เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 951 ผมล่ะโง่จริงๆ, ตอนที่ 952 การ์ดพิเศษ

ตอนที่ 951 ผมล่ะโง่จริงๆ, ตอนที่ 952 การ์ดพิเศษ

ตอนที่ 951 ผมล่ะโง่จริงๆ, ตอนที่ 952 การ์ดพิเศษ


ตอนที่ 951 ผมล่ะโง่จริงๆ

โดน เจียงเฉิง แซวว่า ‘หิว’ กลางรถแบบนี้ ซูหว่าน ที่หน้าแดงอยู่แล้ว ก็ยิ่งแดงก่ำจนแทบจะระเบิด มือเรียวสวยประคองศีรษะของเขาที่กำลังมุดอยู่ใต้เสื้อเธออย่างเก้ๆ กังๆ ดวงตาฉ่ำน้ำเสมองไปทางอื่นด้วยความขัดเขิน ริมฝีปากเม้มแน่น ลมหายใจถี่กระชั้น ร่างกายสั่นระริก

“คุณนี่มัน... ฮื้อ... คนบ้า…”

สิ้นเสียงบ่น... เจียงเฉิง ก็ ‘งับ’ เข้าที่ยอดอกของเธอเบาๆ “อ๊าาา…” ซูหว่าน เผลอหลุดเสียงครางกระเส่า

………………………………………

สิบนาทีต่อมา… รถ Rolls-Royce จอดเทียบหน้าโรงแรมเหอผิง อันเลื่องชื่อของเซี่ยงไฮ้ เจียงเฉิง พา ซูหว่าน เดินตรงไปยังห้องส่วนตัวที่จองไว้อย่างคุ้นเคย

เมื่อเปิดประตูเข้าไป… ภายในห้องเต็มไปด้วยควันบุหรี่จางๆ และเสียงพูดคุยเฮฮาของแก๊งเพื่อนไฮโซ ที่นั่งตรงกลางโต๊ะถูกเว้นว่างไว้หนึ่งที่ พอเห็น เจียงเฉิง เดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวย ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับตามสัญชาตญาณ

ฉีหยวน รีบลุกจากเก้าอี้ ขยับไปนั่งที่ว่างข้างๆ เพื่อเปิดทาง

“พี่เจียง! ทางนี้ๆ มาเร็วๆ ขาดพี่คนเดียวนะเนี่ย~”

เจียงเฉิง จูงมือ ซูหว่าน เดินไปนั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ พอได้ที่นั่ง ซูหว่าน ก็ถอดหน้ากากอนามัยและหมวกแก๊ปออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวาน เธอยิ้มทักทายทุกคนอย่างมีมารยาท: “สวัสดีค่ะทุกคน”

เจียงเฉิง แนะนำสั้นๆ: “นี่ ซูหว่าน ดาราในสังกัดบริษัทซิงเฉินของฉันเอง... พามาเปิดหูเปิดตา กินข้าวด้วยกันหน่อย”

ทันทีที่เห็นหน้าชัดๆ ว่าเป็นดาราดาวรุ่งที่กำลังดังเปรี้ยงปร้างอย่าง ซูหว่าน สีหน้าของหนุ่มๆ ในห้องก็เริ่มเปรี้ยวขึ้นมาทันที แม้พวกเขาจะเคยเจอ ดารามาบ้าง… แต่ต้องยอมรับว่า ซูหว่าน ในระยะประชิดนั้นสวยสะกดใจจริงๆ ลุคที่ดู ‘บริสุทธิ์แต่แฝงความเซ็กซี่’ ของเธอนั้นดาเมจแรงมาก

โดยเฉพาะเสื้อไหมพรมสีขาวตัวนั้น… ทุกคนจำได้แม่น เพราะเพิ่งเห็นในรูปที่ เจียงเฉิง ส่งลงกลุ่มเมื่อกี้! นึกไม่ถึงว่า... ดาราดังระดับ ซูหว่าน จะยอมเป็นหนึ่งในสาวๆ ที่นอนกองรวมกันบนตัว เจียงเฉิง แบบนั้น!

เชี่ย… ทุกคนกัดฟันกรอด มอง เจียงเฉิง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและนับถือ แม้พวกเขาจะเป็นเสือผู้หญิง ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน… แต่ ‘เน็ตไอดอล’ หรือ ‘สาวนั่งดริ๊งค์’ ที่พวกเขาควง... เทียบกับ ‘ดาราระดับนางเอก’ แบบนี้ไม่ได้เลย รูปร่างหน้าตาอาจจะศัลยกรรมให้เหมือนกันได้ แต่ ‘ออร่า’ และ ‘บารมีดารา’ มันก๊อปปี้กันไม่ได้!

ยิ่งคิดภาพว่า... นางเอกสาวที่เป็นขวัญใจมหาชน ต้องมาคุกเข่าออดอ้อนอยู่แทบเท้าเพื่อนของเขา… ความรู้สึกตื่นเต้นแบบนั้น... แค่คิดก็ฟินแทนแล้ว!

เจียงเฉิง เห็นสายตาเพื่อนๆ ก็ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ: “เมื่อกี้คุยอะไรกันอยู่? หัวเราะซะเสียงดังเชียว”

พอถูกถาม... สีหน้าของทุกคนก็เลิ่กลั่ก เพราะเมื่อกี้ หวัง ชงชง เพิ่งจะเม้าท์เรื่องที่ เจียงเฉิง พา เร่อปา ไปนอนค้างที่บ้านสี่ประสานให้ฟังหมาดๆ แต่ขืนพูดออกไปต่อหน้า ซูหว่าน... งานคงเข้า เจียงเฉิง แน่ ทุกคนเลยรู้รักษาตัวรอด หุบปากเงียบกริบ

ฉินเฟิน มองสาวข้างกายตัวเองด้วยสายตารังเกียจ เมื่อเทียบกับ ซูหว่าน แล้วกัดฟันตอบ: “พี่หวังกำลังเล่าวีรกรรมที่ปักกิ่งให้ฟังเฉยๆ”

ฉีหยวน เหลือบมอง ซูหว่าน แวบหนึ่ง แล้วรีบแถ: “อ๋อ... คุยเรื่องเฟิงกังน่ะ... พอพี่น้องตระกูลหวัง (Huayi Brothers) ไม่คุ้มกะลาหัวแล้ว ตอนนี้หมอนั่นวิ่งหาทุนทั่วเมือง แต่ไม่มีใครกล้าลงขันด้วยเลย”

วังเจิ้ง เสริม: “ตอนแรกนึกว่าจะโดนแบนแค่ ฟ่าน สุ่ยสุ่ย ...ไม่นึกว่าเฟิงกังจะโดนหางเลขไปด้วย ตอนนี้ใครจะกล้าลงทุน หนังฉายไม่ได้ก็เจ๊งยับ”

เฉินฮ่าว รีบเปลี่ยนเรื่อง: “แล้วก็คุยเรื่องที่ เร่อปา รับเล่นหนังให้พวกเขาด้วย... เลยโยงไปถึงเรื่อง ต้า มีมี่… ที่เพิ่งประกาศหย่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เรากำลังยุให้พี่หวังไปดามใจอยู่พอดี”

พอได้ยินชื่อ เร่อปา... ซูหว่าน ก็เหลือบมอง เจียงเฉิง แวบหนึ่ง เธอรู้ดีว่า เจียงเฉิง ช่วย เร่อปา ไว้... วันหนึ่ง เร่อปา อาจจะกลายมาเป็น ‘พี่น้อง’ อีกคนของเธอก็ได้

หวัง ชงชง ด่าสวนทันที: “พวกมึงนี่แม่งประสาท... คนเขาเพิ่งหย่า ต้องการเวลาพักใจ จะมีอารมณ์มามีความรักอะไรตอนนี้?”

เจียงเฉิง แกล้งทำหน้าตกใจ: “อ้าว? ...ต้า มีมี่หย่าแล้วเหรอ?”

“เออ... ขึ้นเทรนด์เวยป๋ออันดับ 1 เลย นายไม่เห็นเหรอ?”

“แล้วข่าวลือเรื่องสามีเขา ‘อ่านบทตอนกลางคืน’ กับสาวอื่นนี่เรื่องจริงไหม?”

เจียงเฉิง หันไปถาม ซูหว่าน ซูหว่าน ส่งสายตาค้อนวงเล็กๆ ให้เขา: “ฉันจะไปรู้ได้ไงคะ?”

“เรื่องในวงการแบบนี้คุณไม่ได้ยินข่าววงในบ้างเหรอ?”

ซูหว่าน ตอบเลี่ยงๆ: “เคยได้ยินช่างแต่งหน้าเม้าท์กันค่ะ... ว่าดาราบางคู่ก็เป็น ‘ผัวเมียเฉพาะกิจในกองถ่าย’ ...พอจบเรื่องก็ทางใครทางมัน เปลี่ยนคู่ไปเรื่อย”

เจียงเฉิง โอบเอวเธอเข้ามาใกล้: “งั้นแสดงว่า... ข่าวลือที่ว่าอ่านบทกันสองต่อสองในห้อง ก็คงเป็นแค่ข้ออ้างสินะ?”

โดนกอดโชว์เพื่อนแบบนี้ ซูหว่าน หน้าแดงแปร๊ด เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มอย่างว่านอนสอนง่าย: “ไม่รู้สิคะ... แต่ละครที่คุณรับให้ฉัน ไม่มีฉากเลิฟซีนสักหน่อย ฉันไม่ต้องไป ‘อ่านบท’ กับใครหรอกค่ะ... ถ้าจะอ่าน ก็อ่านกับผู้กำกับตอนเปิดกล้องแค่นั้นแหละ”

“ดีมาก... เข้าใจแบบนี้ก็ดีแล้ว” เจียงเฉิง ยิ้มพอใจ

เห็นคู่รักหวานแหววตรงหน้า... หวัง ชงชง รู้สึกเหมือนโดนยัดอาหารหมาเข้าปากคำโต เขารีบยื่นเมนูให้ เจียงเฉิง แก้เก้อ: “เอ้าๆ... สั่งอาหารเถอะ ซ้ออยากทานอะไรเลือกเลยครับ”

ฉินเฟิน ทนไม่ไหว โพล่งขึ้นมา: “เฮ้อ... พี่เจียง ผมถามคำเดียว... พี่จะเปิดคอร์สสอนจีบหญิงเมื่อไหร่? ผมขอสมัครคนแรกเลย!”

วังเจิ้ง กับเฉินฮ่าว รีบยกมือ: “นับผมด้วยอีกสองคน!”

ฉีหยวน ผู้ความรู้สึกช้าถามงงๆ: “คอร์สอะไรวะ? ...มีช่องทางรวยเหรอ? งั้นนับฉันด้วยคนดิ!”

หวัง ชงชง โบกมือเบรก: “นายไม่ต้องเลย... ไอ้คนขี้งกอย่างนาย เรียนวิชานี้ไปก็ไลฟ์บอย ค่าเทอมวิชานี้แพงระยับ นายจ่ายไม่ไหวหรอก”

ฉีหยวน ทำหน้างง: “แพงขนาดนั้นเลยเหรอ? ...เท่าไหร่?”

หวัง ชงชง ชูนิ้วชี้ขึ้นมา: “ค่าหน่วยกิตวิชานี้... อย่างต่ำก็ หลักสิบล้านว่ะ” (ก็เล่นซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อเพชรแจกสาวขนาดนั้น... ไม่รวยจริงทำไม่ได้นะ)

ฉีหยวน ตาถลน: “ไอ้เชี่ยย! ...หลักสิบล้านเลยเหรอ!? เรียนแล้วจะคุ้มทุนเหรอวะ??”

วังเจิ้ง โอบไหล่ ฉีหยวน ปลอบใจ: “ช่างเถอะพี่ฉี... คราวก่อนพี่พาเด็กไปเที่ยวผับ ยังให้เด็กออกเงินให้ก่อนเลย... วิถีของพี่เจียงมันคนละชั้นกับพี่จริงๆ ว่ะ อย่าฝืนเลย”

หวัง ชงชง หัวเราะลั่น: “ให้ผู้หญิงออกเงินให้ก่อน... สุดยอดว่ะ สมฉายา ‘ราชาขี้งก’ จริงๆ”

ฉินเฟิน: “พี่ฉี... นายแม่งแน่มาก”

พอโดนรุมล้อ ฉีหยวน ก็เริ่มประมวลผลได้ พอนึกถึงข้อความในกลุ่มแชทที่ เจียงเฉิง สั่งให้หาซื้อบ้าน… อ๋อ... ที่แท้ซื้อบ้านให้ซูหว่านนี่เอง มิน่าล่ะ... ถึงจีบติด

ฉีหยวน ตบหน้าผากตัวเองดังป้าบ: “เวรเอ้ย... ผมล่ะโง่จริงๆ ...ผมนึกว่ามีคอร์สลงทุนธุรกิจซะอีก... วิชานี้ผมคงเรียนไม่ไหวจริงๆ นั่นแหละ เชี่ย…ยอมแพ้ๆ”

ฉินเฟิน ถอนหายใจ: “เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งจะโชว์โง่ไปในกลุ่มแชทเหมือนกัน (ที่ส่งรูปเด็กอ่างไปอวด เจียงเฉิง)...คิดแล้วแม่งเอ๊ยย! กูมันโง่จริงๆ!

“เอาน่าๆ... อย่าคิดมาก พวกเรามันก็โง่พอกันนั่นแหละ~ ฮ่าๆๆ!!

………………………………………

ตอนที่ 952 การ์ดพิเศษ

ในระหว่างที่คุยกัน บริกรก็เริ่มทยอยนำอาหารที่พวก หวัง ชงชง สั่งไว้ก่อนหน้ามาเสิร์ฟ พอเห็นว่าไม่มีเมนู ‘พระกระโดดกำแพง’ เจียงเฉิง ก็สั่งเพิ่มไปทันที

ซูหว่าน ถามด้วยความแปลกใจ: “คุณชอบทานเมนูนี้เหรอคะ?”

“ก็ไม่เชิงครับ... แต่ผมจำได้ว่าตอนไปกินเลี้ยงปิดกล้องที่กองถ่ายคราวนั้น คุณบอกว่าชอบกินไข่นกพิราบในเมนูนี้ไม่ใช่เหรอ?”

ได้ยินแบบนั้น หัวใจของ ซูหว่าน ก็อบอุ่นขึ้นมาทันที เธอมอง เจียงเฉิง ด้วยแววตาซาบซึ้งและตื้นตันใจ ตอนนั้นเธอแค่พูดเปรยๆ ว่าชอบไข่นกพิราบในซุปพระกระโดดกำแพง แล้ว เจียงเฉิง ก็หยอดกลับมาว่า ‘ไว้คราวหน้าผมจะพาไปกินไข่สูตรพิเศษที่อร่อยกว่านี้’ ไม่นึกว่าเขาจะจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ได้จริงๆ

แต่ความจริงแล้ว... ซูหว่าน ‘คิดไปเอง’ ล้วนๆ เหตุผลที่ เจียงเฉิง สั่งเมนูนี้ ไม่ใช่เพราะความโรแมนติก แต่เป็นเพราะ... คราวนั้นที่กินพระกระโดดกำแพงกับ ซูหว่าน เขาได้รับ [การ์ด ‘ความสัมพันธ์ลึกซึ้งแนบแน่น’] ซึ่งการ์ดใบนั้น... เขาเอาไปใช้กับ โคลอี้ จนทำกำไรได้ถึง 1,500 ล้าน!

ช่วงนี้ เจียงเฉิง กำลัง ‘ร้อนเงิน’ แม้จะได้เงินจาก เร่อปา ที่ปักกิ่งมา 3,500 ล้าน บวกกับ ‘การ์ดคืนเงินค่าอาหาร’ ช่วงปีใหม่ ได้มาอีก 500 ล้าน และรางวัลจากภารกิจพิเศษเมื่อไม่กี่วันก่อนอีก 2,000 ล้าน รวมๆ แล้วตอนนี้เขามีเงินสดในมือประมาณ 7,800 ล้านหยวน

ฟังดูเยอะ... แต่สำหรับการลงทุนระดับบิ๊กโปรเจกต์ที่เขาวางแผนไว้ เงินแค่นี้ถือว่าเป็นแค่ ‘น้ำแก้วเดียวดับไฟกองฟืน’ (ไม่พอแก้ปัญหา)

หลังจากชวนทุกคนกินอาหาร หวัง ชงชง ก็ถามขึ้นมา: “เจียงเฉิง... ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินพ่อบอกว่า ซิงเฉินของนาย จะเข้าไปถือหุ้นซินล่าง (Sina Weibo) เหรอ?”

เจียงเฉิง ยิ้มตอบ: “ข่าวลุงหวังไวจริงๆ... ใช่ แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาเลย พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มเซ็น”

ผ่านไปเดือนกว่าแล้ว นับตั้งแต่ หลี่ ซงโป ติดต่อมาขอให้ เจียงเฉิง ช่วยคานอำนาจ หลี่ ซงโป ต้องใช้เวลาเจรจาหว่านล้อมผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ อยู่นาน กว่าจะทำให้ทุกคนยอมร่วมมือกันต้านทาน ‘การแทรกแซงจากภายใน’ ของ Alibaba

ตอนแรก... ข้อตกลงคือ Sina Weibo จะขายหุ้น 10% ให้ เจียงเฉิง ในราคา 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ เจียงเฉิง ผู้ไม่เคยยอมเสียเปรียบยืนกรานขอเพิ่ม สุดท้าย หลี่ ซงโป ต้องยอมกัดฟันเฉือนเนื้อตัวเอง ไปเจรจากับบอร์ดจนได้ข้อสรุปใหม่ คือ... 500 ล้านดอลลาร์ แลกกับหุ้น 11%

ดูเหมือนเพิ่มมาแค่ 1% จะไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่สำหรับบริษัทมหาชนระดับยักษ์ใหญ่... หุ้น 1% มีมูลค่ามหาศาลและมีผลต่ออำนาจการโหวต ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวโดน Alibaba กลืนกิน จน หลี่ ซงโปและผู้ถือหุ้นเดิมต้องกระเด็น พวกเขาคงไม่ยอมเฉือนเนื้อตัวเองให้ เจียงเฉิง เข้ามาง่ายๆ แบบนี้หรอก

ตอนนี้ Sina Weibo กำลังตกที่นั่งลำบาก ผู้ถือหุ้นกลัวทั้ง แจ็คหม่า และหลี่ ซงโป ถ้าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งถือหุ้นเพิ่ม อำนาจจะเสียสมดุลทันที ทางออกที่ดีที่สุดคือดึง ‘มือที่สาม’ อย่างซิงเฉิน เข้ามาถือหุ้น เพื่อคานอำนาจให้สมดุล

หวัง ชงชง ถอนหายใจด้วยความอิจฉา: “เฮ้อ... รู้นะว่านายรวย แต่พอเห็นตัวเลข 500 ล้านดอลลาร์แล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ว่ะ... ฉันโตมาป่านนี้ยังหาเงินสดขนาดนั้นมาหมุนไม่ได้เลย”

คำพูดของ หวัง ชงชง ทำให้แก๊งไฮโซเงียบกริบ ฉินเฟิน, วังเจิ้ง, เฉินฮ่าว พยักหน้าเห็นด้วยเงียบๆ

แต่ ฉีหยวน ผู้ปากสุนัขไม่เคยเปลี่ยน สวนขึ้นมาทันที: “ไอ้หวัง... มึงก็รู้นี่หว่าว่าตัวเอง ‘กระจอก’ ...แล้วจะพูดให้ตัวเองดูแย่ทำไมวะ?”

ฉึก! ...เหมือนมีศรปักอก ถ้าเป็นคนอื่นพูด หวัง ชงชง คงด่าเปิงไปแล้ว แต่พอเป็น ฉีหยวน... เขาทำได้แค่กลืนคำด่าลงคอ แล้วยอมรับความจริงอย่างจำนน: “ไอ้เวร... ให้เกียรติกูบ้างเหอะ มึงคิดว่าเงินมันหาง่ายนักหรือไง?”

ฉีหยวน ยืดอก ตอบอย่างภูมิใจ: “คนอื่นอาจจะบอกว่าเงินหายาก... แต่สำหรับกู ฉีหยวน คนนี้... กูไม่เห็นด้วยว่ะ!”

วงเล็บ… ต้องขอบคุณอาจารย์เจียงเฉิง ผู้มีพระคุณ

หวัง ชงชง: “เชี่ย! เออ...กูยอมมึงเลย”

ฉินเฟิน: “กูก็ยอม…”

วังเจิ้ง: “+1!”

เห็น ฉีหยวน เลียแข้งเลียขาตัวเองออกนอกหน้า เจียงเฉิง หัวเราะด่า: “จะมาฝากตัวเป็นศิษย์น่ะฝันไปเถอะ... แต่ถ้าจะมาฝากตัวเป็น ‘ลูกชาย’ ก็พอลุ้นนะ”

แทนที่จะโกรธ ฉีหยวน กลับยิ้มเผล่ รีบทำท่าประจบสอพลอ: “ป๋าคร้าบๆ! ...ได้เวลาโอนค่าขนมแล้วครับ!”

ทุกคนฮากร๊ากกับความหน้าด้านของ ฉีหยวน เจียงเฉิง ขำจนท้องแข็ง: “ไสหัวไปเลยไป๊!”

ฉีหยวน ยังไม่เลิกเล่น หันไปบอกเพื่อนๆ: “พวกมึงลืมไปแล้วเหรอ? คราวก่อนกูลงทุนลงขันไปแค่ 7 แสน ...แล้วได้กำไรกลับมาตั้ง 100 ล้าน! กำไรมหาศาลขนาดนี้... ให้เรียกป๋าแค่นี้ ไม่ขาดทุนหรอกโว้ย!”

พอพูดถึงเรื่อง ‘การระดมทุน’ คราวนั้น ทุกคนก็พยักหน้ายอมรับ

หวัง ชงชง: “เออว่ะ... ลืมไปเลย ตอนนั้นฉันก็ได้กำไรมาตั้ง 400 ล้าน ถ้าไม่ได้เงินก้อนนั้น ตอนนี้ฉันคงไม่มีเงินสด 100 ล้านดอลลาร์ติดตัวเหมือนกัน”

ฉินเฟิน เสริม: “พูดถึงเรื่องนั้น... นายแม่งก็สุดยอดจริงๆ นะฉีหยวน คนบ้าอะไรมีเงินทุนแค่ 7 แสน แต่ไป ‘ระดมทุน (ยืม)’ เพื่อนฝูงจนครบ 100 ล้านมาลงขันได้ภายในเวลาสั้นๆ”

จริงๆ แล้ว... เครดิตของ ฉีหยวน ดีมาก ถึงตัวเองจะไม่มีเงินสดเยอะ แต่เพื่อนๆ และญาติผู้ใหญ่เชื่อใจ แค่เขาเอ่ยปากขอยืม... ทุกคนก็พร้อมจะโอนให้ทันที เพราะรู้ว่าตระกูลฉีไม่เบี้ยวแน่

หวัง ชงชง แซวต่อ: “นั่นสินะ... ไอ้นี่มันเกิดมาโชคดีจริงๆ ไม่รู้จักความลำบากของชาวบ้านเขาหรอก”

ฉีหยวน เถียงทันควัน: “โชคดีบ้านป้าแกสิ! ...ฉันต้องทนนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบราชการจนหัวจะระเบิดตายห่าอยู่แล้วเนี่ย! ตอนแรกกะว่าจะเอาเงินกำไร 100 ล้านนั่นไปลงขันทำเหมืองกับพวกแก... แต่ปู่ฉันเสือกไม่ยอม! บังคับให้เก็บตัวอ่านหนังสือสอบอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญชิบหาย!”

บ่นจบ ฉีหยวน ก็หันไปมอง เจียงเฉิง ด้วยสายตาละห้อย: “เฮ้ออ... ยังไงก็สู้พี่เจียงไม่ได้จริงๆ ชีวิตโคตรชิล โคตรอิสระ”

ทุกคนมอง เจียงเฉิง ด้วยสายตาแบบเดียวกัน หลังจากได้ยินเรื่องที่ ‘กองทัพไปรับเครื่องที่สนามบินปักกิ่ง’ จากปาก หวัง ชงชง พวกเขาก็พอจะเดาได้รางๆ แล้วว่า ‘สถานะที่แท้จริง’ ของ เจียงเฉิง ไม่ธรรมดาขนาดไหน

พอเทียบกับ ฉีหยวน ที่ต้องเดินตามกรอบของครอบครัว เจียงเฉิง ดูจะมีอิสระเสรีเหนือกว่าใครๆ... อยากทำอะไรก็ทำ มีปัญหาก็มีแบ็กอัพใหญ่คอยเคลียร์ให้ ช่างน่าอิจฉาจริงๆ

เจียงเฉิง ไม่ได้สนใจสายตาอิจฉาของเพื่อนๆ ความสนใจของเขาพุ่งตรงไปที่หม้อดินเผาใบใหญ่ที่เพิ่งถูกยกมาวางกลางโต๊ะ กลิ่นหอมของพระกระโดดกำแพงลอยมาเตะจมูก

เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา… แล้วคีบ ‘เป๋าฮื้อ’ ชิ้นบนสุดที่ถูกต้มจนสีซีดขาวขึ้นมาใส่จาน...

จบบทที่ ตอนที่ 951 ผมล่ะโง่จริงๆ, ตอนที่ 952 การ์ดพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว