- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 1179 เดี๋ยวพี่ดูแลเอง, ตอนที่ 1180 สนใจไปนวดหน่อยไหม?
ตอนที่ 1179 เดี๋ยวพี่ดูแลเอง, ตอนที่ 1180 สนใจไปนวดหน่อยไหม?
ตอนที่ 1179 เดี๋ยวพี่ดูแลเอง, ตอนที่ 1180 สนใจไปนวดหน่อยไหม?
ตอนที่ 1179 เดี๋ยวพี่ดูแลเอง
หวัง ชงชง แซวด้วยสีหน้ายียวน: “ดูท่าทางดีใจขนาดนี้... นาฬิกาเรือนใหม่ที่เล็งไว้น่าจะได้ชัวร์แล้วสินะ?”
ฉีหยวน พยักหน้าหงึกหงักรัวๆ ด้วยความตื่นเต้นจนปิดไม่มิด: “แน่นอนสิเพื่อน! ...วันนี้หุ้นต้าจ้ง (Volkswagen) ร่วงหนักมาก เกิน 20% แล้วนะเว้ย! ...แกรู้ไหมว่ามันหมายความว่าไง? มูลค่าตลาดหายวูบไปเกือบหมื่นล้านยูโร! ...บ้าไปแล้ว!”
ฉินเฟิน เสริมต่อ: “ใช่... แคมเปญ ‘ปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ร่วมใจประท้วง’ ที่เราจัดไป มันเป็นกระแสไวรัลไปทั่วเน็ตแล้ว สื่อนอกก็จับตามองตาเป็นมัน”
เฉินฮ่าว วิเคราะห์สถานการณ์: “ตอนแรกนักลงทุนต่างชาติยังพอประคองตัวไหว หุ้นแค่ค่อยๆ ซึมลง... แต่พอรัฐบาลจีนประกาศ ‘ค่าปรับมหาศาล’ ออกมาเท่านั้นแหละ... ทุกคนเทขายหนีตายกันหมด วันนี้ราคาดิ่งนรกแตกแบบไม่มีแนวรับเลย... งานนี้ต้าจ้งแก้เกมไม่ทันแล้ว สถานการณ์เปลี่ยนไวเกินคาด”
วังเจิ้ง รีบผสมโรง: “นั่นสิ! ...เจียงเฉิง นายคงไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนฉัน พี่ฉิน แล้วก็ไอ้เฉิน สามคนไม่ได้นอนทั้งคืนเลยนะเว้ย! นั่งเฝ้ากราฟกันตาแฉะ... จนถึงตอนนี้ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยเนี่ย!”
ได้ยินเพื่อนๆ คุยกัน เจียงเฉิง ก็เหลือบตามองแนวโน้มธุรกิจในระบบ ข้อมูลบนนั้นแสดงผลชัดเจนว่า… จุดต่ำสุดของราคาหุ้นต้าจ้งยังมาไม่ถึง จากแนวโน้มปัจจุบัน พรุ่งนี้ราคาหุ้นจะร่วงต่อได้อีกถึง 20%
และตามสถิติที่ระบบคำนวณไว้ รวมกับยอดที่ร่วงมาหลายวัน ก่อนที่ราคาจะดีดกลับ... หุ้นต้าจ้งจะร่วงลงไปทั้งหมดถึง 37%! นั่นหมายความว่ามูลค่าบริษัทจะหายไปถึง 1 ใน 3 ในพริบตา! คิดเป็นตัวเงินคือความเสียหายระดับ 2 หมื่นกว่าล้านยูโร! นี่คือหายนะที่คนธรรมดาจินตนาการไม่ออก
เจียงเฉิง ยักไหล่ แซวกลับขำๆ: “พวกนายก็ไม่ใช่พวกมือใหม่หัดเกรียนสักหน่อย... ทำเป็นตื่นเต้นจนไม่ได้นอนไปได้ ไอ้พวกขี้โม้”
สิ้นเสียง เจียงเฉิง… สาวสวยรุ่นน้าที่นั่งแนบชิดอยู่ข้างๆ วังเจิ้ง ก็หลุดขำ พรืด! ออกมา เธอแอบฟังบทสนทนาของลูกค้ามาสักพักแล้ว จึงพอจับใจความได้ว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องหุ้นต้าจ้ง ซึ่งเป็นข่าวดังระดับประเทศที่ใครๆ ก็รู้
เธออาจจะไม่รู้เรื่องหุ้นลึกซึ้ง… แต่เธอรู้กฎเหล็กของวงการนี้ดี: เล่นหุ้นได้ ก็ได้เป็นเสี่ยเลี้ยงเด็กดริ้งก์... เล่นหุ้นเจ๊ง ก็ต้องไปแบกปูนที่ไซต์งาน สำหรับเศรษฐีพวกนี้ ข้อมูลวงในคือขุมทรัพย์มหาศาล
คิดได้ดังนั้น... มือเรียวสวยที่เดิมทีแค่วางแปะอยู่บนอกของ วังเจิ้ง ก็เริ่มซุกซน ปลายนิ้วค่อยๆ ลูบไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ... จนถึงเป้ากางเกง เธอกระซิบถามเสียงกระเส่า แฝงนัยยั่วยวน: “คุณชายวัง... คืนนี้ ‘ไม่ได้นอน’ ทั้งคืนจริงๆ เหรอคะ?”
ทว่า... วังเจิ้ง กลับไม่เล่นด้วย เขาปัดมือเธอออก แล้วทำหน้าบึ้งตึง ตะคอกใส่เสียงแข็ง: “ฝันไปเถอะ! ...ไม่ได้นอนทั้งคืนบ้าบออะไร? ...เธอคิดว่าฉันจ้างเธอมาเท่าไหร่ฮะ? ...จำใส่กะลาหัวไว้ด้วยนะ ฉันเป็นคนจ่ายเงิน ฉันเป็นคนเสพสุข... ไม่ใช่เธอเป็นคนเสพสุข! ...วางตัวให้มันถูกที่ถูกทางหน่อย!”
โดนลูกค้าด่าแสกหน้า… ใบหน้าสวยเฉี่ยวของสาวรุ่นน้าซีดเผือดด้วยความอับอาย เธอรีบนั่งตัวตรงเหมือนนักเรียนประถม มือไม้สั่น กำชายเสื้อแน่น ตอบกลับเสียงสั่นเครือ: “ขะ... ขอโทษค่ะคุณชายวัง... ฉันผิดเองที่ไม่รู้กาลเทศะ... อย่าโกรธฉันเลยนะคะ”
เสียงดุด่าดังพอที่จะทำให้คนทั้งโต๊ะหันมามอง ซือชิง ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แม้จะได้ยินไม่ถนัดว่าคุยอะไรกันตอนแรก แต่พอได้ยินเสียงด่า ก็หันไปมองด้วยความสนใจ
ฉีหยวน เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขายิ้มเยาะ แล้วพูดแขวะ วังเจิ้ง อย่างไม่ไว้หน้า: “ไอ้วังเจิ้ง... มึงจะหัวร้อนทำไมวะ? ...น้องสาวครับ ไม่ต้องกลัวนะ... ไอ้หมอนี่มันแค่ ‘น้ำยาบูด’ ทำไม่ได้อย่างปากว่า มันเลยพาลใส่เธอ... มันไม่รู้จักถนอมบุปผาหรอก... มามะ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะ ‘ดูแล’ เธอเอง!”
สิ้นคำพูดนั้น คนทั้งโต๊ะก็ระเบิดหัวเราะลั่นขึ้นมาพร้อมกัน “ฮ่าๆๆๆ!”
เจียงเฉิง ที่นั่งดูอยู่นานอดไม่ได้ที่จะพูดขัดขึ้นมาลอยๆ: “นายคงลืมวีรกรรมบนเครื่องบินคราวนั้นไปแล้วสินะ?”
ฉีหยวน ที่กำลังจะอ้าปากเถียง พอเห็นว่าเป็น เจียงเฉิง พูด ก็รีบหุบปากฉับ กลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทัน เขารีบแถสีข้างถลอก:
“โธ่... พี่เจียงครับ... ผมจะบอกให้นะ ที่ไอ้วังเจิ้งพูดก็ถูกแล้ว... ผู้ชายเราก็เหมือนผู้หญิง ต้องรู้จักรักนวลสงวนตัว... จะเดินสองก้าวหรือวิ่งสองก้าว สุดท้ายก็ถึงเส้นชัยเหมือนกัน... จะรีบเหนื่อยไปทำไมล่ะครับ?”
(ตรรกะคนเสร็จไว: ไม่เน้นลีลา เน้นเข้าเส้นชัยให้จบๆ ไป!)
เจียงเฉิง ส่ายหัวขำๆ: “ไอ้เวรนี่... ตรรกะป่วยจัดๆ”
หวัง ชงชง หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง: “ฮ่าๆๆๆ! ...เพิ่งเคยเจอคนหาข้ออ้างเรื่อง ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’ ได้ดูดีมีหลักการขนาดนี้เป็นครั้งแรก! ...นับถือว่ะ! นับถือจริงๆ!”
สาวรุ่นน้าที่ตอนแรกมีความหวังกับ ฉีหยวน... พอได้ยินวีรกรรมความ ‘ไว’ ของเขา แววตาก็หม่นลงทันที มาทำงานแบบนี้เพื่อเงินก็จริง… แต่ผู้หญิงที่ไหนจะชอบผู้ชายที่แหย่ยังไม่ทันสุดก็เสร็จแล้วบ้างล่ะ? มันเหมือนโดนหลอกให้อยากแล้วจากไปชัดๆ
บทสนทนาเริ่มลึกซึ้งและกำกวมขึ้นเรื่อยๆ ซือชิง ขมวดคิ้วมุ่น แม้จะพอเดาได้ลางๆ ว่าเป็นเรื่อง 18+ แต่ก็ไม่เข้าใจศัพท์แสลงพวกนี้ทั้งหมด เธอจึงกระซิบถาม เจียงเฉิง ซื่อๆ: “พวกเขาคุยเรื่องอะไรกันคะ? ...ฉันฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย”
ฉีหยวน หูดี รีบหันขวับมาแก้ตัวกับ ซือชิง ด้วยสีหน้าจริงจัง: “ซ้ออย่าเข้าใจผิดนะครับ! ...พวกผมคุยเรื่องปรัชญาชีวิต! ...เรื่องคุณค่าของลูกผู้ชาย! ...ไม่ได้คุยเรื่องลามกจกเปรตอะไรเลยนะ สาบานได้!”
หวัง ชงชง รีบเสริม: “ใช่ๆๆ! ...ซ้อครับ พวกผมใสซื่อบริสุทธิ์ผุดผ่องจะตายไป!”
วังเจิ้ง: “ถูกต้องครับ! ...พวกเรากำลังถกเถียงเรื่องโลกทัศน์และค่านิยมของลูกผู้ชายอยู่ครับ!”
เจียงเฉิง ส่ายหัวอย่างเอือมระอา: “จะอ้วก... ไอ้พวกตาเฒ่าหัวงู... เลิกตอแหลได้แล้ว! ...เปลี่ยนเรื่องด่วน! อย่ามาทำแฟนฉันแปดเปื้อนนะเว้ย... คุยเรื่องงานซะที!”
เมื่อ เจียงเฉิง สั่งการ บรรยากาศก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง
หวัง ชงชง เปิดประเด็น: “รู้ไหมว่าเรื่องนี้มันบ้าบอขนาดไหน? ...ผู้บริหารต้าจ้งประจำเซี่ยงไฮ้ ถึงขั้นวิ่งเต้นใช้เส้นสายไปหาพ่อฉัน ขอให้ช่วยสั่งให้ฉันหยุดโพสต์ด่าพวกเขาในเวยป๋อ ...เรื่องถึงหูพ่อฉันเลยนะเนี่ย คิดดูดิ”
เฉินฮ่าว เสริม: “ที่น่าเกลียดกว่านั้นคือพวกสื่อ... เมื่อวานฉันเปิดเวยป๋อดู ยังมีสื่อบางเจ้าพยายามเขียนข่าวล้างขาวให้ต้าจ้งอยู่เลย อ้างว่าโดนค่ายรถญี่ปุ่นใส่ร้าย... แต่ก็นะ อย่างที่นายเคยบอก งบ PR ของต้าจ้งในจีนมันมหาศาลจริงๆ... พลังเงินนี่น่ากลัวชะมัด”
วังเจิ้ง หัวเราะขำ: “ฮ่าๆๆ... รับเงินมาทำงาน มันก็ไม่น่าเกลียดหรอก... แต่โชคดีที่ชาวเน็ตกับเจ้าของรถส่วนใหญ่ไม่เล่นด้วย เพราะมันกระทบผลประโยชน์พวกเขาเต็มๆ ...และที่สำคัญ รัฐบาลจีนตอบโต้ไวมาก สั่งปรับทันทีไม่อิดออด... ไม่งั้นเรื่องคงเงียบหายไปแล้ว”
ฉีหยวน หันไปถาม เจียงเฉิง: “แต่เรื่องที่กรมการขนส่ง(1)และกรมการตลาด(2)ลงดาบไวนี่... ไม่ใช่ฝีมือฉันนะ... ฝีมือพี่เจียงใช่ไหมครับ?”
เจียงเฉิง คีบหอยนางรมสดเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ แล้วตอบเรียบๆ: “เรื่องต้าจ้ง... พวกสื่อรู้อยู่แก่ใจดีกว่าพวกเราอีก แต่เหมือนที่วังเจิ้งบอก พวกเขาต้องกินต้องใช้ รับเงินมาแล้วก็ต้องทำงาน ถ้าเราไม่ดึง ‘หน่วยงานรัฐ’ ลงมาเล่นด้วย... ป่านนี้เรื่องคงโดนเงินฟาดหัวปิดข่าวเงียบไปแล้ว... ยุ่งตายชัก”
เฉินฮ่าว ถามด้วยความกังวลเล็กน้อย: “แล้วการที่เราเล่นใหญ่ รุมกินโต๊ะต้าจ้งขนาดนี้... จะมีผลเสียกับซิงเฉิน อินเวสต์เมนต์ไหมครับ? ครั้งนี้เราเล่นแรงกว่ารอบก่อนๆ เยอะเลยนะ... กลัวจะมีปัญหาตามมาทีหลัง”
เจียงเฉิง โบกมืออย่างไม่ยี่หระ: “ไม่ต้องห่วง... ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ซิงเฉิน เจ้าเดียวที่ชอร์ตหุ้น พวกนายก็รู้... พอข่าวรั่วออกไป พวกกองทุนนกแร้ง กับรายย่อยขาใหญ่ ก็แห่กันมารุมทึ้งเพียบ... พวกนั้นแค่มาช้ากว่าเราก้าวเดียวเอง”
ฉีหยวน พยักหน้าเห็นด้วย: “จริง... ต่อให้จะมาเช็คบิลทีหลัง เราก็ไม่กลัว... นี่มันถิ่นเรานะเว้ย! นี่มันประเทศจีน! ...ในเซี่ยงไฮ้นี้ ถ้าพวกเรารวมหัวกัน ใครจะทำอะไรได้? ...ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ!”
วังเจิ้ง เสริมอย่างฮึกเหิม: “ใช่! ...ต่อให้ต้าจ้งมีเยอรมันหนุนหลังแล้วไง? ...หลักฐานโกงค่าไอเสียมันทนโท่คาตา ผลสอบสวนก็ออกมาแล้ว ค่าปรับก็สั่งแล้ว… จะมาไล่เบี้ยข้ามประเทศเหรอ? ...ฝันไปเถอะ! ...ถ้าพวกเราไม่ยอมซะอย่าง ใครจะทำไม?”
………………………………………
(1)[กรมการขนส่ง (交通运输部) – ‘กระทรวงคมนาคม’ ในระดับพื้นที่ มักปฏิบัติการผ่านหน่วยงานย่อย เช่น กรมการขนส่ง (交通运输局), หน่วยบังคับใช้กฎหมายด้านการขนส่ง (交通运输执法支队)]
(2)[กรมการตลาด (国家市场监督管理总局) – หรือคือ ‘กรมกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐ’ หน่วยงานนี้มีอำนาจกำกับดูแลบริษัท นิติบุคคล มาตรฐานสินค้า การโฆษณา การผูกขาด การคุ้มครองผู้บริโภค และสามารถเข้าตรวจค้นสถานประกอบการและยึดเอกสาร/ของกลางได้ในฐานะการบังคับใช้กฎหมายทางปกครอง]
[หมายเหตุ: ด้านอำนาจการบังคับใช้กฎหมาย ในประเทศจีน หน่วยงานทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่มหน่วยบังคับใช้กฎหมายทางปกครอง (行政执法部门) และสามารถดำเนินการตรวจค้นร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นคดีอาญา]
………………………………………
ตอนที่ 1180 สนใจไปนวดหน่อยไหม?
หลังจากสำนักงานใหญ่ต้าจ้งถูกสั่งปิด... สถานการณ์ในจีนก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซือชิง นั่งฟังพวก เจียงเฉิง คุยเรื่องธุรกิจด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เธอก็รู้กาละเทศะ ไม่พูดแทรก เพียงแค่นั่งฟังเงียบๆ อย่างตั้งใจ
เมื่อเห็นว่าเธอวางตะเกียบแล้ว เจียงเฉิง ก็เอียงคอมามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน พลางถามเสียงนุ่ม: “ข้างล่างมีสปาแล้วก็นวดน้ำมันอโรมาด้วยนะ... คุณอยากจะลองไปทำสักคอร์สไหม?”
โบราณว่าไว้... ‘หนังท้องตึง หนังตาหย่อน’ ในสถานการณ์ที่กินอิ่มๆ แบบนี้ ถ้าได้ไปนอนนวดผ่อนคลายในบรรยากาศหอมๆ... รับรองว่าร้อยทั้งร้อยต้องเผลอหลับยาว
ซือชิง เข้าใจว่า เจียงเฉิง คงอยากคุยธุระสำคัญกับเพื่อนต่อ ซึ่งอาจเป็นความลับทางธุรกิจที่ไม่สะดวกให้เธอฟัง เธอจึงก้มมองนาฬิกาในมือถือ... ตอนนี้ 20.00 น. แล้ว เธอคำนวณเวลาเดินทางกลับหอพักคร่าวๆ ในใจ แล้วพยักหน้าตกลง
แต่เธอก็ยังมีความกังวลเล็กๆ เงยหน้าขึ้นมอง เจียงเฉิง ด้วยดวงตาใสซื่อ ถามอย่างไม่มั่นใจ: “ข้างล่างนั่น... ปลอดภัยแน่นะคะ?”
เจียงเฉิง หัวเราะเบาๆ ลูบหัวเธอปลอบใจ: “ปลอดภัยแน่นอนสิครับ คุณกังวลอะไรเนี่ย? ...ที่นี่เป็นคลับเฮาส์ที่ถูกต้องตามกฎหมายนะครับ ชั้นบนสุดนี่คนนอกขึ้นมาไม่ได้หรอก... ข้างล่างนอกจากสปาแล้ว ยังมีห้องซิการ์, ออนเซ็น, สนามยิงธนู, โบว์ลิ่ง แล้วก็มีหอศิลป์จัดแสดงภาพวาดด้วยนะ... ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน... ไปเถอะ เดี๋ยวผมให้คนไปเฝ้าหน้าห้องให้”
ได้ยินคำยืนยันที่น่าเชื่อถือ ซือชิง ก็ยิ้มออก พยักหน้าอย่างว่าง่าย: “โอเคค่ะ... ฉันยังไม่เคยลองทำสปาแบบเต็มรูปแบบเลย ได้ยินว่าสบายตัวมาก... งั้นขอไปลองหน่อยนะคะ”
…………………………………
ทันทีที่แผ่นหลังของ ซือชิง ลับหายไปพ้นประตูตามการนำทางของพนักงาน บรรยากาศภายในห้องที่เคยอบอวลไปด้วยมาดสุภาพบุรุษก็พลันมลายหายไป กลับกลายเป็น ‘รังโจร’ ของเหล่าคุณชายสายแสบในชั่วพริบตา
วังเจิ้ง ยิ้มร่า หันมาทวงความดีความชอบ: “พี่เจียง! ...เมื่อกี้การแสดงของฉันเป็นไงบ้าง? สุดยอดเลยใช่ไหมล่ะ? ...รับส่งมุกกันเนียนกริบ!”
เจียงเฉิง พยักหน้าชม: “ฮ่าๆๆ... ใช้ได้ๆ รู้ใจกันจริงๆ”
จากนั้น เจียงเฉิง ก็กวักมือเรียก สวีรุ่ย ที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูให้เข้ามา เขากระซิบสั่งงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่แฝงความเจ้าเล่ห์: “จัดคอร์สเสริมความงามที่แพงที่สุดให้เธอ... เอาแบบนวดสปาครบวงจรเลยนะ... อ้อ ที่สำคัญ... ถ้าระหว่างนวดเธอเผลอหลับไป... ‘ห้ามปลุก’ เด็ดขาด... ปล่อยให้เธอหลับไปเลย เข้าใจไหม?”
สวีรุ่ย เป็นคนหัวไว ได้ยินคำสั่งแค่นี้ก็ทะลุปรุโปร่งถึงเจตนา เขารีบโค้งรับคำทันที: “รับทราบครับนายน้อย! ...ผมจะกำชับพนักงานให้อย่างดีครับ!”
…………………………………….
พอได้ยินคำสั่งลับของ เจียงเฉิง เพื่อนๆ ในโต๊ะก็หูผึ่ง เข้าใจแผนการทันที รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน
ฉินเฟิน อดไม่ได้ที่จะแซว: “เชี่ยเอ๊ย... พี่เจียงนี่มัน ‘เสือตัวพ่อ’ ของจริงเลยว่ะ! ...เมื่อกี้ฉันก็นึกว่าพี่ยังจีบไม่ติดซะอีก... ที่ไหนได้ วางแผนซ้อนแผนไว้หมดแล้ว! ...ร้ายกาจชิบเป๋ง!”
เฉินฮ่าว หัวเราะชอบใจ: “ฮ่าๆๆ... ขอบคุณครับพี่เจียง วันนี้ได้เรียนรู้วิชาใหม่อีกแล้ว... เดี๋ยวคราวหน้าผมเอาไปใช้บ้าง มอมด้วยสปา!”
ฉีหยวน ปรบมือรัวๆ: “ในสังเวียนของ ‘ลูกไม้จีบหญิง’ …ผมขอประกาศให้พี่เจียงเป็นเบอร์หนึ่งในปฐพี! ...ใครจะสู้พี่ได้วะเนี่ย ฮ่าๆๆ!”
โดนเพื่อนรุมแซว เจียงเฉิง ก็โบกมือปฏิเสธหน้าตาย แต่แววตาพราวระยับ: “พวกนายคิดมากไปแล้ว... ฉันกับพวกนายไม่เหมือนกันนะเว้ย... ฉันแค่เห็นว่าวันนี้เธอเรียนมาเหนื่อยๆ กลัวเธอเพลีย ก็เลยให้ไปพักผ่อน... อย่ามาใส่ร้ายคนดี!”
ฉินเฟิน ไม่ปล่อยผ่าน แซวต่อทันที: “จ้าๆ พ่อคนดี... งั้นคืนนี้ต้องให้ฉัน ‘เปิดห้อง’ รอไว้ให้พี่กับซ้อเลยไหมล่ะครับ?”
หวัง ชงชง สวนขึ้นมา: “ถามโง่ๆ ...คำถามแบบนี้ต้องถามด้วยเหรอวะ? มันของตายอยู่แล้ว!”
วังเจิ้ง ผสมโรง: “สงสัยเหล้าเข้าปากแล้วไอ้พี่ฉินจะเมา... ถึงได้หลงเชื่อว่าพี่เจียงเป็นคนดีศรีสังคม...”
เฉินฮ่าว ปิดท้าย: “จริง... ข้ออ้างของพี่เจียงน่ะ มีแค่ซ้อคนเดียวแหละที่เชื่อ... พวกเราดูออกหมดไส้หมดพุงแล้ว!”
ฉินเฟิน หัวเราะร่า ถามย้ำอีกที: “สรุปคือ... ห้องที่จะให้เปิดเนี่ย... จะเปิดไว้นอนกับซ้อ... หรือจะรอส่งซ้อกลับบ้าน แล้วค่อยกลับมานอนกับเด็กๆ ดีครับ? ฮ่าๆๆ”