- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 1023 บรรยากาศแปลกๆ, ตอนที่ 1024 ถลำลึกหรือหันหลังกลับ
ตอนที่ 1023 บรรยากาศแปลกๆ, ตอนที่ 1024 ถลำลึกหรือหันหลังกลับ
ตอนที่ 1023 บรรยากาศแปลกๆ, ตอนที่ 1024 ถลำลึกหรือหันหลังกลับ
ตอนที่ 1023 บรรยากาศแปลกๆ
เมื่อรู้สึกถึงสายตาของ เจียงเฉิง ที่จ้องมองมา เย่หว่าน ก็รีบก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารเช้า... และบรรยากาศบางอย่างที่อธิบายยาก
เจียงเฉิง เหลือบไปมองกระติกน้ำเก็บความร้อนเก่าๆ บนโต๊ะ แล้วถามขึ้น: “เช้านี้คุณมีเรียนไหม?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมเสน่ห์นั้น ราวกับนิ้วมือที่ดีดลงบนสายพิณในหัวใจของ เย่หว่าน เบาๆ: “มะ... ไม่มีค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปที่ร้านเจี่ยนชาเลย”
พออ้าปากพูด เย่หว่าน ก็เผลอ ‘เรอ’ ออกมาเบาๆ เพราะความอิ่ม เอิ๊ก…
เมื่อได้ยินเสียงเรอน้อยๆ นั้น มุมปากของ เจียงเฉิง ก็ยกยิ้มขึ้น แววตาฉายประกายเอ็นดู ตรงกันข้ามกับ เย่หว่าน ที่รีบก้มหน้าลงด้วยความอับอาย มือไม้พันกันยุ่ง พยายามบิดชายเสื้อเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน
ความจริง... ตอนที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร เธอก็เห็น เจียงเฉิง อยู่กับ หวง อีอี แม้ เจียงเฉิง จะเป็นเจ้านาย แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เข้าไปทักทาย
เมื่อคืนหลังจากกลับไปที่หอพัก... เธอนอนคิดเรื่องนี้ทั้งคืน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่า... ตัวเธอในสายตาของ เจียงเฉิง คงไม่ต่างอะไรกับ ‘เด็กป่วยยากไร้’ ที่เขาบริจาคเงินช่วยเหลือ เธอรู้เรื่องที่ เจียงเฉิง ชอบทำบุญผ่านทางอินเทอร์เน็ต ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเข้ามหาวิทยาลัย แต่ในเว็บบอร์ดของมหาลัยมักจะมีกระทู้เกี่ยวกับเขาโผล่มาเสมอ ส่วนใหญ่เป็นกระทู้ที่สาวๆ ก๊อปปี้ข่าวจากเวยป๋อมาลง ถึงกระทู้พวกนี้จะโดนลบปริศนาอยู่บ่อยๆ แต่เธอก็ทันได้อ่าน
เมื่อเทียบตัวเธอกับ หวง อีอี หรือเสิ่น เมิ่งเจีย ที่รายล้อม เจียงเฉิง เมื่อกี้… มันเหมือน ‘ฟ้ากับเหว’ ชัดๆ เย่หว่าน เจียมตัวดี... สำหรับ เจียงเฉิง แล้ว การดูแลเธอคงเป็นแค่การทำการกุศลรูปแบบหนึ่ง แม้เธอจะซาบซึ้งในบุญคุณ แต่ลึกๆ ในใจก็อดรู้สึกหมองหม่นไม่ได้
เจียงเฉิง ลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก: “งั้น... เดี๋ยวผมเดินไปเป็นเพื่อน?”
เย่หว่าน สะดุ้ง หัวใจเต้นแรง รีบลุกขึ้นยืนตามด้วยความประหม่า: “คะ??”
“ก็เมื่อวานคุณเสนอไอเดียดีๆ ไว้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ? ...ผมว่าจะแวะไปดูซะหน่อยว่าทางร้านจัดการไปถึงไหนแล้ว”
ทั้งสองเดินเคียงไหล่กันไปตามทางเดินสู่ประตูมหาวิทยาลัย ระยะห่างระหว่างเขากับเธอใกล้กันมาก... ใกล้จน เย่หว่าน สัมผัสได้ถึงลมหายใจและไออุ่นจากตัวเขา
วินาทีนี้... สมาธิทั้งหมดของ เย่หว่าน จดจ่ออยู่ที่คนข้างกาย เธอไม่สนใจสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่มองมาเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอเผลอลอบมอง เจียงเฉิง อยู่บ่อยครั้ง ร่างสูงใหญ่ของเขาเปรียบเสมือนกำแพงหินที่มั่นคง ช่วยบังแสงแดดยามเช้าให้เธอ แต่เพราะเขาเดินย้อนแสง... ในสายตาของ เย่หว่าน เจียงเฉิง จึงดูเหมือนมี ‘ออร่า’ เปล่งประกายออกมาทั่วทั้งตัว
เมื่อมองดูโครงหน้าที่หล่อเหลาคมคายภายใต้แสงแดด... แววตาของ เย่หว่าน ก็เริ่มเหม่อลอยด้วยความหลงใหล ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กำลังก่อตัวขึ้นในใจ เหมือนมีลูกกวางน้อยวิ่งชนไปมาในอก เธอพยายามกดความรู้สึกหวั่นไหวนี้ไว้ แต่ยิ่งห้ามใจ ความรู้สึกนั้นกลับยิ่งปะทุรุนแรง
ดูเหมือน เจียงเฉิง จะรู้ตัวว่าโดนแอบมอง เขาหันหน้ามาสบตาเธอพอดี ชั่วขณะนั้น... เวลาเหมือนหยุดหมุน สรรพสิ่งรอบข้างพร่ามัว เหลือเพียงดวงตาของกันและกันที่สะท้อนภาพชัดเจน
ผ่านไปไม่กี่วินาที... แก้มของ เย่หว่าน ก็แดงซ่าน เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาทันที เจียงเฉิง ยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างรู้ทัน
ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงร้านเจี่ยนชา ตอนที่ไปถึง หยางฟาน ผู้จัดการร้าน กำลังนำทีมพนักงานทำกิจกรรม ‘ปลุกใจ’ กันอยู่ที่หน้าร้าน พนักงานยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง ดูคึกคักและกระตือรือร้น
หยางฟาน ยืนอยู่หัวแถว ตะโกนเสียงดัง: “พี่น้องที่รักทุกท่าน! วันใหม่เริ่มขึ้นแล้ว! ขอให้ทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น และพร้อมรับมือกับความท้าทาย!”
“สู้! สู้! สู้!” พนักงานตะโกนตอบรับเสียงดังสนั่น
“เราคือทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุด! เราจะมอบบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้า!” หยางฟาน ปลุกระดมต่อ
“บริการเหนือระดับ! ลูกค้าคือพระเจ้า!” พนักงานประสานเสียงตอบรับอย่างมุ่งมั่น
เห็นฉากตะโกนสโลแกนไฟแลบแบบนี้... เจียงเฉิง รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที เขาเข้าใจนะว่าร้านอาหารเฟรนไชส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือพวกบริษัทขายบ้าน ชอบทำกิจกรรมแบบนี้ แต่สำหรับร้านชานมเล็กๆ ที่มีพนักงานกะละแค่ 6 คน... ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ? มันดูเวอร์ไปหน่อยไหม?
แต่ในเมื่อ หยางฟาน เป็นผู้จัดการร้าน เจียงเฉิง ก็ไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย ในฐานะเจ้าของ เขาควรเคารพสไตล์การบริหารของลูกน้อง
พอเห็น เจียงเฉิง เดินมากับ เย่หว่าน หยางฟาน ก็ตาโตด้วยความตกใจ เขารีบปรับสีหน้าแล้วเข้ามาทักทาย: “สวัสดีครับบอสเจียง!”
พนักงานอีก 6 คนก็รีบทักทายตาม: “สวัสดีค่ะ/ครับ บอส!”
พนักงานกลุ่มนี้ นอกจาก หยางฟานและผู้ชายอีกคน... ที่เหลือเป็นผู้หญิงหมด ส่วนใหญ่อายุ 20 ต้นๆ อยู่ในวัยสดใส พอได้เห็น ‘บอสใหญ่’ ที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย ตัวเป็นๆ... สายตาของสาวๆ ก็เป็นประกายวิบวับ บางคนกัดริมฝีปากด้วยความเขินอาย หน้าแดงระเรื่อ
ถึง เจียงเฉิง จะเดินมาพร้อมกับ เย่หว่าน แต่ไม่มีใครคิดลึกไปในทางชู้สาว เพราะ เย่หว่าน ดู ‘ธรรมดา’ เกินไป การแต่งตัวก็บ้านๆ หน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร ต่อให้เดินตัวติดกัน ก็ไม่มีใครมองว่าเธอเป็นคู่แข่ง
จะมีก็แต่ หยางฟาน คนเดียวที่รู้ความจริง… เขารู้ดีว่า เย่หว่าน เป็น ‘คนพิเศษ’ ของ เจียงเฉิง แค่ไหน แต่ถึงจะรู้ เขาก็รูดซิปปากเงียบกริบ
หลังจากแยกย้ายไปทำงาน หยางฟาน ก็เข้ามารายงานความคืบหน้า: “บอสครับ... เรื่องป้ายราคาหน้าร้านที่บอสสั่งเมื่อวาน เราจัดการเรียบร้อยแล้วครับ”
เจียงเฉิง มองไปที่ป้ายเมนูอันใหม่ มันคือกระดานดำเรืองแสงขนาดใหญ่ ที่เขียนรายการเครื่องดื่มแนะนำพร้อมราคาไว้อย่างชัดเจน ตกแต่งด้วยภาพวาดการ์ตูนน่ารักๆ และลายมือที่สวยงาม
หยางฟาน รีบเสริม: “ไอเดียที่ใช้กระดานดำแบบลบแก้ได้ เป็นความคิดของน้องเย่หว่านครับ... น้องเขาบอกว่าเมนูชาผลไม้ของเราเปลี่ยนบ่อยตามฤดูกาล ถ้าสั่งพิมพ์โปสเตอร์ใหม่ทุกครั้งจะเปลืองงบเปล่าๆ ใช้แบบเขียนมือจะยืดหยุ่นกว่า... อ้อ รูปวาดกับตัวหนังสือพวกนี้ น้องเขาก็เป็นคนเขียนเองกับมือเลยนะครับ”
เจียงเฉิง ฟังแล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ เขาหันไปมอง เย่หว่าน ที่เปลี่ยนชุดเป็นยูนิฟอร์มพนักงานเรียบร้อยแล้ว ส่งยิ้มให้เธอแล้วชมจากใจ: “ทำได้ดีมาก! ...รูปวาดน่ารักดี แล้วการออกแบบไฟ LED ตรงขอบป้ายก็สวยมาก”
ได้ยินคำชมจากปาก เจียงเฉิง... เย่หว่าน ก้มหน้าลงเล็กน้อย มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ในใจพองโตด้วยความสุขที่ได้รับการยอมรับจากเขา
…………………………………
ตอนที่ 1024 ถลำลึกหรือหันหลังกลับ
เจียงเฉิง เหลือบมอง เย่หว่าน… ยัยหนูผู้น่าสงสารคนนี้ พอมาถึงก็เริ่มงานทันที เธอหิ้วถังเหล็กใบใหญ่ เดินโซซัดโซเซไปที่หน้าเตา เธอก้มตัวลง แล้วออกแรงยกถังเหล็กอันหนักอึ้งขึ้นไปวางบนเตาไฟอย่างทุลักทุเล ร่างเล็กๆ ของเธอดูบอบบางจนน่ากลัวว่าถังเหล็กนั่นจะทับเธอแบนแต๊ดแต๋ได้ทุกเมื่อ
เย่หว่าน จุดไฟเตาแก๊สอย่างคล่องแคล่ว ปรับระดับไฟ มือเรียวหยิบจับใบชาและวัตถุดิบต่างๆ มาต้มอย่างเป็นระเบียบ ร้านชานมต้องใช้น้ำชาตั้งต้นปริมาณมหาศาลทุกวัน ปกติแล้วต้องต้มกันทีละถังใหญ่ๆ ไหนจะพวกท็อปปิ้งอย่าง ไข่มุก, เผือกกวน, พุดดิ้ง และอื่นๆ อีก สิ่งเหล่านี้คือวัตถุดิบหลักที่ต้องเตรียมไว้ตลอด
ถึงขั้นตอนทำจะไม่ยาก แต่มัน ‘หนัก’ และ ‘ร้อน’ สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่าง เย่หว่าน การต้องมาแบกหามของร้อนๆ แบบนี้มันอันตรายเกินไป เกิดพลาดหกใส่ตัวขึ้นมา... ได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมแน่
เห็นสภาพอันน่าหวาดเสียวแล้ว เจียงเฉิง ก็ขมวดคิ้ว เขากระซิบสั่ง หยางฟาน เสียงเข้ม: “งานต้มชาหนักๆ แบบนี้อย่าให้เธอทำ... เธอเป็นแค่พนักงานพาร์ตไทม์ ให้ไปทำหน้าที่เก็บเงิน รับออเดอร์ หรือติดสติ๊กเกอร์แก้วก็พอ”
ได้ยินคำตำหนิจากบอสใหญ่ หยางฟาน ก็หน้าตื่น รีบแก้ตัวพัลวัน: “ครับบอส! ...ความจริงเมื่อวานผมบอกเธอไปแล้วว่าวันนี้จะให้ย้ายไปทำหน้าเคาน์เตอร์ สงสัยน้องเขาจะลืม เดี๋ยวผมรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ครับ”
พูดจบ หยางฟาน ก็รีบวิ่งจู๊ดไปหา เย่หว่าน ทันที
เจียงเฉิง ไม่ได้สนใจมองต่อว่า หยางฟาน จะคุยยังไง เขาเดินไปหามุมสงบติดหน้าต่าง แล้วทรุดตัวลงนั่ง ยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา... ยังพอมีเวลาเหลือ เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเกมของค่ายเทนเซ็นต์ที่ไม่ได้เล่นมานาน
เสียงเอฟเฟกต์ ‘TiMi~’ ดังขึ้นเบาๆ
เย่หว่าน ที่ถูก หยางฟาน สั่งให้ย้ายมาประจำที่เครื่องเก็บเงิน ได้ยินเสียงเกมที่คุ้นเคย เธอลอบมองไปที่ เจียงเฉิง แวบหนึ่ง… แววตาของเธอฉายประกายความเขินอายและประหม่า
เธอรู้ดีว่า... ที่จู่ๆ ผู้จัดการร้านสั่งเปลี่ยนหน้าที่ให้เธอมาทำงานสบายๆ แบบนี้ ต้องเป็นคำสั่งของ เจียงเฉิง แน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ งานหลักของเธอคือการต้มชาอยู่หลังร้านมาตลอด
เย่หว่าน เม้มริมฝีปากแน่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในหัวของเธอ... จู่ๆ ก็ผุดประโยคหนึ่งของนักเขียนชื่อดัง สือ เถี่ยเซิง (史铁生) ขึ้นมา:
“ความรัก... เดิมทีคือช่วงเวลาที่ความต่ำต้อยทิ้งความมืดมิดเพื่อเข้าหาแสงสว่าง... หรือไม่ก็เป็นการถลำลึกลงไปในถ้ำแห่งความต่ำต้อย... หรือไม่ก็เป็นการหันหลังกลับ เพื่อรอคอยการปลดปล่อยบนเส้นทางแห่งรัก...”
เมื่อคนเราตกหลุมรักใครสักคน… ในยามที่รู้สึกหวั่นไหวและสับสน... เราจะเลือกจมดิ่งอยู่กับข้อด้อยของตัวเองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ? หรือจะยอมทิ้งความมืดมนเหล่านั้น แล้วหันหน้าเข้าหาแสงสว่างเพื่อความรัก?
เย่หว่าน เองก็ไม่รู้คำตอบ… ปัญหาก็คือ คนที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้น ‘เจิดจรัส’ เกินไป เจิดจรัสเสียจน... แม้แต่จะแอบชอบ เธอเยังไม่กล้าแสดงออกมาให้เขารู้
ความรู้สึกต่ำต้อยทำให้เธอต้องเก็บซ่อนมันไว้ เธอกลัว... กลัวว่าถ้าความรู้สึกนี้ถูกเปิดเผยออกไป แล้วเธอจะถูกปฏิเสธ เธอรู้ดีว่า ‘การแอบรัก คือละครใบ้ที่ประสบความสำเร็จที่สุด... แต่ถ้าเอ่ยปากพูดเมื่อไหร่ มันอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อนั้น’
………………………………………
ตัดภาพมาที่ เจียงเฉิง ต่างจาก เย่หว่าน ที่กำลังดราม่าปรัชญาชีวิต... เจียงเฉิง เปิดเกมมาก็เช็กสถิติตัวเองก่อนเลย ตั้งแต่ไปปักกิ่ง เขาไม่ได้แตะเกมมาร่วมเดือน ซีซั่นก่อนจบไปแล้ว... อันดับของเขาจาก ‘Glorious’ ตอนนี้ร่วงกราวรูดลงมาเหลือแค่ ‘Diamond V’
เจียงเฉิง สลับแอปไปเปิดโต่วอวี๋ เขาพิมพ์ค้นหาช่องของ เสี่ยวเสี่ยวซู และก็เป็นตามคาด... เธอกำลังไลฟ์อยู่พอดี
พอกดเข้าไปดู เจียงเฉิง ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เสี่ยวเสี่ยวซู ไม่ได้กำลังเล่นเกม... แต่เธอกำลังสวมชุดนอนมาสคอตลายแพนด้าขนปุกปุย ยืนเต้น ‘กายบริหารประกอบจังหวะ’ โชว์หน้ากล้องซะงั้น!
เดิมทีเธอก็เป็นสาวน้อยสไตล์โลลิที่น่ารักน่าหยิกอยู่แล้ว พอมาใส่ชุดหมีแพนด้าตัวกลมๆ แบบนี้ ยิ่งดูน่ารักตะมุตะมิเข้าไปใหญ่ ใบหน้ากลมมนขาวผ่องเหมือนแอปเปิ้ลสุก แววตาสุกใสเหมือนดวงดาว ทำเอาคนดูใจละลาย
บรรดาชาวเน็ตในช่องแชตต่างพากันปั่นคอมเมนต์รัวๆ:
[เลิกเต้นเถอะน้อง... แค่นี้พี่ก็ ‘แข็ง’ พอแล้ว... ขืนเต้นต่อเดี๋ยวจะ ‘อ่อน’ หมด…]
[เมนต์บน... เอ็งหมายถึงตัวน้องเขาแข็ง หรืออะไรของเอ็งที่แข็ง?]
[ไม่เข้าใจว่ะ... ใส่ชุดหมีแพนด้ามาเต้นเนี่ยนะ? พวกเอ็งมีรสนิยมแปลกๆ แบบนี้เหรอ?]
………………………………
ในขณะที่หน้าจอกำลังเต็มไปด้วยคอมเมนต์แทะโลม ทันทีที่ไอดี [เสาหลักค้ำสมุทร] ปรากฏตัวขึ้น บรรยากาศในช่องแชตก็เปลี่ยนไปทันที
[เชี่ย! ...ท่านเทพสมุทร มาแล้วเว้ย!!]
[ท่านเทพหายหน้าไปนานเลยนะเนี่ย~~]
[นึกว่าลืมช่องน้องเสี่ยวเสี่ยวซูไปแล้วนะเนี่ย ลูกพี่ใหญ่!]
……………………………….
เสี่ยวเสี่ยวซู กำลังตั้งใจเต้นกายบริหารอย่างขะมักเขม้น ไม่ได้มองจอคอมเมนต์เลย ปากก็นับจังหวะเสียงดัง ‘หนึ่ง สอง สาม สี่!’ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ‘บอสใหญ่’ เข้ามาดูแล้ว
เจียงเฉิง สังเกตว่ายอดคนดูของเธอเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เขากดส่งของขวัญ ‘ซูเปอร์ร็อกเก็ต’ รวดเดียว 10 ลูก!
พร้อมพิมพ์ข้อความสั้นๆ: [มาลงแรงค์คู่กัน~~]
ช่องแชตระเบิดทันที:
[ซูเปอร์ร็อกเก็ต 10 ลูก! ...ป๋าจัดหนักอีกแล้ว!]
[สัญญาณมาแล้ว! ...ท่านเทพจะพาน้องไปลงแรงค์!]
[เทพธิดาของกูจะโดนลากเข้าพงหญ้า (ในเกม) อีกแล้วสินะ... ฮือๆ อิจฉาโว้ย~~]
[เมนต์บน... มึงพูดจาสองแง่สองง่ามชวนคิดลึกอีกละ…]
เจียงเฉิง ไม่ได้อยู่อ่านคอมเมนต์ พอส่งของขวัญเสร็จก็กดออกจากแอปฯ สตรีม แล้วสลับกลับไปที่หน้าเกมทันที
ทางด้าน เสี่ยวเสี่ยวซู... ถึงจะไม่ได้อ่านคอมเมนต์ แต่เอฟเฟกต์อลังการของ ‘ซูเปอร์ร็อกเก็ต 10 ลูก’ ที่เด้งขึ้นมาเต็มจอ ก็ทำให้เธอต้องหยุดเต้นทันที พอเห็นชื่อคนส่งว่าเป็น เจียงเฉิง ความประหลาดใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความดีใจจนปิดไม่มิด ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ มุมปากฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ
ตั้งแต่เซ็นสัญญาเข้าสังกัด ซิงเฉิน มีเดีย ของ เจียงเฉิง เธอก็เฝ้ารอโอกาสที่จะได้คุยหรือเล่นเกมกับเขามาตลอด แต่ เจียงเฉิง งานยุ่งมาก และแทบไม่ติดต่อมาเลย
และด้วยความที่สถานะเปลี่ยนไป… จากเดิมที่เขาเป็นแค่ ‘FC ขาเปย์’ ในช่อง ตอนนี้เขากลายเป็น ‘บอส’ ของเธอเต็มตัว เธอเลยไม่กล้าทักแชตไปกวนเขาบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน
สมัยก่อนเธอยังกล้าทักไปหยอด หรือทักไปถามไถ่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ แต่เดี๋ยวนี้... นอกจากกดไลก์โมเมนต์ในวีแชทแล้ว เธอไม่กล้าพิมพ์อะไรไปหาเขาเลย กลัวว่าทักไปบ่อยๆ เดี๋ยวบอสจะรำคาญ หรือคิดว่าเธอจะมาอ่อย และที่สำคัญ... กลัวตัวเองจะ ‘ต้านทาน’ เสน่ห์บอสไม่ไหวด้วย...