เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 831 ความกังวลของเจ้าสัวหวัง, ตอนที่ 832 พบกับ หวง อวี้ฉี อีกครั้ง

ตอนที่ 831 ความกังวลของเจ้าสัวหวัง, ตอนที่ 832 พบกับ หวง อวี้ฉี อีกครั้ง

ตอนที่ 831 ความกังวลของเจ้าสัวหวัง, ตอนที่ 832 พบกับ หวง อวี้ฉี อีกครั้ง


ตอนที่ 831 ความกังวลของเจ้าสัวหวัง

“เรื่องบางเรื่อง... รู้น้อยหน่อยย่อมปลอดภัยกว่า” เจ้าสัวหวังเอ่ยเสียงเข้ม สีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ: “แกเองก็อย่าได้เที่ยวเอาเรื่องนี้ไปพูดจาเรื่อยเปื่อยข้างนอกเด็ดขาด... ทำตามที่ฉันบอก แกล้งโง่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสีย หากขืนปากสว่างจะพาลเดือดร้อนกันทั้งตระกูล!”

ยิ่งเห็นผู้เป็นพ่อแสดงท่าทีขึงขัง หวัง ชงชง ก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นจนเนื้อเต้น: “พ่อ... มันจะเกินไปหน่อยไหม? ตระกูลเขาจะใหญ่โตมาจากไหนกันเชียว? บิ๊กๆ ในเมืองหลวงเราก็พอจะรู้จักตื้นลึกหนาบางอยู่บ้าง ไม่เห็นพ่อจะต้องขวัญอ่อนขนาดนี้เลย”

เจ้าสัวหวังถลึงตาใส่ลูกชายอย่างตำหนิ: “ฉันขอเตือนแกไว้เลยนะ... ในวงการบันเทิงแกจะไปซ่าที่ไหนฉันไม่ว่า แต่กับเรื่องนี้ แกต้องระวังปากให้ดีที่สุด!”

“ช่วงนี้ว่านต๋าของเรากำลังโดนเพ่งเล็ง... ‘เบื้องบน’ เริ่มแสดงความไม่พอใจออกมาแล้ว ตอนนี้เราต้อง ‘เก็บเนื้อเก็บตัว’ ให้ถึงที่สุด อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวให้เขาต้องใช้เราเป็นตัวอย่างในการ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’!”

หวัง ชงชง ขมวดคิ้วมุ่น: “ก็แค่โครงการก่อสร้างโครงการเดียวไม่ใช่หรือพ่อ? เราว่านต๋าทำธุรกิจโปร่งใส จ้างงานคนเป็นหมื่น จ่ายภาษีเป็นพันล้าน... เขาจะกล้าทำอะไรเราได้?”

เจ้าสัวหวังโบกมืออย่างหงุดหงิด: “ไอ้เด็กโง่! คำพูดอวดดีแบบนี้เก็บไว้พูดแค่ในบ้านพอ! ขืนไปพล่อยข้างนอก เดี๋ยวหัวจะหลุดจากบ่าไม่รู้ตัว!”

“เมื่อก่อนฉันก็เคยลำพองใจแบบแกนี่แหละ... ใจร้อนวู่วามจนกล้าไปแย่งชิงสัมปทานแข่งกับพวกเขา ผลเป็นอย่างไรล่ะ? เจ๊งยับเยินไม่เป็นท่า! ลงทุนไปเป็นหมื่นล้าน สุดท้ายกลับคว้าน้ำเหลว ได้แค่ลมจับ!”

เมื่อเห็นลูกชายเริ่มพยักหน้าอย่างแกนๆ เจ้าสัวหวังก็ถอนหายใจออกมา: “ปีนี้เป้าหมาย ‘VAM Agreement(1)’ ของว่านต๋ามีแนวโน้มจะล้มเหลว... หากเรายังหาทิศทางใหม่เพื่อฝ่าทางตันนี้ไปไม่ได้ อนาคตข้างหน้าคงลำบากแน่”

หวัง ชงชง เสนอความเห็น: “พ่อ... จริงๆ เราย้ายฐานไปต่างประเทศเลยไม่ได้หรือ? ให้คุณตาช่วยเดินเรื่องทางฝั่งโน้นก็น่าจะพอนะ?”

เจ้าสัวหวังส่ายหน้าดิก: “ยังไม่ถึงขั้นนั้น... ตอนนี้มันยังเป็นเพียง ‘ใบเตือน’ เขาแค่ต้องการให้เรานั่งนิ่งๆ อยู่ในโอวาท ห้ามเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า”

หวัง ชงชง บ่นอุบอิบด้วยความอึดอัด: “ทำอะไรก็ไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้... น่าเบื่อชิบหาย”

“เออน่า! เรื่องบริษัทแกไม่ต้องมาสอด แกมีหน้าที่แค่สวมบทแกล้งโง่ต่อไปนั่นแหละดีแล้ว!”

เจ้าสัวหวังกำชับอีกครั้ง: “ส่วนเพื่อนแก... เจียงเฉิงน่ะ... ตราบใดที่เขายังไม่ประกาศตัวกลับไปรับสืบทอดกิจการตระกูลอย่างเป็นทางการ เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเขา... แกห้ามไปซักไซ้เขาเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

หวัง ชงชง อ้อนวอนตาใส: “โธ่พ่อ... บอกใบ้หน่อยเถอะน่า! ผมสัญญาว่าจะเหยียบไว้ให้มิด! ผมโตป่านนี้แล้วนะ ไว้ใจกันบ้างสิ!”

“ที่ฉันไม่บอกก็เพื่อตัวแกเอง! ขืนวันไหนแกเมาแล้วปากโป้ง ความซวยจะมาเยือนถึงหน้าบ้าน! อีกอย่าง... หากแกรู้ความจริง แกอาจจะวางตัวลำบากเวลาอยู่กับเขา สู้ให้คบหาเป็นเพื่อนธรรมดาแบบนี้แหละดีที่สุด เขาจะได้ไม่ระแวงว่าเราเข้าหาเพราะหวังผล”

หวัง ชงชง ยังตื๊อไม่เลิก: “แล้วพ่อรู้ได้ยังไง? หรือพ่อแอบส่งคนไปสืบเบื้องหลังเขามา?”

“ฉันจะไปว่างขนาดนั้นทำไม? ...แล้วแกเห็นฉันโง่ขนาดนั้นเหรอ?”

เจ้าสัวหวังถอนหายใจยาวพลางย้อนระลึกถึงความหลัง: “เมื่อก่อน... ตาของแกเคยหลุดปากออกมาครั้งหนึ่ง...”

“เรื่องนี้ถือเป็นความลับสุดยอดที่รู้กันเพียงในวงจำกัด... ตอนที่ฉันเริ่มก่อร่างสร้างตัวใหม่ๆ ตาของแกเคยกำชับนักหนาว่า ‘ห้ามไปขัดผลประโยชน์กับคนกลุ่มหนึ่งเด็ดขาด’ โดยเฉพาะบุคคลที่ชื่อว่า เจียง เฉิงหง”

“ตอนนั้นฉันก็เหมือนแกนั่นแหละ... เต็มไปด้วยความสอดรู้สอดเห็น ทว่าตาแกกลับปิดปากเงียบไม่ยอมแพร่งพรายแม้แต่คำเดียว”

“แต่ทุกปีในช่วงเทศกาลตรุษจีน... ฉันต้องคอยติดตามตาแกไปคารวะผู้หลักผู้ใหญ่ และฉันก็ได้เห็นกับตาว่า... ตาของแกต้องจัดเตรียมของขวัญล้ำค่าไปมอบให้ ‘เจียง เฉิงหง’ ด้วยตัวเองทุกปีไม่เคยขาด!”

“ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ... แม้ เจียง เฉิงหง คนนี้จะมีฉากหน้าเป็นนักธุรกิจ แต่เขากลับได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีสวนสนามวันชาติทุกปี! แถมตำแหน่งที่เขายืนอยู่บนพลับพลาเทียนอันเหมินนั้น... ยังอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางมากเสียจนน่าตกใจ!”

“เพียงแค่นี้... ฉันก็เดาได้แล้วว่าตระกูลเจียงน่ะ ‘ของจริง’ ขนาดไหน!”

เจ้าสัวหวังทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ปล่อยให้ลูกชายจอมกะล่อนไปขบคิดต่อเอาเอง

หวัง ชงชง ถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว... แค่ ‘ปู่รอง’ ยังมีบารมีล้นฟ้าขนาดนี้ แล้ว ‘ปู่ใหญ่’ เจ้าของแตงที่เขาเพิ่งกินเข้าไปจะทรงอิทธิพลขนาดไหน? เขาตัดสินใจรูดซิปปากเงียบ เลิกตั้งคำถามที่อาจนำพาความซวยมาสู่ตระกูลทันที

“ช่างเถอะๆ... ฟังแล้วสยองพิลึก ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า งั้นผมออกไปหาเขาเลยแล้วกัน... คืนนี้คงไม่กลับบ้านนะพ่อ”

“เดี๋ยว!” เจ้าสัวหวังร้องห้ามเสียงหลง: “แกจะออกไปหาเขามือเปล่าอย่างนั้นหรือไง?”

“เขามาถึงปักกิ่งตั้งหลายวันแล้ว เราในฐานะเจ้าถิ่นกลับยังไม่ได้เชิญเขามาทานข้าวที่บ้านสักมื้อ... เสียมารยาทแย่!” เจ้าสัวหวังรีบสั่งการ: “เอาอย่างนี้... แกไปเชิญเขามาทานมื้อค่ำที่บ้านเราวันนี้เลย! เดี๋ยวฉันจะให้แม่แกเตรียมเมนูพิเศษไว้ต้อนรับ”

หวัง ชงชง พยักหน้าแกนๆ: “ได้ครับ... งั้นเดี๋ยวผมโทรถามเขาก่อนว่าว่างไหม?”

“โอ๊ยยย! ...ไอ้ลูกบื้อ!” เจ้าสัวหวังลุกขึ้นตวาดแว้ด: “จะโทรไปถามทำซากอะไร! ...ต้องไปเชิญด้วยตัวเองสิวะ! แค่โทรไปถาม... มันดูไม่มีความจริงใจ! มันดูเหมือนถามไปงั้นๆ!”

“แกต้องเข้าใจมารยาทสังคมบ้าง! ...เวลาคนเขาเชิญฉัน ถ้าไม่เชิญซ้ำๆ ด้วยความนอบน้อม ฉันก็ไม่ไปหรอก เพราะไม่รู้ว่าเขาชวนตามมารยาทหรือชวนจริงๆ”

“ถ้าเราอยากให้เขามา... ต้องแสดงความจริงใจให้ถึงที่สุด! ...รีบไปเลยไป๊!”

หวัง ชงชง เกาหัวแกรกๆ พยักหน้าอย่างงงงวย: “เออๆ... เข้าใจแล้วครับพ่อ ขอจบตานี้ก่อนได้ไหม อีกนิดเดียวจะชนะแล้ว...”

“ยังจะห่วงเล่นเกมอีก! ไปเดี๋ยวนี้!” เจ้าสัวหวังถีบส่งลูกชายอย่างไม่ใยดี: “ฉันจะโทรบอกแม่แกเดี๋ยวนี้แหละ... ไป๊!”

เมื่อโดนพ่อไล่ตะเพิดอย่างหนัก หวัง ชงชง จึงจำใจต้องวางโทรศัพท์มือถือที่กำลังค้างหน้าจอเกมไว้ แล้วรีบไปเปลี่ยนชุดเพื่อออกไปตามหา เจียงเฉิง ตามคำสั่งสายฟ้าแลบทันที

………………………………

กำแพงเมืองจีน ด่านปาต้าหลิง

ในเวลาเดียวกันนั้น... เจียงเฉิง กำลังยืนสูดอากาศอันบริสุทธิ์อยู่ที่ ‘ป้อมสังเกตการณ์ที่ 12 ฝั่งเหนือ’ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สูงที่สุดของด่านปาต้าหลิง

แน่นอนว่าเขาไม่ได้เดินเท้าขึ้นมาจากตีนเขาด้วยตัวเอง... ไม่ใช่เพราะไม่มีแรง แต่เป็นเพราะเขา ‘ขี้เกียจจะเสียเวลา’ โดยใช่เหตุ ตามคำบอกเล่าของ หวังเซิ่ง หากจะเดินขึ้นมาด้วยตนเองต้องใช้เวลาอย่างน้อย 80 นาทีสำหรับผู้ที่มีร่างกายกำยำ หรืออาจนานถึงสองชั่วโมงสำหรับคนทั่วไป

เจียงเฉิง จึงเลือกใช้ทางลัดผ่านกระเช้าลอยฟ้าขึ้นมา เมื่อถึงสถานีปลายทาง… เขาก็เดินเท้าต่ออีกเพียงเล็กน้อยด้วยร่างกายที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง จนกระทั่งมาถึงจุดสูงสุดได้อย่างสบายๆ โดยมีทีมบอดี้การ์ดของ หวังเซิ่ง คอยกระจายตัวรักษาความปลอดภัยอยู่ห่างๆ อย่างรู้หน้าที่

วันนี้โชคดีที่คนไม่เยอะ... ไม่เหมือนภาพ ‘กำแพงมนุษย์’ ที่เคยเห็นในเน็ตช่วงวันหยุดยาว ทำให้ เจียงเฉิง ได้มีโอกาสดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนที่ทอดตัวยาวเหยียดไปตามสันเขาดุจมังกรยักษ์ที่กำลังหลับใหล

ทว่าที่ป้อม 12 แห่งนี้… ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อขนเป็ดตัวหนา ยืนชมวิวอยู่ก่อนแล้ว

เจียงเฉิง เหลือบมองด้านข้างของเธอแวบหนึ่ง... แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปวิวรัวๆ ขณะที่กำลังจะกดถ่ายเซลฟี่ให้ตัวเอง… เสียงหวานใสแต่เจือความเย็นชาก็ดังขึ้น: “นี่คุณ... จะถ่ายรูปเหรอ? ให้ฉันช่วยถ่ายให้ไหม?”

เจียงเฉิง หันขวับไปตามเสียง… วินาทีที่สายตาประสานกัน... ทั้งคู่ต่างชะงัก ความรู้สึก ‘คุ้นเคย’ อย่างประหลาดแล่นพล่านในความทรงจำ

ไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึก... หญิงสาวคนนั้นก็เช่นกัน เธอมองหน้า เจียงเฉิง ด้วยสายตาที่ผสมปนเปไปด้วยความสงสัย 3 ส่วน และความลังเล 7 ส่วน

“เอ๊ะ? ...ทำไมหน้าคุ้นจัง?”

…………………………………

(1)[VAM Agreement (Valuation Adjustment Mechanism) – หรือ ‘ข้อตกลงเดิมพันมูลค่าธุรกิจ’ เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ประกอบการกับนักลงทุนว่าบริษัทจะต้องทำกำไรหรือนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ตามเวลาที่กำหนด หากทำไม่ได้ ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายชดเชยอย่างหนัก]

…………………………………

ตอนที่ 832 พบกับ หวง อวี้ฉี อีกครั้ง

เจียงเฉิง ยังนึกไม่ออกว่าเธอเป็นใคร แต่อีกฝ่ายกลับทักขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงลังเล: “คุณคือ... เจียงเฉิง ใช่ไหมคะ?”

น้ำเสียงนี้ฟังดูคุ้นหูมาก แต่ เจียงเฉิง ยังจำไม่ได้ทันทีว่าเคยได้ยินที่ไหน แต่ทว่า... ทันทีที่หญิงสาวคนนั้นยิ้มออกมา ภาพใบหน้าหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเขา

“คุณคือ... ครูหวง!?”

ถ้าเทียบกับสมัยที่เป็นครูอาสาบนดอย... หวง อวี้ฉี ในตอนนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

ในตอนนั้น เธอจงใจแต่งหน้าให้ดูน่าเกลียด ทาแป้งให้หน้าเหลืองและเติมกระให้เต็มหน้า เพื่อปกป้องตัวเองและลดความสนใจจากคนรอบข้าง

แต่ในตอนนี้... หวง อวี้ฉี เผยโฉมหน้าสดที่สะอาดสะอ้านและขาวผ่อง ภายใต้แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามอัสดง... ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางของเธอดูละมุนละไม สดใส และน่ารักเหมือนเด็กสาวข้างบ้าน

เป็นความงามที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ... มองแล้วสบายตาอย่างบอกไม่ถูก

ความจริงแล้ว เจียงเฉิง รู้อยู่แล้วจากระบบว่าเธอจงใจแต่งหน้าให้น่าเกลียด เพราะลำพังแค่คนหน้าเหลืองมีกระ... ไม่มีทางที่ระบบจะประเมินคะแนนหน้าตาให้สูงถึง 88 ได้หรอก

แต่พอมาเห็นตัวจริงที่ ‘เผยรูปโฉมที่แท้จริง’ ออกมาเช่นนี้… หัวใจของ เจียงเฉิง ก็อดไม่ได้ที่จะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะหนึ่ง

หวง อวี้ฉี ยื่นมือมาดึงโทรศัพท์จากมือ เจียงเฉิง ไปอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วพูดอย่างกระตือรือร้น: “ฉันเห็นคุณกำลังจะถ่ายรูปนี่นา... มาค่ะ เดี๋ยวฉันถ่ายให้! มุมนี้ถือเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตเลยนะ... ถ้าคุณยืนตรงนั้น ฉันจะถ่ายให้ติดวิวกำแพงเมืองจีนข้างหลังได้หมดเลย... เร็วเข้า ไปยืนตรงนั้นสิคะ!”

เห็นเธอสั่งการอย่างคล่องแคล่ว... เจียงเฉิง ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เขาเดินไปยืนตรงจุดที่เธอชี้ แล้วยิ้มชูนิ้วโป้งให้กล้อง

“ว้าว! ...หุ่นคุณดีมากเลยคะ! สัดส่วนเป๊ะสุดๆ!”

“หน้าก็หล่อ แสงก็สวย... แถมวันนี้คนน้อยด้วย รูปออกมาปังแน่นอน!”

หวง อวี้ฉี ยังคงเป็นคนที่มีบุคลิกเปิดเผย ตรงไปตรงมา และไม่ถือตัวเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรก

เธอขยับหามุมถ่ายรูปอย่างตั้งใจ ปากก็ชมไม่หยุด เจียงเฉิง ที่ตอนแรกกะว่าจะถ่ายแค่รูปเดียว... เจอแรงยุเข้าให้ เลยเก๊กท่าถ่ายไปเป็นสิบรูป

เมื่อรับโทรศัพท์กลับมาดูผลงาน... เจียงเฉิง เลิกคิ้วสูง แซวทีเล่นทีจริง: “ฝีมือไม่เลวเลยนี่ครับ... นี่มารับจ้างถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวแถวนี้เหรอครับ?”

หวง อวี้ฉี ป้องปากหัวเราะคิกคัก: “แหม~ ในเมื่อคุณดูออกแล้ว งั้นคิดใบละ 10 หยวนค่ะ ...จะจ่ายผ่าน WeChat หรือ Alipay ดีคะ?”

เจียงเฉิง ทำหน้าขรึม เล่นตามน้ำ: “เห็นแก่ที่รูปสวย... 10 หยวนก็ 10 หยวนครับ งั้นจ่ายทาง WeChat ละกัน... เพราะผมไม่มี Alipay ของคุณ”

ทั้งสองคนสบตากันครู่หนึ่ง... ก่อนจะหลุดขำออกมาพร้อมกัน

“พรืดดด! / ฮ่าๆๆ”

“ล้อเล่นน่า! ...ที่ปักกิ่งเขาช่วยถ่ายรูปกันฟรีๆ ย่ะ! ถ้าไปที่เที่ยวอื่นอาจจะโดนฟันหัวแบะ”

หวง อวี้ฉี ยิ้มตาหยี แล้วถามด้วยความแปลกใจ: “ว่าแต่... จำได้ว่าคุณเรียนมหาลัยอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมมาโผล่ที่นี่ได้?”

เจียงเฉิง ตอบสบายๆ: “ผมกลับมาเยี่ยมปู่น่ะครับ... แล้วก็ไม่เคยมากำแพงเมืองจีนมาก่อน เลยถือโอกาสมาเดินเที่ยวดูสักครั้ง ไม่นึกเลยว่าจะบังเอิญมาเจอคุณที่นี่... โลกกลมจริงๆ”

หวง อวี้ฉี พยักหน้า แล้วเล่าอัปเดตชีวิตให้ฟัง: “อ๋อ... คืออย่างนี้ค่ะ ตั้งแต่ที่คุณบริจาคเงินสร้างกำแพงโรงเรียน โรงอาหาร แล้วก็พวกสาธารณูปโภคต่างๆ…”

“สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก... ตอนนี้มีครูอาสาสมัครหน้าใหม่มาเพิ่มอีกตั้ง 3 คนแน่ะ!”

“ถ้ารวมครูใหญ่เจิ้งด้วย ตอนนี้โรงเรียนเรามีครูตั้ง 5 คนแล้วนะคะ!”

“ช่วงนี้พอดีครบรอบวันเสียชีวิตของคุณแม่ฉัน... ครูใหญ่เจิ้งแกเลยอนุมัติให้ฉันลาพักร้อนกลับบ้านมาครึ่งเดือนน่ะค่ะ”

เจียงเฉิง พยักหน้าเข้าใจในเหตุผล

“แล้วเรื่องการรื้อถอนสร้างอาคารเรียนใหม่ล่ะครับ? ...น่าจะยังไม่ได้เริ่มใช่ไหม?” เขาจำได้ว่าวางแผนไว้ช่วงปิดเทอมใหญ่

“ยังค่ะ... คงต้องรอเด็กๆ ปิดเทอมฤดูร้อนก่อน ไม่งั้นไม่มีที่เรียน”

เจียงเฉิง ถามต่อ: “แล้วโรงอาหารเป็นไงบ้าง? อาหารการกินดีขึ้นไหม?”

พอพูดถึงเรื่องนี้ แววตาของ หวง อวี้ฉี ก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง: “ดีมากเลยค่ะ ...ดีสุดๆ เลย! เมื่อก่อนฉันต้องตื่นแต่เช้ามืด นั่งรถลงเขาไปจ่ายตลาดทุกวัน…”

“แต่เดี๋ยวนี้ คุณส่งตู้เย็นขนาดใหญ่มาให้ 2 ตู้... เราสต๊อกของสดได้เยอะมาก เวลาสั่งของ เจ้าของร้านในเมืองก็ขับรถขึ้นมาส่งให้ถึงที่เลย”

“ครูใหญ่เจิ้งแกเข้มงวดมาก... แกนั่งตรวจบัญชีทุกบาททุกสตางค์ บอกว่า ‘จะให้เงินบริจาคของคุณรั่วไหลไม่ได้แม้แต่แดงเดียว’ เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจที่คุณอุตส่าห์เมตตาพวกเรา”

เจียงเฉิง ยิ้มบางๆ… สำหรับเขา เงินค่าอาหารวันละไม่กี่ร้อยหยวน มันเป็นแค่เศษเงินที่ระบบปั๊มให้ในเวลาไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ เขาไม่ได้สนใจเรื่องบัญชีอะไรนั่นหรอก

“เรื่องเงินช่างมันเถอะครับ... ขอแค่เด็กๆ ได้กินอิ่ม กินของดีๆ ก็พอแล้ว”

หวง อวี้ฉี ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ: “แน่นอนคะ! ...ตอนนี้มื้อเที่ยงเรามี ‘กับข้าว 2 อย่าง น้ำแกง 1 ถ้วย’ ให้กินฟรีทุกวัน! เด็กๆ มีความสุขมาก... พวกเขาบอกว่ากินที่โรงเรียน ดีกว่ากินเลี้ยงฉลองปีใหม่ที่บ้านซะอีก”

“สำหรับเด็กยากจนพวกนั้น... ข้าวกลางวันมื้อนี้ คือความอบอุ่นที่สุดในชีวิตเลยค่ะ”

เมื่อได้ฟังเธอเล่า... ภาพใบหน้ามอมแมมของเด็กๆ ในเสื้อผ้าเก่าขาด แต่มีรอยยิ้มเปื้อนหน้า ก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิดของ เจียงเฉิง ความรู้สึกอิ่มเอมใจบางอย่างค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ...

จบบทที่ ตอนที่ 831 ความกังวลของเจ้าสัวหวัง, ตอนที่ 832 พบกับ หวง อวี้ฉี อีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว