เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1035 จุดจบที่คาดไม่ถึง, ตอนที่ 1036 คุณว่าแบบไหนน่ากินกว่ากัน?

ตอนที่ 1035 จุดจบที่คาดไม่ถึง, ตอนที่ 1036 คุณว่าแบบไหนน่ากินกว่ากัน?

ตอนที่ 1035 จุดจบที่คาดไม่ถึง, ตอนที่ 1036 คุณว่าแบบไหนน่ากินกว่ากัน?


ตอนที่ 1035 จุดจบที่คาดไม่ถึง

หวัง ชงชง เห็นแบบนั้น ก็รีบคว้าบัตรคืนมาจากมือเพื่อนทันที: “ใครบอกว่าฉันไม่ได้ใช้? ...นายมีตั้ง 2 ใบแล้วยังไม่พออีกหรือไง?”

“นายไม่ได้ไปแถวนั้นบ่อยๆ บัตรพวกนี้คงมีแค่ฉัน เหล่าวัง แล้วก็เหล่าเฉินเท่านั้นแหละที่ได้ใช้... ขืนอยู่ที่นายก็เสียของเปล่า เอาคืนมา!”

เห็น ฉีหยวน กับหวัง ชงชง แย่งของกันเป็นเด็กๆ เจียงเฉิง ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา: “พอได้แล้ว... เลิกเล่นกันสักที ว่าแต่วันนี้เหล่าวังหายไปไหน? ทำไมไม่มา?”

พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉินฮ่าว ก็หลุดขำพรืดออกมา รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโชว์: “นายไม่ได้อ่านในกลุ่มแชตเหรอ? ...ตอนกำลังจะออกจากบ้าน เขาโดนพ่อแม่จับตัวไปดูตัวซะงั้น”

ฉินเฟิน เสริมต่อ: “ลูกสาวคนโตของหลงหยวน เรียลเอสเตท... พวกนายดูรูปสิ หุ่นบึกบึนใช้ได้เลยนะ แถมอายุยังมากกว่าเหล่าวังตั้ง 5 ปีแน่ะ”

พูดจบ ฉินเฟิน ก็หันหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้ทุกคนดู หวัง ชงชง ชะโงกหน้าไปดู... ถึงกับชะงัก แก้วน้ำค้างอยู่ที่ปาก ใครๆ ก็รู้ว่าสเปกของ ‘สามีแห่งชาติ’ คนนี้คือสาวน้อยสไตล์ขาว สวย หมวย เอ็กซ์แตก พอมาเจอรูปสาวร่างท้วมรุ่นใหญ่ในโทรศัพท์... คิ้วเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที ในใจคิด: นี่มันไม่ใช่หาเมียแล้ว... นี่มันหาแม่ชัดๆ

ฉีหยวน ชะโงกหน้ามาดูบ้าง ถึงจะขมวดคิ้วเหมือนกัน แต่ปฏิกิริยาไม่ได้รุนแรงเท่า หวัง ชงชง: “โห... ผู้หญิงคนนี้อ้วนเอาเรื่องเลยนะเนี่ย รู้สึกเหมือนจะทับเหล่าวังแบนได้เลย... แต่ฉันว่าเขาน่าจะชอบนะ…”

สิ้นเสียง ฉีหยวน เฉินฮ่าว ก็ตบเข่าฉาด: “นายพูดเหมือนฉันเปี๊ยบเลย! ...เมื่อเช้าตอนเห็นรูป ฉันก็บอกพี่ฉินไปว่า เผลอๆ รอบนี้เหล่าวังอาจจะตกลงปลงใจก็ได้ เพราะรสนิยมของหมอนั่นมัน ‘ไม่ธรรมดา’ อยู่แล้ว”

หวัง ชงชง ส่ายหน้า รับไม่ได้อย่างแรง: “ชอบเหรอ?? ...จะเป็นไปได้ไง? ผู้หญิงแก่กว่าเขาตั้ง 5 ปีนะเว้ย! ...ปีนี้วังเจิ้งจะ 28 แล้วใช่ไหม? งั้นผู้หญิงก็ 33 แล้วดิ?? ...เรื่องหน้าตาช่างมันก่อน แต่ดูจากน้ำหนักตัว อย่างน้อยต้องมี 60 กิโลฯ อัปแน่ๆ... บ้านมันเกิดวิกฤตการเงินหรือไง? ทำไมต้องลดสเปกลงขนาดนี้วะ??”

