- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 855 ผ่านการปลุกเสก, ตอนที่ 856 โมเมนต์วันคริสต์มาส
ตอนที่ 855 ผ่านการปลุกเสก, ตอนที่ 856 โมเมนต์วันคริสต์มาส
ตอนที่ 855 ผ่านการปลุกเสก, ตอนที่ 856 โมเมนต์วันคริสต์มาส
ตอนที่ 855 ผ่านการปลุกเสก
เมื่อเห็นว่าหนุ่มฮิปฮอปคนนั้นหนีไปแล้ว... เจียงเฉิง ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก ก็แน่ล่ะ... โจวอิ่ง มีคะแนนหน้าตาสูงถึง 96 แต้ม ใบหน้าสวยประณีตราวกับผลงานของช่างแกะสลักชั้นครู
กอปรกับรูปร่างที่สูงโปร่งถึง 172 เซนติเมตร... ไม่ว่าชายใดได้เห็นย่อมต้องหลงใหลจนหัวปักหัวปำ หากเป็นตัวเขาเองในอดีตเดินผ่านมาเจอ ก็คงอดใจไม่ไหวที่จะต้องเข้าไปขอทำความรู้จักเช่นกัน
หลังจากส่งกระเป๋าเดินทางอีกใบให้ หวังเซิ่ง จัดการ เจียงเฉิง ก็จูงมือ โจวอิ่ง ก้าวขึ้นสู่ห้องโดยสารอันหรูหราของ Rolls-Royce ทันทีที่ประตูปิดลง เขาก็กดปุ่มเลื่อน ‘ฉากกั้น’ ทึบแสงระหว่างห้องโดยสารและคนขับขึ้นทันทีเพื่อสร้างโลกส่วนตัว
โจวอิ่ง เห็นการกระทำนั้น แก้มของเธอก็พลันแดงระเรื่อราวกับกุหลาบแรกแย้ม: “นี่... รถที่คุณซื้อทุกคัน คอนโซลกลางเบาะหลังต้องถูกถอดออกหมดเลย... คุณนี่มันจงใจชัดๆ เลยนะคะ หึ!”
ปกติรถระดับหรูระดับนี้มักจะมีคอนโซลคั่นกลางเบาะหลังเพื่อความหรูหราทว่าขยับหากันลำบาก แต่ เจียงเฉิง กลับสั่งดัดแปลงให้มันกลายเป็นโซฟายาวที่เชื่อมต่อกัน... เพื่อความสะดวกในการ ‘แนบชิด’ อย่างไร้อุปสรรค
แววตาของเธอเจือไปด้วยความประหม่า ขนตางอนยาวกระพริบปริบๆ ราวกับปีกผีเสื้อที่สั่นไหว... ท่าทางที่ดูบริสุทธิ์ทว่ากลับยั่วยวนโดยไม่ตั้งใจนี้ ทำเอา เจียงเฉิง ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
มีบทกวีบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า ‘ที่สุดคือความขัดเขินยามก้มหน้านั้น... ดุจดั่งดอกบัวงามที่ไม่จรรโลงตาเพราะทนรับความหนาวเหน็บจากสายลมไม่ได้’ พอมองดู โจวอิ่ง ที่ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเอียงอาย เจียงเฉิง รู้สึกราวกับถูกศรรักปักเข้ากลางอกอย่างจัง!
บ้าเอ๊ย... ทำไมถึงสวยได้ขนาดนี้?
ลุคสาวน้อยขี้อายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์สาวมั่นแบบนี้ ใครมันจะไปทานทนไหว! แค่เห็นในคลิปวิดีโอก็ว่าสวยจนลืมหายใจแล้ว พอมาเจอตัวจริงที่กำลังแผ่กระจายเสน่ห์เย้ายวนใส่หน้าในระยะประชิดเช่นนี้ เจียงเฉิง ยอมรับจากใจเลยว่า... ดาเมจนี้มันรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะต้านทานไหวจริงๆ!
ครั้งสั่งทำรถคันนี้... เขาจงใจสั่งรื้อคอนโซลกลางที่แสนเกะกะออกแล้วเปลี่ยนเป็นเบาะหนังยาวเชื่อมต่อกันอย่างที่ โจวอิ่ง ว่าจริงๆ นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นยามที่สาวๆ มานั่งเคียงข้าง หากต้องนั่งห่างกันเป็นวาจะไปสนุกอะไร?
เจียงเฉิง ไม่รอช้า... ผลักร่างบางของ โจวอิ่ง ลงไปบนเบาะนุ่มทันที สมกับเป็นลูกคุณหนูที่บ้านเคยมี Rolls-Royce มาก่อน... เธอสังเกตเห็นจุดนี้ได้ไวมาก สาวๆ คนอื่นไม่เคยมีใครทักเรื่องนี้เลย มีแต่เธอที่รู้ทัน
เจียงเฉิง ไม่ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะใช้ ‘การกระทำ’ ตอบแทนคำพูด
“อื้อ~ อย่าค่ะ... ข้างหน้ายังมีคนอยู่นะคะ...” เธอประท้วงเสียงแผ่วทว่าไม่ได้ขัดขืนจริงจัง
ครู่ต่อมา... เมื่อเห็น โจวอิ่ง รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ด้วยความเขินอายปนตื่นตระหนก เจียงเฉิง ก็หลุดยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ หญิงสาวกำหมัดน้อยๆ ทุบไหล่เขาแก้เขิน: “คนบ้า... คุณจะรีบร้อนอะไรขนาดนั้นคะ?”
“ก็ไม่ได้พบหน้าคุณตั้งครึ่งเดือน... จะไม่ให้ผมรีบได้อย่างไร?” เจียงเฉิง ยิ้มเจ้าเล่ห์
ช่วยไม่ได้นี่หว่า... ก็สาวงามราวกับดอกพุดซ้อนมานั่งอยู่ข้างๆ ใครมันจะอดใจไหว?
โจวอิ่ง แอบยิ้มมุมปาก... แม้ปากจะบ่น แต่ใจก็ดีใจที่เขาต้องการเธอ
“ฉันกะว่าจะอยู่ที่นี่สักพักค่อยกลับไปเรียน... ไม่เห็นต้องรีบเลย”
แม้สถานการณ์ตอนนี้จะเสี่ยงรถไฟชนกัน เพราะ หวง อวี้ฉี ก็ยังอยู่ในปักกิ่ง แต่ เจียงเฉิง ก็ยังนิ่งสนิท... สับรางได้เนียนกริบ เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางหยอดคำหวานใส่เธอหน้าตาเฉย: “การได้อยู่กับคุณแบบนี้... มันดีที่สุดเลยจริงๆ”
“คิกคิก…” ทว่าในขณะที่ โจวอิ่ง กำลังหัวเราะเคลิบเคลิ้มไปกับคำหวาน เธอก็พลันรู้สึกถึง ‘ความโชติช่วง’ บางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น
โจวอิ่ง ยังคงเป็นเพียงนักศึกษาสาวที่บริสุทธิ์และใสซื่อ... หากเป็นพวกเจนจัดอย่าง อวี๋ เซียวเซียว หรือเฉียว อินอิน ป่านนี้คงรู้หน้าที่และจัดการให้อย่างช่ำชองไปแล้ว
แต่ โจวอิ่ง กลับทำเพียงหน้าแดงก่ำพยายามจะดิ้นหนี เจียงเฉิง จึงต้องงัดกลยุทธ์ ‘หลอกล่อ’ ออกมาใช้
“นี่... อยากดูของดีไหม? ของชิ้นนี้ ‘ผ่านการปลุกเสก’ มาเป็นอย่างดีเลยนะ”
ได้ผล... โจวอิ่ง หูผึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที: “จริงเหรอคะ? ...คุณไปขอมมาจากวัดไหน? คุณแม่บอกว่าของที่ผ่านพิธีแบบนี้ต้องพกติดตัวไว้ตลอดนะ”
เจียงเฉิง พยักหน้ายืนยัน: “แน่นอนครับ... ผมพกติดตัวตลอดเวลาเลย... อยากดูไหมล่ะ?”
ทว่าพอเห็น เจียงเฉิง เริ่มขยับมือไปที่เข็มขัด... โจวอิ่ง ก็เบิกตากว้างรีบปฏิเสธพัลวัน: “ไม่เอา! ...ฉันไม่อยากดูแล้ว!”
เจียงเฉิง ยังคงรุกต่อด้วยการใบ้คำพิลึก: “คุณเคยได้ยินสำนวนสี่พยางค์ไหม... ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ดำแดง’...”
ทันทีที่ได้ยินคำนั้น ภาพเหตุการณ์เร่าร้อนในห้องซ้อมเต้นก็ผุดขึ้นมาในหัว โจวอิ่ง รีบปิดหูทันที: “อ๊ายยย! ...ไม่ฟัง! ฉันไม่เคยได้ยินอะไรทั้งนั้น!”
เจียงเฉิง หัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยต่อให้จบ: “...‘ชูชัน(1)’”
โจวอิ่ง ชะงัก... เอ๊ะ? ไม่ใช่เรื่องลามกหรอกหรือ? “มะ... หมายความว่าอย่างไรคะ?”
เจียงเฉิง ยิ้มพราวเสน่ห์... เขาค่อยๆ กดไหล่ของ โจวอิ่ง ให้ลงไปนั่งที่พื้นที่วางเท้าเบื้องล่าง ด้วยพื้นที่อันโอ่โถงมหาศาลของ Rolls-Royce ต่อให้เธอลงไปนั่งยองๆ บนพรมขนสัตว์ที่หนานุ่ม ก็ยังมีพื้นที่เหลือเฟือจนไม่รู้สึกอึดอัด
“ที่รักครับ... มือของคุณสวยมากเลยนะ... ริมฝีปากก็เช่นกัน ทั้งรูปทรงและขนาด... สวยงามมาก”
โจวอิ่ง ภูมิใจในมือของตัวเองมาตลอด เพราะเธอเล่นเปียโนและเรียนเต้นรำ... นิ้วของเธอจึงเรียวยาว แต่มีเนื้อหนัง ไม่ผอมแห้งจนเกินไป ขาวเนียนนุ่มลื่น... จะไปเป็นนางแบบมือก็ยังได้
ตอนแรกเธอก็ปลื้มที่เขาชม… แต่ไม่นานนัก... เธอก็รู้ซึ้งถึง ‘แผนการร้าย’ ของ เจียงเฉิง!
…………………………………
30 นาทีต่อมา ขบวนรถหรูแล่นมาจอดเทียบท่า ณ ย่านสือช่าไห่ แหล่งท่องเที่ยวอันทรงเสน่ห์กลางกรุงปักกิ่ง
โจวอิ่ง ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางแง่งอน ใบหน้าสวยประณีตนั้นทำหน้ามุ่ยปากยื่นน้อยๆ อย่างขัดใจ ในขณะที่ เจียงเฉิง เดินตามลงมาด้วยใบหน้าอิ่มเอิบสดใส แววตาเป็นประกายราวกับเพิ่งได้รับยาดีมาหมาดๆ เขาเดินเข้าไปโอบไหล่บางของเธอไว้อย่างอารมณ์ดี
ทันทีที่รถของ หวังเซิ่ง เคลื่อนตัวออกไปจนเหลือเพียงพวกเขาสองคน โจวอิ่ง ก็ทนไม่ไหว ทุบเข้าที่หน้าอกเขาดังปั้ก: “เกลียดคุณที่สุดเลย! ...คุณมันคนร้ายกาจ!”
เห็นท่าทางงอแงที่แสนน่ารักน่าชัง เจียงเฉิง ก็ยิ่งรู้สึกมันเขี้ยว เขาหัวเราะร่าพลางโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธอเบาๆ: “โอ๋ๆ... ก็เมื่อครู่ใครกันนะที่บ่นว่า ‘รู้สึกมีรสชาติแปลกๆ ในปาก’? ปะ... เดี๋ยวพาไปหาของอร่อยๆ กินล้างปากนะ”
แม้พรุ่งนี้จะเป็นวันคริสต์มาส... แต่วันนี้คือ ‘วันคริสต์มาสอีฟ (Christmas Eve)’ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เทศกาลคริสต์มาสได้รับความนิยมในจีนมากขึ้นเรื่อยๆ มองไปทางไหน ถนนหนทางก็ถูกประดับประดาด้วยไฟสวยงามและต้นคริสต์มาส คู่รักเดินใส่หมวกซานตาคลอสกันให้ขวักไขว่
ทั้งสองจูงมือกันเดินลัดเลาะไปท่ามกลางฝูงชน โจวอิ่ง ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศรอบตัวจนลืมความขุ่นเคืองเมื่อครู่ไปสิ้น
“ว้าว... คึกคักจังเลย!” เธอยิ้มร่าเริงเหมือนเด็กน้อย เมื่อเห็นความสนใจของเธอพุ่งเป้าไปยัง ‘ถนนสายอาหาร’ ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลอยู่เบื้องหน้า... เจียงเฉิง ก็ทำเพียงส่ายหน้ายิ้มๆ อย่างเอ็นดู
ยัยเด็กบื้อเอ๊ย... ของกินล้างแค้นได้ทุกอย่างจริงๆ
…………………………………
(1)[ดำแดงชูชัน / ดำแดงชี้ฟ้า (黑红朝天) – เป็นการประสมคำบรรยายลักษณะสีและทิศทาง
ดำแดง (黑红) สื่อถึงสีที่เข้มจัด หรือสีของเลือดที่สูบฉีด
ชูชัน/ชี้ฟ้า (朝天) หมายถึงการตั้งตรง มุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เป็นการบรรยายถึงสภาวะ ‘ตื่นตัว’ ของความเป็นชายอย่างเด่นชัด โดย เจียงเฉิง ใช้การใบ้คำพยางค์แรก (ดำแดง) เพื่อกระตุ้นความจำของ โจวอิ่ง ถึงเหตุการณ์ที่ห้องซ้อมเต้น ก่อนจะตบท้ายด้วยคำที่ดูเหมือนจะไม่ลามกแต่สื่อความหมายชัดเจนในเชิงสรีระ]
…………………………………
ตอนที่ 856 โมเมนต์วันคริสต์มาส
หลังจากพาไปเลือกซื้อหมวกคริสต์มาสแสนน่ารัก แอปเปิลแดงลูกโตในห่อกระดาษแก้วผูกโบทองพรีเมียม (平安果, ผิงอันกั่ว) และฟิกเกอร์สะสมธีมคริสต์มาสจน โจวอิ่ง ยิ้มจนแก้มปริ...
ในที่สุด เธอก็ยอมพ่ายแพ้ต่อลูกตื้อของ เจียงเฉิง ด้วยการซื้อ ‘ชุดนอนผ้าไหมธีมคริสต์มาสดีไซน์เย้ายวน’ ติดมือกลับมาด้วยหนึ่งชุด
เมื่อเดินกินและซึมซับบรรยากาศจนอิ่มเอมใจ ทั้งสองก็เดินทางกลับมายังบ้านสี่ประสาน โจวอิ่ง เคยเห็นความมั่งคั่งของ เจียงเฉิง มาแล้วหลายรูปแบบ ทว่ายามเมื่อมายืนอยู่เบื้องหน้าคฤหาสน์โบราณแห่งนี้ เธอก็ยังอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
นี่คือครั้งแรกที่ เจียงเฉิง พาเธอมาสัมผัส ‘บ้าน’ ของเขาอย่างแท้จริง ในคราแรกเธอนึกภาพเพียงคอนโดมิเนียมหรูระฟ้าใจกลางเมือง ไม่คิดเลยว่าจะเป็นบ้านสี่ประสานทรงโบราณที่โอ่อ่าและกินพื้นที่กว้างขวางถึงเพียงนี้
บนที่ดินผืนงามใจกลางปักกิ่ง... มูลค่าของมันนั้นมหาศาลเกินกว่าจะประเมินเป็นตัวเลขได้!
แต่หลังจากความตื่นตะลึงจางหายไป สีหน้าของ โจวอิ่ง ก็กลับมาเป็นปกติ แม้ความรวยและสถานะทางสังคมของชายหนุ่มตรงหน้าจะน่าทึ่งเพียงใด แต่ โจวอิ่ง รู้ซึ้งถึงหัวใจตัวเองดีว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เธอชอบเขา
หากเป็นหญิงสาวคนอื่น... เช่น เฉียว อินอิน หรือเร่อปา เมื่อได้เห็นความมั่งคั่งระดับนี้ ท่าทีที่มีต่อ เจียงเฉิง คงเปลี่ยนไปในทันที พวกเธออาจจะหันมาปรนนิบัติพัดวีด้วยความยำเกรง คอยดูสีหน้าและรองรับอารมณ์เขาในทุกฝีก้าวอย่างพินอบพิเทา
แต่สำหรับ โจวอิ่ง... เธอยังคงรักษาความเป็นตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น เธอยังคงปฏิบัติต่อ เจียงเฉิง เหมือน ‘แฟนหนุ่มธรรมดาๆ’ ทั่วไป ไม่ได้เทิดทูนเขาเพราะอำนาจเงิน
ซึ่งในมุมมองของ เจียงเฉิง ทัศนคติทั้งสองแบบนี้ไม่มีสิ่งใดถูกหรือผิด เขาพึงพอใจและยอมรับได้ทั้งสองสไตล์... แบบหนึ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนจักรพรรดิที่มีสนมคอยเอาใจ แต่อีกแบบหนึ่งกลับทำให้เขารู้สึกถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจอย่างแท้จริง
……………………………………
2 ชั่วโมงต่อมา โจวอิ่ง เดินออกจากห้องน้ำด้วยท่าทางอิดโรย ขาแข้งอ่อนแรงแทบจะยืนไม่อยู่ ใบหน้าสวยหวานยังคงแดงระเรื่อ บ่งบอกถึงความเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เมื่อเดินมาถึงเตียง... สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น ‘กระโปรงสั้นลายคริสต์มาส’ ตัวจิ๋ว ที่ตอนนี้สภาพดูไม่ได้... มันถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นห้อยรุ่งริ่งอยู่อย่างน่าสงสารที่ปลายเตียง
พอนึกขึ้นได้ว่า เจียงเฉิง เคยรับปากว่าจะถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้ให้ แต่ตอนนี้ชุดพังยับเยินไปซะแล้ว โจวอิ่ง ก็ทั้งอายทั้งโมโห เธอค้อนขวับพลางบ่นงึมงำ: “ไหนบอกว่าจะถ่ายรูปสวยๆ ให้ไงคะ? ...รูปยังไม่ได้ถ่ายสักใบ ชุดก็พังคามือคุณไปหมดแล้ว!”
เจียงเฉิง หลุดหัวเราะ ‘เฮะๆ’ อย่างชอบใจ เขาเอื้อมมือไปรั้งร่างบางของเธอให้ล้มลงมาในอ้อมกอดบนเตียงนุ่ม จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำพลางกระซิบเสียงพร่า: “ก็พอคุณสวมชุดนั้นปุ๊บ... ‘สำนวนสี่พยางค์’ ที่ผมสอนในรถมันก็สำแดงฤทธิ์ทันที จะให้ผมอดใจไหวได้อย่างไร?”
เจอสายตาที่ยังคงกรุ่นไปด้วยความต้องการและมุกสองแง่สองง่ามเข้าไป โจวอิ่ง ก็แทบจะมุดลงไปใต้ผ้าห่มด้วยความเขินอาย เธอยกมือประท้วงเปลี่ยนเรื่องทันที: “ไม่ได้แล้วนะ! ...คุณลืมไปแล้วหรือว่าพรุ่งนี้ฉันมีแข่งเปียโนน่ะ! ถ้าข้อมือกับแขนไม่มีแรงจะทำอย่างไรคะ?”
เจียงเฉิง บีบเอว A4 ที่นุ่มนิ่มของเธอเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว: “วางใจเถอะน่า ผมรู้ลิมิตดี... ในเมื่อเหนื่อยแล้วก็พักผ่อนเถอะ ผมไม่กวนคุณแล้ว”
เขาจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน เปลี่ยนโหมดจากหมาป่าเจ้าเล่ห์กลายเป็นคนรักที่แสนอบอุ่นในพริบตา โจวอิ่ง นอนซบลงในอ้อมกอดอุ่นๆ ของเขาอย่างว่าง่าย สายตามองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของ เจียงเฉิง ที่กำลังเลื่อนดูโมเมนต์ในวีแชท
เธอนอนดูด้วยความเงียบสงบ ไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย เจียงเฉิง เริ่มเข้าใจนิสัยของผู้หญิงแต่ละคนในฮาเร็มของเขาดี
อย่าง โจวอิ่ง... เวลาอยู่ด้วยกัน เธอจะนอนดูเขาเล่นโทรศัพท์เฉยๆ แบบนี้ แต่ไม่เคยคิดจะแย่งโทรศัพท์ไปเช็ก หรือก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว
ส่วน เฉียว อินอินและหวัง อวี่เยียน... สองคนนี้จะรู้มารยาทดีมาก เวลาเขาเล่นโทรศัพท์ พวกเธอจะแกล้งเมินมองไปทางอื่น หรือเดินหนีไปทำอย่างอื่น เพื่อเลี่ยงความระแวง
แต่สาวๆ คนอื่นที่รู้สถานะตัวเองดีว่า ‘ไม่ใช่คนเดียวของเขา’... บางทีก็จะมานั่งดูด้วย แล้วช่วยวิจารณ์สาวสวยในจออย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะ อวี๋ เซียวเซียว... ที่ชอบแซวเขาเวลาเห็นสาวสวยๆ
เมื่อสกิล ‘สัมผัสอันตราย’ ไม่มีการแจ้งเตือน... เจียงเฉิง ก็สบายใจ เขาไถหน้าจอต่ออย่างมั่นใจ ตราบใดที่ไม่กดเข้าไปดู ‘อัลบั้มลับ’ หรือแชตส่วนตัว... แค่ดูหน้าฟีดทั่วไปก็ไม่มีปัญหา
อีกอย่าง... ผู้หญิงของเขา นอกจาก เฉียว อินอิน กับหลิน ชิงเสวี่ย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบโพสต์รูปเซลฟี่ตัวเอง มักจะโพสต์แค่วิวทิวทัศน์พร้อมแคปชันเพ้อๆ เท่านั้น หน้าฟีดของเขาเลยดูปลอดภัยสุดๆ
ไม่นานนัก... เขาก็เจอโพสต์ของ เฉียว อินอิน ในรูป... เธอสวมหมวกคริสต์มาสสีแดง ยิ้มกว้างสดใสให้กล้อง แคปชันสั้นๆ: Merry Christmas!
เจียงเฉิง กดไลก์อย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตา โจวอิ่ง การทำแบบนี้กลับเป็นผลดี... เพราะการกดไลก์ให้ผู้หญิงอื่นต่อหน้าแฟน แสดงถึงความ ‘บริสุทธิ์ใจ’ ถ้ามัวแต่หลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้ากด... นั่นแหละจะมีพิรุธ!
เลื่อนลงมาอีกหน่อย... เจอโพสต์ของ หวัง ชงชง เป็นรูปบรรยากาศในผับมืดๆ สลัวๆ เจียงเฉิง กดไลก์ตามมารยาท
โจวอิ่งเห็นรูปนั้น ก็แค่นเสียง ‘หึ’ เบาๆ ชี้ไปที่รูป หวัง ชงชง: “อีตานี่... เปลี่ยนแฟนทุกวันเลยใช่ไหมคะ?”
เห็น โจวอิ่ง เริ่มสงสัย... เจียงเฉิง รีบโยนขี้ให้เพื่อนทันที เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง: “น่าจะใช่นะ! ...เจ้านี่มัน ‘เสือผู้หญิง’ ตัวพ่อเลย ชอบขลุกอยู่แต่ในผับที่อโคจรแบบนั้นแหละ”
“ไฟก็มืด มองอะไรก็ไม่เห็น... ผู้หญิงที่นั่นก็มีแต่เมคอัพหนาเตอะกับฟิลเตอร์หลอกตา ไม่รู้มันชอบไปทำไม”
โจวอิ่ง ฟังแล้วก็เปรยขึ้นมา: “นานแล้วนะเนี่ย... ที่ไม่ได้ไปผับกับคุณ”
เจียงเฉิง รู้ทันความหมายแฝงนั้นดี: “ถ้าอยากไป... วันหลังผมพาไปก็ได้ แต่บอกตรงๆ นะ ผับมันไม่มีอะไรน่าเที่ยวหรอก นอกจากกินเหล้าฟังเพลงเสียงดังๆ”
เขาเลื่อนหน้าจอหนี... ไปเจอโพสต์ของ หลิน ชิงเสวี่ย
“สุขสันต์วันคริสต์มาส! ...หวังว่าคริสต์มาสปีหน้า เราจะไม่ต้องมาฉลองกันที่โรงพยาบาลอีก…”
รูปประกอบเป็นภาพเธอกำลังปอกผลไม้ให้แม่ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ เจียงเฉิง อธิบายให้ โจวอิ่ง ฟัง: “นี่รุ่นพี่ที่คณะผมเอง... แม่เขาโชคร้ายเป็นโรคไต แต่โชคดีที่เพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนไตสำเร็จ ตอนนี้กำลังพักฟื้น”
โจวอิ่ง ฟังแล้วก็เศร้าตาม: “โธ่... น่าสงสารจัง ยังสาวอยู่แท้ๆ แม่ต้องมาป่วยหนักแบบนี้... ถ้าเป็นฉันคงกลัวจนทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ ขอให้คุณแม่เขาหายไวๆ นะคะ”
เจียงเฉิง ลูบผมเธอเบาๆ แล้วกดไลก์ให้กำลังใจ หลิน ชิงเสวี่ย รีเฟรชหน้าจออีกที... เจอโพสต์ของ จ้าว หลิงเอ๋อร์ รูปเธอกับทีมงานซิงเฉิน อินเวสต์เมนต์ กำลังล้อมวงกินเค้กคริสต์มาส
“ถึงจะต้องทำโอที... แต่บรรยากาศคริสต์มาสก็ยังเต็มเปี่ยมนะ~”
เจียงเฉิง กดไลก์ให้ลูกน้องขยัน เลื่อนลงมาอีก... เจอโพสต์ของ อันซิน ที่หายเงียบไปนาน เป็นรูป แอนนี่ กำลังปีนป่ายตกแต่งต้นคริสต์มาสที่บ้าน แคปชัน: เจ้าเด็กดื้อคนนี้... ไม่มีใครเอาอยู่จริงๆ
โจวอิ่ง จำเด็กน้อยในรูปได้ทันที: “เอ๊ะ! ...นี่ใช่เด็กน่ารักๆ ที่เราเจอที่ร้านเปียโน Steinway วันนั้นไหมคะ?”
เจียงเฉิง พยักหน้า แล้วตัดสินใจเล่า ‘ความลับ’ ให้เธอฟัง: “ใช่แล้ว... แต่จริงๆ แล้ว แอนนี่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพี่ซินหรอกนะ…”
โจวอิ่ง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง: “ห๊ะ!? ...เรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย! ถ้างั้น... พี่ซินก็ใจดีมากๆ เลยนะคะ ปกติถ้าไม่ใช่ลูกตัวเอง ส่วนใหญ่คงส่งไปสถานสงเคราะห์แล้ว”