุหลาบเพิ่งจะแตะลงบนหน้าปกแฟ้ม ทว่าหางตากลับดันไปสะดุดเข้ากับ ‘ผ้าพันคอไหม’ ที่ถูกพาดทิ้งไว้บนเบาะโซฟาเสียก่อน มือข้างหนึ่งหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา ขณะที่มืออีกข้างคว้าผ้าพันคอสีแดงเข้มผืนนั้นขึ้นมาพินิจดู

วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อผ้า กลิ่นน้ำหอมจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูกทันที เมื่อเห็นหลักฐานคาตาเช่นนี้ มุมปากของเธอก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ... รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลศนัยลึกซึ้ง

“ถ้าฉันจำไม่ผิด... ผ้าพันคอผืนนี้เป็นของผู้จัดการจูนะคะ อากาศหนาวจะตายอยู่แล้วแท้ๆ ทำไมเธอถึงถอดผ้าพันคอทิ้งไว้กันนะ... น่าแปลกจริงๆ...”

ในฐานะที่ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ เคยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการจัดการธุรกรรมทางการเงินให้ เจียงเฉิง เธอจึงคุ้นเคยกับ จูเหยียน เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะในช่วงที่ เจียงเฉิง กว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก พวกเธอทั้งคู่ต้องติดต่อประสานงานกันนับครั้งไม่ถ้วน ในความทรงจำของเธอนั้น... วินาทีแรกที่ได้เห็นหน้า จูเหยียน เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ยังแอบทึ่งในความสวยของเธอเลย

เป็นที่รู้กันดีว่าชุดยูนิฟอร์มของธนาคารน่ะ... มันดูเชยและจืดชืดขนาดไหน แต่ทว่า... พอชุดจืดชืดนั้นมาอยู่บนเรือนร่างของ จูเหยียน มันไม่เพียงแต่ไม่ดูเชย แต่กลับทำให้ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ แอบรู้สึกอยากจะไปหาซื้อชุดแบบนี้มาลองใส่ดูบ้างด้วยซ้ำ

ก็คิดดูเอาเถอะ... ชุดที่ออกแบบมาได้แย่ขนาดนั้น พอเธอใส่กลับดูดีมีเสน่ห์ขึ้นมาได้... นั่นก็เป็นเครื่องการันตีแล้วว่า รูปร่างหน้าตาของ จูเหยียน นั้นจัดว่าสวยระดับท็อปจริงๆ

เมื่อถูก เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ จ้องจับผิดด้วยสายตาแบบนั้น เจียงเฉิง ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ: “อืมม... ก็ฮีตเตอร์ในห้องนี้มันเปิดแรงซะขนาดนั้น จะรู้สึกร้อนจนอยากถอดก็คงไม่แปลกหรอกมั้ง”

เมื่อได้ยินข้ออ้างน้ำขุ่นๆ นั้น... จูเหยียน ที่ขดตัวอยู่ใต้โต๊ะก็แอบกัดริมฝีปากตัวเองพลางค้อนขวับในใจ จู่ๆ เธอก็นึกซุกซนขึ้นมา จึงจงใจใช้ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ ลากไล้ไปบนหน้าขาของ เจียงเฉิง เบาๆ เพื่อเป็นการเอาคืน!

เมื่อถูก ‘รุกราน’ อย่างกะทันหัน เจียงเฉิง ก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ นอกจากเขาจะไม่ขยับหนีแล้ว เขายังจงใจเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้ตัว จูเหยียน ให้มากขึ้นอีกต่างหาก!

โดยปกติแล้ว เจียงเฉิง มักจะรู้สึกขยะแขยงเวลาถูกใครมาทำรุ่มร่ามใส่ ทว่าย่อมมีข้อยกเว้นเสมอ... หากคุณมี ‘หน้าตา’ และ ‘ค่าความเป็นส่วนตัว’ ที่ผ่านเกณฑ์ล่ะก็... ผมก็ยินดีอ้าแขนรับการลวนลามนั้นด้วยความเต็มใจยิ่ง! เพราะคนอย่างเขาชอบความตื่นเต้นเร้าใจแบบนี้ที่สุด ยิ่งเสี่ยง... ยิ่งเร้าใจยิ่งชอบ!

เมื่อเห็น เจียงเฉิง ยังคงทำหน้านิ่งขรึมจ้องมองมา เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ จึงยอมเก็บสายตาจับผิดกลับไป เธอถือแฟ้มเอกสารเดินกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมพลางวางมันลงบนโต๊ะทำงาน

“ก่อนที่ฉันจะขึ้นมา ผู้จัดการจูก็มาถึงตั้งนานแล้ว... ผ่านไปเนิ่นนานขนาดนี้ คุณยังไม่ได้เปิดแฟ้มอ่านเลยเหรอคะ? หรือว่ามัวแต่เอาเวลาไป... นั่งจ้องหน้าผู้จัดการจูจนเพลินกันแน่คะ?”

จังหวะที่ เจียงเฉิง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ลูกล้อด้านล่างก็ลื่นไถลถอยหลังไปเล็กน้อย ทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับโต๊ะทำงานกว้างขึ้น... และวินาทีนั้นเอง หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสภาพของ จูเหยียน ที่อยู่ใต้โต๊ะเข้าเต็มเปา!

เอ่อ... น้องสาว ไหนบอกว่าจะลวนลามผมไง? เพิ่งจะเริ่มลงมือได้แป๊บเดียว... จบแค่นี้แล้วเหรอ?

ในเวลานี้ จูเหยียน กำลังอยู่ในท่าคุกเข่ากึ่งหมอบอยู่บนพื้น ในมือกำ ‘ถุงน่องสีดำ’ ที่ยังสวมไม่เสร็จเอาไว้แน่น กระดุมเสื้อเชิ้ตช่วงคอที่ถูกปลดออกเผยให้เห็นลำคอระหงและกระดูกไหปลาร้าขาวเนียนวับๆ แวมๆ อยู่ในเงามืดใต้โต๊ะ

เธอกำลังเงยหน้าสบตากับเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับผลอิงเถา และแววตาที่สั่นไหวใสซื่อ ท่าทางแบบนี้... เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังอับอายและเขินจัดกับพฤติกรรมกล้าๆ กลัวๆ ของตัวเองเมื่อครู่นี้

ถึงแม้สีหน้าของ จูเหยียน จะดึงดูดใจเพียงใด แต่สายตาของ เจียงเฉิง กลับถูกกระชากไปยัง ‘จุดอื่น’ เสียแล้ว และเมื่อจ้องมองไปยังพิกัดนั้น... ในหัวของ เจียงเฉิง ก็พลันมีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งดังขึ้นมาทันที!

“ความมืดมิดเบื้องหน้าที่เห็น... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สีดำ~ แต่สีชมพูที่เธอพูดถึงน่ะ... มันคือสีชมพูของแท้แน่นอน~(1)

เมื่อเห็น เจียงเฉิง นิ่งเงียบไม่ยอมตอบคำถาม แถมมุมปากยังยกยิ้มขึ้นมาดื้อๆ มุมปากของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็กระตุกกึก น้ำเสียงของเธอเริ่มแฝงกลิ่นอายความเปรี้ยวปรี๊ด: “คุณกำลังยิ้มอะไรอยู่หรือคะ?...”

ด้วยความกลัวว่า เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ จะจับสังเกตความผิดปกติได้ เจียงเฉิง จึงรีบยกมือขึ้นป้องปากแสร้งทำเป็นไอแก้เก้อ แล้วรีบปฏิเสธด้วยท่าทีไม่เป็นธรรมชาติ: “เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก... ผมแค่บังเอิญนึกถึงเรื่องน่ายินดีขึ้นมาได้น่ะ”

“เรื่องน่ายินดีอะไรเหรอคะ?”

“ก็ภรรยาผมเพิ่…”

ด้วยความที่อารมณ์กำลังพุ่งพล่าน เจียงเฉิง เกือบจะหลุดปากพูดประโยคคลาสสิกออกไปว่า “ก็ภรรยาผมเพิ่งคลอดลูกน่ะสิ...” แต่เขารีบดึงสติเปลี่ยนเรื่อง หันเหความสนใจกลับไปที่ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ทันที

“แล้วคุณล่ะ ไม่ร้อนบ้างเหรอ? อยากจะถอดผ้าพันคอออกบ้างไหมล่ะ?”

พูดจบ เจียงเฉิง ก็เริ่มยื่น ‘เท้า’ ของตัวเองออกไป หยั่งเชิงทดสอบ จูเหยียน ที่อยู่ใต้โต๊ะบ้าง! แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การลวนลาม... เขาแค่ต้องการพิสูจน์ให้ จูเหยียน ประจักษ์ว่า เขาไม่ได้เป็นโรค ‘ฮ่องกงฟุต’ (เท้าเหม็น) และพละกำลังจาก ‘ฝ่าเท้า’ ของเขานั้น... ก็ยอดเยี่ยมและทรงพลังไม่แพ้ ‘ฝ่ามือ’ เลยทีเดียว!

เมื่อถูกเปลี่ยนประเด็นอย่างกะทันหัน ความสนใจของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ถูกเบี่ยงเบนไปได้จริงๆ เธอค้อนขวับใส่ เจียงเฉิง ด้วยท่าทางกระเง้ากระงอดไปหนึ่งที

“อุณหภูมิฮีตเตอร์ในห้องคุณไม่ได้สูงเลยนะคะ... ฉันยังรู้สึกว่ามันแอบหนาวเสียด้วยซ้ำ คุณสวมเพียงเสื้อเชิ้ตบางๆ ตัวเดียว ไม่รู้สึกเย็นบ้างหรือไงคะ?”

จะว่าไปแล้ว... ถึงแม้ฮีตเตอร์จะทำงานอยู่ แต่การที่ ‘ท่อนล่าง’ ของเขายังคงเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดปิดบัง มันก็ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกอยู่ไม่น้อย: “ไม่หนาวหรอก... ว่าแต่ข้อเสนอที่ธนาคารอื่นส่งมา คุณอ่านครบหมดแล้วใช่ไหม?”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ พยักหน้ารับ: “ข้อเสนอของสี่ธนาคารยักษ์ใหญ่ฉันอ่านจบหมดแล้วค่ะ... เหลือเพียงแฟ้มของธนาคารเพื่อการค้าแฟ้มนี้ที่คุณยังไม่ยอมเปิดดู ถ้าอย่างนั้นเรามาแกะซองและพิจารณาไปพร้อมๆ กันเลยดีไหมคะ?”

ในขณะที่ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ กำลังแกะซองเอกสารและเริ่มก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างใจจดใจจ่อ จู่ๆ เจียงเฉิง ก็สัมผัสได้ถึงแรงเบียดชิดที่หน้าขาเบาๆ จาก จูเหยียน

และในเวลาเดียวกันนั้น ตำแหน่งของเธอก็เริ่มขยับเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยหดตัวซุกอยู่ตรงมุมมืดใต้โต๊ะ เธอกลับค่อยๆ เลื่อนกายเข้ามาอยู่ตรง ‘จุดศูนย์กลาง’ ที่กำลังตั้งตระหง่านของเขาแทน... เห็นได้ชัดว่า เธอคงถูก ‘กระบวนท่าทางเท้า’ ของเขากระตุ้นอารมณ์จนตบะแตกและทนอยู่นิ่งต่อไปไม่ไหวเสียแล้วมั้ง

เพื่อเป็นการเปิดทางและเพิ่มพื้นที่ให้ จูเหยียน ขยับตัวได้สะดวกขึ้น เจียงเฉิง จึงค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย ท่านั่งเอนหลังสบายๆ เช่นนี้... มองดูเผินๆ เหมือนเขากำลังตั้งใจฟัง เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ อ่านเอกสาร แต่แท้จริงแล้ว ประสาทสัมผัสและสายตาของเขากลับจดจ่ออยู่กับความเคลื่อนไหวที่ผงกขึ้นลงอย่างมีจังหวะของ จูเหยียน แบบร้อยเปอร์เซ็นต์!

ใช้เวลาเพียงไม่นาน เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็อ่านรายละเอียดในข้อเสนอจนจบอย่างรวดเร็ว: “เงื่อนไขที่ธนาคารเพื่อการค้าเสนอมา นับว่าโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับสถาบันอื่นค่ะ ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาดถึง 10-15 Basis Points และระยะเวลาปลอดหนี้ที่สมเหตุสมผล... แต่พูดกันตามตรงนะคะ ตอนนี้เรากุม ‘ไพ่ตาย’ ของธนาคารยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นไว้ในมือหมดแล้ว ซึ่งเงื่อนไขไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก... เพียงแต่ ในเมื่อผู้จัดการจูเป็นถึงผู้ช่วยส่วนตัวของคุณ…”

พูดไม่ทันจบ จู่ๆ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ลุกขึ้นยืนแล้วโน้มกายข้ามโต๊ะพุ่งเข้ามาหาเขาในระยะประชิด! กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับออร่าความกดดันของสตรีเหล็กแห่งโลกธุรกิจ พุ่งเข้าปะทะใบหน้าของเขาอย่างจัง!

“...แล้วท่านประธานเจียงล่ะคะ? คุณจะเห็นแก่ ‘ความสัมพันธ์ส่วนตัว’ แล้วยอมมอบสิทธิพิเศษให้เธอเป็นกรณีพิเศษหรือเปล่า? แต่อย่าลืมนะคะว่า... ในแง่ของผลประโยชน์องค์กร โปรเจกต์แลนด์มาร์กมูลค่า 6,000 ล้านหยวน ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นได้ หากเราสามารถกดดันให้ธนาคารยื่นข้อเสนอที่คุ้มค่ากว่านี้ได้อีกแม้เพียงนิด ผลกำไรในตอนท้ายมันก็ต่างกันมหาศาลเลยนะคะ!”

การจู่โจมอย่างสายฟ้าแลบของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ทำให้ เจียงเฉิง ที่กำลังนั่งเอนหลังหลับตาพริ้มพลางหยอกล้อกับ จูเหยียน อย่างย่ามใจ ถึงกับสะดุ้งสุดตัว! เขารีบดีดตัวกลับมานั่งหลังตรงแหน่วในเสี้ยววินาที พร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ถอยร่นเข้าไปจนแนบชิดติดขอบโต๊ะทำงานอย่างแน่นหนา!

ก็แหงล่ะ... หากปล่อยให้ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ โน้มตัวชะโงกหน้าข้ามมาขนาดนี้ แค่เธอก้มมองลงมาเพียงนิดเดียว เธอก็จะเห็น ‘ฉากทัศน์ต้องห้าม’ ที่กำลังแผ่กระจายอยู่ใต้โต๊ะอย่างแน่นอน!

เพราะภายใต้การ ‘ขับเคี่ยว’ อย่างหนักหน่วงด้วยปลายเท้าของ เจียงเฉิง... ป่านนี้ จูเหยียน คงถูกปรนเปรอจนแทบขาดใจ กระทั่งต้องนอนหลั่ง ‘หยาดน้ำตาแห่งความสุข’ อาบพวงแก้มอยู่ใต้โต๊ะเงียบๆ ไปตั้งนานแล้ว!

……………………………………..

(1)[ดัดแปลงเพลง ‘เธอคือดวงตาของฉัน’ (你是我的眼) – ของ เซียว หวงฉี ‘萧煌奇’ จากสีขาวไปเป็น ‘สีชมพู (粉)’ ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมก็คิดว่าท่านผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้งนะ]

จบบทที่ ตอนที่ 1588 คุณจะลำเอียงให้สิทธิพิเศษเธอเป็นพิเศษหรือเปล่าล่ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว