เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1299 บุหรี่น่ะ... ต้องมีคนช่วย ‘สูบ’ มันถึงจะอร่อย, ตอนที่ 1300 เลิกแสดงละครกันได้แล้ว

ตอนที่ 1299 บุหรี่น่ะ... ต้องมีคนช่วย ‘สูบ’ มันถึงจะอร่อย, ตอนที่ 1300 เลิกแสดงละครกันได้แล้ว

ตอนที่ 1299 บุหรี่น่ะ... ต้องมีคนช่วย ‘สูบ’ มันถึงจะอร่อย, ตอนที่ 1300 เลิกแสดงละครกันได้แล้ว


ตอนที่ 1299 บุหรี่น่ะ... ต้องมีคนช่วย ‘สูบ’ มันถึงจะอร่อย

สวี่หยาน ลากสังขารที่ยังตื่นตระหนกกลับมาถึงห้องของ เสิ่นซวง ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็น เจียง ชูหรานและเสิ่นซวง นั่งรอเหยื่ออยู่บนโซฟาด้วยความกระตือรือร้น

สองสาวรีบแย่งโทรศัพท์ สวี่หยาน ไปดูรูปทันที พอเห็นรูปถ่ายคู่กับ ซูหว่านและหวงเซวียน ในชุดโบราณ... ความอิจฉาก็พุ่งปรี๊ดจนทะลุจอ แก้มของพวกเธอมันเขี้ยวจนอยากจะกัดเพื่อนสักที

“สวี่หยาน! ...เธอนี่มันโชคดีชะมัดเลย!”

เสิ่นซวง พยักหน้าหงึกหงัก: “นั่นสิ! ...รูปนี้เอาไปโพสต์ลงโมเมนต์ รับรองคนในคณะอกแตกตายกันเป็นแถบ!”

แต่หลังจากชื่นชมรูปดาราจนหนำใจแล้ว… ความสนใจของสองสาวก็วกกลับมาที่ เจียง ชูหราน ผู้เป็นต้นเหตุแห่งความโชคดีนี้

“ชูหราน... จริงๆ แล้วเธอนั่นแหละที่โชคดีที่สุด!” สวี่หยาน เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น: “พวกเธอไม่เห็นตอนที่อยู่กองถ่าย... พอเจียงเฉิงไปถึงนะ ทั้งผู้กำกับ ทั้งดาราดัง ทุกคนแทบจะคลานเข่าเข้าหา! ...เจียงเฉิงยืนนิ่งๆ ไม่ต้องทำอะไร แค่แผ่รังสีอำมหิตออกมา พวกนั้นก็กลัวจนหัวหดหมดแล้ว... เท่ระเบิดไปเลย!”

พอ สวี่หยาน เล่าจบ... เสิ่นซวง ก็กระแอมเบาๆ ปรับสีหน้าเป็นจริงจัง

“อะแฮ่ม... ชูหรานจ๊ะ... แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะเคยป่าวประกาศว่าจะครองตัวเป็นโสดเพื่อมุ่งแต่งานก็เถอะ... แต่ว่านะ แฟนของเธอนี่... ‘ใช้ร่วมกัน’ บ้างได้ไหมจ๊ะ?” เสิ่นซวง พนมมือไหว้เพื่อนรักปลกๆ ทำตาปริบๆ อ้อนวอน: “เธอไม่ต้องกังวลไปนะ... ถ้าฉันจีบเจียงเฉิงติดเมื่อไหร่ ฉันยกให้เธอเป็นหลวง ส่วนฉันขอเป็นน้อย! สัญญาเลยว่าจะไม่ข้ามหน้าข้ามตาเธอเด็ดขาด... แค่อยากจะลองชิมรสชาติของการมีแฟนระดับเทพบุตรดูสักครั้งในชีวิตบ้างง่าาา... นะๆๆ”

