เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1167 รู้ไหมว่าทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย?, ตอนที่ 1168 คุณคือมืออาชีพ

ตอนที่ 1167 รู้ไหมว่าทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย?, ตอนที่ 1168 คุณคือมืออาชีพ

ตอนที่ 1167 รู้ไหมว่าทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย?, ตอนที่ 1168 คุณคือมืออาชีพ


ตอนที่ 1167 รู้ไหมว่าทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย?

เมื่อเห็นถุงน่องคู่ใหม่เอี่ยมของตัวเองถูกฉีกจนขาดวิ่นคามือเขา เซี่ยเหมิง ก็กัดริมฝีปากล่างแน่นจนซีดขาว ท่าทางนั้นยิ่งขับเน้นความน่าสงสารและน่ารังแกให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก

เธอดัดเสียงเล็กเสียงน้อย พูดอุบอิบ: “พี่เจียง... อย่าทำแบบนี้สิคะ... ถ้าพี่ยังไม่หยุด ฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆ นะ~~”

น้ำเสียงของเธอเจือความขัดเขินระคนยั่วยวน ปากบอกปฏิเสธ แต่สายตากลับฉายแววตื่นเต้นและคาดหวังอย่างปิดไม่มิด

ได้ยินคำพูดที่ย้อนแย้งกันเองแบบนี้ เจียงเฉิง ก็ตอบสนองทันควัน สวมวิญญาณนักแสดงรางวัลออสการ์เล่นตามบทบาททันที

เกมแบบนี้... เขาเคยได้ยินเธอเล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนไปเที่ยวคลับครั้งที่ 2 ว่ามีแขกโรคจิตบางประเภทชอบเล่นบทข่มขืน ตอนนั้นพอบอกให้ลองแสดงให้ดู เธอยังบิดไปบิดมาด้วยความอาย ไม่นึกเลยว่า... พอกลับกานซูไปชุบตัวมาคราวนี้ เธอจะกลายร่างเป็นสาวร้อนแรงที่กล้า ‘รุก’ ชวนเขาเล่นเกมสวาทแบบนี้ก่อน!

เจียงเฉิง ตะปบมือปิดปากเธอไว้แน่น มืออีกข้างระบายอารมณ์ดิบใส่ถุงน่องที่ขาดวิ่น ราวกับจะฉีกกระชากทุกพันธนาการให้พังพินาศ เขาแสร้งทำเสียงโหด ตะคอกใส่: “ร้องสิ! ...ร้องเลย! ...ถ้ากล้าร้องดังแม้แต่แอะเดียว... ป๋าจะจับกระแทกให้ยับคารถเดี๋ยวนี้แหละ!”

พอ เจียงเฉิง เล่นบทโหดใส่… เซี่ยเหมิง ก็อินจัด เริ่มดิ้นรนขัดขืนราวกับถูกบังคับจริงๆ สองมือผลักอกเขาพัลวัน พยายามจะหนีออกจากอ้อมกอด แม้แรงจะน้อยนิดเหมือนมดสู้กับช้าง แต่เธอก็สู้ยิบตา

ปากส่งเสียงอู้อี้เล็ดลอดฝ่ามือออกมา: “อื้อ! อื้อ! ...อย่าแตะต้องตัวฉันนะ!... คุณทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะรู้ไหม?!”

ตอนแรก เจียงเฉิง กะว่าจะเล่นขำๆ แต่พอเห็น เซี่ยเหมิง ดิ้นรนขัดขืนอย่างสมจริงสมจังขนาดนี้ ในใจเขาก็ร้อง เชี่ย! ออกมาคำโต

มิน่าล่ะ... ทำไมคนถึงชอบเล่น Roleplay กันนัก ความรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้... มันเร้าใจยิ่งกว่าพวกชุดคอสเพลย์แฟนซีตั้งเยอะ! ฉากนี้มัน... เหมือนฉากในสื่อการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นชัดๆ!

โดยเฉพาะจังหวะที่เธอบิดตัวหนี... มันยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้เดือดพล่าน เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่างจนร้อนฉ่า

เขาจับร่างเล็กล็อกไว้ แล้วเหวี่ยงเธอนอนหงายลงบนเบาะหนังราคาแพงอย่างป่าเถื่อน ราวกับเสือร้ายตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าข้อเท้าเล็กบางที่กำลังดีดดิ้นเตะถีบเอาไว้แน่น ข้อเท้านั้นช่างดูบอบบาง เปราะบางราวกับจะหักคามือเขาได้ง่ายๆ...

……………………………………….

20 นาทีต่อมา…

เมื่อรถ Rolls-Royce จอดสนิทที่หน้าอาคารที่พัก ประตูรถเปิดออก เซี่ยเหมิง ก้าวลงจากรถในสภาพ ‘นกกระจอกเทศ’ เธอก้มหน้าต่ำจนคางแทบชิดอก ซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำไว้ไม่ให้ใครเห็น แล้วรีบซอยเท้าวิ่งจู๊ดเข้าคอนโดไปอย่างรวดเร็ว

มองดูท่าทางเขินอายที่น่ารักน่าเอ็นดูนั้น เจียงเฉิง ยกยิ้มมุมปาก ส่ายหัวเบาๆ อย่างขบขัน

จากนั้น เขาก็ยื่นมือไปรับกระเป๋าเดินทางที่ หวังเซิ่ง ยกลงมาจากท้ายรถ เขาหันไปพูดกับลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง: “ลำบากนายแล้ว... สองวันนี้ผมให้หยุดพักผ่อน... เอาบัตรสมาชิกรายปีที่ให้ไป ไปนวดผ่อนคลายซะบ้างนะ”

ได้ยินแบบนั้น หวังเซิ่ง ก็ยิ้มแก้มปริ ดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ เขายืดตัวตรง ตะเบ๊ะทำความเคารพแบบทหารอย่างแข็งขัน ตอบรับเสียงดังฟังชัด: “ขอบคุณครับนายน้อย! ...ท่านเป็นเจ้านายที่ประเสริฐที่สุดในโลกเลยครับ!”

เห็นลูกน้องมาทำท่าลิงหลอกเจ้า เจียงเฉิง ก็แกล้งด่าขำๆ: “เออๆ... ไปจอดรถแล้วไสหัวไปได้แล้วไป๊~”

“รับทราบครับ! ...จะไสหัวไปเดี๋ยวนี้แหละครับ! ...มีอะไรเรียกใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ!” หวังเซิ่ง รับคำอย่างร่าเริง แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถ

เจียงเฉิง โบกมือไล่ แล้วลากกระเป๋าเดินทางเดินเข้าล็อบบี้ไปอย่างสบายอารมณ์

………………………………………

เมื่อลิฟต์เปิดที่ชั้น 22 เจียงเฉิง เห็นว่าประตูห้องแง้มไว้นิดๆ ห้องชุดหรูหราแบบหนึ่งยูนิตต่อหนึ่งชั้นแบบนี้มีความเป็นส่วนตัวสูง การไม่ล็อกประตูเพื่อรอเขา จึงไม่ใช่เรื่องอันตรายอะไร

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง… หูของเขาก็ได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ๆ ดังมาจากห้องนอนใหญ่ ชัดเจนว่าแม่สาวน้อยเซี่ยเหมิง กำลังอาบน้ำล้างตัวอยู่

เจียงเฉิง ลากกระเป๋าไปเก็บที่มุมห้อง แล้วล้วงโทรศัพท์ออกมา เมื่อกี้ตอนกำลัง ‘เข้าด้ายเข้าเข็ม’ บนรถ... เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ โทรเข้ามา 2 สาย แต่ตอนนั้นเขาไม่ว่างรับ ตอนนี้เลยกดโทรกลับ

ตู๊ด... ตู๊ด… รอสายไม่นาน ปลายสายก็กดรับ เสียงหวานหยดเจือแววตัดพ้อดังมาตามสาย: “ฮัลโหล... ท่านประธานเจียงคะ... ทำไมไม่รับสายล่ะคะ? ...ปล่อยให้คนเขารอจนใจจะขาดแล้วนะ...”

เจียงเฉิง ยิ้มมุมปาก ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์: “เหรอครับ? ...ตรงไหนที่ใจจะขาด? ...ตอนนี้ผมว่างแล้วนะ เดี๋ยวจะไปช่วย ‘จัดการ’ ให้หายอยากดีไหม?”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ แค่นเสียง ฮึ! ในลำคอ: “อยากก็ส่วนอยากค่ะ... แต่ตอนนี้ไม่ว่าง ต้องเฝ้าจอหุ้นต้าจ้ง (Volkswagen) อยู่”

เจียงเฉิง ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ แซวกลับอย่างหยาบคาย เพราะอารมณ์ดิบยังค้างอยู่: “ชิ... ผมว่าคุณนี่นะ ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีตรงไหนแข็งเลย... มีแต่ ‘ปาก’ นี่แหละที่แข็งที่สุด... ระวังเถอะ เดี๋ยวจะโดนผมป้อน ‘ของแข็ง’ ยัดปากเข้าให้สักวัน”

ปลายสายเงียบกริบไป 2 วินาที… ดูเหมือน เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ จะช็อกกับความดิบเถื่อนที่ไม่คุ้นเคยนี้

เจียงเฉิง เองก็รู้ตัวว่าเผลอพูดจาหมาหยอกไก่แรงเกินไปหน่อย สงสัยวิญญาณ ‘เสี่ยขาโหด’ จากบทบาทสมมติเมื่อกี้ยังไม่ออกจากร่าง

บรรยากาศเริ่มมาคุ… เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ กระแอมไอแก้เก้อ อะแฮ่ม! เธอรีบเปลี่ยนประเด็นเข้าสู่โหมดจริงจังเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน: “เอ่อ... ท่านประธานคะ เรื่องสิงคโปร์ที่คุณส่งข้อมูลมาให้ฉันดู ฉันมีความเห็นบางอย่างที่อยากจะเสนอค่ะ”

เจียงเฉิง ปรับสีหน้าและน้ำเสียงกลับมาเป็นปรกติในพริบตา: “ว่ามาสิ”

“สิ่งที่พวกเขาพูดกันในกลุ่มแชตเป็นเรื่องจริงค่ะ... สิงคโปร์คือสวรรค์ของการบริหารภาษี(1) หากซิงเฉิน อินเวสต์เมนต์ ของเราไปจัดตั้งบริษัทนอมินีที่นั่น ผลกำไรมหาศาลที่เราเพิ่งกวาดมาจากตลาดหุ้นจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลงอย่างน่าเหลือเชื่อเลยค่ะ”

น้ำเสียงของเธอกลับมามั่นคงและดูเป็นมืออาชีพเต็มตัว เรื่องเชิงลึกด้านบัญชีระหว่างประเทศนี้ เจียงเฉิง ยังไม่สันทัดนัก เขาจึงถามด้วยความสงสัย: “ปรกติเราใช้คอนเนกชันโอนกำไรไปพักที่ไท่หลานเต๋อ แล้วค่อยหมุนเงินกลับเข้าจีนเพื่อลดหย่อนภาษีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

เฉินเสวี่ยเอ๋อร์ อธิบายเสริม: “ใช่ค่ะ... เส้นทางสายไท่หลานเต๋อช่วยลดภาษีขาเข้าได้ประมาณ 10% ...แต่ถ้าเราเพิ่มขั้นตอนทางบัญชีอีกนิด คือโยกกำไรจากตลาดหุ้นไปพักที่ไท่หลานเต๋อ จากนั้นโอนต่อไปยังสิงคโปร์... แล้วค่อยหมุนกลับเข้าสู่จีนในรูปแบบการลงทุนต่างชาติ สูตรนี้จะช่วยเซฟภาษีลงไปได้อีกอย่างน้อย 10% รวมแล้วเราจะประหยัดเงินไปได้ถึง 20% เลยนะคะ!”

เจียงเฉิง ดวงตาเป็นประกายด้วยความสนใจทันที... ลดเพิ่มอีก 10%? สำหรับเม็ดเงินหลักหมื่นล้าน นี่มันเงินมหาศาลเลยนะ!

เรื่อง ‘การวางแผนภาษี’ คือศาสตร์ชั้นสูงที่เศรษฐีทุกคนต้องศึกษาให้แตกฉาน ดูอย่าง ‘พี่ตง (JD.com)’ ที่ประกาศว่าตนเองไม่มีเงินเดือน หรือ ‘แจ็คหม่า’ ที่รับเงินเดือนเพียง 1 หยวน คนทั่วไปอาจมองว่าพวกเขาสมถะหรือใช้ชีวิตเรียบง่าย... ทว่าในความเป็นจริง มันคือเทคนิคทางบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่อยู่ในอัตราก้าวหน้าทั้งสิ้น!

รวมถึงพวกที่ชอบจัดตั้ง ‘มูลนิธิการกุศล’ แล้วบริจาคทรัพย์สินเข้าไปมากมาย เบื้องหน้าคือภาพลักษณ์ผู้ใจบุญผู้ยิ่งใหญ่... ทว่าเบื้องหลังคือการบริหารภาษีมรดกและภาษีทรัพย์สินอย่างแยบยล

แน่นอนว่า... การเลี่ยงภาษี ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมและไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่มันคือการใช้ช่องว่างของกฎหมายอย่างชาญฉลาดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองให้ถึงที่สุด ต่างจาก ‘การหนีภาษี’ ที่เป็นเรื่องของการอาชญากรรมโดยสิ้นเชิง!

………………………………………………

(1)[สิงคโปร์คือสวรรค์ของการเลี่ยงภาษี (新加坡是避税天堂) – สิงคโปร์มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น Tax Haven หรือแหล่งหลบเลี่ยงภาษี แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ประเทศที่เอื้อให้หนีภาษีหรือซ่อนเงินผิดกฎหมายครับ ระบบการเงินมีการกำกับดูแลเข้มงวดและร่วมมือกับมาตรฐานสากล (เช่น OECD, FATF, CRS) อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ถูกออกแบบให้เป็นมิตรต่อธุรกิจและผู้มีรายได้สูงผ่าน ‘การวางโครงสร้างภาษีอย่างถูกกฎหมาย’ (Tax Optimization) เช่น อัตราภาษีต่ำ ภาษีนิติบุคคลชัดเจน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการไม่เก็บภาษีรายได้จากต่างประเทศในบางเงื่อนไข จึงเหมาะกับการจัดการภาษีอย่างโปร่งใส ไม่ใช่การหลบเลี่ยงภาษีอย่างที่เข้าใจ]

……………………………………

ตอนที่ 1168 คุณคือมืออาชีพ

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ อธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่เป็นระบบระเบียบ: “ระบบการเงินของสิงคโปร์ ถือเป็นแบบอย่างของความสมบูรณ์แบบ ผ่านการพัฒนาและตกผลึกมาหลายปี จนมีกลไกการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร”

“ที่นั่นมีนโยบายภาษีที่ผ่อนปรนมากสำหรับรายได้จากต่างประเทศและกำไรจากเงินทุน ไม่เพียงแค่อัตราภาษีจะต่ำ แต่ในบางธุรกิจและบางเงื่อนไข ยังได้รับการยกเว้นภาษีด้วยซ้ำ”

“จากการวิเคราะห์ในมุมมองของนักบัญชีและการลงทุน... การที่เราเลือกไปตั้งบริษัทลงทุนที่สิงคโปร์เพื่อวางแผนเลี่ยงภาษี เป็นวิธีที่ทำได้จริงทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติ และมีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เราได้อย่างมหาศาลค่ะ”

เจียงเฉิง ตั้งใจฟังการนำเสนอของเธออย่างเงียบๆ เมื่อฟังจบ เขาก็พยักหน้าด้วยความพอใจและยอมรับในฝีมือ: “เรื่องพวกนี้คุณคือมืออาชีพตัวจริง... ถ้าแผนนี้ตรวจสอบแล้วว่าชัวร์ ผ่านการประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนอย่างรัดกุมแล้ว ก็ลุยได้เลย ผมมอบอำนาจให้คุณจัดการเรื่องนี้ได้เต็มที่”

“รับทราบค่ะ ฉันจะจัดการให้เรียบร้อย... อ้อ จริงสิคะ ปัจจุบันการรับรองเรื่องการปกป้องข้อมูลความเป็นส่วนตัวของสินทรัพย์ในสิงคโปร์ ถือว่าเหนือกว่าสวิตเซอร์แลนด์ไปแล้วนะคะ เมื่อ 2 ปีก่อน สวิตเซอร์แลนด์ทนแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกาไม่ไหว ต้องยอมออกกฎหมายใหม่และเปิดเผยข้อมูลลูกค้าบางส่วนให้ทางนั้นทราบ”

เรื่องที่สวิตเซอร์แลนด์ยอมก้มหัวให้สหรัฐฯ เจียงเฉิง เองก็พอรู้มาบ้าง ในปี 2013 สวิตเซอร์แลนด์ออกกฎหมายใหม่ อนุญาตให้ธนาคารในประเทศส่งข้อมูลลูกค้าให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ นโยบายนี้ทำให้บรรดาเศรษฐีจากประเทศที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐฯ ต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อ

เจียงเฉิง ตอบกลับ: “เรื่องนี้ผมรู้... ประเทศที่เป็นกลางมานับร้อยปี พอเริ่มเลือกข้าง ความน่าเชื่อถือมันก็หมดไปแล้ว”

“ใช่ค่ะ... เดิมทีสวิตเซอร์แลนด์เป็นแหล่งฝากเงินที่เศรษฐีทั่วโลกโปรดปรานที่สุด เพราะความเป็นกลางและการเก็บความลับลูกค้าที่เข้มงวด แต่พอยอมจำนนต่อสหรัฐฯ เศรษฐีจำนวนมากก็เริ่มย้ายฐานสินทรัพย์ไปที่สิงคโปร์แทน”

เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์ แนะนำต่อ: “สิงคโปร์เองก็โดนสหรัฐฯ กดดันเหมือนกัน แต่ทางนั้นแข็งข้อ ไม่ยอมส่งข้อมูลลูกค้าให้... ดังนั้น ถ้าท่านประธานมีความคิดจะโยกย้ายเงินฝากส่วนตัว ฉันแนะนำให้โอนไปฝากที่นั่นได้นะคะ”

ได้ยินข้อเสนอนี้ เจียงเฉิง ส่ายหน้าปฏิเสธทันทีโดยสัญชาตญาณ: “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน”

เจียงเฉิง ไม่มีทางเอาทรัพย์สินส่วนตัวไปฝากไว้ในต่างประเทศง่ายๆ แน่นอน สถานการณ์โลกตอนนี้มันแปรปรวนและคาดเดาไม่ได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สินทรัพย์ที่อยู่ในต่างแดนย่อมต้องตกอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศนั้นๆ ซึ่งกฎหมายพวกนี้มักจะถูกบิดเบือนได้ง่ายๆ ด้วยปัจจัยทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ดูอย่างกรณีที่ รัสเซีย กับสหรัฐฯ ขัดแย้งกันและคว่ำบาตรกันไปมาสิ เศรษฐีรัสเซียที่มีทรัพย์สินในต่างประเทศ ต่างโดนหางเลขจนเจ็บหนัก ทรัพย์สินถูกอายัดด้วยข้ออ้างสารพัดที่ฟังดูดีแต่ไร้เหตุผล และเพราะทรัพย์สินอยู่นอกบ้านเกิด เศรษฐีพวกนั้นเลยทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองตาปริบๆ อย่างสิ้นหวัง

จากเหตุการณ์นั้น... เศรษฐีจีนจำนวนมากที่เคยเห่อการย้ายถิ่นฐานหรือขนเงินออกนอกประเทศ ต่างก็เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ และตาสว่าง ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า... การทิ้งสัญชาติและการย้ายสินทรัพย์ไปไว้ในถิ่นคนอื่น คือการตัดสินใจที่โง่เขลาและมองโลกในแง่ดีเกินไป

สำหรับ เจียงเฉิง... ‘ในประเทศจีน’ คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด ตราบใดที่ตระกูลเจียงยังไม่ล่มสลาย... ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาแตะต้องทรัพย์สินของเขาได้!

………………………………………

เที่ยงวันรุ่งขึ้น เจียงเฉิง ถอนหายใจยาวด้วยความผ่อนคลาย

ภายในห้องน้ำหรูหรา… แสงแดดอุ่นๆ ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านบางเบา กระทบกระเบื้องเคลือบจนเกิดเป็นแสงเงาวูบวาบ ไอน้ำลอยอ้อยอิ่งเหมือนม่านหมอก สร้างบรรยากาศที่คลุมเครือและเย้ายวน อุณหภูมิน้ำในอ่างจากุซซี่กำลังพอดี ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป

เซี่ยเหมิง ที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา หลับสนิทไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย ใบหน้าของเธอดูเหนื่อยล้า แต่ก็แฝงความงามที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม

เจียงเฉิง ยังคงรักษาสภาพ ‘เชื่อมต่อ’ กับเธอไว้ในท่าเดิม เขาเองรู้สึกผิดเล็กน้อย จึงจูบแก้มเธอเบาๆ จากด้านหลัง จากนั้นก็ค่อยๆ ประคองศีรษะเธอให้พิงลงบนไหล่ของเขาอย่างระมัดระวัง ส่วนตัวเองก็เอนหลังพิงขอบอ่าง แช่น้ำร้อนเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกายและจิตใจ

ผ่านไปครู่หนึ่ง... เจียงเฉิง หยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างอ่างขึ้นมาไถเล่นแก้เบื่อ เมื่อเปิดดูหน้าฟีด เขาก็เห็นโพสต์ของ ซือเนี่ยน เธอโพสต์รูปคู่กับเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ของร้านอาหารแห่งหนึ่ง แม้ภาพจะถ่ายจากเงาสะท้อนจนดูเบลอๆ แต่ด้วยความคุ้นเคย... เจียงเฉิง ดูปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นรูปคู่ของฝาแฝด ซือเนี่ยน กับซือชิง

มุมปากของ เจียงเฉิง ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ เขากดไลก์รูปนั้น แล้วคอมเมนต์สั้นๆ ว่า: “หิวแล้ว”

ทันทีที่คอมเมนต์เด้ง... ข้อความวีแชทจาก ซือเนี่ยน ก็ตอบกลับมาแทบจะในวินาทีเดียวกัน

ซือเนี่ยน: “บอสคะ หิวเหรอ? ...จะนัดกินข้าวไหมคะ?”

เจียงเฉิง: “แน่นอนสิ... เดี๋ยวพาไปกินของดี”

ซือเนี่ยน: “Ok ค่า~ ...หลัง 4 โมงเย็นฉันไม่มีเรียนแล้ว”

เจียงเฉิง: “งั้น 5 โมงเย็นเจอกัน เดี๋ยวไปรับครับ”

พอกดส่งข้อความเสร็จ... เจียงเฉิง ก็รู้สึกว่าร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดขยับตัว จังหวะที่เธอขยับ... ‘จุดเชื่อมต่อ’ ที่สอดประสานกันอยู่ก็หลุดออกจากกัน

เจียงเฉิง รีบวางโทรศัพท์ลง ขยับตัวนั่งตรง แล้วใช้สองแขนโอบกอด เซี่ยเหมิง ไว้ด้วยความอ่อนโยน กระซิบข้างหูเธอเสียงนุ่ม: “ถ้าเหนื่อยก็หลับต่อเถอะ... น้ำยังอุ่นอยู่ แช่อีกสักแป๊บ เดี๋ยวผมอุ้มไปนอนบนเตียงนะ”

ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา… ความน้อยใจที่สั่งสมมาก่อนจะสลบไปของ เซี่ยเหมิง ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันมาค้อนใส่เขาตาเขียวปั้ด บ่นกระปอดกระแปดด้วยน้ำเสียงงัวเงีย: “พี่เจียงอ่า... พี่... เวลาของพี่มันจะนานเกินมนุษย์มนาไปหน่อยไหมคะ...”

เซี่ยเหมิง ยังจำครั้งแรกที่แช่ออนเซ็นกับเขาที่คลับได้ดี ตอนนั้นความรู้สึกแรกของเธอคือ... ‘นี่ฉันกำลังจะตายใช่ไหม?’ ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจที่เลือกเดินทางสายนี้ แต่พอกัดฟันทนผ่านมาได้... นอกจากความเจ็บปวดเจียนตายแล้ว มันก็มีความสุขสมแทรกซึมเข้ามาอย่างประหลาด

แต่ครั้งนี้... ดูเหมือนเขาจะอัปเกรดความอึดขึ้นไปอีกขั้น!

จบบทที่ ตอนที่ 1167 รู้ไหมว่าทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย?, ตอนที่ 1168 คุณคือมืออาชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว