- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 1383 ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ?, ตอนที่ 1384 ฝูงผู้ชายสารเลวชัดๆ
ตอนที่ 1383 ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ?, ตอนที่ 1384 ฝูงผู้ชายสารเลวชัดๆ
ตอนที่ 1383 ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ?, ตอนที่ 1384 ฝูงผู้ชายสารเลวชัดๆ
ตอนที่ 1383 ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ?
สิ้นเสียงประกาศจากกัปตัน... เจียงเฉิง ก็เดินออกมาจากห้องพักรับรอง เสื้อผ้าหน้าผมของเขาถูกจัดทรงจนเรียบร้อยไร้ที่ติ
ในห้องโดยสาร... เฉิน เจียเสวี่ยและจ้าว อี้หาน ยืนรอส่งผู้โดยสารอยู่แล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเธอดูเป็นมืออาชีพและงดงาม แต่เมื่อ เจียงเฉิง กวาดสายตามองผ่านส่วนเว้าส่วนโค้งที่คุ้นมือ... ร่างกายของทั้งสองสาวก็สั่นสะท้านขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ขาที่ยืนหยัดอยู่นั้นอ่อนยวบยาบเหมือนปุยนุ่น จนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ปฏิกิริยาตอบสนองที่ไวต่อความรู้สึกนี้... มีเพียงพวกเธอเองที่รู้ดีที่สุด
โดยเฉพาะ จ้าว อี้หาน... เธอเข้าไปทีหลัง เฉิน เจียเสวี่ย ตอนแรกนึกว่า เฉิน เจียเสวี่ย จัดการไปจนเกลี้ยงแล้ว เธอคงเหลือแค่เก็บงานนิดหน่อย แต่ที่ไหนได้... เจียงเฉิง อั้นไว้ให้เธอชุดใหญ่! สุดท้ายเธอเลยโดนกรอก ‘น้ำซุปข้นคลั่ก’ เข้าปากไปเต็มคำ จนล้นทะลักเปรอะเปื้อนมุมปากและหน้าอก ถึงเมื่อกี้ เฉิน เจียเสวี่ย จะบอกให้เช็ดแล้ว... แต่กลิ่นคาวหวานและรสสัมผัสอุ่นวาบยังคงติดตรึงอยู่ที่โคนลิ้นและลำคอ จ้าว อี้หาน เผลอกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ด้วยความโหยหาปนสยิว
“คุณชายเจียงคะ... พักผ่อนสบายไหมคะ?” เฉิน เจียเสวี่ย เอ่ยถามเสียงหวานเชื่อม
เจียงเฉิง นั่งลงที่เก้าอี้อย่างผ่อนคลาย มองดูใบหน้าของสองสาวที่ยังคงมีสีแดงระเรื่อจางๆ เหมือนดอกท้อแรกแย้ม เขายิ้มพอใจ พยักหน้าเบาๆ: “ดีมากครับ... สมกับเป็น ‘หัวกะทิ(1)’ ในหมู่แอร์โฮสเตสจริงๆ ทั้งเรื่องงานบริการและการ ‘รีดเฟ้น’ เอาอกเอาใจเนี่ย... พวกคุณมีฝีมือที่น่าประทับใจมาก ผมพอใจจริงๆ”
ชิว อี้เหอ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ได้ยินดังนั้นก็เสริมขึ้นมา: “จริงค่ะ... อาหารบนเครื่องอร่อยมากเลย โดยเฉพาะชานมไข่มุก ฉันดื่มไปตั้งสองแก้วแน่ะ”
ได้ยินคำชมซื่อๆ ของ ชิว อี้เหอ... ความรู้สึกผิดก็จุกอก เฉิน เจียเสวี่ย ทันที เมื่อกี้ตอน เจียงเฉิง พูดถึงเรื่องถ้วยชานม... ชิว อี้เหอ ไม่โกรธเธอสักคำ แถมยังปลอบใจและชมเชยเธออีก ถ้าคุณชิวรู้ว่า... ลับหลังเธอ พวกเราแอบไป ‘ป้อนนม’ ให้แฟนของเธอในห้อง... เธอจะรู้สึกยังไงนะ?
เฉิน เจียเสวี่ย หลบสายตา เอื้อมมือไปทัดผมแก้เก้อ: “คุณชิวชมเกินไปแล้วค่ะ... เมื่อกี้คุณชายก็เพิ่งกำชับมาว่า ถ้าคุณชิวชอบ คราวหน้าให้เตรียมวัตถุดิบไว้ให้พร้อมกว่านี้ค่ะ”
ชิว อี้เหอ หันไปมอง เจียงเฉิง ด้วยความแปลกใจและดีใจ มุมปากยกยิ้มเขินๆ ไม่พูดอะไรต่อ
บรรยากาศระหว่าง เฉิน เจียเสวี่ยและจ้าว อี้หาน ที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืน... ตอนนี้สงบลงแล้ว เพราะสุดท้าย... ทั้งคู่ก็ได้ ‘ดื่มด่ำ’ จนอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า แม้จะต้องแย่งกันเป่าขวดเดียวก็เถอะ
…………………………………….
เครื่องบินลดระดับฝ่ากระแสลม ก่อนจะลงจอดอย่างนิ่มนวลที่สนามบินหรงเฉิง (เฉิงตู) ทันทีที่ประตูเครื่องเปิดออก... ลมหนาวที่คุ้นเคยก็ปะทะใบหน้า หรงเฉิงช่วงตรุษจีนอุณหภูมิประมาณ 5-13 องศา... อุ่นกว่าปักกิ่งที่ติดลบ 3 องศาเยอะเลย
“ว้าว... ถึงสักที” ชิว อี้เหอ ก้าวเท้าเดินออกจากประตูเครื่องไปก่อน
เจียงเฉิง เดินตามหลังมา... แต่จังหวะที่เดินผ่านสองสาวแอร์โฮสเตสที่ยืนยิ้มส่งแขกอยู่ เขาหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ยื่นมือซ้ายและขวาออกไปพร้อมกัน... เพียะ! เพียะ! ตีก้นงอนๆ ของเฉิน เจียเสวี่ยและจ้าว อี้หาน เต็มแรงคนละที!
“อุ๊ย!” สองสาวสะดุ้งโหยง หน้าแดงแปร๊ดด้วยความตกใจและขัดเขิน รีบมองไปที่ ชิว อี้เหอ ข้างหน้าด้วยความหวาดเสียว แต่โชคดีที่ ชิว อี้เหอ เดินไปไกลแล้ว ไม่ได้หันกลับมามอง
ทั้งคู่หันมามองค้อน เจียงเฉิง ด้วยสายตาตัดพ้อปนยั่วยวน เจียงเฉิง ยิ้มร่า ไม่สะทกสะท้าน: “อีกไม่กี่วันเจอกันนะ!”
พูดจบ เขาก็เดินล้วงกระเป๋าลงบันไดไปอย่างเท่ๆ ทิ้งให้สองสาวยืนบิดตัวด้วยความวาบหวาม ก่อนจะแยกกัน เจียงเฉิง ได้โอนเงินให้พวกเธอต่อหน้าคนละ 300,000 หยวน
เขาบอกว่านี่ไม่ใช่ซองแดงวันตรุษจีน แต่เป็น ‘ค่าเหนื่อย’ สำหรับการทำงานล่วงเวลาที่มีเรตค่าแรงสามเท่าในช่วงเทศกาล สองสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองตัวเลขในบัญชีแล้วใจเต้นแรง ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน... แต่พวกเธอเริ่มตั้งตารอไฟลต์ต่อไปแล้ว
ถึงจะบอกว่าเป็น ‘ค่าเหนื่อย’... แต่พวกเธอกลับรู้สึกว่ามันจบเร็วไปหน่อย ยังไม่ทันหายอยากเลย... คราวหน้าขอเป็นไฟลต์บินข้ามทวีปสัก 10 ชั่วโมงได้ไหมคะคุณชาย? ...พวกหนูไม่กลัวเหนื่อยเลยค่ะ!
……………………………………………
หลังจากส่ง ชิว อี้เหอ เข้าพักที่คอนโดเก่าของครอบครัวเรียบร้อยแล้ว เจียงเฉิง ก็นั่งรถกลับมาที่ วังเจียงจู คอนโดหรูริมแม่น้ำ
เมื่อขึ้นลิฟต์มาถึงหน้าห้องเพนต์เฮาส์... ตอนแรกเขากะจะกดรหัสผ่านหรือสแกนนิ้วเข้าไปเลย แต่ฉุกคิดขึ้นมาได้... ถ้าเข้าไปแล้วเจอแม่ยาย (ฟางหยวน) กำลังแต่งตัวโป๊ๆ อยู่ จะทำไง? เพื่อความปลอดภัย... เขาตัดสินใจกดกริ่งแทน
ติ๊งต่อง...
ไม่นานประตูบานใหญ่ก็เปิดออก “เจียงเฉิง!”
คนเปิดประตูคือ ฟางหยวน เธอยืนหอบหายใจเบาๆ อยู่หน้าประตู สวมชุดออกกำลังกายรัดรูปสีเนื้อที่เน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายเต็มหน้าผาก ไหลย้อยลงมาตามแก้ม... ผ่านลำคอระหง... ไหปลาร้า... แล้วหายลับลงไปใน ‘ร่องลึก’ ที่หน้าอกตูมๆ ของเธอ
เจียงเฉิง ลอบกลืนน้ำลาย แม่เจ้า... หน้าหนาวขนาดนี้ยังออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมได้ มิน่าล่ะ... หุ่นถึงได้เซี๊ยะ ผิวพรรณถึงได้เด้งดึ๋งขนาดนี้... นี่มันผลลัพธ์ของวินัยชัดๆ
“คุณน้า... สวัสดีปีใหม่ครับ” สายตาของ เจียงเฉิง ยังคงมีความ ‘รุกราน’ เจือปนอยู่เล็กน้อยเหมือนเคย
ฟางหยวน แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตานั้น เธอยิ้มหวาน: “สวัสดีปีใหม่จ้ะเจียงเฉิง... ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ?”
พอนึกถึงข้อความอวยพรปีใหม่ที่แฝงความนัยที่ เจียงเฉิง ส่งมาเมื่อคืนวันซินเจีย... หน้าของ ฟางหยวน ก็ฉายแววขัดเขินขึ้นมาแวบหนึ่ง เธอรีบหันหลัง เดินไปหยิบรองเท้าแตะผู้ชายในตู้มาวางให้: “นี่จ้ะ... รองเท้าคู่เดิมของเธอ เปลี่ยนก่อนสิ”
“ขอบคุณครับคุณน้า... คุณน้านี่ใส่ใจจริงๆ”
ฟางหยวน ยิ้มรับ เดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาคลุมไหล่เพื่อปิดบังความเซ็กซี่ เธอกระชับผ้าขนหนู แล้วพยักหน้าไปทางห้องนอนใหญ่: “อิ่งเอ๋อร์ คงไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาวันนี้... เมื่อเที่ยงซ้อมเต้นเสร็จ กินข้าวแล้วก็เข้าไปนอน... ป่านนี้ยังไม่ตื่นเลยจ้ะ”
………………………………………
(1)[หัวกะทิ / รีดเฟ้น – เป็นการเล่นคำพ้องเสียง โดย ‘จิงอิง (精英)’ แปลว่า ‘เหล่าหัวกะทิ’ หรือ ‘ชนชั้นนำ’ แต่ตัวอักษร ‘จิง (精)’ ยังพ้องเสียงกับคำว่า ‘น้ำอสุจิ’ ส่วน ‘อิง (英)’ พ้องกับเสียงครางกระเส่า (嚶) ของหญิงสาว / ส่วน จ้าฉวี่ (榨取) ในบริบททั่วไปหมายถึง บีบ รีดเค้น หรือการคั้นเอาประสิทธิภาพสูงสุดออกมา แต่ในบริบทนี้ เจียงเฉิง จงใจสื่อถึงการถูกสองสาว ‘รีด’ พลังออกมาจากร่างกายเขา]
………………………………………
ตอนที่ 1384 ฝูงผู้ชายสารเลวชัดๆ
“ผมยังไม่ได้บอกเธอครับ กะจะมาเซอร์ไพรส์”
“งั้นน้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ... เธอเข้าไปปลุกอิ่งเอ๋อร์เถอะ แล้วเดี๋ยวคืนนี้เราออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน ดีไหม?”
เรื่องรสมือของ ฟางหยวน... เจียงเฉิง เคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างแล้ว ว่ากันว่าฝีมือสูสีกับแม่ของเขาเลยทีเดียว ซึ่งแปลว่า... ไปกินข้างนอกน่าจะปลอดภัยกว่า
เจียงเฉิง พยักหน้ารับ: “ได้ครับ”
เขาค่อยๆ แง้มประตูห้องนอนของ โจวอิ่ง เข้าไปเบาๆ เห็นร่างบางนอนขดตัวกอดผ้าห่มหลับสนิทอยู่บนเตียง มุมปากของเขายกยิ้มด้วยความเอ็นดู
เจียงเฉิง ย่องเข้าไปเงียบๆ ถอดรองเท้าสลิปเปอร์ออก จากนั้นก็ตลบผ้าห่มขึ้น แล้วมุดตัวเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว!
“กรี๊ดดด!” โจวอิ่ง สะดุ้งสุดตัว กรีดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างกายสั่นเทาเพราะการจู่โจมกะทันหัน
“คนบ้า! ...ตกใจหมดเลย!” พอเห็นว่าเป็น เจียงเฉิง โจวอิ่ง ก็ฟาดมือใส่เขาด้วยความงอนปนโล่งอก เสียงยังสั่นไม่หาย
เสียงกรีดร้องดังลั่นไปถึงห้องข้างๆ... ฟางหยวน ที่กำลังเตรียมตัวอาบน้ำได้ยินชัดแจ๋ว เธอเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหว... สักพักก็ได้ยินเสียงหยอกล้อและเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขของหนุ่มสาว แววตาของ ฟางหยวน มองไปทางผนังห้องด้วยความอิจฉาเล็กๆ ไม่ใช่ความริษยา... แต่เป็นการอิจฉาในความรักอันสดใสและร้อนแรงของวัยรุ่น
……………………………………….
ในห้องนอน เสียงกรีดร้องของ โจวอิ่ง ถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากของ เจียงเฉิง “อื้ม...” เธอลืมตาโพลง มองหน้าคนรักให้ชัดๆ ความตกใจเปลี่ยนเป็นความดีใจจนล้นอก ทุบอกเขาเบาๆ: “คุณจะทำให้ฉันหัวใจวายนะ! ...ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ? ไหนบอกว่าถึงตอนค่ำๆ ไง?”
เจียงเฉิง หัวเราะทุ้มต่ำ กอดเธอแน่นขึ้น จมูกโด่งซุกไซ้แก้มเนียน: “ก็คนมันคิดถึงนี่นา... เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลย เช้ามาก็เลยรีบบึ่งมาหาคุณทันที”
ได้ยินคำหวาน... ใจของ โจวอิ่ง ก็เหลวเป็นน้ำ ความไม่มั่นคงที่เกิดจากการเห็น จูเหยียน ในวิดีโอคอลเมื่อสองวันก่อน... มลายหายไปจนหมดสิ้น อ้อมกอดอุ่นๆ ของเขา... ทำให้เธอนึกถึงเด็กหนุ่มในสนามกีฬาโรงเรียนมัธยมคนนั้น คนที่สดใส มั่นใจ และเป็นโลกทั้งใบของเธอ
“คนขี้โกหก” ปากบอกว่าไม่เชื่อ แต่มือกลับกอดเอวเขาแน่น
เจียงเฉิง ไม่ตอบ แต่ฝังจมูกลงกับเส้นผมของเธอ สูดกลิ่นหอมดอกโม่ลี่ฮว่า (มะลิ) จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ในบรรดาผู้หญิงทั้งหมด... มีแค่ โจวอิ่ง เท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกสงบใจได้จริงๆ ทำให้เขาลืมความฟุ้งเฟ้อและสถานะอันยิ่งใหญ่... กลับมาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
“คิดถึงผมไหม?” เขาถามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าอยู่ข้างใบหู
โจวอิ่ง หน้าแดงซ่าน เธอพยักหน้าหงึกหงัก ทว่าจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้จึงรีบดันแผงอกเขาออก: “เดี๋ยว! ...คุณแม่อยู่บ้านนะ!”
เจียงเฉิง ยกยิ้มเจ้าเล่ห์: “คุณน้าไปอาบน้ำแล้วครับ... แถมยังฝากบอกให้เราเตรียมตัวไปทานมื้อเย็นข้างนอกด้วย”
“อ๋อ... คุณแม่ฉันอาบน้ำนานจะตาย อย่างน้อยก็...” โจวอิ่ง ชะงักกึก คำพูดถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากถูกครอบครองอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
จูบของ เจียงเฉิง อ่อนโยนแต่ดุดัน เหมือนต้องการถ่ายเทความคิดถึงทั้งหมดส่งผ่านไปให้เธอ จนกระทั่งทั้งคู่เริ่มหอบหายใจ เขาถึงยอมผละออกเพียงเล็กน้อยให้เธอได้หายใจ
“คุณน้าอาบน้ำนานเหรอ? ...นี่คุณกำลัง ‘บอกใบ้’ อะไรผมหรือเปล่า?”
เมื่อเจอสายตารุกรานที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ โจวอิ่ง ก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากอะไรออกไป ขั้นตอนการอาบน้ำของแม่เธอซับซ้อนมาก... ทั้งขัดตัว พอกหน้า ทาครีม เป่าผม... กินเวลาอย่างต่ำชั่วโมงกว่าแน่นอน
โจวอิ่ง หน้าแดงแปร๊ดจนลามไปถึงลำคอ รีบละล่ำละลักปฏิเสธ: “คุณแม่อาบน้ำเป็นชั่วโมงก็จริง... แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะ... เราจะทำ... อ๊าา… คุณไม่ได้นะ...”
ทว่าเสียงคัดค้านนั้นช่างแผ่วเบา เจียงเฉิง ไม่ปล่อยให้เธอได้พูดต่อ เขาซุกใบหน้าลงกับความนุ่มนิ่มเบื้องหน้าทันที: “ไม่ต้องพูดแล้ว... ผมเข้าใจแล้ว...”
เส้นประสาททั่วร่างถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจน โจวอิ่ง เผลอครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่: “อื้อ... อย่าแกล้ง... อ๊ะ... เบาๆ หน่อย...”
เจียงเฉิง เงยหน้าขึ้นมาจากความนุ่มนิ่ม โจวอิ่ง ก้มลงมองพลันสบเข้ากับประกายไฟแห่งความปรารถนาในดวงตาของเขา ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวจนแทบระเบิด ก่อนจะเบือนหน้าหลบสายตาคู่นั้น: “คนบ้า... ถ้าจะทำก็... รีบหน่อยแล้วกัน”
…………………………………………
30 นาทีผ่านไป...
โจวอิ่ง นอนกอด เจียงเฉิง แน่น ไม่ยอมลุก: “ขอกอดอีก 5 นาทีนะ...”
เจียงเฉิง ถอนหายใจยิ้มๆ แพ้ลูกอ้อนนี้ทุกที เขายอมล้มตัวลงนอนต่อ ให้เธอหนุนแขน โจวอิ่ง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถฟีดโมเมนต์: “ไปปักกิ่งสนุกไหมคะ?”
“ก็งั้นๆ แหละ...” เขาตอบคลุมเครือ มือลูบผมเธอเล่น: “แต่มีเรื่องนึง...”
“เรื่องอะไรคะ?”
“คือผมคิดถึงคุณมาก... อยากดูพลุที่หรงเฉิงกับคุณ... ที่ปักกิ่งเขาห้ามจุดพลุ บรรยากาศตรุษจีนเลยเงียบเหงาไปหน่อย ผมไม่ค่อยชิน”
โจวอิ่ง ซาบซึ้งใจ เอาหน้าถูไถอกเขาเหมือนลูกแมว: “ระเบียงที่นี่ตอนกลางคืนมองเห็นพลุชัดมากเลยนะ... ทางฝั่งไท่กู๋หลี่เขาจุดพลุฉลองกันทุกคืนเลย... คืนนี้เรามาดูด้วยกันนะ ดีไหม?”
ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะของเขา... ความระแวงสงสัยในใจเธอหายไปหมดสิ้น เธอรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง และเธอก็รู้ว่าเธอสำคัญแค่ไหนในใจเขา แค่นี้ก็พอแล้ว
ทันใดนั้น โจวอิ่ง ก็หัวเราะออกมา เธอยื่นโทรศัพท์มือถือให้ เจียงเฉิง ดู: “ดูนี่สิ... โจว จื้ออวิ๋นโพสต์อะไรก็ไม่รู้”
ในหน้าจอ... โจว จื้ออวิ๋น โพสต์รูปโต๊ะไพ่นกกระจอก เห็นแค่ครึ่งตัว... เป็นผู้ชาย 3 คน กับผู้หญิง 1 คน แต่จุดเด่นคือ... ผู้หญิงคนนั้น ‘หน้าอกใหญ่’ พอตัวทีเดียว
แคปชันของ โจว จื้ออวิ๋น: “น้องสาวคนนี้เล่นจนหมดตัวแล้วครับ... ขอถามชาวเน็ตหน่อยว่า ตานี้ถ้าเธอแพ้อีก เธอควรจะทำยังไงดี? [อิโมจิหน้ายิ้มชั่วร้าย]”
คอมเมนต์ด้านล่างเต็มไปด้วยความหื่นกาม
หวงเฉิง: “ฮี่ฮี่ฮี่~”
หวัง เสี่ยวฉุย: “อยู่ที่ไหน? ส่งโลเคชันมาด่วน! อั่งเปาพี่เหลือเพียบ กำลังหาที่เลี้ยงข้าวสาวสวยพอดี”
เฉิน จื้อเผิง: “เปิดปาร์ตี้กันเหรอวะ?”
เจียงอวิ๋น: “พวกนายนี่มันสัตว์เดรัจฉานชัดๆ”
เจียงเฉิง เห็นแล้วก็ส่ายหัว แกล้งทำเป็นรับไม่ได้: “เชี่ย... นี่มันฝูงผู้ชายสารเลวชัดๆ... ผมทนดูไม่ได้จริงๆ”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา กดเข้าไปที่โพสต์ของ โจว จื้ออวิ๋น แล้วพิมพ์คอมเมนต์ลงไป:
เจียงเฉิง: “ถ้าหมดตูดแล้วก็ไล่กลับบ้านไปสิ... จะมานั่งขวางที่ทำไม”
โจวอิ่ง อ่านแล้วก็ขำก๊าก: “ฮ่าๆๆๆ... เดี๋ยวฉู่ซีมาเห็น ต้องเอาไปเม้าท์ต่อแน่ๆ”
ไม่นานหลังจาก เจียงเฉิง คอมเมนต์... กระแสตอบรับในโพสต์ก็เปลี่ยนทิศทางทันที
สวีหยา: (ตอบกลับ เจียงเฉิง) “ว้าว! ...ในที่สุดก็เจอผู้ชายปกติสักคน! นายพูดถูกใจมาก!”
เจียงอวิ๋น: (ตอบกลับ จง ฉู่ซี) “ถ้าไอ้พวกบ้านั่นมีความคิดสักครึ่งของเจียงเฉิง ฉันคงไม่ต้องตามด่าพวกมันทุกวันหรอก”
จง ฉู่ซี: “ฉันแจ้งตำรวจแล้วนะย่ะ!~~”
จง ฉู่ซี: (ตอบกลับ เจียงเฉิง) “เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่รู้สึกว่าผู้ชายทึ่มๆ ก็น่ารักดีเหมือนกัน ฮ่าๆ”