เจียง ชูหราน มองเพื่อนจอมแก่นด้วยสายตาเอือมระอา เธอตอบกลับไปตามตรง: “เอาสิ... ฉันไม่หวงหรอก... แต่ปัญหาก็คือ... ฉันว่าโอกาสของเธอมันริบหรี่จนแทบมองไม่เห็นเลยนะซวงซวง”

ได้ยินคำสบประมาทที่แทงใจดำ เสิ่นซวง ก็ของขึ้นทันที เธอกำหมัดแน่น ทำหน้ายักษ์ใส่เพื่อน: “หมายความว่าไงยะ!? ...เมื่อเย็นฉันอุตส่าห์ปรานีปล่อยยัยสวี่หยานไป ไม่จับมา ‘ทุบ’ ให้นมแตกตามสัญญา... นี่เธออยากจะมารับเคราะห์แทนเพื่อนใช่ไหมห๊ะ!”

พูดจบ เสิ่นซวง ก็โถมตัวเข้าใส่ เจียง ชูหราน กดเพื่อนลงกับโซฟาแล้วเริ่มระดมจี้เอวรัวๆ

“นี่แน่ะ! นี่แน่ะ! ...มาดูถูกเสน่ห์ของฉันเหรอ!”

“ฮ่าๆๆ! ...โอ๊ย! ...ซวงซวง... พอแล้ว! ...ฮ่าๆๆ! ...ก็ฉันพูดความจริงนี่นา! ...หยานหยานช่วยด้วย!”

สวี่หยาน มองเพื่อนรักสองคนฟัดกันนัวเนียด้วยความขบขัน ก่อนจะเข้าไปช่วยห้ามทัพ: “พอเถอะพี่ซวง... อย่าทำร้ายนางเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้หน้าช้ำ อดไปอ้อนเจียงเฉิงให้ช่วยฝากงานให้ฉันพอดี”

เสิ่นซวง ยอมรามือแต่ยังไม่วายทำหน้ามุ่ย กอดอกเชิดหน้าอย่างแง่งอน: “เชอะ! ...ถ้าฉันไม่ได้... งั้นสวี่หยานล่ะ? ...ยัยนี่สวยกว่าฉันตั้งเยอะ หุ่นก็เซี้ยะกว่า... ในฐานะพี่น้อง มีของดีก็ต้องแบ่งกันชม... เธอว่าสวี่หยานผ่านไหม?”

เจียง ชูหราน หยุดหัวเราะพลางหันมาพิจารณา สวี่หยาน อย่างจริงจัง เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังประเมิน ครู่หนึ่งก็พยักหน้าตอบด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น: “ถ้าเป็นหยานหยาน... ฉันว่าผ่านฉลุย”

“เห็นไหมล่ะ!” เสิ่นซวง ตบมือชอบใจ หันไปยุยง สวี่หยาน ทันที: “หยานหยาน! ได้ยินหรือยัง? ...จุดเปลี่ยนของชีวิตมาถึงแล้วนะ! ...รีบตะครุบไว้ซะ!”

สวี่หยาน หน้าแดงซ่าน เธอหลบสายตาด้วยความขัดเขินและรู้สึกผิดลึกๆ ในใจ แต่ปากก็ยังแสร้งเล่นตามน้ำไปกับเพื่อน: “จริงเหรอ? ...งั้นคงต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค๊าพี่สาว... หนูจะเจียมเนื้อเจียมตัว เป็นเมียน้อยที่ดี เชื่อฟังพี่ทุกอย่างเลยค่า...”

ด้วยความที่สนิทกันมาก เรื่องทำนองนี้จึงกลายเป็นมุกล้อเล่นสุดเหวี่ยงในกลุ่ม เจียง ชูหราน หัวเราะร่วน: “เมื่อเย็นเธอก็ลองมาแล้วนี่... เรื่องแบบนี้ฉันช่วยไม่ได้หรอกนะ ต้องพยายามเอาเองนะจ๊ะ”

เสิ่นซวง พุ่งเข้าไปตะปบหน้าอก สวี่หยาน หมับเข้าให้!

