- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 1431 สรุปว่าไปฉี่หรือยังครับ?, ตอนที่ 1432 ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว
ตอนที่ 1431 สรุปว่าไปฉี่หรือยังครับ?, ตอนที่ 1432 ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว
ตอนที่ 1431 สรุปว่าไปฉี่หรือยังครับ?, ตอนที่ 1432 ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว
ตอนที่ 1431 สรุปว่าไปฉี่หรือยังครับ?
ที่ปลายสาย... ชิว อี้เหอ ถึงกับหูผึ่ง เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเองกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน เธอเอาโทรศัพท์ออกมาดูหน้าจออีกครั้งด้วยความงุนงง... แต่เมื่อเห็นชื่อ ‘ไอ้บ้ากามเจียงเฉิง’ โชว์หราอยู่บนหน้าจอ... ความงัวเงียก็แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดทันที!
“เจียง! เฉิง!” เสียงคำรามของราชสีห์สาวดังลั่นห้อง เปลี่ยนจากเสียงแมวน้อยขี้เซาเมื่อครู่เป็นคนละคน
ตามมาด้วยเสียงผ้าห่มถูกถีบกระจาย ฟรึ่บ! และเสียง... โครม! เหมือนเธอจะรีบลุกขึ้นมาด่า จนเตะโดนอะไรสักอย่างเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย! ...เจ็บชะมัด! ...ไอ้เจียงเฉิง! ...นี่นายโทรมากลางดึกเพื่อจะถามเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ?! ...อยากตายนักใช่ไหม?!”
แม้จะอยู่คนละฟากเมือง... แต่รังสีอำมหิตทะลุโทรศัพท์ออกมาจน เจียงเฉิง ขนลุกซู่ เขาลูบจมูกแก้เก้อด้วยความรู้สึกผิดนิดหน่อย ตอบกลับเสียงอ่อย: “โหย... ก็ไม่เชิงหรอกครับ”
ด้วยสถานะและความสัมพันธ์ที่ (เคย) ดีต่อกัน... ชิว อี้เหอ พยายามข่มใจไม่ให้ด่าบรรพบุรุษเขา เธอกัดฟันถาม: “งั้นก็รีบพูดมา! ...มีธุระอะไรด่วนถึงต้องโทรมาตอนนี้?”
เจียงเฉิง เม้มปากใช้ความคิด... เอ่อ... จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่นึกขึ้นได้ว่าลืมเธอไว้... แต่ขืนบอกไปว่า “ไม่มีอะไร แค่โทรมากวนตีน” มีหวังโดนยิงทิ้งแน่ๆ
สุดท้าย... เมื่อคิดข้ออ้างดีๆ ไม่ออก เจียงเฉิง เลยเลือกที่จะ ‘หน้าด้าน’ ต่อไป: “อืม... ก็ไม่มีอะไรมากครับ... แค่อยากรู้จริงๆ ว่า ตกลงคุณไปฉี่หรือยัง?”
“เจียง! เฉิง!!!!” เสียงคำรามระลอกสองดังสนั่นจนลำโพงแทบแตก: “แม่มึงเอ๊ย! ...ฉันเพิ่งออกเวรมานะเว้ย! ...ทำงานติดต่อกันมา 48 ชั่วโมง! ...48 ชั่วโมงนะโว้ย! ...นายรู้มั้ยว่าสามวันที่ผ่านมาฉันได้นอนกี่ชั่วโมง?!”
เสียงทุบหมอนปึกๆ ดังลอดเข้ามาในสาย: “ขนาดในฝันฉันยังไล่จับคนร้ายอยู่เลย! ...แต่ดันต้องมาตื่นเพราะไอ้บ้ากามโทรมาถามเรื่องฉี่เนี่ยนะ?!”
เจียงเฉิง รีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหู: “ใจเย็นสิครับคุณตำรวจ... ผมก็แค่เป็นห่วงสุขภาพไตของคุณ... การอั้นฉี่มันไม่ดีต่อกระเพาะปัสสาวะนะครับ...”
“ถุย!” ชิว อี้เหอ สวนทันควัน: “เชื่อสิว่าถ้าแกอยู่ตรงหน้า... ฉันจะเอาปืนยัดปากแก แล้วทำให้แกรู้ซึ้งถึงคำว่า ‘ฉี่ราด’ จนฉี่ไม่สุดเลยคอยดู!”
เจียงเฉิง กลั้นขำไม่ไหว หลุดหัวเราะพรืด: “ยินดีต้อนรับเสมอครับ... พอดีที่บ้านผมเพิ่งติดโถส้วมอัจฉริยะรุ่นใหม่... มีฟังก์ชันตรวจสุขภาพฉี่ด้วยนะ... สนใจมาลองมั้ย?”
เสียงดื่มน้ำอึกๆ ดังมาจากปลายสาย... ตามด้วยเสียงขู่ฟ่อของ ชิว อี้เหอ: “ไอ้เวรเอ๊ย... ฝากไว้ก่อนเถอะ! ...เดี๋ยวแม่จะซดน้ำไปสัก 2 ลิตร แล้วไปยืนฉี่รดหน้าบ้านแกให้ดู!”
“โห... 2 ลิตรเลยเหรอ? ...งั้นแนะนำให้คุณตำรวจฝึกขมิบ... เอ้ย ฝึก ‘กลั้น’ ไว้ให้ดีนะครับ... อย่าทำหกเรี่ยราดล่ะ เสียดายของ”
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น... เจอมุกนี้คงอายม้วนต้วนไปแล้ว แต่สำหรับตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดอย่าง ชิว อี้เหอ... เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ
“เหอะ! ...เรื่องความอึดของกระเพาะปัสสาวะน่ะ ฉันระดับแชมป์กลั้นฉี่มาราธอนของหน่วยนะยะ! ...อย่ามาดูถูกกัน!”
“ขี้เกียจคุยกับพวกไตเสื่อมแบบนายแล้ว! ...ไปนอนต่อล่ะ! ...ขืนโทรมาอีกแม่จะเอาเบอร์นายไปแปะประกาศขายที่หน้าคลินิกกามโรค! ...แค่นี้นะ!”
ติ๊ด! สายตัดไปดื้อๆ
เจียงเฉิง มองโทรศัพท์ในมือแล้วยิ้มกว้าง แม่สาวโหดคนนี้... ยิ่งดุยิ่งน่ารักจริงๆ เขาเดาได้เลยว่าเจอกันคราวหน้า... คงโดนซ้อม (บนเตียง) น่วมแน่ แต่ไม่รู้ทำไม... เขากลับรู้สึกตั้งตารอการ ‘ปะทะ’ ครั้งต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ...
…………………………………………….
ตัดภาพไปที่อีกฝั่งของเมือง... หลังจากที่ เจียงเฉิง ออกจากเกม... เสี่ยวเสี่ยวซู ก็หาข้ออ้างลงไลฟ์ทันทีด้วยความเซ็ง
ทันทีที่ปิดกล้อง... หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวในชุดสายเดี่ยวสีแดงเพลิง โชว์เรียวขายาวขาวเนียนก็เดินนวดนาดเข้ามาหา: “พระเจ้าช่วย! ...เสี่ยวเสี่ยว! ...คนเมื่อกี้ใครอ่ะ?”
ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ถอนหายใจ ยักไหล่อย่างเซ็งๆ “ก็แค่... บอส...” เธอชะงักปากทันที เกือบหลุดคำว่า ‘เจ้านาย’ ออกไป เพราะผู้บริหารซิงเฉินเคยกำชับนักหนาว่าห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์ เพื่อรักษาฐานแฟนคลับสายเปย์ และเพื่อกระตุ้นให้พวกเสี่ยๆ แข่งกันเปย์สู้
“...เอ่อ หมายถึง... พี่ใหญ่ในห้องไลฟ์น่ะ”
ได้ยินคำตอบ... หยวนจิ้ง เพื่อนสาวร่วมห้องก็ทำตาโตด้วยความอิจฉา: “โห... เปย์พระกระโดดกำแพงมาตั้งเยอะ... ชุดละตั้ง 1,000 หยวนเชียวนะ! ...รวมๆ แล้วน่าจะหลายหมื่นเลยสิ?”
“ร้อยชุด... หนึ่งแสนหยวน” ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ตอบเสียงเรียบ
แววตาของ หยวนจิ้ง วาวโรจน์ด้วยความโลภและความริษยาที่ปิดไม่มิด: “อิจฉาจังเลยอ่าาา... ไม่นึกเลยนะว่าสตรีมเมอร์สายเกมอย่างเธอ แค่นั่งเล่นเกมเฉยๆ ก็ได้เงินตั้งแสนนึง… ดูฉันสิ... เต้นในโต่วอินแทบตาย เหงื่อท่วมตัว... วันนึงได้แค่ร้อยสองร้อยเอง...”
หยวนจิ้ง คือรูมเมตสมัยที่ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว เริ่มเข้าวงการ ทั้งคู่เป็นสตรีมเมอร์เหมือนกันแต่คนละแนว ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว เน้นความน่ารักสดใสและเล่นเกมเอนเตอร์เทน... ส่วน หยวนจิ้ง เน้นสายสายเต้นยั่ว ซึ่งครั้งนี้เธอกลับมาหรงเฉิง (เฉิงตู) เพื่องานอีเวนต์ เลยมาขอพักกับเพื่อนเก่าเพื่อประหยัดงบและรำลึกความหลัง
“ฉันก็ไม่ได้ได้เยอะแบบนี้ทุกวันหรอก...” ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ตัดบท เพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้
ทว่า หยวนจิ้ง กลับคิดไปอีกทาง... ยัยนี่กลัวฉันแย่งลูกค้าล่ะสิ! เธอแกล้งแซะต่อ: “เสี่ยวเสี่ยว... อย่ามาอุบอิบเลยน่า บอกมาซะดีๆ ว่าพี่ใหญ่คนนี้อายุเท่าไหร่? คงเป็นตาลุงหัวล้านพุงพลุ้ยล่ะสิ? บอกมาเถอะ ฉันไม่แย่ง ‘ของแปลก’ แบบนั้นจากเธอหรอก”
คำถามนี้ทำให้ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของ เจียงเฉิง เทียบกับ หลิว อวี่หนิง ที่เธอเคยพามาเจอเพื่อนคราวก่อน... เจียงเฉิง ยังดูดีกว่าหลายขุม แถมยังหนุ่มแน่นและรวยล้นฟ้า... ห่างไกลจากคำว่า ‘ตาลุง’ ลิบลับ
เธอก้มมองโทรศัพท์มือถือ แล้วตอบเสียงเบา: “ไม่ใช่หรอก... เขา... หล่อมาก …เลยล่ะ”
“หา? ...เคยเจอกันแล้วเหรอ?!” หยวนจิ้ง เสียงสูงปรี๊ด
“อืม... ก็เคยเจอกันผ่านๆ ครั้งนึง”
“งั้นพวกเธอสองคน... คงจะ... ‘เรียบร้อย’ กันแล้วสินะ?” หยวนจิ้ง ทำหน้าเจ้าเล่ห์
“บ้า! ...ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ!” ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว รีบปฏิเสธ: “เขาไม่เคยนัดเจอฉันส่วนตัวด้วยซ้ำ! ...เขาแค่นานๆ ทีจะแวะมาดูไลฟ์... แล้วก็ชวนเล่นเกมแค่นั้นเอง... ครั้งล่าสุดที่คุยกันก็นานมากแล้ว...”
“ห๊ะ?!” หยวนจิ้ง อ้าปากค้าง: “ไม่ค่อยดูไลฟ์? ...ไม่เคยนัดเจอ? ...แต่เปย์ทีละแสนเนี่ยนะ?! ...บ้าไปแล้ว! นี่มัน ‘เทพบุตรสายเปย์’ ชัดๆ!”
ตอนแรกเธอนึกว่าเป็นพวกโอตาคุหน้าโง่ที่โดนหลอกเปย์... แต่ฟังจากที่เพื่อนเล่า... ผู้ชายคนนี้คือ ‘ขุมทรัพย์’ ชัดๆ! หล่อ... รวย... สายเปย์... แถมยังไม่ค่อยมายุ่งวุ่นวาย!
“ใช่... เขาไม่ค่อยว่างหรอก... จะทักมาก็เฉพาะตอนอยากเล่นเกมเท่านั้นแหละ” ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ถอนหายใจด้วยความน้อยใจ
เห็นท่าทางหงอยๆ ของเพื่อน แววตาของ หยวนจิ้ง ก็เปลี่ยนไปทันที เธอเริ่มกวาดสายตาสำรวจ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ตั้งแต่หัวจรดเท้า... ยอมรับว่าหน้าตาของ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว น่ารักจิ้มลิ้มกว่าเธอ แต่ถ้าพูดถึง ‘หุ่น’ และ ‘ความแซ่บ’ แล้วล่ะก็... หยวนจิ้ง มั่นใจในขาเรียวยาวและเอวเอสของตัวเองมากกว่า!
ผู้ชายรวยๆ ส่วนใหญ่... ชอบหุ่นแซ่บๆ มากกว่าหน้าแบ๊วๆ อยู่แล้ว ถ้าฉันลองอ่อยดูบ้าง... ก็ไม่แน่ว่า…
………………………………………
ตอนที่ 1432 ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว
เมื่อคิดได้ดังนั้น... ความมั่นใจในตัวเองของ หยวนจิ้ง ก็พุ่งสูงปรี๊ด ในเมื่อผู้ชายคนนั้นเคยเจอ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ตัวจริงแล้ว... แต่กลับไม่สานต่อ ไม่นัดเจออีก... นั่นก็แปลว่าเขาอาจจะไม่ได้พิศวาสสาวสไตล์โลลิต้าตัวเล็กๆ แบบนี้สักเท่าไหร่
ถ้าเขาไม่ชอบแนวนี้... งั้นทางของเธอก็สะดวกโยธิน!
หยวนจิ้ง ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น จังหวะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ทำให้สายเดี่ยวสีแดงเพลิงบนไหล่ซ้ายตกลงมาที่ต้นแขน เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดและเนินไหล่ที่เย้ายวน
เธอหันมาพูดเป่าหู ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ด้วยน้ำเสียงยุยง: “เสี่ยวเสี่ยว... เธอลองคิดดูสิ... ที่เขาไม่ทักมาหา เพราะเขารอให้เธอเป็นฝ่ายรุกหรือเปล่า?”
“ผู้ชายระดับที่เปย์ทีละแสนโดยไม่หวังผลตอบแทนเนี่ย... ถ้าได้เจอกันตัวเป็นๆ แล้วเธออ้อนเขาสักหน่อย... ทำตัวน่ารักๆ เข้าไว้… รับรองเลยว่า... กระเป๋าคอลเลกชันใหม่เดือนหน้า เธอได้มาถือเล่นฟรีๆ แน่! ...เผลอๆ ถ้าเขาถูกใจมากๆ อาจจะเปย์เงินดาวน์คอนโดให้เธอเลยก็ได้นะ!”
จากการวิเคราะห์ของ หยวนจิ้ง... ผู้ชายคนนี้ต้องเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่แน่นอน เพราะการเปย์หนักขนาดนี้โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน... มันไม่ใช่พฤติกรรมของคนรวยเพิ่งสร้างตัว สำหรับสตรีมเมอร์สายเซ็กซี่อย่างเธอ... กว่าจะอ้อนให้ ‘พี่ใหญ่ (เสี่ย)’ เปย์ของขวัญสักชิ้นราคาพันหยวนได้... เธอต้องเต้นยั่วจนเอวแทบเคล็ด และต้องคอยเอาใจสารพัด แต่ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว กลับได้เงินแสนมาง่ายๆ เพียงแค่เล่นเกม! ความอิจฉานี้มันสุมรุมอยู่ในอกจนดวงตาของเธอแดงก่ำด้วยความริษยา
หยวนจิ้ง โอบไหล่เพื่อนสาวแล้วเขย่าเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว อย่างไม่วางตา: “เชื่อฉันสิ... ลองทักไปดู! ...โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ นะ!”
ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว กำโทรศัพท์แน่น เธอยังลังเล: “แต่... เมื่อกี้เธอไม่เห็นเหรอ? ฉันชวนเขาในไลฟ์แล้วนะ แต่เขาไม่ตอบแถมกดออกเกมไปเลย...” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาด้วยความน้อยใจ
เห็นเพื่อนถอดใจง่ายๆ แบบนี้... หยวนจิ้ง ก็แอบเบ้ปากด้วยความดูแคลน เธอหยิบลิปสติกขึ้นมาเติมปากอย่างบรรจง แล้วพูดสอนมวย: “เฮ้อ... เธอนี่มันอ่อนหัดจริงๆ... เสี่ยบางคนเขาก็ชอบวางมาดแบบนี้แหละ ทำเป็นนิ่งไม่พูดตรงๆ แต่จริงๆ คือรอให้สาวๆ เป็นฝ่ายเข้าหาต่างหาก”
“เขาเรียกว่าการ ‘บริหารเสน่ห์’ ย่ะ!”
ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก: “จะ... จริงเหรอ?”
เห็นปลาเริ่มกินเบ็ด... หยวนจิ้ง ก็ยิ้มมุมปาก เธอเชยคางเพื่อนสาวขึ้นมาสบตา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวน: “จริงสิยะ! ...เรื่องแบบนี้ฉันประสบการณ์เยอะกว่าเธอตั้งเท่าไหร่... แค่เธอส่งข้อความไปว่า ‘พี่คะ... หนูอยากเลี้ยงข้าวขอบคุณพี่จังเลย’ ...รับรองว่าเขาต้องรีบใส่สูทผูกไทขับรถมารับเธอแทบไม่ทัน!”
คำพูดของ หยวนจิ้ง ประดุจน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟแห่งความหวัง ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ตัดสินใจเด็ดขาด: “โอเค! ...งั้นฉันจะลองดู!”
……………………………………………
ตัดภาพมาที่ เจียงเฉิง... หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายจนสดชื่น เขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มเตรียมจะพักผ่อน ทว่าจู่ๆ โทรศัพท์ข้างหมอนก็สั่นเตือนว่ามีข้อความเข้า
ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว: “บอสคะ... สองวันนี้ว่างไหมคะ? ...หนูอยากจะขอเลี้ยงข้าวบอสสักมื้อค่ะ”
ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว: [ส่งรูปภาพ]
เจียงเฉิง กดดูรูป... มันเป็นภาพเซลฟี่ของเธอในชุดนอนสายเดี่ยว ดูคล้ายไม่ได้ตั้งใจโชว์แต่กลับเผยให้เห็นความวับๆ แวมๆ ที่ผสมผสานระหว่างความไร้เดียงสาและความเซ็กซี่ได้อย่างลงตัว อืม... ตอนในไลฟ์เขานึกว่าเธอแค่พูดเล่น… ที่แท้แม่สาวน้อยคนนี้ก็เอาจริงแฮะ
ปกติ เจียงเฉิง มีคติประจำใจว่า ‘กระต่ายไม่กินหญ้าข้างรัง(1)’ ทว่าในเมื่อหญ้าอ่อนต้นนี้จงใจเดินมาป้อนถึงปากเอง... แถมยังเป็นหญ้าที่ดูนุ่มนวลน่าเคี้ยวขนาดนี้ หากเขาจะปฏิเสธน้ำใจก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไปหน่อย
อีกอย่าง... ภาพที่ส่งมานั้นช่างทอประกาย ‘สีชมพู’ กระแทกตาจนใจสั่น เจียงเฉิง จึงพิมพ์ตอบตกลงไปในทันที
หลังจากนัดแนะสถานที่และเวลาเรียบร้อย เขาก็โยนโทรศัพท์ไปข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจ จริงๆ ยังมีข้อความจาก อวี๋ เซียวเซียว, หวัง อวี่เยียน และบรรดาสาวๆ คนอื่นๆ ทักมาถามเรื่องคลิปในโมเมนต์จนแชตแทบระเบิด... แต่เขาแกล้งเมา ไม่ตอบใครทั้งนั้น
…………………………………………
วันรุ่งขึ้น…
ช่วงเย็น เจียงเฉิง ขับรถ Bentley Continental GT สีเขียวมะกอก มุ่งหน้าสู่ย่านชุนซีลู่ เดิมที ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว อยากนัดเจอที่ไท่กู๋หลี่ แต่ เจียงเฉิง รีบปฏิเสธทันควัน เพราะไท่กู๋หลี่มันอยู่ใกล้คอนโดวังเจียงจูของ โจวอิ่งและฟางหยวน มากเกินไป ขืนไปเดินแถวนั้น... มีหวังโดนส่องกล้องลงมาจากระเบียงห้อง เห็นเขากำลังควงสาวอื่นคาตาแหงๆ ปลอดภัยไว้ก่อน... นัดที่ชุนซีลู่ดีกว่า
เจียงเฉิง จอดรถในลานจอดใต้ดินของห้างสรรพสินค้า แล้วเดินขึ้นมาที่ร้านสตาร์บัคส์ชั้น 1
เมื่อเทียบกับปีก่อน... ปีนี้หรงเฉิงดูคึกคักขึ้นมาก โดยเฉพาะบรรดา ‘เน็ตไอดอล’ และ ‘ตากล้องแนวสตรีท’ ที่เดินกันขวักไขว่ มองไปทางไหนก็เจอแต่คนถือไม้กันสั่นเดินถ่ายคอนเทนต์
แถวๆ นี้มีสาวสวยใส่กระโปรงสั้น 3 คนกำลังโพสท่าถ่ายรูปอยู่หน้าร้านแบรนด์เนม กระโปรงพลิ้วไหวจนเห็นกางเกงซับในวับๆ แวมๆ
เจียงเฉิง รีบหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม แต่ถึงอย่างนั้น... ออร่าความหล่อและความรวยของเขาก็ยังเตะตาอยู่ดี ตากล้องคนหนึ่งเห็น เจียงเฉิง เดินมา ก็รีบยกกล้องขึ้นเล็งเตรียมจะถ่ายภาพ ‘หนุ่มหล่อไฮโซ’ ทันที
ยังไม่ทันที่ตากล้องจะกดชัตเตอร์... เงาดำร่างใหญ่ของ หวังเซิ่ง ก็พุ่งเข้ามาขวางหน้ากล้องไว้อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับผีพราย!
ตากล้องสะดุ้งโหยง มอง หวังเซิ่ง สลับกับ เจียงเฉิง ด้วยความตกใจ แต่ด้วยสปิริตนักล่าคอนเทนต์ เขายังพยายามตื๊อ: “เอ่อ... พี่ชายครับ สนใจถ่ายแนวสตรีทไหมครับ? ...ลุคพี่วันนี้เท่มากเลยนะ รับรองว่าลงโต่วอินแล้วยอดวิวระเบิดแน่นอน!”
เจียงเฉิง ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเย็นชา แล้วเดินเลี่ยงไป ยุคนี้มันน่ากลัวจริงๆ... ขืนโดนถ่ายไปลงเน็ตแบบ ‘ผู้บริหารปิโตรเลียมเดินจับมือเมียน้อย’ มีหวังชีวิตจบเห่ โชคดีที่มีทีมรักษาความปลอดภัยคอยกันท่าให้
………………………………………
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ร้านสตาร์บัคส์ เจียงเฉิง ก็มองเห็นเป้าหมายได้ทันที ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว นั่งรออยู่ที่โต๊ะด้านนอกร้าน แสงแดดยามเย็นที่สาดแสงอ่อนๆ ลงมากระทบเส้นผมสีน้ำตาลคาราเมลของเธอจนดูเป็นประกายโปร่งแสง ขับผิวขาวนวลให้ดูผ่องอำไพราวนางเอกในภาพวาด
วันนี้เธอจัดเต็มด้วยชุดโลลิต้าประยุกต์ที่ทำให้ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาเดินได้ เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวาย โชว์เรียวขาขาวเนียนภายใต้ถุงน่องลูกไม้บางเบา ในขณะที่มือเล็กๆ กำลังถือแก้วชานมไข่มุกดูดจนแก้มตุ่ย ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อห่อเข้าหากันขณะเม้มหลอด... แก้มป่องๆ นั้นขยับขึ้นลงตามจังหวะการเคี้ยวไข่มุกอย่างเพลิดเพลิน น่ารักเสียจนคนมองรู้สึกใจเจ็บ!
เหมือนจะมีเซนส์... ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาพอดี เมื่อเห็น เจียงเฉิง เดินเข้ามาใกล้ เธอก็สะดุ้งโหยงด้วยความประหม่า รีบลุกขึ้นยืนต้อนรับจนเสียงกระดิ่งเล็กๆ ที่ประดับอยู่ตามชายกระโปรงดังกรุ๊งกริ๊งไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว
“บอสคะ!”
ทว่าด้วยความรีบร้อนเกินไป… มือของเธอจึงเผลอไปปัดเข้ากับแก้วชานมบนโต๊ะ เคร้ง! น้ำชานมสีน้ำตาลนมหกรดใส่กระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ของเธอจนเกิดเป็นคราบกว้าง
“ว้าย! ...ตายแล้ว...” ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว หน้าเสียลงทันตา เธอก้มมองกระโปรงตัวเก่งที่เลอะเทอะด้วยความรู้สึกอยากจะร้องไห้ ริมฝีปากบางเบะออกเหมือนเด็กน้อยที่เผลอทำไอศกรีมตกพื้นไม่มีผิด
เจียงเฉิง ก้าวเข้าไปหา... ด้วยความสูงที่ต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้เขามองเห็นกลางกระหม่อมของเธอได้ชัดเจน และสังเกตเห็นว่าวันนี้เธอตั้งใจแต่งตัวมามากแค่ไหน
ผมทรงทวินเทลถูกมัดด้วยริบบิ้นโบว์เส้นใหญ่ ปลายผมดัดเป็นลอนเกลียวสวยงามประณีต แถมที่ข้างหูขวายังติดกิ๊บรูปหมีน้อยขนฟูเพิ่มความน่าเอ็นดูเข้าไปอีก
น่ารักชะมัด... นี่มันตุ๊กตามีชีวิตชัดๆ!
…………………………………………….
(1)[กระต่ายไม่กินหญ้าข้างรัง (兔子不吃窝边草) – สำนวนหมายถึง ไม่ควรมีสายสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคนใกล้ตัวหรือคนในที่ทำงานเดียวกัน]
[ชี้แจง ต้นฉบับได้แก้ไขชื่อจริง ‘เสี่ยวเสี่ยวซู (小小酥)’ จากเดิมใช้ชื่อว่า ‘มู่เหยียน (慕言)’ เปลี่ยนเป็น ‘ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว (白小小)’ ครับ]