ได้ยินแบบนั้น เจียงเฉิง ก็ขมวดคิ้วตาม ด้วยฐานะระดับตระกูลวัง... ถ้าฝ่ายหญิงไม่ได้มีแบ็กกราวด์ที่ยิ่งใหญ่ระดับ ‘บดขยี้’ ตระกูลวังได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเลือกคู่ครองแบบนี้เลย

เฉินฮ่าว ยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วเล่าต่อ: “เปล่าหรอก... ก่อนหน้านี้พ่อแม่เขาปลงแล้ว กะว่าจะเลิกยุ่งกับเขา เพราะเขายังมีพี่ชายอีกคนสืบทอดตระกูล... แต่ประเด็นคือ ช่วงนี้พี่ชายเขาดันไปคว้า ‘สาวฝรั่ง’ มาทำเมีย แถมยังท้องแล้วด้วย! ...พ่อแม่เขาเลยสติแตก กลัวสายเลือดจะเพี้ยน เลยหันกลับมาโฟกัสที่เหล่าวังแทน อยากหาคนที่ไว้ใจได้มาแต่งงานด้วย... ก็เลยจัดแจงนัดดูตัวให้อย่างที่เห็น”

เฉินฮ่าว เหลือบมอง ซือเนี่ยน แวบหนึ่ง แล้วเล่าต่อแบบอ้อมๆ: “แล้วคราวก่อนตอนที่เหล่าวังไปส่งฉันที่สนามบิน... เขาก็หนีบ ‘สาวรุ่นใหญ่’ ไปด้วยคนหนึ่ง... พวกนายก็รู้ๆ นี่นาว่าเขาดูตัวมาตั้งกี่รอบแล้ว สาวสวยทั่วเซี่ยงไฮ้เขาก็ดูมาหมด แต่ไม่ถูกใจสักคน... พ่อแม่เขาก็เลยสรุปเอาเองว่าสงสัยลูกชายจะชอบคนมีอายุ…”

พอฟังจบ... ทั้งโต๊ะก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“ฮ่าๆๆๆ!”

เจียงเฉิง คลายคิ้วที่ขมวดลง แล้วส่ายหน้ายิ้มๆ: “จุดจบแบบนี้... คาดไม่ถึงจริงๆ แฮะ”

ฉินเฟิน กลั้นขำ: “อย่าไปหัวเราะมันเลย... ที่ฉีหยวนกับเฉินฮ่าวพูดก็มีเหตุผลนะ ด้วยรสนิยมแปลกๆ ของเหล่าวัง... ไม่แน่เขาอาจจะชอบจริงๆ ก็ได้”

หวัง ชงชง พยักหน้าเห็นด้วย: “นายพูดมาก็มีส่วนถูก”

ฉีหยวน แหวใส่ทันที: “จะพูดก็พูดไปสิ... แล้วนายมองหน้าฉันทำไมวะ??”

ในขณะที่หนุ่มๆ กำลังหัวเราะชอบใจเรื่องรสนิยมของ วังเจิ้ง ซือเนี่ยน ก็กระซิบถาม เจียงเฉิง เสียงเบา: “เพื่อนของคุณ... เขาชอบคนอายุเยอะกว่าจริงๆ เหรอคะ?”

พอโดนถามเรื่องอายุ... เจียงเฉิง ก็เผลอเอามือลูบจมูกแก้เก้อ เขานึกถึง ฟางหยวน ที่ดูแลตัวเองดีจนหน้าเด็กเวอร์ ‘นางมารสาวพราวเสน่ห์’ แบบนั้น ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าอายุเยอะกว่า ผิวพรรณขาวเนียนดุจหยกมันแพะ แววตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนของสาวเต็มวัย... มีรสชาติที่สาวน้อยเทียบไม่ติด

แถมผู้หญิงรอบกายเขา... ไม่ว่าจะเป็น อวี๋ เซียวเซียว หรือหวัง อวี่เหยียน ทุกคนล้วนอายุมากกว่าเขาทั้งนั้น พวกเธอมีความงามที่แตกต่างกัน... บ้างก็เซ็กซี่เย้ายวน บ้างก็สง่างาม บ้างก็อ่อนโยน… ดังนั้นสำหรับ เจียงเฉิง... การชอบคนอายุเยอะกว่าไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือ... สิ่งที่พวก วังเจิ้ง กับฉีหยวนชอบ ดันเป็น ‘สาวรุ่นป้า’ ที่ดูแก่และท้วมนี่สิ... มันคนละเรื่องกันเลย!

แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่ เจียงเฉิง ก็ยังรักษาภาพพจน์ให้เพื่อน: “พวกเขาก็แค่ล้อเล่นกันขำๆ น่ะ... อย่าไปฟังพวกตาแก่ลามกพวกนี้มาก เพื่อนผมเขาชอบผู้หญิงปกตินั่นแหละ”

ซือเนี่ยน พยักหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมอง เจียงเฉิง ด้วยแววตาคาดหวัง: “แล้วคุณล่ะคะ... เจียงเฉิง คุณชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ?”

เห็นแววตาเป็นประกายระยิบระยับของเธอที่จ้องมองมา เจียงเฉิง ก็กระแอมไอเบาๆ แกล้งทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับไปว่า: “อืม... ผมชอบแบบผมยาว... ดัดลอนใหญ่ๆ(1) ครับ”

ได้ยินคำตอบนี้ แก้มของ ซือเนี่ยน ก็แดงซ่านทันที มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาฉายแววดีใจเหมือนดอกไม้ที่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ ...เพราะวันนี้เธอทำทรงผมดัดลอนใหญ่มาพอดีเป๊ะ!

นี่ เจียงเฉิง กำลังบอกรักเธอทางอ้อมหรือเปล่านะ? ถึงจะรู้สึกว่ามันเร็วไปหน่อย... แต่ในใจเธอก็อดดีใจจนเนื้อเต้นไม่ได้

แม้จะดีใจ แต่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ เธอทำตัวไม่ถูก เลยแกล้งถามลองเชิงกลับไป: “แล้ว... ถ้าเป็นสาวผมสั้น คุณไม่ชอบเหรอคะ?”

เจียงเฉิง ยิ้มเจ้าเล่ห์ ตอบหน้าตาย: “ผมสั้นก็ได้ครับ... ขอแค่ ‘ใหญ่’ ...และ ‘เป็นลอน’ ...ผมก็ชอบหมด”

ซือเนี่ยน ผู้ใสซื่อ พยักหน้าหงึกหงัก: “อ๋อ... สรุปคือประเด็นสำคัญอยู่ที่ลอนใหญ่ (ทรงผม) สินะคะ?”

เจียงเฉิง พยักหน้ายืนยันด้วยสีหน้าจริงจังสุดๆ: “ถูกต้องครับ... คุณจับประเด็นคำว่า ‘ใหญ่’ ได้แม่นยำมาก”

สิ้นประโยคสองแง่สองง่ามของ เจียงเฉิง… หนุ่มๆ ทั้งโต๊ะก็สูดปาก ซี้ด~ กันเป็นแถว แม้แต่ เจิ้ง จื้อกาง ที่ดูเป็นคนเคร่งขรึม ยังหลุดขำออกมานิดๆ ทำหน้าเหมือนบรรลุสัจธรรมใหม่ ส่วน หวัง ชงชง กับเหอ โหย่วจวิน แอบยกนิ้วโป้งให้ เจียงเฉิง ใต้โต๊ะ

สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา… คารวะท่านเทพ! ...จีบสาวด้วยมุกนี้ ร้ายกาจจริงๆ!

……………………………………….

(1)[ลอนใหญ่ (大波浪) – โดยทั่วไปหมายถึงทรงผมดัดลอนใหญ่ ซึ่งเป็นทรงที่ให้ลุคดูเป็นผู้ใหญ่และเซ็กซี่ แต่ในภาษาแสลงมักมีการเล่นคำนี้ในเชิงสองแง่สองง่าม โดยแยกคำประกอบคือ ‘大 - ต้า (ใหญ่), ‘波 - ปัว (นม/หน้าอก)’ และ ‘浪 - ล่าง (ความร้อนแรง/กล้าได้กล้าเสีย)’ โดยสื่อความหมายว่าเขาไม่สนทรงผม ขอแค่ยังมีคุณสมบัติเขาก็ชอบทั้งนั้น]

……………………………………….

ตอนที่ 1036 คุณว่าแบบไหนน่ากินกว่ากัน?

นอกจากความชื่นชมในตัว เจียงเฉิง แล้ว... หนุ่มๆ ในโต๊ะก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาตาร้อน ในมหานครที่เต็มไปด้วยความล่อลวงอย่างเซี่ยงไฮ้ การจะหาผู้หญิงที่ทั้ง ‘หน้าตาระดับนางฟ้า’ และ ‘จิตใจใสซื่อบริสุทธิ์’ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

สำหรับเศรษฐีรุ่นสองอย่างพวกเขา การใช้เงินฟาดหัวเพื่อหาผู้หญิงสวยระดับ 90 มาควง มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย แต่ถ้าพวกเขาลองพูดกับผู้หญิงพวกนั้นว่า “ผมชอบผู้หญิงผมดัดลอนใหญ่”... รับรองได้เลยว่าแม่สาวพวกนั้นคงรีบถลกเสื้อโชว์ให้ดูทันที เพื่อพิสูจน์ว่าเธอทั้ง ‘ใหญ่’ และ ‘ร้อนแรง’ ได้ใจแค่ไหน

ยิ่งรวยเท่าไหร่... ผู้หญิงรอบกายก็ยิ่งห่างไกลจากคำว่า ‘กระต่ายน้อยไร้เดียงสา’ มากเท่านั้น เพราะสังคมและสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่ ดึงดูดแต่ผู้หญิงประเภทนั้นเข้ามา ดูอย่าง ฉินเฟิน สิ... รวยล้นฟ้าขนาดนั้น ยังพลาดท่าไปติดกับดักของไฮโซปลอมแห่งเซี่ยงไฮ้จนเป็นข่าวดังไปทั่ว

แน่นอนว่า... คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ ซือเนี่ยน ยอมตาม เจียงเฉิง มา ส่วนหนึ่งก็เพราะปัจจัยเรื่องเงินทองและฐานะ แต่ถ้าให้เทียบกัน… ระหว่าง ‘ผู้หญิงเจนจัด’ ที่ผ่านการฝึกอบรมมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนมาอย่างโชกโชน กับ ‘ดอกไม้ขาวบริสุทธิ์’ ที่ใสซื่อไม่รู้ประสีประสา… ถ้าเป็นคุณ... คุณว่าแบบไหนหอมหวานกว่ากัน??

โดยเฉพาะ ซือเนี่ยน... คนมีประสบการณ์มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน

เมื่อเห็น ซือเนี่ยน คอยคีบอาหารเอาใจ เจียงเฉิง ด้วยท่าทางเขินอาย... หนุ่มๆ ทั้งโต๊ะก็รู้สึกเสียวฟันกรามจี๊ดๆ ไปตามๆ กัน

…………………………………

ในขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาทานอาหาร จู่ๆ เฉินฮ่าว ก็ชะงักตะเกียบ แล้วเงยหน้าขึ้นมอง เจียงเฉิง ด้วยสายตาตื่นตะลึง เขากำลังไถอ่านข้อความในกลุ่มแชตลูกหลานเศรษฐีซีซานอยู่ จากเดิมที่กลุ่มเงียบๆ จู่ๆ ก็มีข้อความเด้งรัวๆ

หวัง เจียเฉิง: “@ChenTie เฮ้ย... เฉินเถี่ย แกแย่แล้วว่ะ??”

หลิวเยว่: “@WangJiacheng นายก็ได้ข่าวเหมือนกันเหรอ??”

เฉินเถี่ย: “@WangJiacheng @LiuYue พวกแกพล่ามบ้าอะไรกันวะ?? ...หัวกูกำลังปวดอยู่ อย่ามาเล่นลิ้นกับกูนะเว้ย!”

เฉินเถี่ย: “กูแค่โดนตีหัวแตก... แล้วไงวะ? ถึงทีพวกแกมารุมสมน้ำหน้ากูแล้วเหรอ?”

หวัง เจียเฉิง: “@ChenTie ...ดูทรงแล้วแกคงยังไม่รู้เรื่องสินะ ถึงได้ยังปากดีอยู่แบบนี้... บ้านแกเกิดเรื่องใหญ่แล้วโว้ย!”

หลิวเยว่: “@ChenTie แกมันซ่าเกินไปไง... คราวนี้ดูซิว่าจะซ่ายังไงไหว”

อู่ปิน: “@ChenTie บ้านแกไปเหยียบหางเสือเข้าให้แล้ว... หมินเซิง กรุ๊ป ประกาศิตลงมาแล้วว่า ซัพพลายเออร์ทุกเจ้าในซีซาน ห้ามทำธุรกิจกับบ้านแกเด็ดขาด! ...แถมประธานเหลียงแห่งฮัวเหมย (Huamei Energy) ก็สั่งห้ามบริษัทในซีซานที่อยากร่วมงานกับเขา ยุ่งเกี่ยวกับแกด้วย... ตอนนี้บ้านฉันออกประกาศยกเลิกสัญญากับบ้านแกอย่างเป็นทางการแล้วนะ... ต่อไปนี้เราไม่ใช่พาร์ตเนอร์กันแล้ว ลาก่อน”

หวัง เจียเฉิง: “@WuBin บ้านฉันก็ได้ใบสั่งมาเหมือนกัน... บ้านนายแม่งใจเด็ดว่ะ กล้าตัดหางปล่อยวัดทันที... พ่อแม่ฉันก็สั่งมาเหมือนกันว่าให้ระวังตัว อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเฉินเด็ดขาด”

หลิวเยว่: “@ChenTie หมินเซิง กรุ๊ป เขาเป็นเบอร์หนึ่งในวงการนะเว้ย... คราวนี้บ้านแกต่อให้จะเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่นก็คงยาก เพราะพวกเขาไม่ได้มีอิทธิพลแค่ในวงการพลังงาน…”

หลิวเยว่: “ฉันแค่อยากรู้ว่า... บ้านแกไปทำอีท่าไหนถึงได้ไปกระตุกหนวดเสืออย่างหมินเซิงได้? ...ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องหมินเซิง? แกคิดสั้นหรือไงวะ??”

หวัง เจียเฉิง: “ทุกคนเป็นพยานนะ... ปกติฉันไม่สนิทกับไอ้เฉินเถี่ยอยู่แล้ว ต่อไปอย่ามาเอ่ยชื่อมันให้ฉันได้ยินอีกล่ะ…”

หลิวเยว่: “@WangJiacheng โหดร้ายจังนะเพื่อน... เมื่อก่อนเห็นกอดคอกันไปผับบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ??”

หวัง เจียเฉิง: “@LiuYue อย่าพูดมั่ว! ...ไอ้เฉินเถี่ยมันยกระดับไปเป็นไฮโซเซี่ยงไฮ้แล้ว... มันมองไม่เห็นหัวพวกเราบ้านนอกซีซานหรอก... มันหลงตัวเองคิดว่าเป็นเจ้าพ่อซีซาน สุดท้ายเป็นไงล่ะ? เตะเจอตอเข้าให้!”

อู่ปิน: “โชคดีที่ฉันไม่ชอบขี้หน้ามันแต่แรก... ไอ้หมอนี่มันกระจอก ชอบทำตัวกร่างเวลาเมา แถมยังชอบลวนลามผู้หญิง... บ้านมันโดนแบนแบบนี้ก็สมควรแล้ว!”

หวัง เจียเฉิง: “@ChenTie ...เงียบกริบเลยแฮะ? หายซ่าแล้วเหรอ??”

หลิวเยว่: “@ChenTie ป่านนี้คงกำลังนั่งสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่มั้ง”

อู่ปิน: “@ChenTie เมื่อกี้มันบอกว่าโดนตีหัวแตกเหรอ? ...พวกแกรู้ไหมว่าใครทำ??”

…………………………………….

ในเวลานี้ เฉินเถี่ย ยังไม่รู้ชะตากรรมของตระกูลตัวเอง หลังจากด่ากราดในกลุ่มไปเมื่อกี้ เขาก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้ง ไม่ได้อ่านข้อความต่อ

ตอนนี้เขานอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้อง VIP ศีรษะพันผ้ากอซหนาเตอะ แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขากำลังสุมหัววางแผนชั่วกับบอดี้การ์ด เพื่อจะเอาคืน เจียงเฉิง

“เราส่งคนไปดักซุ่มแถวที่ไอ้เจียงเฉิงมันชอบไป พอเห็นมันปุ๊บก็รุมกระทืบมันเลยดีไหม?” เฉินเถี่ย กัดฟันพูด

บอดี้การ์ดส่ายหน้า: “ไม่ได้ครับคุณชาย... เสี่ยงเกินไป เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่ซีซานนะครับ กล้องวงจรปิดเพียบ ตำรวจที่นี่ทำงานไวมาก เราจะซวยเอา”

“งั้นจ้างนักเลงไปดักตีหัวมัน แล้วลากไปสั่งสอนในที่เปลี่ยวๆ?”

“ก็ไม่ดีครับคุณชาย... เมื่อคืนคุณชายก็เห็นว่าบอดี้การ์ดของมันมีเยอะแค่ไหน... แถมถ้าลงมือกลางวันแสกๆ อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”

เฉินเถี่ย ตบเตียงปังด้วยความโมโห: “ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้! ...แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะ??”

เห็นบอดี้การ์ดเงียบกริบ เฉินเถี่ย ก็ลูบแผลที่หัวด้วยความเจ็บใจ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เตรียมจะโทรหา เสิ่นล่าง ให้ช่วยจัดการ

แต่ยังไม่ทันกดโทร... ประตูห้องก็เปิดผาง! เสิ่นล่าง วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง

“ไอ้เสิ่นล่าง! มาพอดีเลย... กูนอนสลบไปตั้งนาน ทำไมมึงเพิ่งโผล่หัวมาวะ??”

เห็น เฉินเถี่ย ตะคอกใส่... เสิ่นล่าง ก็แสยะยิ้มเย็นชา: “มึงยังมีหน้ามาตะคอกกูอีกเหรอ? ...เพราะเรื่องระยำของมึง กูนอนไม่หลับทั้งคืน!”

เจอสวนกลับแบบนี้ เฉินเถี่ย ถึงกับงง ปกติ เสิ่นล่าง จะเกรงใจและคอยเอาอกเอาใจเขาตลอดเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ นี่เป็นครั้งแรกที่กล้าขึ้นเสียงใส่

“มึงหมายความว่าไงวะ? ...ไหนบอกว่าเซี่ยงไฮ้เป็นถิ่นมึงไง? ...ดูหัวกูสิ! โดนตีจนเละขนาดนี้ กูจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอคน? ...กูบอกเลยนะ เรื่องนี้กูยังไม่ฟ้องพ่อแม่กู... ถ้ามึงไม่จัดการให้กู กูไม่จบกับมึงแน่!”

เสิ่นล่าง แค่นหัวเราะ: “กูเคยบอกว่าเซี่ยงไฮ้เป็นถิ่นกู... แต่กูไม่ได้บอกให้มึงไปหาเรื่องใครมั่วซั่วได้! ...เรื่องนี้มึงหาเรื่องใส่ตัวเองล้วนๆ! ...แล้วที่บอกว่าจะฟ้องพ่อแม่มึงเหรอ? หึ! ...ป่านนี้พ่อแม่มึงคงกำลังเอาตัวไม่รอดอยู่มั้ง!”

“มึง... พูดเรื่องเชี่ยอะไร??”

ตอนนี้ เสิ่นล่าง เกลียด เฉินเถี่ย เข้าไส้ เมื่อคืนเขาอุตส่าห์ยอมก้มหัวขอขมา เจียงเฉิง เพื่อช่วยมัน แต่ผ่านไปไม่ถึงวัน... ตระกูลเฉินโดน หมินเซิง กรุ๊ป สั่งแบนถาวร!

ตอนแรกเขาแค่สงสัยฐานะของ เจียงเฉิง... แต่พอเห็นประกาศิตสายฟ้าแลบจากหมินเซิง เขาก็รู้แจ้งเห็นจริงทันที หมินเซิง... แซ่เจียง... บวกกับท่าทางประจบสอพลอของ ฉินเฟิน… ชัดเจนแล้วว่า เจียงเฉิง คือคนของหมินเซิง กรุ๊ป!

ตระกูลเสิ่นของเขากำลังวางแผนขยายตลาดไปที่ซีซาน และเพิ่งเซ็นสัญญาร่วมทุนกับตระกูลเฉินไปหมาดๆ มูลค่าการลงทุนมหาศาล… แต่ตอนนี้ตระกูลเฉินโดนแบน! ...นั่นหมายความว่าโปรเจกต์ทั้งหมดพังพินาศ! เงินลงทุนร่วมพันล้านอาจจะสูญเปล่า!

ชั่วข้ามคืน... เงินพันล้านละลายหายไปในอากาศ! ถ้าที่บ้านรู้ว่าต้นเหตุมาจากเรื่องวิวาทในผับเมื่อคืน... เขาคงโดนฆ่าตัดออกจากกองมรดกแน่ๆ

เสิ่นล่าง ทั้งโกรธทั้งกลัว ส่วน เฉินเถี่ย ที่เริ่มเอะใจ... หน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก เขารีบเปิดวีแชทดูกลุ่มแชตซีซาน… แล้วเขาก็พบความจริงที่น่าสะพรึงกลัว!

ตระกูลเฉิน... ถูก หมินเซิง กรุ๊ป สั่งคว่ำบาตร! เพื่อนฝูงในกลุ่มต่างพากันรุมด่าและถีบเขาออกจากกลุ่มเหมือนหมูหมา ถ้าตระกูลเขาล้มละลายจริงๆ... ชีวิตคุณชายไฮโซของเขาจบเห่แน่!

เฉินเถี่ย ไม่สนแล้วว่า เสิ่นล่าง จะพูดยังไง เขาถามเสียงสั่นด้วยความกลัว: “พี่ล่าง... ม...มันเกิดอะไรขึ้น? พี่รู้อะไรมา??”

ได้ยินคำว่า ‘พี่ล่าง’ ...เสิ่นล่าง ยิ่งขยะแขยง: “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? ...ก็ฝีมือมึงทั้งนั้นแหละ! ...ประธานใหญ่ของหมินเซิง กรุ๊ป ชื่อเจียง เฉิงหง... และคนที่เอาขวดทุบหัวมึงเมื่อคืน ชื่อเจียงเฉิง!”

ตุบ! เฉินเถี่ย เข่าอ่อนทรุดตัวพิงกำแพง หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ขาสั่นพั่บๆ ภาพแววตาอำมหิตของ เจียงเฉิง เมื่อคืน... ย้อนกลับมาหลอกหลอน: “หมายความว่า... เพราะกู... พวกเขาเลย...”

เสิ่นล่าง ไม่อยากเสียเวลากับไอ้โง่นี่อีก: “มึงสวดมนต์ภาวนาให้บ้านมึงรอดวิกฤตนี้ไปได้เถอะ... ถ้าเรื่องนี้ลามมาถึงบ้านกู... กูจะเป็นคนแรกที่ไม่ปล่อยมึงไว้แน่!”

พูดจบ เสิ่นล่าง ก็เดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป ทิ้งให้ เฉินเถี่ย รูดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง

……………………………………….

ในห้องส่วนตัวของโรงแรม… เฉินฮ่าว มอง เจียงเฉิง ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เมื่อเช้า ฉินเฟิน เล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟังแล้ว... ไม่นึกเลยว่า เจียงเฉิง จะลงมือเร็วและโหดขนาดนี้ การเมืองในซีซานมันสกปรกและซับซ้อน... แต่ เจียงเฉิง กวาดล้างได้ในพริบตาเดียว

ฉินเฟิน สังเกตเห็นอาการของ เฉินฮ่าว ก็แซวขึ้น: “เฉินฮ่าว... นายแอบชอบเจียงเฉิงหรือไง? จ้องเขาตาเป็นมันเชียว”

“ถุย! ...ฉันไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นเว้ย! ...ฉันแค่อ่านข่าวในกลุ่มซีซานแล้วทึ่งในความโหดของพี่เจียงเขาต่างหาก...”

เจียงเฉิง ทำหน้างง: “ซีซาน? ...หมายถึง เฉินเถี่ยเหรอ?”

“ใช่ครับพี่... ผมยังไม่ได้เช็กข่าวกับที่บ้านนะ แต่ในกลุ่มเม้าท์กันให้แซ่ดว่า บ้านมันโดนหมินเซิงสั่งเก็บเรียบร้อยแล้ว...”

เจียงเฉิง พยักหน้าเรียบๆ ไม่ได้แปลกใจอะไร ไม่นึกว่า เสิ่นชง จะทำงานไวขนาดนี้

หวัง ชงชง งงเป็นไก่ตาแตก: “เดี๋ยวนะ? ...พวกนายคุยเรื่องอะไรกัน? เฉินเถี่ยคือใครวะ??”

ฉีหยวน หน้าตาตื่น: “เฮ้ยๆๆ ฉันพลาดอะไรไปวะ? ...ไอ้โง่ตัวไหนกล้ามาแหยมกับพี่เจียงของฉัน??”

เฉินฮ่าว ไม่ลีลา ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ทุกคนดูแชตกลุ่ม

ไม่กี่นาทีต่อมา... สีหน้าของทุกคนบนโต๊ะก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ เจิ้ง จื้อกางและเหอ โหย่วจวินที่เพิ่งจะรู้ถึงแบ็กกราวด์ที่แท้จริงของ เจียงเฉิง เป็นครั้งแรก

เจิ้ง จื้อกาง รู้กิตติศัพท์ของ หมินเซิง กรุ๊ป ดี… ในจีนแผ่นดินใหญ่ อิทธิพลของหมินเซิงนั้น ยิ่งใหญ่และลึกลับกว่า 4 ตระกูลใหญ่แห่งฮ่องกงเสียอีก

คนทั่วไปอาจจะรู้จักแค่ 4 ตระกูลใหญ่… แต่สำหรับคนวงในจริงๆ จะรู้ว่า มีตระกูลเก่าแก่ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความมั่งคั่งของประเทศ และหมินเซิง คือหนึ่งในนั้น... โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงาน ถ้าไม่มี ‘อำนาจ’ จริง... ไม่มีทางผูกขาดได้ขนาดนี้ เหอ โหย่วจวิน ที่ยังตามไม่ทัน ก็ได้แต่จดจำชื่อ ‘หมินเซิง กรุ๊ป’ ไว้ในใจเงียบๆ

ฉินเฟิน ผิวปากหวือ: “ไวชิบเป๋ง... เมื่อเช้าฉันยังเป็นห่วงอยู่เลยว่าไอ้เฉินเถี่ยจะเล่นตุกติก... ที่ไหนได้ โดนตัดแขนตัดขาไปเรียบร้อยแล้ว... นายนี่มันสุดยอดจริงๆ!”

หวัง ชงชง หันขวับ: “ฉันอ่านภาษาจีนออกนะ... แต่สรุปแล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะ? เล่ามาดิ๊!”

จบบทที่ ตอนที่ 1035 จุดจบที่คาดไม่ถึง, ตอนที่ 1036 คุณว่าแบบไหนน่ากินกว่ากัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว