- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 819 ทั้งตรอกนี้... เป็นของคุณชายเจียง, ตอนที่ 820 ต้า มี่มี่หย่าแล้วเหรอ?
ตอนที่ 819 ทั้งตรอกนี้... เป็นของคุณชายเจียง, ตอนที่ 820 ต้า มี่มี่หย่าแล้วเหรอ?
ตอนที่ 819 ทั้งตรอกนี้... เป็นของคุณชายเจียง, ตอนที่ 820 ต้า มี่มี่หย่าแล้วเหรอ?
ตอนที่ 819 ทั้งตรอกนี้... เป็นของคุณชายเจียง
เมื่อได้ยิน จ้าว หนิงอัน พูดถึงความตายอย่างเรียบง่าย... สีหน้าของ เจียงเฉิง ก็แข็งค้างไปชั่วขณะ
“ถ้าไม่มีเสี่ยวชิ่ง... ชีวิตลุงน่าจะสบายกว่านี้นะครับ?”
ลุงจ้าวส่ายหน้ายิ้มๆ แววตาปลงตก: “ตั้งแต่ที่ลุงเหลือตัวคนเดียว... ลุงก็คิดตกแล้วล่ะ คนเราน่ะ... มาตัวเปล่า ก็ไปตัวเปล่า... ตอนตายเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ลูกหลานก็ไม่มี... ไม่มีห่วงอะไรให้ต้องกังวล”
“ถ้าวันไหนลุงเกิดตายไป... ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี จะได้รีบลงไปเจอกับเพื่อนทหารที่เคยร่วมเป็นร่วมตาย แล้วก็ไปหาป้าแกเร็วๆ”
“ดังนั้น... ตราบใดที่ลุงยังมีแรงช่วยเด็กกำพร้าที่น่าสงสารพวกนี้ได้บ้าง... ลุงก็พอใจแล้ว”
สำหรับแก... การที่มีเด็กสักคนเรียกแกอย่างสนิทใจว่า ‘ปู่’... มันคือน้ำทิพย์ชโลมใจที่ทำให้คนแก่ขี้เหงาคนหนึ่งมีแรงใช้ชีวิตต่อไป แม้จะต้องลำบากคุ้ยขยะหาเงินมาเลี้ยงดู ‘หลานปลอมๆ’ คนนี้... แกก็ทำด้วยความเต็มใจ
…………………………………
หลังจากบอกลาคุณลุงจ้าว... เจียงเฉิงและเร่อปา กลับมาขึ้นรถของ เฉินผิง
เจียงเฉิง ถ่ายทอดเรื่องราวที่ได้รับรู้มาให้ เฉินผิง ฟังโดยละเอียด เมื่อฟังจบ คิ้วเข้มของ เฉินผิง ก็ขมวดแน่นเข้าหากัน ใบหน้าเคร่งเครียดจนดูน่าเกรงขาม:
“นี่มันไม่ใช่แค่การขโมยเงินธรรมดา แต่มันคือการ ‘อาศัยความเมตตาบังหน้าเพื่อฉ้อโกง’ ชัดๆ! มิจฉาชีพสมัยนี้ไร้สามัญสำนึกขึ้นทุกวัน ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอปเงินกู้เถื่อน หรือแม้แต่การใช้เด็กมาเป็นเหยื่อล่อ... เลวระยำจนเกินจะให้อภัย!”
“คุณชายวางใจได้ครับ... เรื่องนี้ผมจะจัดการให้เด็ดขาด! เดนมนุษย์สองพ่อลูกนั่น... ผมจะลากคอพวกมันเข้าซังเตให้หมด รับรองว่าไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายไปได้แน่นอน!”
เจียงเฉิง พยักหน้า นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ...นายพอจะมีที่ไหนให้ลุงแกไปทำงานหรืออยู่ได้อย่างสงบสุขบ้างไหม?”
เฉินผิง คิดแป๊บเดียวก็ตอบฉะฉาน: “มีครับ! ...ผมสามารถฝากลุงแกเข้าไปทำงานใน ‘ฝ่ายพลาธิการ’ ของกองทัพได้ครับ ให้แกไปช่วยงานเบาๆ อย่างล้างผัก หรือทำความสะอาดโรงครัว... งานไม่หนัก มีข้าวเลี้ยง มีที่พักฟรี”
“ที่สำคัญคือ... ในนั้นมีลุงๆ ป้าๆ ทหารผ่านศึกวัยเดียวกันเยอะแยะ แกจะได้มีเพื่อนคุยไม่เหงา และปลอดภัยจากมิจฉาชีพแน่นอนครับ”
“แต่ว่า…” เฉินผิง ลังเลเล็กน้อย: “คุณชายจะบอกความจริงเรื่องเด็กเสี่ยวชิ่งให้ลุงแกรู้ไหมครับ?”
เจียงเฉิง ส่ายหน้าช้าๆ สายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ: “ไม่ต้อง... และห้ามบอกเด็ดขาด วิธีที่นายเสนอมานั้นดีที่สุดแล้ว เดี๋ยวผมจะให้คนปลอมจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง อ้างว่าเสี่ยวชิ่งถูกพ่อแม่แท้ๆ มารับตัวกลับไปเลี้ยงดูอย่างสุขสบายแล้ว... แค่นั้นก็เพียงพอ”
ในมุมมองของ เจียงเฉิง... ลุงจ้าวอายุเกือบเจ็ดสิบปีแล้ว การได้รับรู้ความจริงที่ว่า ‘ความรักที่แกทุ่มเทให้เด็กคนนั้น เป็นเพียงเครื่องมือหากินของอาชญากร’ มันคือมีดที่กรีดลึกเกินไปสำหรับคนแก่ที่ไม่มีอะไรเหลือในชีวิต สู้ให้แกเข้าใจว่าเด็กคนนั้นมีอนาคตที่ดีและจากไปอย่างมีความสุข... ยังจะดีเสียกว่า
ชีวิตคนเรา... บางครั้งการ ‘รู้ให้น้อยหน่อย’ หรือการแกล้งโง่ท่ามกลางโลกที่โหดร้าย ก็ถือเป็นความสุขประเภทหนึ่ง ให้เรื่องราวอันขมขื่นจบลงพร้อมกับการหายตัวไปของเสี่ยวชิ่ง แล้วให้ลุงจ้าวได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีเกียรติในค่ายทหาร... นี่คือฉากจบที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว
เฉินผิง พยักหน้าเข้าใจเจตนา: “รับทราบครับคุณชาย ผมจะจัดการตามนี้”
……………………………………
รถแล่นมาถึงย่านโฮ่วไห่...
เจียงเฉิง มองเห็นรถหรูของ หวัง ชงชง จอดรออยู่ที่หน้าปากตรอก
ทันทีที่ขบวนรถของ เจียงเฉิง มาถึง หวัง ชงชง ก็รีบลงมาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น: “โอ้โห... กว่าจะเสด็จมาได้นะพ่อคุณ! ตกลงบ้านนายอยู่หลังไหนเนี่ย?”
หวัง ชงชง ถามพลางกวาดสายตามองบ้านโบราณรอบๆ อย่างสนใจ เจียงเฉิง เองก็ไม่แน่ใจนักเพราะเขามีเพียงพิกัดจากระบบ ทว่า เฉินผิง ที่ลงมาเปิดประตูรถให้รีบตอบแทนด้วยท่าทางนอบน้อม:
“คุณชายหวังครับ... บ้านสี่ประสานในตรอกแห่งนี้ ‘ทุกหลัง’... ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณชายเจียงทั้งหมดครับ”
“ห๊ะ!?? ...อะไรนะ!?”
หวัง ชงชง ถึงกับดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า เขาตกตะลึงจนพูดยังไม่ออก แม้แต่ เร่อปา ที่นั่งอยู่ในรถก็เบิกตากว้างด้วยความช็อก เจียงเฉิง เองก็ลอบอุทานในใจ... ระบบ นายจะเล่นใหญ่เกินไปแล้ว! แต่นี่คือผลงานของระบบ เขาต้องตีเนียนว่ารู้อยู่แล้ว
ขบวนรถแล่นผ่านประตูเหล็กที่มีทหารยามยืนรักษาการณ์อย่างเข้มงวด ผ่านประตูชั้นแล้วชั้นเล่า... จนไปหยุดลงที่หน้า ‘บ้านสี่ประสานห้าเรือนเคียง(1)’ หลังที่ใหญ่ที่สุดใจกลางพื้นที่
เฉินผิง ลงมาเปิดประตูให้ เมื่อ เจียงเฉิง จูงมือ เร่อปา ลงจากรถ หวัง ชงชง ที่ขับรถตามเข้ามาก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายอมจำนนพลางแซวแก้เก้อ: “แหม... ซ้อก็มาด้วยเหรอครับเนี่ย?”
คำว่า ‘ซ้อ’ จากปากของนายน้อยตระกูลหวัง ทำเอา เร่อปา เขินจนตัวบิด แต่ในใจลึกๆ กลับพองโตด้วยความสุข…
เจียงเฉิง ตบไหล่เพื่อนเบาๆ: “พอได้แล้ว… อย่าแซวเยอะเลย เข้าไปดูข้างในกันเถอะ ฉันเองก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกเหมือนกัน”
หวัง ชงชง เดินตามพลางกวาดตามองความอลังการของตรอกส่วนตัวนี้อย่างอิจฉา: “เชี่ยยย... ฉันอิจฉานายว่ะเพื่อน! ตรอกนี่มันยาวตั้งเกือบกิโลเมตร! นี่มันย่านไข่แดงของปักกิ่งเลยนะโว้ย! นายรู้ไหมว่าราคาที่ดินตรงนี้มันมหาศาลขนาดไหน?”
เจียงเฉิง ส่ายหน้า: “ไม่รู้สิ... เท่าไหร่ล่ะ?”
หวัง ชงชง ทำหน้าหมั่นไส้: “ไอ้คนมีบุญแต่ไม่รู้ค่าเอ๊ย! บ้านสี่ประสานแถวนี้แค่หลังเดียวก็ปาเข้าไปหลายร้อยล้านแล้ว! ถ้าเช่าปีหนึ่งก็ต้องสิบล้านหยวนขึ้นไป แต่นี่นายเหมาหมดทั้งตรอก... รวมๆ แล้วมูลค่าคงทะลุหลายพันล้าน!”
เฉินผิง ช่วยเสริมข้อมูลอย่างใจเย็น: “ถูกต้องครับ... มูลค่าประเมินของบ้านสี่ประสานทั้งหมดในเขตรั้วนี้ รวมกันอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านหยวนครับ!”
“ถึงจะอยู่ติดกับถนนหลัวช่า... แต่ตรงนั้นพลุกพล่านเกินไป ท่านผู้เฒ่าเลยเลือกตรงนี้ให้ เพราะมีความเป็นส่วนตัวสูงกว่า และทางเข้าออกทั้งหมดถูกปิดกั้นเป็นเขตส่วนบุคคล... รับรองว่าไม่มีคนนอกเข้ามารบกวนแน่นอนครับ”
“จากที่นี่เดินไปจัตุรัสเทียนอันเหมินเพียง 10 นาที รอบๆ ยังมีวังเจ้าชายกงและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย... แต่หากเทียบความหรูหราแล้ว วังเจ้าชายเหล่านั้นยังเป็นรองที่บ้านของคุณชายอยู่ขั้นหนึ่งครับ!”
………………………………
(1)[บ้านสี่ประสานห้าเรือนเคียง (五进四合院) – เป็นโครงสร้างบ้านโบราณระดับสูงสุดในอดีต (ระดับวังหรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่) ประกอบด้วยลานบ้านและเรือนพักอาศัยต่อเนื่องกันถึง 5 ชั้น ยิ่งมีจำนวน ‘จิ้น (进 - ชั้นประตู)’ มากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงอำนาจและฐานะที่สูงส่งมากขึ้นเท่านั้น]
………………………………
ตอนที่ 820 ต้า มี่มี่หย่าแล้วเหรอ?
หวัง ชงชง ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น: “ถ้าคำนวณตามพื้นที่แบบนี้... แสดงว่าต้องมีบ้านสี่ประสานรวมกันประมาณ 4-5 หลังเลยสิ?”
เฉินผิง ตอบอย่างฉะฉาน: “ถูกต้องครับ... ในโฉนดที่ดินผืนนี้ รวมบ้านทั้งหมด 5 หลังครับ ประกอบด้วย ‘บ้านสี่ประสานแบบ 5 เรือน’ 1 หลัง และ ‘แบบ 3 เรือน’ อีก 4 หลัง…”
“พื้นที่ทั้งหมดรวมกันประมาณ 7,000 กว่าตารางเมตร... ส่วนพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร น่าจะเกิน 10,000 ตารางเมตรครับ”
ได้ยินตัวเลขนี้... หวัง ชงชง ถึงกับเบ้ปากด้วยความอิจฉา:
“เชี่ย... โหดเกินไปแล้ว! ตำแหน่งลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งเนี่ย... นายเอาไปเป็นเถอะ ฉันยอมแพ้!”
“คิดดูสิ... ที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ แถมยังอยู่ติดกับวังเจ้าชายกง... นี่มันทำเลทองฝังเพชรชัดๆ!”
ต้องรู้ก่อนว่า... ช่วงปี 2016-2017 คือปีทองของ หวัง ชงชง เขาเอาเงินทุน 500 ล้านหยวนที่พ่อให้ ไปลงทุนต่อจนสินทรัพย์พุ่งทะยานไปถึง 5,400 ล้านหยวน
ปกติเขาเป็นคนมั่นหน้าและไม่เห็นหัวใคร… แต่ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ พอมาเจอ เจียงเฉิง ทีไร... เขารู้สึกเหมือนโดนบดขยี้จนจมดินทุกที!
หลังจากเดินชมความอลังการจนทั่ว… หวัง ชงชง ก็อดใจไม่ไหว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปบ้านสี่ประสาน 5 เรือน แล้วโพสต์ลงเวยป๋อทันที:
“มาเยี่ยมบ้านเพื่อนที่ปักกิ่ง... ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนเหมาตรอกทั้งตรอกเป็นของตัวเอง! ...บ้านสี่ประสาน 5 หลังรวด! เห็นแล้วน้ำลายไหล อิจฉาโว้ยยย! (แนบรูปภาพบ้านหรู)”
โพสต์นี้ของ หวัง ชงชง กลายเป็นไวรัลทันที!
ชาวเน็ตแห่มาคอมเมนต์กันถล่มทลาย:
[เชี่ย! ...นี่มันบ้านของพวก ‘ขั้วอำนาจเก่า’ ชัดๆ! ในปักกิ่งซะด้วย!]
[แน่นอน... ถ้ามีแค่เงินอย่างเดียว ซื้อที่แปลงใหญ่ขนาดนี้ในย่านนั้นไม่ได้หรอก!]
[บ้านใหญ่ขนาดนี้จะอยู่กันหมดเหรอ? ...คนรวยนี่ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองจริงๆ ปล่อยให้ฝุ่นจับเปล่าๆ ...แต่ว่านะ ผมรับจ้างทำความสะอาดนะครับ! ขาดคนถูพื้นไหมครับ?]
...ไม่นานนัก หวังจุน ประธานของ Huayi Brothers ก็เข้ามารีทวีตและคอมเมนต์: “นี่คงเป็นบ้านของท่านประธานเจียงสินะครับ? ...เห็นแล้วอิจฉาตาร้อนเหมือนกันครับ!”
คอมเมนต์ของ หวังจุน ยิ่งราดน้ำมันเข้ากองไฟ! ชาวเน็ตเริ่มจับแพะชนแกะกันวุ่นวาย:
[แซ่เจียง? ...ทำไมคุ้นๆ จัง?]
[อย่าบอกนะว่าคือ ‘ท่านประธานหนุ่ม’ ที่อาจารย์ใหญ่หวังเคยโพสต์ว่าไปซื้อตึกที่อังกฤษคนนั้น?]
[คอมเมนต์บนพูดมีเหตุผล! ...ต้องเป็นบอสใหญ่ของซิงเฉิน อินเวสต์เมนต์แน่ๆ!]
[เดี๋ยวนะ? ...ทำไมหวังจุนมาเมนต์ดีๆ แบบนี้ล่ะ? จำได้ว่าสองตระกูลนี้เป็นศัตรูกันไม่ใช่เหรอ? ตีกันในเน็ตแทบตาย ไหงมาจูบปากกันได้?]
[ฉันตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า? ...เน็ต 4G ฉันตัดเหรอ? ใครก็ได้สรุปให้ที!]
...หลังจากนั้นไม่นาน หลี่ ซงโป ประธาน Sina Weibo ก็เข้ามาเมนต์ต่อ: “นี่มันพิกัดไหนของปักกิ่งเนี่ย? ...อิจฉาตาร้อนผ่าวๆ เลยครับ!”
เหล่าคนวงในเริ่มเคลื่อนไหว... ทำให้ข่าวลือเรื่อง ‘ท่านประธานเจียงผู้ทรงอิทธิพล’ ยิ่งกระพือหนักขึ้นไปอีก ดูเหมือนว่า... เจียงเฉิง คือคนที่ทำให้ศัตรูคู่อาฆาตอย่าง ว่านต๋าและหัวอี้ ยอมสงบศึกกันได้!
…………………………………
หลังจากเดินชมบ้านเสร็จ… เฉินผิง สั่งให้คนรับใช้ยกผลไม้และของว่างมาเสิร์ฟ แล้วถอยออกไปอย่างรู้งาน
หวัง ชงชง หยิบเมล่อนชิ้นหนึ่งเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ: “อื้ม! ...เมล่อนนี่หวานกรอบชะมัด! อร่อยกว่าที่ขายในห้างอีก!”
เจียงเฉิง ยิ้มบางๆ จิบชาแล้วตอบ: “แน่นอนสิ... นี่เป็นแตงที่คุณปู่ของฉันปลูกเองกับมือ ท่านเพิ่งให้คนขนมาให้เมื่อเช้านี้หลายกิโล... ถ้าชอบ เดี๋ยวขากลับก็เอาติดมือไปกินสิ”
กึก!
สิ้นเสียง เจียงเฉิง... ทั้ง หวัง ชงชงและเร่อปา ชะงักค้างกลางอากาศ มือที่ถือชิ้นแตงสั่นระริก
หวัง ชงชง: “นะ... นี่มัน... แตงที่ ‘คุณปู่ท่านนั้น’ ปลูกเองเหรอ!? ...แล้วนายก็เอามาให้ฉันกินเล่นเนี่ยนะ!?”
แม้ หวัง ชงชง จะไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้ง... แต่เขาก็พอเดาได้ว่า ‘ปู่’ ของ เจียงเฉิง คือบุคคลระดับตำนานของประเทศ ระดับที่พ่อของเขายังต้องเกรงใจ
แล้วของที่ท่านปลูกเองกับมือ... มันไม่ใช่แค่ผลไม้ แต่มันคือ ‘ของมงคล’ ที่ประเมินค่าไม่ได้! เป็นเกียรติยศสูงสุดที่ได้กิน!
เจียงเฉิง: “ทำไม? ...ไม่อยากกินเหรอ? นี่ออร์แกนิก 100% เลยนะ”
หวัง ชงชง: “กินสิวะ! ใครไม่กินก็โง่แล้ว!”
หวัง ชงชง รีบลากจานผลไม้ทั้งจานมาไว้ตรงหน้าตัวเอง ราวกับกลัวใครจะมาแย่ง แววตาเป็นประกายโลภมาก: “กินๆๆ! ...เดี๋ยวนายห่อให้ฉันด้วยนะ! ฉันจะเอาไปฝากพ่อกับแม่ที่บ้าน... พ่อรู้ต้องดีใจตายชัก!” พูดจบก็ยัดแตงเข้าปากแก้มตุ่ย
เร่อปา นั่งมองตาละห้อย... น้ำลายสออยู่ที่มุมปาก เธอก็อยากกินของดีๆ บ้าง แต่โดนแย่งไปหมดแล้ว
เจียงเฉิง เห็นท่าทางน่าเอ็นดูของเธอ ก็ส่ายหน้าขำๆ เขาเลื่อนจานผลไม้ส่วนของตัวเองไปตรงหน้าเธอ: “กินสิ... ของผมยังมีอีกเยอะ สองสามวันนี้คุณได้กินจนเบื่อแน่”
เร่อปา เช็ดน้ำลาย รีบหยิบมากินอย่างมีความสุข: “งื้อออ... อร่อยมากคะ! หวานฉ่ำสุดๆ!”
จู่ๆ หวัง ชงชง ที่กำลังเคี้ยวแตง ก็เปลี่ยนโหมดเป็น ‘นักข่าวสายเผือก’: “เอ้อนี่... ฉันได้ข่าววงในมาว่า ‘ต้า มี่มี่’ หย่าแล้วเหรอ? เรื่องจริงป่ะ?”
คำถามจู่โจมนี้ทำเอา เร่อปา สำลักแตง! เธอไอโขลกๆ หน้าแดงก่ำ รีบปฏิเสธเสียงอ้อมแอ้ม: “อะ... เอ๋? ...เรื่องนี้... ฉันไม่รู้เรื่องเลยค่ะ”
หวัง ชงชง เบะปาก: “ชิ... อย่ามาแอ๊บเลยน่า ข่าวลือมันว่อนไปหมดแล้ว แค่ยังไม่ประกาศเป็นทางการเฉยๆ ใช่ไหม? ...วางใจเถอะ ฉันปากแข็งจะตาย ไม่เอาไปบอกใครหรอก”
เร่อปา ไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินแตงกลบเกลื่อนความเลิ่กลั่ก
หวัง ชงชง ยังไม่หยุดขุดคุ้ย: “แล้วที่เขาเม้าท์กันว่า... หย่ารอบนี้ฝ่ายหญิงต้องแบ่งสมบัติให้ผู้ชายด้วย... จริงป่ะ?”
“อันนี้... ฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ” เร่อปา ตอบเสียงเบา
เจียงเฉิง ทนไม่ไหว ขัดขึ้นมา: “นายนี่มันยังไงฮะ? ...รวยก็รวย ว่างมากหรือไงถึงชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน?”
หวัง ชงชง ยักไหล่ไม่ยี่หระ: “ก็คนมันอยากรู้นี่หว่า! ...ปกติเห็นแต่ดาราหญิงหย่าแล้วฟ้องแบ่งสมบัติเศรษฐี แต่นี่เป็นเคสแรกเลยนะ... ที่ดาราหญิงตัวแม่ระดับนี้ หย่าแล้วต้อง ‘เสียเงิน’ ให้ผู้ชาย! แถมลูกก็ต้องเลี้ยงเองอีก... ขาดทุนยับเยิน!”
“เห็นป่ะ มันน่าสนใจจะตายไป!”
เจียงเฉิง แค่นหัวเราะ: “สนใจขนาดนี้... อยากจะไปเป็น ‘พ่อเลี้ยง’ ให้ลูกเขาหรือไง?”
หวัง ชงชง รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน: “เฮ้ย! ...ไม่เอาโว้ย! ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้น! ฉันก็แค่ ‘กินแตง (เม้าท์มอย)’ ไปตามประสาชาวเน็ตเฉยๆ…”
“แต่จะว่าไป... แตงของปู่นายนี่มันหวานกรอบ อร่อยกว่าแตงนำเข้าหรือแตงฮามิซินเจียง (Hami Melon) เยอะเลยว่ะ!”