“หยานหยาน! ...เชื่อเจ้! ...ใช้ขาอ่อนอ่อยน่ะมันไม่ได้ผลหรอก... ต้องใช้ไอ้นี่แหละ! ...แอ่นอกเข้าใส่เลย! ...นมระดับนี้ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วก็อยากจะจับขยำ ‘สักทีสองที(1)’ กันทั้งนั้นแหละ!”

พูดยังไม่ทันจบดี สองสาวที่เหลือก็หน้าแดงแปร๊ด

“พี่ซวง! ...ทำไมพูดจาลามกแบบนี้!?”

“นั่นสิ! ...น่าไม่อาย!”

เสิ่นซวง ทำหน้าตาย ตอบกลับหน้าตาเฉย: “พวกหล่อนคิดลึกไปถึงไหนกันยะ? ...ฉันหมายถึง ‘จับ-สัก-ที-สอง-ที’ ย่ะ! ...ไม่ได้หมายถึง ‘จับ-จู๋-เขา’ สักหน่อย!”

“กรี๊ดดด! ...พี่ซวง! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!”

………………………………………………….

ณ บ้านสี่ประสาน ย่านโฮ่วไห่

เจียงเฉิง อาบน้ำอุ่นจนสบายตัว แล้วเดินออกมาในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เช็กข้อความวีแชท มีข้อความค้างอยู่หลายข้อความตั้งแต่เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว ต้องชมว่าสาวๆ ของเขาช่าง ‘รู้ความ’ จริงๆ... ไม่มีใครส่งข้อความมารัวๆ จิกตามตัวเลยสักคน

เขาเปิดอ่านข้อความของ โจวอิ่ง เธอส่งคลิปวิดีโอตกแต่งบ้านใหม่มาให้ดูหลายคลิป แต่พอเปิดดูคลิปที่สอง... สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับเงาร่างคุ้นตาที่ด้านข้าง นั่นคือ ฟางหยวน ที่กำลังเล่นโยคะอยู่!

ชุดโยคะรัดรูปเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่สมบูรณ์แบบ เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตามุ่งมั่น ผมดำยาวสลวยทิ้งตัวลงกลางแผ่นหลัง ถ้าไม่มีเสียง โจวอิ่ง พากย์ประกอบ... เจียงเฉิง คงนึกว่าเป็น โจวอิ่ง กำลังเล่นโยคะอยู่แน่ๆ เพราะบางมุม... สองแม่ลูกคู่นี้เหมือนกันอย่างกับแกะ!

ดูคลิปเพลินๆ จนเผลอใจลอยไปพักใหญ่… เจียงเฉิง ตอบกลับ: “ที่รัก... ผมเพิ่งถึงบ้าน ปีใหม่นี้จะฉลองยังไงครับ?”

โจวอิ่ง ตอบกลับไวมาก: “ปีนี้คุณแม่บอกว่าจะไม่ไปบ้านคุณลุงแล้วค่ะ! ดีใจสุดๆ เลย! ...ฉันนัดจง ฉู่ซี ไว้แล้วว่าจะไปช้อปปิ้ง ส่วนคุณแม่ก็จะไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ”

โจวอิ่ง: “ปีนี้รู้สึกดีจัง... ไม่มีเรื่องปวดหัวมารบกวนเลย”

ดูเหมือนเธอจะมีความสุขมาก เจียงเฉิง เลยพิมพ์บอกข่าวดี: “อื้ม... ช่วงเปิดปีใหม่ ผมจะกลับไปหรงเฉิง (เฉิงตู) นะ เดี๋ยวพาไปเที่ยว”

โจวอิ่ง: “จริงเหรอคะ? คุณจะกลับมาเหรอ?”

เจียงเฉิง: “ใช่ครับ... พ่อจะโอนบริษัทให้ผมดูแลอย่างเป็นทางการแล้ว... ต้องกลับไปร่วมงานเลี้ยงเปิดศักราชใหม่ของบริษัทพ่อหน่อย”

หลังจากคุยสัพเพเหระกับสาวๆ ในสังกัดเสร็จ เจียงเฉิง ก็สวมชุดคลุมอาบน้ำ เดินออกมาที่ห้องโถงรับแขก แสงไฟในทางเดินสลัวๆ ส่องกระทบพื้นอิฐสีเขียวจนดูนวลตา

เจียงเฉิง ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือตัวใหญ่ ปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปกับความเงียบสงบของบ้านเก่าแก่

ตึก... ตึก... ตึก… เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นไม้ดังใกล้เข้ามา เสียงนั้นกังวานและชัดเจนท่ามกลางความเงียบ

เจียงเฉิง หันไปมองที่ประตูบานเฟี้ยม แสงไฟนวลตาจากด้านหลัง สาดส่องร่างระหงของหญิงสาวให้ดูโดดเด่น ซูหว่าน ยืนสงบนิ่งอยู่ที่นั่น

เดิมทีเธอตั้งใจจะเอ่ยปากชมความงามของบ้านสี่ประสาน แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับ เจียงเฉิง ที่นั่งอยู่กลางห้อง… คำพูดทุกคำก็จุกอยู่ที่คอ

ชุดคลุมอาบน้ำสีเทาเข้มที่แหวกอกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกกำยำและกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยยิ่งเพิ่มเสน่ห์ดิบเถื่อน ท่วงท่านั่งที่ดูเกียจคร้านแต่ทรงอำนาจ... ราวกับ ‘คุณชายเจ้าสำราญ’ ในยุคสาธารณรัฐที่หลุดออกมาจากภาพวาด

หัวใจของ ซูหว่าน เต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัด เธอจ้องมองเขาตาค้าง ราวกับต้องมนตร์สะกด

เจียงเฉิง ยิ้มมุมปาก ยกนิ้วขึ้นกระดิกเรียกเธอเบาๆ: “ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น? ...ข้างนอกมันหนาว เข้ามาสิ”

ซูหว่าน ได้สติ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอเม้มปากแน่น แล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามา ทุกย่างก้าวของเธอ... ช่างดูยั่วยวนและมีจริตจะก้านอย่างเป็นธรรมชาติ สะโพกกลมกลึงส่ายไหวไปตามจังหวะการเดิน... ราวกับกำลังเต้นระบำ

เธอเปลี่ยนชุดมาแล้ว… ตอนนี้เธออยู่ในชุดกี่เพ้าสีเขียวเข้มรัดรูป ที่ตัดเย็บอย่างประณีต เนื้อผ้าไหมมันวาวสะท้อนแสงไฟวิบวับ ล้อไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย รอยผ่าข้างสูงลิบลิ่ว เผยให้เห็นขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ ทุกจังหวะการก้าวเดิน บนไหล่คลุมด้วยผ้าขนสัตว์สีขาวฟูฟ่อง ตัดกับผิวขาวผ่องอย่างลงตัว

ผมยาวถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยต่ำแบบสาธารณรัฐ ปล่อยปอยผมลงมาเคลียแก้ม ตุ้มหูมุกเม็ดงามแกว่งไกวไปมา... ส่งเสริมให้เธอดูสูงส่งและเลอค่า

เมื่อเดินมาถึงตัว เจียงเฉิง เธอก็ทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดข้างกายเขาอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋าถือใบเล็กสไตล์วินเทจ… หยิบบุหรี่ซองเก่าๆ ที่พิมพ์ลายสาวงามเซี่ยงไฮ้ยุคโบราณออกมา นิ้วเรียวงามคีบบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวน แล้วหยิบไฟแช็กทองเหลืองออกมาจุด

แชะ! เปลวไฟสว่างวาบ ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่สวยคม เธอก้มหน้าลงจุดบุหรี่ แล้วสูบเข้าปอดเบาๆ... พ่นควันสีจางออกมาทางริมฝีปากแดงสด

ท่าทางนั้น... ช่างดู ‘แพง’ และ ‘ยั่วยวน’ ใจได้จริงๆ เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเรื่อง ‘In the Mood for Love’ ยังไงยังงั้น!

ซูหว่าน เงยหน้ามอง เจียงเฉิง สายตาฉ่ำเยิ้มและยั่วยวน เธอเอียงคอเล็กน้อย ปรับน้ำเสียงให้ออดอ้อนและเซ็กซี่ขึ้น: “คุณชายเจียงคะ... บุหรี่มวนนี้ฉันอุตส่าห์หิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากชือชู่ซ่างไห่(2)เชียวนะคะ... จะไม่ลองให้เกียรติ ‘สูบ’ เป็นเพื่อนฉันสักหน่อยหรือคะ?”

พูดจบ เธอก็ยื่นบุหรี่ที่ตัวเองเพิ่งสูบไปเมื่อกี้... มาจ่อที่ปากของเขา

เจียงเฉิง มองการแสดงบทบาทสมมติระดับรางวัลออสการ์ของเธอด้วยความทึ่ง สมกับเป็นนักแสดงมืออาชีพ... อินเนอร์มาเต็มยิ่งกว่าพวกสาวไซด์ไลน์แต่งชุดคอสเพลย์เป็นไหนๆ! เจอแบบนี้... น้องชายผมจะไม่ลุกขึ้นยืนเคารพธงชาติได้ยังไงไหว!

เจียงเฉิง ก้มหน้าลงไป ซูหว่าน รู้จังหวะ... ใช้นิ้วเรียวหมุนมวนบุหรี่ แล้วป้อนเข้าปากเขาอย่างนุ่มนวล เจียงเฉิง สูบเข้าไปหนึ่งที แล้วพ่นควันออกมาเป็นวงกลม สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่วางตา

“คุณซูหว่านนี่... ช่างเข้าใจบรรยากาศจริงๆ นะครับ... แม้แต่บุหรี่ยังเลือกกลิ่นมินต์มาเลย”

ซูหว่าน หัวเราะคิกคัก โน้มตัวเข้ามาใกล้จนหน้าอกคู่งามเบียดเสียดกับท่อนแขนของเขา ส่งผ่านไออุ่นและความนุ่มหยุ่นมาให้รับรู้

“เดิมทีฉันก็สูบไม่เป็นหรอกค่ะ... แต่บทบาทมันบังคับ ก็เลยต้องหัดไว้บ้าง...” เธอเว้นจังหวะ แล้วกระซิบเสียงกระเส่าที่ข้างหูเขา: “แต่พอหัดแล้วถึงได้รู้ว่า... ของพรรค์นี้น่ะ... มันต้องมี ‘คนช่วยสูบ (ช่วยอมช่วยดูด)’... มันถึงจะอร่อยนะคะ...”

………………………………………….

(1)[จับสักทีสองที (抓几把 - จวาจี๋ป่า) – เป็นการเล่นคำพ้องเสียง คำว่า ‘จี๋ป่า (几把)’ ดันไปพ้องเสียงกับคำหยาบอย่าง ‘จีปา (鸡巴)’ ที่แปลว่า อวัยวะเพศชาย ประโยคนี้จึงเป็นมุกสองแง่สองง่ามที่สื่อว่า ผู้ชายเห็นหน้าอกสวยๆ แล้วก็อยากจะเอา ‘ตรงนั้น’ มาถูไถหรือสัมผัสนั่นเอง]

(2)[ชือชู่ซ่างไห่ (十里洋場) – หมายถึง ‘ย่านต่างชาติสิบลี้’ ครับ เป็นคำที่คนจีนใช้เรียกเขตเช่าต่างชาติในยุคสาธารณรัฐจีน ช่วงต้น–กลางศตวรรษที่ 20 สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง หรูหรา แสงสี และความศิวิไลซ์แบบตะวันตกที่แผ่ขยายออกไปไกล]

………………………………………….

ตอนที่ 1300 เลิกแสดงละครกันได้แล้ว

ภาพที่ ซูหว่าน คาบบุหรี่ต่อจากปากเขา แล้วสูดควันเข้าไป… กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ บนตัวเธอผสมผสานกับกลิ่นมิ้นต์ของบุหรี่ สร้างแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนแทบคลั่ง

เจียงเฉิง ขบกรามแน่น แม่คุณเอ๊ย... ยั่วขนาดนี้ใครจะไปทนไหว! เลิกแสดงแม่งแล้ว! ...บทเบิดอะไรไม่ต้องพูดมันแล้ว!

มือไม้ของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข เลื้อยเข้าไปสัมผัสส่วนเว้าส่วนโค้งของเธออย่างถือวิสาสะ ปากก็ตอบกลับบทสนทนาเมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า: “นั่นสินะ... ของบางอย่างทำคนเดียวมันน่าเบื่อ... มันต้องผลัดกันทำ ผลัดกันรุกผลัดกันรับ... แป๊บเดียวก็เสร็จสมอารมณ์หมาย”

เจอคำพูดดิบๆ ตรงๆ สวนกลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาอารมณ์และบรรยากาศโรแมนติกแบบ ‘หว่องกาไว’ ที่ ซูหว่าน อุตส่าห์ปูมาอย่างดี... พังครืนไม่เป็นท่า!

นิ้วที่คีบบุหรี่อยู่ของ ซูหว่าน กระตุกเล็กน้อย เธออยากจะบ้าตาย! คนอุตส่าห์บิ้วต์อารมณ์ซะดิบดี... ไหงอีตาบ้านี่ถึงเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นหนังเกรด R ราคาถูกไปได้ซะงั้น!

แต่ด้วยความเป็นนักแสดงมืออาชีพ... เธอต้องคุมสติให้ได้! ซูหว่าน สูดหายใจลึก พยายามข่มความอยากจะทุบเขาให้จมดิน เธอลงทุนรีบอาบน้ำแต่งตัว คอสเพลย์จัดเต็มขนาดนี้เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้เขา... จะมาล่มปากอ่าวตอนนี้ไม่ได้!

เธอปรับสีหน้ายั่วยวนขึ้นอีกระดับ สูบบุหรี่เฮือกสุดท้าย แล้วขยี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่แก้วคริสตัลบนโต๊ะ จากนั้นก็ขยับตัวเข้าไปเบียดแนบชิด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจรดต้นคอเขา ปลายนิ้วเรียวลูบไล้ไปตามท่อนแขนแกร่ง กระซิบเสียงกระเส่า: “คุณชายเจียงคะ... บ้านสวนของคุณชายช่างงดงามจริงๆ... แต่ลมข้างนอกมันแรง... เราไปหาที่เงียบๆ นั่งคุยกันสองต่อสองดีไหมคะ?”

เข้าทางโจร! เจียงเฉิง ยิ้มร้าย รวบเอวบางเข้าหากตัว

“คุณหนูซูมีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดนี้... ผมย่อมต้องสนอง... งั้นไปที่ห้องหนังสือดีไหม? ที่นั่นเงียบสงบ... เหมาะแก่การ ‘แลกเปลี่ยนความรู้’ กันอย่างลึกซึ้ง...”

ซูหว่าน ถูกวงแขนแข็งแกร่งโอบรัดจนแนบแน่น แผงอกกว้างที่แนบชิดส่งผ่านความร้อนระอุเข้ามาจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว ใบหน้าสวยแดงระเรื่อเหมือนทาด้วยชาด แต่เธอก็ยังไม่วายเล่นตัว: “แหม... คุณชายใจร้อนจังเลยนะคะ... ไม่คิดจะนั่งจิบชาชมจันทร์ บ่มเพาะความรู้สึกกันก่อนหรือไงคะ?”

เจียงเฉิง ก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กๆ ของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนเธอขนลุกซู่

“ไม่ล่ะครับ... ปกติเวลาผมดูหนังแนวนี้ ผมชอบ ‘ข้าม’ ไปฉากไคลแมกซ์เลย... ตอนนี้ก็ดึกแล้ว... เราข้ามบทพูดไปเริ่มที่ ‘ช่วงกลาง’ กันเลยดีกว่าไหม?”

ซูหว่าน ใจเต้นตึกตัก แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ดันอกเขาเบาๆ: “เริ่มที่ช่วงกลางเหรอคะ? ...แล้วช่วงกลางมันมีบทอะไรบ้างล่ะ? ไหนลองซ้อมบทให้ฟังหน่อยสิคะ?”

“ง่ายจะตาย... บทของคุณก็มีแค่... ‘อ๊า... อื้ม... แรงอีก... ลึกอีก... เร็วหน่อย’ ...ประมาณนี้แหละ”

ตูม! เจอประโยคนี้เข้าไป ซูหว่าน ก็หน้าแดงจนควันออกหู! ความเขินอายปะทุขึ้นจนเก็บทรงไม่อยู่ เธอรีบซุกหน้าลงกับอกกว้างของเขาเพื่อซ่อนความอาย ทุบไหล่เขาเบาๆ: “ไอ้คนบ้า! ...ไอ้คนลามก! ...ฮือออ...”

แต่แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น ทำหน้าดุแบบนางแมวยั่วสวาท: “ก็ได้! ...งั้นเตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ! ...เดี๋ยวฉันจะทำให้คุณร้องขอชีวิตเลยคอยดู!”

เจียงเฉิง ยิ้มเจ้าเล่ห์: “จัดมาเลยครับ... ผมพร้อมเสมอ”

…………………………………………

เจียงเฉิง โอบเอว ซูหว่าน พาเดินเข้าไปในห้องนอน เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง กึก... กึก… ทุกจังหวะการเดิน เหมือนเสียงกลองรบที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกาย

เมื่อเข้ามาในห้องนอนที่ตกแต่งสไตล์จีนโบราณ ซูหว่าน ก็เริ่มแสดงบทบาทอีกครั้ง เธอผลัก เจียงเฉิง ให้นั่งลงที่ปลายเตียง แล้วถอยหลังออกมาสองก้าว ยืนโพสท่าอวดเรือนร่าง

“คุณชายคะ... เพื่อเป็นการไถ่โทษที่มาช้า... ให้ฉันเต้นให้ดูสักเพลงดีไหมคะ?”

ตอนแรก เจียงเฉิง กะจะกระโจนเข้าใส่เลย แต่พอได้ยินข้อเสนอที่น่าสนใจ... เขาก็หยุดชะงัก นั่งลงพิงหัวเตียงด้วยท่าทางสบายๆ สายตาเป็นประกายแพรวพราว: “เอาสิ... ผมรอชม”

เมื่อได้รับอนุญาต... ซูหว่าน ก็เริ่มขยับกาย เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นบิดพลิ้วไปตามจังหวะเพลงในจินตนาการ เอวคอดกิ่วส่ายไหวราวกับงูเลื้อย ทุกการเคลื่อนไหว... เน้นย้ำสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ

เจียงเฉิง หรี่ตาลง มองดู ‘ระบำยั่วสวาท’ ตรงหน้าด้วยความเพลิดเพลิน ซูหว่าน ค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบไล้จากลำคอ... ผ่านไหปลาร้า... ลงมาที่หน้าอกอวบอิ่ม สายตาของเธอฉ่ำเยิ้ม ริมฝีปากเผยอน้อยๆ สะโพกกลมกลึงส่ายไปมา ทำให้ชายกระโปรงกี่เพ้าผ่าสูงสะบัดพลิ้ว เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ

แม่เจ้าโว้ย… นี่มันยิ่งกว่าน้องๆ ในไนต์คลับเสียอีก! หน้าอกคู่นั้น... มันกระเพื่อมจนตาลายไปหมดแล้ว!

เจียงเฉิง แทบอยากจะยื่นมือไปประคอง ‘แตงโมผลใหญ่’ สองลูกนั้นไว้ กลัวว่ามันจะกระฉอกออกมา!

ผ่านไปไม่กี่นาที... ซูหว่าน ก็หมุนตัวเข้ามาใกล้ แล้วทิ้งตัวลงนั่งคร่อมบนตักของเขา แขนเรียวโอบรอบคอ โน้มหน้าลงมาถามเสียงกระเส่า: “คุณชายคะ... การแสดงของฉัน... พอจะทำให้คุณชายพอใจได้ไหมคะ?”

สัมผัสได้ถึงความแข็งขึงที่ดุนดันอยู่ใต้สะโพก ซูหว่าน ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

เจียงเฉิง กลืนน้ำลาย จ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวในระยะประชิด: “การแสดงของคุณซู... ยอดเยี่ยมมากครับ... ‘ยั่ว’ ได้ใจผมจริงๆ”

ซูหว่าน หัวเราะคิกคัก เบียดตัวเข้าหาจนหน้าอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับอกเขา กระซิบเสียงพร่า: “งั้น... คุณชายอยากจะดู ‘รอบพิเศษ’ อีกสักรอบไหมคะ?”

ไม่ต้องรอคำตอบ มือหนาของ เจียงเฉิง คว้าหมับเข้าที่เอวบาง บีบเคล้นอย่างมันมือ ดึงร่างเธอเข้ามาแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียว

“ดูสิ... แต่รอบนี้... ต้องเป็นการแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟ (ปฏิสัมพันธ์) นะ”

มือของเขาเลื่อนขึ้นมากอบกุมความยิ่งใหญ่ที่เขาโหยหามานาน เต็มไม้เต็มมือ... นุ่มนิ่มสู้มือสุดๆ! วินาทีต่อมา ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ประกบเข้าหากันอย่างดูดดื่ม ไฟปรารถนาที่สะสมมานานปะทุขึ้นอย่างรุนแรง

ซูหว่าน หลับตาพริ้ม เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่เร่าร้อน มือของเธอลูบไล้ไปที่ท้ายทอยของเขา ในขณะที่สติกำลังจะกระเจิดกระเจิง... เธอก็นึกสนุกอยากจะแกล้งเขาอีกสักรอบ

เธอผละริมฝีปากออกมาเล็กน้อย หอบหายใจแฮ่กๆ กระซิบถามด้วยแววตาเจ้าเล่ห์: “คุณชายคะ... ถ้าฉันบอกว่า... ‘ญาติผู้ใหญ่ (ประจำเดือน)’ มาเยี่ยมพอดี... คุณชายจะทำยังไงคะ?”

เจียงเฉิง ชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน… เพราะมือซนๆ ของเขาที่สำรวจอยู่ใต้กระโปรงเมื่อกี้... ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว! ทางสะดวก... น้ำหล่อลื่นพร้อมรบ! เขางับใบหูเธอเบาๆ แล้วกระซิบตอบเสียงพร่า

“ไม่เป็นไรครับ... ผมไม่ถือ...” เขามองไปที่ผมดำขลับที่เกล้าไว้สวยงามของเธอ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก: “...ผมคุณหนาดี... ถ้าจะกระชากจากข้างหลัง... คงไม่ร่วงติดมือมาเยอะหรอกมั้ง?”

ซูหว่าน ขนลุกซู่! ก้นขมิบเกร็งโดยอัตโนมัติ เธอรีบทุบอกเขาแก้เขิน: “ท่านประธาน! ...คนบ้า! ...ไอ้คนซาดิสม์!”

สายลมภายนอกพัดผ่านต้นไม้ไหว… แต่พายุสวาทภายในห้องกำลังจะเริ่มโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง!

จบบทที่ ตอนที่ 1299 บุหรี่น่ะ... ต้องมีคนช่วย ‘สูบ’ มันถึงจะอร่อย, ตอนที่ 1300 เลิกแสดงละครกันได้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว