เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1419 ผมดูแล ‘น้องสาว’ ของผมเองได้, ตอนที่ 1420 การ์ดล็อกความเยาว์วัย

ตอนที่ 1419 ผมดูแล ‘น้องสาว’ ของผมเองได้, ตอนที่ 1420 การ์ดล็อกความเยาว์วัย

ตอนที่ 1419 ผมดูแล ‘น้องสาว’ ของผมเองได้, ตอนที่ 1420 การ์ดล็อกความเยาว์วัย


ตอนที่ 1419 ผมดูแล ‘น้องสาว’ ของผมเองได้

เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยที่ถูกหว่านไว้ก่อนหน้านี้... บัดนี้เริ่มแตกกิ่งก้านสาขาเจริญงอกงามขึ้นในใจผู้คนอีกครั้ง

“นั่นใครน่ะ? ...สวยชะมัดเลย...”

“ดูจากท่าทาง... น่าจะเป็นแฟนของบอสเจียงนะ”

“เลิกมองเถอะ... คนระดับเราให้ตายก็หาแฟนเกรดนี้ไม่ได้หรอก...”

ไม่ใช่เพียงพนักงานในงานที่ลอบชำเลืองมอง โจวอิ่ง แม้แต่ เจียงเฉิง เอง... ทั้งที่เขาเคยผ่านสมรภูมิรักแบบ ‘สิบตื้นเก้าลึก(1)’ กับเธอมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่ายามเมื่อสายตาตกกระทบลงบนร่างระหงนั้น... เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องมองซ้ำแล้วซ้ำอีก

สิ่งที่ทำให้ เจียงเฉิง ตกตะลึง ไม่ใช่แค่หน้าตาภายนอก แต่คือ ‘กลิ่นอายปัญญาชน’ ที่แผ่ออกมาจากเนื้อแท้ของเธอ ท่ามกลางบรรยากาศทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยชุดสูทและกลิ่นอายของผลประโยชน์... โจวอิ่ง เปรียบเสมือน ‘ดอกลิลลี่สีขาว’ ที่ถูกยัดเข้ามาจ่อที่ปลายจมูก... กลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์ของเธอทำให้คนไม่อาจละสายตาได้จริงๆ

โจวอิ่งเองก็คาดไม่ถึงว่าเฉินเสวี่ยเอ๋อร์จะให้การต้อนรับที่ร้อนแรงขนาดนี้: “ยินดีที่ได้พบค่ะ... ผู้จัดการเฉิน”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ รีบแย้งทันที: “ไม่ต้องเรียกผู้จัดการหรอกค่ะ... เรียกฉันว่าพี่เสวี่ยเอ๋อร์ก็พอ”

เห็น เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ยังกุมมือแฟนสาวของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย... เจียงเฉิง ก็เริ่มจะทนไม่ไหว โชคดีที่อีกฝ่ายเป็นผู้หญิง... ขืนเป็นผู้ชาย เจียงเฉิง คงต้องถามสักคำว่า ‘ไอ้มือนั่นน่ะ... ยังอยากเก็บไว้ใช้ต่อไหม?’

เขากระแอมไอเสียงดัง แล้วพูดดักคอ: “พอได้แล้วครับ... เลิกลูบคลำได้แล้ว นั่งลงเถอะ”

คำพูดตรงไปตรงมาของ เจียงเฉิง ดึงสติของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ให้กลับเข้าร่าง มือของเธอชะงักค้างไปทันที... เอ่อ... นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?

เธอค่อยๆ ปล่อยมือจาก โจวอิ่ง อย่างเก้ๆ กังๆ แล้วรีบแก้ตัวกลบเกลื่อน: “ก็... ก็นานๆ ทีจะเจอคนกันเอง ฉันเลยตื่นเต้นไปหน่อยน่ะค่ะ... เธอยังไม่ได้ทานอะไรใช่ไหม? รีบนั่งลงทานสิ”

โจวอิ่ง ไม่ได้คิดลึกซึ้งเหมือน เจียงเฉิง เธอเพียงแค่ยิ้มตอบรับอย่างเขินอายที่ได้รับความเอ็นดู: “พอดีรีบมาน่ะค่ะ เลยยังไม่ได้ทานอะไรเลย”

พูดจบ... โจวอิ่ง ก็งอนิ้วเรียวสวย ทัดปอยผมที่ร่วงลงมาไว้หลังใบหู จากนั้นก็สะบัดผมหน้าม้าเบาๆ... แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าคริสตัล สาดส่องลงมากระทบปลายผมที่ดัดลอนคลายๆ ของเธอ ราวกับเคลือบสีทองจางๆ ลงบนเส้นผมสีหมึก

แค่กิริยาทัดผมธรรมดาๆ... กลับทำให้แววตาของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ เกิดอาการเหม่อลอยอีกครั้ง เธอมอง โจวอิ่ง ตาค้าง... สายตาเริ่มพร่ามัว

ชุดกี่เพ้าประยุกต์สีขาวนวลขับเน้นรอยยิ้มจิ้มลิ้มบนใบหน้าของ โจวอิ่ง ให้ดูงดงามจับใจ แต่สิ่งที่ดึงดูดที่สุดคือดวงตาคู่นั้น... หางตาที่ชี้ขึ้นเล็กน้อย กับขนตาที่หนาเป็นแพแต่ไม่งอนจัด เวลายิ้ม... ดวงตาของเธอเหมือนอำพันที่แช่อยู่ในน้ำชาอุ่นๆ ทอประกายอ่อนโยน ยิ่งมีไฝเสน่ห์สีน้ำตาลอ่อนแต้มอยู่ที่หางตา... ยิ่งดูมีชีวิตชีวา ราวกับเศษเพชรที่ร่วงหล่นลงบนพื้นหิมะ

เห็นผู้จัดการคนสวยนั่งจ้องแฟนตัวเองตาเยิ้มแบบนั้น... มุมปากของ เจียงเฉิง กระตุกยิกๆ นี่มัน... อาการของผู้ชายเวลาเจอสาวที่แอบชอบชัดๆ!

ด้วยสกิล ‘อ่านใจ’ ที่เปิดใช้งานอยู่ตลอด... เจียงเฉิง รับรู้ได้ถึงความรู้สึกภายในของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ แบบเต็มๆ

สัญญาณเตือนภัยดังลั่นในหัว เจียงเฉิง ‘ผู้จัดการเฉิน... นี่แฟนผมครับ...’ เจียงเฉิง ขยับตัวเข้าไปเบียด โจวอิ่ง อย่างเนียนๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับเลื่อนชามซุปร้อนๆ ไปตรงหน้าเธอ

เห็นท่าทางหวงก้างของ เจียงเฉิง... เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองในใจ เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า... วันหนึ่งเธอจะเผลอใจลอยให้กับ ‘ผู้หญิง’ ด้วยกัน ปกติเธอขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและสุขุม ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาธุรกิจพันล้าน หรือการออกงานสังคม... เธอคุมเกมได้อยู่หมัดเสมอ

เป็นไปไม่ได้น่า... ฉันเจอคนสวยๆ มาตั้งเยอะแยะ... ในบริษัทซิงเฉินก็มีทั้ง อวี๋ เซียวเซียว, ซูหว่าน, จ้าว หลิงเอ๋อร์... ไหนจะพวกเด็กฝึกอีก... แต่ละคนก็สวยระดับนางฟ้าทั้งนั้น ฉันไม่เห็นเคยมีความคิดแปลกๆ กับพวกหล่อนเลย... แต่ทำไม... พอเจอโจวอิ่งทีไร สายตาฉันมันถึงคอยจะวิ่งตามเธอตลอด?

คงไม่ใช่ว่าชอบหรอกมั้ง... หัวใจฉันก็ไม่ได้เต้นแรงสักหน่อย... เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ พยายามปลอบใจตัวเองว่าคงคิดมากไป คงเป็นเพราะ โจวอิ่ง สวยมากจริงๆ... เธอแค่ชื่นชมในความงามเท่านั้นแหละ!

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ค้อน เจียงเฉิง วงใหญ่ แล้วพูดเสียงกระเง้ากระงอด: “ฉันรู้น่า... ท่านประธานคงไม่ใจแคบขนาดนั้นหรอกมั้งคะ? ...แฟนสวยขนาดนี้ ขอฉันมองหน่อยก็ไม่ได้เหรอ?”

พูดจบ... เธอก็มองไปรอบๆ โต๊ะ เนื่องจาก หวังเหว่ย พาผู้บริหารคนอื่นออกไปทำงานด่วน ทำให้โต๊ะประธานตอนนี้ว่างโล่ง... เหลือแค่ เจียงเฉิง, โจวอิ่ง และตัวเธอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ข้างๆ โจวอิ่ง ยังมีเก้าอี้ว่างอีก 3 ตัว

“โจวอิ่งจ๊ะ... พี่ขอย้ายไปนั่งข้างๆ เธอได้ไหม?” เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ เอ่ยถามด้วยสายตาอ้อนวอน

เจียงเฉิง กระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะสวนกลับด้วยประโยคกำกวมชวนคิดลึก “ผู้จัดการเฉิน... ปกติคุณชอบนั่ง ‘คุมบังเหียน (บนตัว)’ ผมที่สุดไม่ใช่เหรอครับ?”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ หน้าแดงซ่านจนถึงลำคอ ทว่าสายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของ โจวอิ่ง: “ก็ใช่อยู่ค่ะ... แต่ตอนนี้โจวอิ่งมาแล้วนี่นา ฉันก็แค่อยากจะดูแล ‘น้องสาว’ คนนี้หน่อย ไม่ได้เหรอคะ?”

“ไม่ต้องลำบากคุณหรอกครับ... ‘น้องสาว’ คนนี้... ผมดูแลเองได้ ‘ถึงใจ’ กว่าเยอะ” เจียงเฉิง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเน้นหนักที่แฝงนัยลึกซึ้ง

คำพูดกำกวมเหล่านั้นทำเอา โจวอิ่ง หน้าแดงเถือก ในหูของเธอ... คำว่า ‘น้องสาว’ จากปาก เจียงเฉิง กับเฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ นั้นมีความหมายต่างกันคนละโยชน์เลย!

และเนื่องจาก โจวอิ่ง ไม่มีสกิลอ่านใจ... เธอจึงมองการกระทำของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ด้วยความใสซื่อ เธอคิดแค่ว่า... ผู้จัดการสาวสวยคนนี้ใจดีและเฟรนด์ลี่จัง เมื่อครั้งก่อนที่ไปสำนักงานใหญ่ซิงเฉิน... เธอก็ประทับใจ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ อยู่แล้ว ตอนนี้อีกฝ่ายแสดงท่าทีอยากสนิทสนมด้วย... ในฐานะแฟนของ เจียงเฉิง... การผูกมิตรกับคนใกล้ตัวของเขา ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?

โจวอิ่ง จึงใช้ศอกสะกิด เจียงเฉิง เบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘อย่าใจร้ายนักสิ’ แล้วหันไปยิ้มหวานให้ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์: “ได้สิคะ... มานั่งตรงนี้เลยค่ะ”

ได้ยินคำอนุญาต... เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ดีดตัวลุกขึ้นคว้าจานอาหารทันที: “โอเคจ้ะ! ...พี่มาแล้ววว!”

เจียงเฉิง: “......”

คำพูดพวกนี้... คนนอกฟังแล้วอาจจะไม่คิดอะไร แต่สำหรับ เจียงเฉิง ที่มีสกิลอ่านใจ... เขารู้จัก เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ดีที่สุด ตั้งแต่รู้จักกันมา... นอกจากตอนที่เขาจับเธอกดในห้องน้ำ บนโซฟาในออฟฟิศครั้งนั้น เขายังไม่เคยเห็นจิตใจของเธอ ‘พลุ่งพล่าน’ รุนแรงขนาดนี้มาก่อน!

บางครั้ง... ความสับสนทางเพศสภาพ มักจะมีจุดเริ่มต้นมาจากการถูก ‘เปิดสวิตช์’ ผิดๆ แบบนี้นี่แหละ!

………………………………………….

(1)[สิบตื้นเก้าลึก (十深九淺) – สำนวนแสลง หมายถึงจังหวะลีลารักที่โชกโชน]

………………………………………….

ตอนที่ 1420 การ์ดล็อกความเยาว์วัย

ในจังหวะที่ เจียงเฉิง กำลังคิดอะไรเพลินๆ... เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ฉวยโอกาสขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งชิดกับ โจวอิ่ง เรียบร้อยแล้ว

เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอ่ยปากชมตรงๆ: “วันนี้น้องแต่งตัวสวยมากเลยนะ”

โดนชมซึ่งหน้าแบบนี้ โจวอิ่ง ก็เขินจนแก้มแดงระเรื่อ เธอยิ้มหวานตอบกลับอย่างถ่อมตัวแต่จริงใจ: “พี่เสวี่ยเอ๋อร์ก็สวยมากเหมือนกันค่ะ... ชุดนี้เหมาะกับพี่มาก ดูทั้งเก่งทั้งสง่างามเลย”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ได้ยินคำชมก็เม้มปากยิ้มอย่างพอใจ: “จริงสิ... แม่ของน้องคือผู้จัดการฟางใช่ไหม?” เธอถามด้วยความอยากรู้

ได้ยินชื่อแม่... โจวอิ่ง ชะงักไปนิดหนึ่ง สมองประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับ: “ใช่ค่ะ”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ รีบชมต่อ: “เมื่อกี้ตอนที่เห็นแม่น้องบนเวที พี่รู้สึกว่าน้องหน้าเหมือนคุณแม่มากเลย... ยิ่งพอรู้อายุจริง พี่ยิ่งไม่อยากจะเชื่อเลยว่าท่านจะยังดูสาวขนาดนั้น”

โจวอิ่ง ยิ้มภูมิใจ: “คุณแม่หนูหน้าเด็กจริงๆ ค่ะ... เวลาไปเดินห้างด้วยกัน คนชอบทักว่าเป็นพี่น้องกันตลอดเลย”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ พยักหน้าเห็นด้วย “ไม่แปลกใจเลยจริงๆ...” ในใจเธอก็นึกโล่งอก... โชคดีนะที่เมื่อกี้ไม่ได้หลุดปากแซว เจียงเฉิง เรื่องสเปกสาวใหญ่ไป ไม่งั้นคงมองหน้ากันไม่ติดแน่ๆ

“แล้วนี่น้องยังเรียนอยู่ใช่ไหมจ๊ะ?”

“ค่ะ... หนูเรียนอยู่ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์เซี่ยงไฮ้ค่ะ”

“ว้าว! สอบติดที่นั่นได้ ต้องเก่งมากแน่ๆ... เรียนเอกอะไรจ๊ะ?” เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ตาเป็นประกาย

“ตอนแรกหนูสอบเข้าเอกเปียโนค่ะ... แต่พอเปิดเทอมหนูไปลงแข่งแล้วผลงานพอใช้ได้ ทางคณะเลยอนุมัติให้เรียนควบเอกการละครเพลงด้วย... ตอนนี้เลยเรียนสองใบปริญญาค่ะ”

“สุดยอด! ...นั่นมันมหาวิทยาลัยระดับท็อปของประเทศเลยนะ... เรียนควบสองคณะได้นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ... เก่งเกินไปแล้ว!”

โจวอิ่ง รีบโบกมือปฏิเสธ: “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ... แค่ตอนนั้นคนสมัครน้อย หนูเลยโชคดีเฉยๆ... อีกอย่างเพิ่งปี 1 งานยังไม่เยอะมาก เลยพอไหวค่ะ”

ยิ่งคุย... เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ยิ่งมอง โจวอิ่ง ด้วยความชื่นชม เมื่อกี้ก็ทึ่งในความสามารถของแม่ไปแล้ว ตอนนี้มาเจอลูกสาวที่ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังถ่อมตัวแบบนี้อีก ในสายตาของ เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์... แม่ลูกคู่นี้ช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ

“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกจ้ะ... คนที่สอบติดมหาลัยระดับนี้ได้มีแค่ 5% ของประเทศนะ... น้องเป็นหนึ่งในนั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว... อนาคตไกลแน่นอน”

………………………………………

ในขณะที่สองสาวกำลังคุยเรื่องเรียนกันอย่างออกรส... เจียงเฉิง ก็แอบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเช็ก

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ภารกิจกู้หน้าให้ ‘ฟางหยวน’ สำเร็จลุล่วง ระบบได้สุ่มมอบรางวัลให้เรียบร้อยแล้ว โปรดตรวจสอบ]

เจียงเฉิง กดเปิดกล่องของขวัญทันที

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ ‘การ์ดล็อกความเยาว์วัย’ x1 ใบ คำอธิบาย: เมื่อใช้งาน จะช่วยยับยั้งความเสื่อมถอยของร่างกายเป้าหมายลง 10 ปี โดยคงสภาพผิวพรรณและสมรรถภาพทางกายให้อยู่ในระดับปัจจุบัน]

เมื่อได้เห็นคุณสมบัติของการ์ด… นัยน์ตาของ เจียงเฉิง ก็ลุกวาวด้วยความประหลาดใจ เชี่ย... ของดีนี่หว่า! นี่มันการ์ดโกงความตายชัดๆ

แต่ปัญหาคือ... ควรจะมอบมันให้กับใครดี?

อันดับแรกเขาตัดชื่อตัวเองทิ้งไปได้เลย เจียงเฉิง ไม่อยากหยุดเวลาไว้ที่ใบหน้าเด็กหนุ่มอายุสิบแปดสิบเก้าตลอดไป สำหรับลูกผู้ชายแล้ว ช่วงวัยสามสิบที่เต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึกต่างหาก คือช่วงเวลาที่เปี่ยมเสน่ห์ที่สุด

เมื่อตัดตัวเลือกแรกออกไป รายชื่อของหญิงสาวคนสำคัญก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่สุดที่รักอย่าง หลี่ย่าน หรือจะเป็นหญิงสาวคนแรกของเขาอย่าง อวี๋ เซียวเซียว รวมถึงบัตเลอร์ส่วนตัวผู้อ่อนหวานอย่าง หวัง อวี่เยียน แม้กระทั่ง ฟางหยวน ที่เป็นต้นเหตุให้เขาได้รับรางวัลชิ้นนี้มา ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง... ในที่สุด เจียงเฉิง ก็ตัดสินใจเลือกใช้การ์ดใบนี้กับมารดาบังเกิดเกล้าของเขา

ด้วยนิสัยรักสวยรักงามเข้าขั้นเสพติดของ หลี่ย่าน ขืนวันดีคืนดีเธอรู้ว่าลูกชายมีของวิเศษพรรค์นี้อยู่ในมือ แต่ดันเอาไปปรนเปรอสาวอื่นแทนที่จะให้แม่... มีหวังเขาคงโดนตัดแม่ตัดลูก หรือไม่ก็โดนบ่นหูชาไปตลอดชีวิตแน่ๆ

ถึงแม้โอกาสที่ความลับเรื่องระบบจะรั่วไหลจะมีค่าเท่ากับศูนย์ แต่เพื่อความสบายใจและกันไว้ดีกว่าแก้ การมอบให้แม่ย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

เจียงเฉิง ไม่รอช้า กดเลือกเป้าหมายเป็น ‘หลี่ย่าน’ และกดยืนยันการใช้งานทันที

[ติ๊ง! ใช้งานการ์ดสำเร็จ... เซลล์ในร่างกายของเป้าหมาย ‘หลี่ย่าน’ ได้รับการยับยั้งกระบวนการเสื่อมสภาพ... ผิวพรรณและอวัยวะภายในจะถูกแช่แข็งให้อยู่ในสภาพปัจจุบันนาน 10 ปี]

ณ เวลาเดียวกัน... ที่กรุงปักกิ่ง ในสปาหรูย่านเขาเซียงซาน... หลี่ย่าน ที่กำลังนอนนวดหน้าอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีกระแสลมอุ่นๆ ไหลเวียนไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าสะสมหายเป็นปลิดทิ้ง พอลุกขึ้นมาส่องกระจก... เธอก็ต้องตกใจ ริ้วรอยตีนกาจางๆ ที่หางตา... หายวับไปกับตา! ผิวหน้าดูเต่งตึง เปล่งปลั่งมีออร่า เหมือนเด็กลงไปอีกหลายปี

“อุ๊ยตาย... คอร์สใหม่นี่ดีจริงแฮะ! หน้าเด้งเชียว!” หลี่ย่าน ยิ้มแก้มปริ... หารู้ไม่ว่าเป็นฝีมือลูกชายตัวดีที่ส่งของขวัญทางไกลมาให้

………………………………………………

ตัดกลับมาที่โต๊ะอาหาร เจียงเฉิง ปิดหน้าจอระบบลงพลางหันไปมองสองสาว ทว่าภาพที่เห็นกลับทำเอาเขาคิ้วกระตุกยิกๆ

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ใช้ตะเกียบกลางคีบ ‘เป๋าฮื้อ’ ตัวอวบอ้วนวางลงในจานของ โจวอิ่ง แล้วคะยั้นคะยอด้วยเสียงหวานหยดย้อย: “มาจ้ะน้องสาว... หิวแล้วใช่ไหม? ลองชิมเป๋าฮื้อร้อนๆ ตัวนี้ดูสิ ทั้งสดทั้งฉ่ำเลยนะ”

เจียงเฉิง ที่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบใช้ตะเกียบคีบ ‘น่องไก่’ ชิ้นโตวางทับลงไปในจาน โจวอิ่ง ทันที: “อย่าไปกินเลยครับ... พวกหอยแบคทีเรียมันเยอะ กิน ‘ไก่ (จู๋)’ ดีกว่า ทั้งแน่นทั้งเต็มคำ”

เมื่อเห็นท่าทางหึงหวงอย่างออกนอกหน้าของ เจียงเฉิง เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ ก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอสวนกลับทันควัน: “แหม... ท่านประธานคะ จะมีแบคทีเรียได้ไง? ...ฉันดูแล้ว ‘ร่อง’ ของมันล้างมาสะอาดมากนะคะ... ไม่มีทรายเหลือสักเม็ด... เมื่อกี้ฉันลอง ‘ชิม’ ดูแล้ว รสชาติดีมากเลยนะ... พอท่านประธานเห็นน้องโจวอิ่งจะกิน ทำไมถึงหวงก้างขึ้นมาล่ะคะ?”

แค่กๆ!” เจียงเฉิงถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หากเขาไม่ได้ผ่านสมรภูมิรักมาอย่างโชกโชนคงฟังมุกนี้ไม่ทันแน่ๆ

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์... ยัยผู้หญิงคนนี้เล่นมุก ‘ล้างร่องหอยสะอาด’ กับ ‘รสชาติดี’ ออกมาหน้าตาเฉย! แต่ที่น่าขนลุกกว่าคือจากการอ่านใจ... ยัยนี่พูดออกมาด้วยความหวังดีจริงๆ! ในหัวไม่มีเรื่องลามก มีแต่ความรู้สึก ‘อยากดูแล’ และ ‘อยากป้อน’ โจวอิ่ง ล้วนๆ!

นี่มัน... อันตรายกว่าคิดลามกอีกนะเนี่ย!

จบบทที่ ตอนที่ 1419 ผมดูแล ‘น้องสาว’ ของผมเองได้, ตอนที่ 1420 การ์ดล็อกความเยาว์วัย

คัดลอกลิงก์แล้ว