เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1455 ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง, ตอนที่ 1456 ตอนนี้ไม่สะดวกครับ

ตอนที่ 1455 ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง, ตอนที่ 1456 ตอนนี้ไม่สะดวกครับ

ตอนที่ 1455 ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง, ตอนที่ 1456 ตอนนี้ไม่สะดวกครับ


ตอนที่ 1455 ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง

เพียงไม่นาน... โจวอิ่ง ก็ถูก เจียงเฉิง อุ้มไปวางไว้ที่ขอบเตียงในห้องนอน เพื่อเริ่มคลาสสอนโยคะภาคปฏิบัติ (ฉบับคู่รัก)

ต้องยอมรับว่าพื้นฐานการเต้นของ โจวอิ่ง นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ในสายตาของคนนอกวงการอย่าง เจียงเฉิง... ความยืดหยุ่นและทักษะร่างกายของเธอ แทบจะไม่ต่างจาก เจียง ชูหราน เลยทีเดียว

เจียงเฉิง เคยสัมผัสความตัวอ่อนของเธอมาแล้วหลายครั้ง แต่วันนี้... เขาไม่ได้ให้เธอทำท่ายากอะไรมากมาย แค่ท่าพื้นฐานง่ายๆ อย่าง ‘ท่าน้องกระต่าย (Rabbit Pose)’ ซึ่งเป็นท่าที่เน้นการโค้งตัวและเปิดสะโพก... สำหรับนักเต้นอย่างเธอ ท่านี้ถือว่าจิ๊บๆ ทำได้สบายมาก แต่ได้อารมณ์สุดๆ

ในขณะที่ เจียงเฉิง กำลัง ‘เจาะลึก’ และ ‘สำรวจ’ ท่วงท่าต่างๆ กับโจวอิ่ง อย่างถึงพริกถึงขิงอยู่นั้น...

อีกด้านหนึ่งของกำแพง... ฟางหยวน กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เดิมทีเธอเตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว... แต่เสียงที่ลอดผ่านมา แม้จะเบาบางเพราะเก็บเสียงดี แต่จินตนาการในหัวมันดังกว่า ทำให้เธอตาสว่างโล่ ความร้อนรุ่มในกายสาวที่ห่างหายเรื่องอย่างว่าไปนาน... ถูกปลุกปั่นขึ้นมาจนยากจะระงับ

ฟางหยวน ลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยืนหน้ากระจกบานยาว ค่อยๆ ปลดสายชุดนอนผ้าซาตินออกช้าๆ... จ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองในกระจก ผิวพรรณที่ยังคงเต่งตึง หน้าอกที่ยังตั้งชัน และเอวที่ยังคอดกิ่ว... ฉันยังสวยอยู่ใช่ไหม?... ถ้าเป็นฉัน... เขาจะชอบไหมนะ?...

…………………………………………

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อ เจียงเฉิงและโจวอิ่ง ตื่นขึ้นมา... ฟางหยวน ก็ออกไปทำงานแต่เช้าแล้ว

เจียงเฉิง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความ เห็นข้อความจาก หวง อวี้ฉี ส่งมาหลายข้อความ

หวง อวี้ฉี: “ขอบคุณมากนะคะคุณเจียง... ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณหมอและพยาบาลพิเศษที่ดูแลคุณย่า เป็นคนที่คุณส่งมาช่วย... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ บุญคุณครั้งนี้ฉันไม่รู้จะตอบแทนยังไง”

เจียงเฉิง อ่านจบ ก็พิมพ์ตอบกลับไปต่อหน้า โจวอิ่ง โดยไม่คิดจะปิดบัง: “ไม่ต้องเกรงใจครับ... แล้วอาการคุณย่าเป็นยังไงบ้าง? ดีขึ้นหรือยัง?”

หวง อวี้ฉี: “ท่านปลอดภัยแล้วค่ะ... ผลตรวจบอกว่าเป็นความดันโลหิตสูงกับไขมันในเลือดสูง หมอให้ยามาทานและปรับเรื่องอาหารการกินค่ะ”

เจียงเฉิง: “โล่งอกไปที... ดูแลท่านดีๆ นะครับ”

โจวอิ่ง ที่นอนพิงอกเขาอยู่ แอบชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ แม้เธอจะไม่รู้ว่า ‘หวง อวี้ฉี’ คือใคร แต่การที่ เจียงเฉิง กล้าแชตตอบต่อหน้าเธอแบบเปิดเผย ไม่มีความลับ... มันทำให้ความหวาดระแวงที่สะสมมาจากเมื่อวานลดลงไปเกือบหมด เขาบริสุทธิ์ใจ... แค่นี้ก็พอแล้ว

โจวอิ่ง แกล้งทำเป็นมองผ่านๆ แล้วเบนสายตาไปทางอื่นอย่างรู้มารยาท เจียงเฉิง สังเกตเห็นท่าทีที่แสนรู้ความของเธอก็ยิ้มพอใจ เธอไม่ถาม... เขาก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย ความเงียบที่เข้าใจกันแบบนี้... คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนา

ทั้งสองคนนอนกอดก่ายกันเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่พักใหญ่ จู่ๆ เจียงเฉิง ก็วางโทรศัพท์ลง แล้วกระชับอ้อมกอดร่างนุ่มนิ่มของ โจวอิ่ง แน่นขึ้น: “ที่รัก... เราไปซื้อรถให้คุณแม่สักคันดีไหม?”

โจวอิ่ง เงยหน้าขึ้นมองเขาขวับ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ: “คะ? ...ซื้อรถเหรอ? ...แต่คุณแม่ขับรถไม่แข็งนะคะ แล้วก็...”

เจียงเฉิง จุ๊ปากขัดจังหวะ: “ไม่ต้องปฏิเสธหรอกครับ... ปีนี้คุณแม่ช่วยตรวจสอบบัญชีให้บริษัท เจิ้งเต๋อ ประหยัดเงินไปได้ตั้งเป็นล้าน”

“แถมล่าสุดยังช่วยจับทุจริตในเจียงไท่ได้อีก... ผลงานขนาดนี้ สมควรได้รับรางวัลตอบแทน ถือซะว่าเป็น ‘ของขวัญแสดงความขอบคุณ’ จากผม ในฐานะประธานบริษัทและ... ลูกเขย ก็แล้วกัน”

ได้ยินเหตุผลที่แสนอบอุ่นนั้น... โจวอิ่ง ก็หน้าแดงระเรื่อพลางยิ้มออกมาด้วยความขัดเขิน: “งั้น... ก็ตามใจคุณเถอะค่ะ แต่ไว้วันหลังค่อยไปดูรถกันนะ... วันนี้คงไม่ทันแล้ว เดี๋ยวฉันต้องรีบไปสนามบิน”

พูดจบเธอก็ทำท่าจะขยับตัวลุกจากเตียง แต่ เจียงเฉิง กลับกดไหล่บางของเธอลงกับฟูกนุ่มอีกครั้ง: “เดี๋ยวสิครับ... จะรีบไปไหน? ก่อนไป... มาทาน ‘อมยิ้มรสกล้วย’ ของโปรดของคุณก่อนสิครับ... เพิ่มพลังงานตอนเช้า”

โจวอิ่ง หน้าแดงแปร๊ดจนถึงใบหู เธอส่งค้อนขวับพลางตีอกเขาเบาๆ หนึ่งทีอย่างขัดเขิน “คนบ้า! ...แต่... ก็ได้ค่ะ” เธอพึมพำเสียงแผ่วก่อนจะค่อยๆ มุดตัวลงไปใต้ผ้าห่มผืนหนา ทิ้งให้เหลือเพียงความเคลื่อนไหวที่ชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง...

…………………………………………

สองวันต่อมา... ในขณะที่ เจียงเฉิง กำลังวางแผนว่าจะบินกลับเซี่ยงไฮ้เลยดีไหม เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชื่อบนหน้าจอคือ ‘โจว จื้ออวิ๋น’

“ฮัลโหล... พี่เจียง...” เสียงปลายสายฟังดูหดหู่ สิ้นหวัง เหมือนคนเพิ่งโดนของ น้ำเสียงแหบแห้งไร้ชีวิตชีวา

เจียงเฉิง ขมวดคิ้ว: “เฮ้ย... เสียงเน่าขนาดนี้ เป็นไรวะ? ...ผีเข้าเหรอ?”

ปลายสายถอนหายใจยาวเหยียด: “เฮ้อ... ตอนนี้ว่างไหมพี่? ...ถ้าว่างออกมาดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยดิ”

เจียงเฉิง เดาได้ทันที อาการแบบนี้... มีอยู่เรื่องเดียว สวีหยา แน่นอน เขาเคยได้ยินสองคนนี้คุยกันที่วิลล่าวันก่อน... ไม่นึกว่าเพื่อนเขาจะอาการหนักขนาดนี้

แต่ในฐานะเพื่อน... เจียงเฉิง เลือกที่จะไม่พูดจี้ใจดำ: “ได้ดิ... อยู่คนเดียวเหรอ?”

“อืม... คนเดียว”

“โอเค... ส่งโลเคชั่นมา เดี๋ยวเจอกัน”

เจียงเฉิง วางสายยิ้มมุมปาก ไอ้หนุ่มนักรักผู้บูชาความรัก... สงสัยจะโดนความจริงกระแทกหน้าเข้าให้แล้ว

………………………………………

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถ Bentley Continental GT สีเขียวมะกอก แล่นฝ่าลมหนาวยามค่ำคืนของหรงเฉิง มาจอดเทียบท่าที่หน้าร้านเจียปัน (OT Bar) บาร์นั่งชิลชื่อดัง

พอเปิดประตูลงรถ... ลมหนาวก็พัดวูบเข้ามาจนต้องกระชับเสื้อโค้ต คืนนี้อุณหภูมิเลขตัวเดียว... แต่หน้าบาร์กลับคึกคักไปด้วยหนุ่มสาวนักเที่ยว โดยเฉพาะสาวๆ ที่ใส่กระโปรงสั้นท้าลมหนาวไม่ใส่ถุงน่องด้วย! ยืนโพสท่าถ่ายรูปกับป้ายไฟหน้าร้านอย่างไม่กลัวปอดบวม

เจียงเฉิง ผลักประตูไม้แกะสลักเดินเข้าไปในร้าน กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาเตะจมูก

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เห็น โจว จื้ออวิ๋น นั่งหงอยอยู่ตรงมุมมืดของร้าน บนโต๊ะมีเบียร์ขวดเปล่าเรียงรายอยู่ 4-5 ขวด และแก้ววิสกี้ที่พร่องไปครึ่งแก้ว

เจียงเฉิง เดินเข้าไปหา สภาพเพื่อนรักดูไม่ได้เลย... หนวดเคราเฟิ้ม หน้าตอบ ตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมา 3 วัน ในที่เขี่ยบุหรี่มีก้นบุหรี่อัดแน่นจนล้น

เคร้ง! เจียงเฉิง โยนกุญแจรถ Bentley ลงบนโต๊ะเสียงดัง ทำเอาคู่รักโต๊ะข้างๆ สะดุ้งหันมามอง

“เฮ้ย... สภาพดูไม่ได้เลยนะมึง... จะเปลี่ยนแนวเป็นศิลปินไส้แห้งเหรอ?”

โจว จื้ออวิ๋น เงยหน้าขึ้นมา ยิ้มฝืดๆ “พี่เจียง... มาแล้วเหรอ” เขาหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาเขย่าเบาๆ: “มา... ชนแก้วหน่อย... คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก!”

เจียงเฉิง หยิบแก้วมาชน แล้วชี้ไปที่ขวดเบียร์ราคาถูกบนโต๊ะ: “สั่งแค่นี้... จะเมาได้ไงวะ? ...บอกไม่เมาไม่เลิก แต่แดกเบียร์เนี่ยนะ?”

พูดจบ เขาก็ยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ: “น้องครับ... ขอ Yamazaki 18 ปีขวดนึง... แล้วก็ขอผลไม้ชุดใหญ่ด้วย”

“ได้ครับคุณลูกค้า... รอสักครู่นะครับ”

พนักงานเดินจากไป โจว จื้ออวิ๋น สะดุ้งโหยง รีบนั่งตัวตรง: “เฮ้ยไอ้พี่เจียง! ...ยามาซากิ 18 ปี ร้านนี้ขายขวดละ 3,888 หยวนเลยนะเว้ย!”

“ช่วงนี้กู... ช็อตว่ะ... ไม่มีตังค์หารนะ”

เจียงเฉิง มองเพื่อนด้วยสายตาสมเพชปนขำ บ้านไอ้โจวก็ไม่ได้จน... ฐานะปานกลางค่อนข้างดีด้วยซ้ำ พ่อแม่ให้ค่าขนมก็ไม่น้อย... แต่ดันมาบอกว่า ‘ถังแตก’ แสดงว่า... ไอ้เงินที่หายไปเนี่ย คงเอาไป ‘เปย์’ แม่สาวไซด์ไลน์คนนั้นจนหมดตัวแล้วสินะ?

“หุบปากไปเลยมึง... มากับกูเคยให้มึงจ่ายเหรอ?” เจียงเฉิง ด่าขำๆ

โจว จื้ออวิ๋น ถอนหายใจโล่งอก: “ขอบใจมากเว้ย... ไว้กูเก็บตังค์ได้เมื่อไหร่จะเลี้ยงคืนนะ”

“เออๆ... ช่างแม่งเถอะ” เจียงเฉิง จ้องหน้าเพื่อนเขม็ง: “ว่าแต่... สภาพมึงเนี่ย... ไปโดนตัวไหนมา? ...เล่ามาดิ๊”

……………………………………………

ตอนที่ 1456 ตอนนี้ไม่สะดวกครับ

ได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น... ลึกๆ แล้ว โจว จื้ออวิ๋น ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กู...” อ้าปากจะพูด แต่คำพูดมันจุกอยู่ที่คอ เหมือนคนน้ำท่วมปาก

เจียงเฉิง เห็นท่าทางอึดอัดของเพื่อนก็ส่ายหน้าเบาๆ: “ถ้าพูดยากนักก็ไม่ต้องพูด... แดกเหล้าก่อน”

ไม่นาน พนักงานก็นำ Yamazaki 18 ปี มาเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งก้อนกลม เจียงเฉิง ยื่นบัตรเครดิตให้รูดแบบไม่เสียดายตังค์ แถมยังสั่งค็อกเทลตัวท็อปมาเพิ่มอีกเป็นสิบแก้ว ทำท่าเหมือนคืนนี้กะจะมอมเพื่อนให้หัวทิ่มบ่อ

โต๊ะข้างๆ มีกลุ่มหญิงสาวสามคนนั่งอยู่ พอเห็น เจียงเฉิง สั่งเหล้าแพงๆ แบบไม่อั้น พวกเธอก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว ปกติสาวๆ ที่มาเที่ยวบาร์แนวนี้ ถ้าไม่ได้มากับแฟน... ส่วนใหญ่ก็มาเพื่อ ‘ตกผู้ชายรวย’ หรือไม่ก็หา ‘One Night Stand’ แก้เหงา อย่างกลุ่มนี้... มากันสามคน สั่งค็อกเทลโปรโมชั่นแก้วละ 20 หยวนมาจิบ นั่งแช่ยาวทั้งคืนเพื่อรอเหยื่อ

“อุ๊ย... หล่อใช้ได้เลยนะนั่น”

“สั่งเหล้าเป็นหมื่นแบบไม่กระพริบตา... นี่มันระดับ ‘ป๋า’ ชัดๆ ไม่ใช่แค่ใช้ได้ย่ะ”

“งั้นตกลงกันก่อนนะ... คนนี้ฉันจอง ฉันจะเข้าไปก่อน”

พอสาวคนสุดท้ายพูดจบ อีกสองคนก็ทำหน้าไม่พอใจทันที: “อะไรยะ? ...นั่งมาทั้งคืนเพิ่งจะเจอของดีหลุดมาคนนึง จะมาเหมาคนเดียวได้ไง?”

“ใช่ๆ... อีกอย่างนะ หน้าอย่างหล่อนเขาจะเอาเหรอ?”

เพื่อนสาวคนหนึ่งพูดเหน็บแนม พลางแอ่นหน้าอกที่ใหญ่กว่าโชว์: “นมย้อยขนาดนั้น... เก็บไว้ให้ลูกดูดเถอะย่ะ”

โดนเพื่อนสาวพลาสติกบูลลี่เรื่องหน้าอก สาวคนแรกก็หน้าแดงก่ำ ก้มมองซาลาเปาไส้ถั่วดำของตัวเองด้วยความเจ็บใจ

“เออๆ! ...งั้นก็เข้าไปพร้อมกันหมดนี่แหละ! ...เลิกดัดจริตได้แล้ว!”

ตกลงกันได้ ทั้งสามนางก็หันไปบอกพนักงานว่าอย่าเพิ่งเก็บแก้ว แล้วเดินนวยนาดตรงเข้าไปหาโต๊ะของ เจียงเฉิง ทันที

โจว จื้ออวิ๋น ที่กำลังนั่งเศร้า พอเห็นสาวๆ สามคนเดินตรงมาที่โต๊ะ ใบหน้าหมองคล้ำก็เริ่มมีความหวังขึ้นมานิดหน่อย เขายิ้มทักทาย: “ไงครับสาวๆ... มาดื่มด้วยกันมั้ย?”

สามสาวปรายตามอง โจว จื้ออวิ๋น แวบเดียว... แล้วเมินใส่ทันที พวกเธอเห็นสภาพเขาตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว เทียบกับ เจียงเฉิง... โจว จื้ออวิ๋น ดูเหมือนคนขับรถหรือไม่ก็ลูกน้องขี้เมามากกว่า หน้าตาโทรม แต่งตัวบ้านๆ... ไม่อยู่ในสายตา

สายตาของทั้งสามคนพุ่งเป้าไปที่ เจียงเฉิง เพียงคนเดียว: “สุดหล่อคะ... ขอพวกเรานั่งดื่มด้วยคนได้มั้ยคะ?”

เจียงเฉิง กำลังก้มหน้าตอบแชต ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว อยู่ พอได้ยินเสียงหวานหยด... เขาเงยหน้าขึ้นมอง แล้วกวาดสายตาสแกน อือหือ... แม่เจ้า... นี่มันสาวกแฟนคลับ ‘สวี่ซง’ (许嵩 / นักร้องเพลงเศร้า) หรือไง?

ระบบสแกนโชว์ค่าสถานะเป็น ‘สีม่วงเข้ม’ ทั้งสามคน แถมบางคนสีม่วงช้ำจนเกือบดำ...

เจียงเฉิง ส่ายหน้าทันที: “ขอโทษครับพี่สาว... ตอนนี้ไม่สะดวกครับ”

พูดยังไม่ทันขาดคำ... หนึ่งในสามสาวก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ จงใจเขย่าหน้าอกที่ค่อนข้างคล้อยต่ำให้กระเพื่อม แล้วส่งสายตาเยิ้มๆ ให้: “ตอนนี้ไม่สะดวกไม่เป็นไรค่ะ... ฉันรอได้… เดี๋ยวพอดื่มเสร็จ... เราไปกิน ‘ไหตี่เลา’ กันต่อมั้ยคะ?”

เจียงเฉิง เลิกคิ้ว ปฏิเสธทันควัน: “ขอโทษทีครับ... ผมอิ่มแล้ว กินไม่ไหว”

เห็น เจียงเฉิง มองกวาดหัวจรดเท้าแล้วทำหน้าไม่สนใจ สาวอีกคนที่นมใหญ่กว่าก็รีบเสนอโปรโมชั่น: “สุดหล่อคะ... ถ้าไม่อยากกินไหตี่เลา… งั้นไป ‘ตีป้อม’ ในห้องน้ำกันมั้ยคะ? ...ห้องน้ำร้านนี้เก็บเสียงดีนะ”

ถึงแม้สีม่วงของน้องสาวจะดูเย้ายวนใจสำหรับบางคน แต่สำหรับ เจียงเฉิง... เขาบอกได้คำเดียวว่า ‘กลิ่นแรง’ เกินไป เขาเป็นคนเลือกกิน... ไม่ใช่ใครก็ได้

“ตีไม่ไหวหรอกครับ... เดี๋ยว ‘แฟน’ ผมก็จะมาแล้ว พวกพี่สาวไปหาโต๊ะอื่นเถอะครับ”

โดนปฏิเสธซ้ำซาก แถมยังอ้างแฟนมากันท่า สามสาวเลยทำหน้าเซ็ง สะบัดก้นเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์

………………………………………

บนโต๊ะ... น้ำแข็งก้อนกลมในแก้วเริ่มละลายจนรูปร่างบิดเบี้ยว โจว จื้ออวิ๋น เอาหลอดเขี่ยน้ำแข็งเล่น เสียงดัง แก๊กๆ เขาถามด้วยความสงสัย: “ทำไมกูรู้สึกว่าพวกหล่อนพูดจาแปลกๆ วะ? จะชวนไปกินไหตี่เลา... ทำไมต้องทำท่าเลียปากแผล็บๆ ด้วยวะ? หิวมากเหรอ?”

มองดูแววตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์และโง่เขลาของเพื่อนรัก เจียงเฉิง หลุดขำ พรืด ออกมา: “ไอ้ฟาย... มึงคิดว่าเขาชวนไปกินสุกี้หม่าล่าจริงๆ เหรอวะ?”

โจว จื้ออวิ๋น ขมวดคิ้วยุ่ง: “ไอ้มุก ‘ตีป้อมในห้องน้ำ’ น่ะกูพอเดาออกว่าหมายถึงไปเอากัน… แต่ ‘ไหตี่เลา’ นี่มันมีรหัสลับอะไรวะ? หรือมีโปรโมชั่นพิเศษ?”

“มา... เดี๋ยวป๋าจะสอนให้” เจียงเฉิง กระดกเหล้าเข้าปาก แล้วเฉลย: “ในวงการเที่ยวกลางคืนเนี่ย... ถ้ากินเหล้าเสร็จแล้วสาวชวนไปกิน ‘ไหตี่เลา(1)’ ต่อ… มันแปลว่า... ‘คืนนี้ฉันจะกลับบ้านกับเธอ’ (ไปกินตับ) นั่นแหละเว้ย!”

โจว จื้ออวิ๋น ตาโต อ้าปากค้าง: “เชี่ย... ความรู้ใหม่! ...กูเพิ่งรู้เลยเนี่ย!”

แต่พอรู้ความจริง... ใบหน้าของเขาก็ยิ่งดูเศร้าลงไปอีก เขายกแก้วค็อกเทลสีสวยขึ้นกระดกทีเดียวหมดแก้ว: “พูดจริงๆ นะเว้ยพี่เจียง… ตั้งแต่เรียนจบมา... พอรู้ว่ามึงไม่ใช่คนธรรมดาเป็นมหาเศรษฐี… กู... เคยอิจฉามึงอยู่พักนึงว่ะ”

เจียงเฉิง มองเพื่อนด้วยความแปลกใจ แต่ก็เข้าใจได้: “เรื่องปกติของมนุษย์... กูเข้าใจ”

“มึงเป็นเพื่อนรักกู กูไม่อยากปิดบัง...” โจว จื้ออวิ๋น ระบายความในใจ: “ตอนแรกกูไม่ได้แค่อิจฉาหรอก... กู ‘ริษยา’ เลยแหละ ตอน ม.ปลายเราก็เป็นคู่หูตัวฮามาด้วยกัน... จู่ๆ มึงก็กลายเป็นเศรษฐี มีแฟนระดับดาวมหาลัย...”

“ส่วนกู... ไม่มีห่าอะไรเลย ยังเป็นไอ้หน้าโง่ที่คอยตามตื๊อผู้หญิงเหมือนเดิม”

สมัยเรียน... เจียงเฉิง ตามจีบ จ้าวเจีย ยังไง โจว จื้ออวิ๋น ก็ตามจีบ สวีหยา อย่างงั้น วีรกรรมความ ‘หมาเลีย’ ของทั้งคู่เป็นที่เลื่องลือ ไม่ว่าจะวันเด็ก วันวาเลนไทน์ หรือเทศกาลบ๊ะจ่าง... ทั้งคู่ก็จะสุมหัวกันวางแผนเปย์สาว ดังนั้น... เจียงเฉิง เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดีที่สุด

เจียงเฉิง ตบไหล่เพื่อนเบาๆ ยิ้มกวนๆ: “คิดในแง่ดีดิวะ... อย่างน้อยมึงก็เสมอต้นเสมอปลายนะเว้ย”

“ไปตายซะมึง!” โจว จื้ออวิ๋น ผลักไหล่ เจียงเฉิง ขำทั้งน้ำตา

เมื่อได้เปิดใจคุยกัน บรรยากาศอึดอัดก็หายไป กลับมาเป็นเพื่อนซี้คู่ฮาเหมือนสมัยเรียน ทั้งสองคนนั่งกินผลไม้แกล้มเหล้า ดูดนตรีสดไปเรื่อยๆ

โจว จื้ออวิ๋น พูดต่อ: “แต่พอได้มาเจอมึงอีกที... เห็นมึงขับรถหรู เห็นมึงอยู่กับโจวอิ่ง… กูถึงได้รู้ใจตัวเองว่ะ... ว่ากูไม่ได้อิจฉามึงหรอก”

“กูดีใจกับมึงจริงๆ แต่ที่กูไม่มีความสุข... เป็นเพราะกูโกรธตัวเองมากกว่า... ที่ทำใจให้ปล่อยวางและอิสระแบบมึงไม่ได้สักที”

พอ โจว จื้ออวิ๋น พูดถึงเรื่อง ‘ปล่อยวาง’ และ ‘อิสระ’... เจียงเฉิง ก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ห้องเก็บของในวิลล่า วันนั้นตอนที่เขาอยู่กับ จง ฉู่ซี...

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสประสบการณ์ ‘เอาตัวรอดในร่องหลืบ’ ตอนแรกก็ทุลักทุเลหน่อย... แต่พอองศาได้... จังหวะได้... ทุกอย่างก็ลื่นไหลไปตามสัญชาตญาณ จากที่แค่ ‘สัมผัสภายนอก’... ก็กลายเป็น ‘การห่อหุ้มสามทิศทาง’ และจบลงด้วย ‘สายฝนที่ชุ่มฉ่ำ’ จนต้องกอดกันกลมเพื่อหาไออุ่น

อืม... พูดถึงเรื่องนี้... เจียงเฉิง ยิ้มมุมปาก คืนนี้... ลองเอาสูตรนี้มาใช้กับ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว บ้างดีกว่าไหมนะ?

ใช่แล้ว... หลังจากเงียบหายไปหลายชั่วโมง ในที่สุด ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ก็ทนความคิดถึงไม่ไหว ทักแชตมาหาเขาแล้ว

ดูจากโลเคชั่นโรงแรมที่เธอพัก... ขับรถจากที่นี่ไปน่าจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ซึ่งพอดีกับเวลาที่ โจว จื้ออวิ๋น น่าจะเมาได้ที่พอดี

“ว่าแต่...” เจียงเฉิง ถามแทรกขึ้นมา: “ก่อนหน้านี้เห็นมึงตามจีบจง ฉู่ซีกับเจียงอวิ๋นอยู่ไม่ใช่เหรอวะ? ทำไมจู่ๆ วนกลับมาตายรังที่สวีหยาอีกแล้วล่ะ?”

…………………………………………

(1)[ไหตี่เลา (海底捞) – ในโลกโซเชียลและกลุ่มนักเที่ยวจีนมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการไปต่อหลังสถานบันเทิงปิด เนื่องจากเปิดให้บริการ 24 ชม. และมีบริการที่ครบครันจนกลายเป็นสถานที่สร้างความสัมพันธ์ต่อจากในคลับ]

จบบทที่ ตอนที่ 1455 ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง, ตอนที่ 1456 ตอนนี้ไม่สะดวกครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว