- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 675 เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมทำเองได้, ตอนที่ 676 คุณไม่ชอบเหรอ?
ตอนที่ 675 เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมทำเองได้, ตอนที่ 676 คุณไม่ชอบเหรอ?
ตอนที่ 675 เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมทำเองได้, ตอนที่ 676 คุณไม่ชอบเหรอ?
ตอนที่ 675 เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมทำเองได้
หลังจากขึ้นมานั่งบนรถ... หลิน ชิงเสวี่ย ลูบไล้ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและล้ำสมัยอย่างระมัดระวัง แววตาของเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะหันมาถาม:
“คุณเปลี่ยนรถใหม่จริงด้วยเหรอคะ? ...คันนี้ต้องแพงมากแน่ๆ เลยใช่ไหม?”
“อืม... ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมแล้ว เพิ่งได้รับรถวันนี้เอง”
หลิน ชิงเสวี่ย พูดเสียงอ้อน:
“ฉันเห็นข่าวในเว็บบอร์ดมหาลัยแล้วล่ะค่ะ แต่อ่านไปแค่นิดเดียว... เห็นเขาบอกว่าคุณได้เป็นประธานฝ่ายปฏิคม แล้วก็เปลี่ยนรถใหม่ด้วย”
เจียงเฉิง นึกไม่ถึงว่าข่าวจะแพร่กระจายเร็วขนาดนี้
“ท่านอธิการบดีมัดมือชกยัดเยียดตำแหน่งให้ต่างหาก... ผมไม่ได้อยากเป็นสักหน่อย”
หลิน ชิงเสวี่ย ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง:
“เอ๊ะ? ...ฝ่ายปฏิคมงานยุ่งมากเลยไม่ใช่เหรอ? กิจกรรมก็เยอะ แถมต้องวิ่งหาสปอนเซอร์อีก วุ่นวายจะตาย”
“ใช่... ผมก็เลยโยนงานทั้งหมดให้รูมเมตผมที่เป็นรองประธานทำแทนไง”
หลิน ชิงเสวี่ย อึ้งไป 2 วินาที ก่อนจะยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก:
“คุณนี่มันร้ายจริงๆ”
……………………………
ไม่นานนัก รถ LaFerrari ก็แล่นมาจอดที่คอนโดหรูนอกมหาลัยที่ เจียงเฉิง ซื้อไว้
ทั้งสองจูงมือกันเดินขึ้นห้องราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ต่างจากครั้งแรกที่มาด้วยความตื่นเต้นและประหม่า...
ครั้งนี้ฝีเท้าของ หลิน ชิงเสวี่ย ดูเบาสบายและร่าเริง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
ทันทีที่เปิดประตูห้อง… หลิน ชิงเสวี่ย ก็รีบกุลีกุจอหยิบรองเท้าแตะจากตู้มาวางให้ จากนั้นเธอก็ย่อตัวลงคุกเข่า เตรียมจะช่วย เจียงเฉิง แก้เชือกรองเท้าและถอดรองเท้าให้
ท่าทางของเธอช่างอ่อนหวานและเอาใจใส่ประหนึ่งภรรยาตัวน้อยที่ปรนนิบัติสามี
แต่ เจียงเฉิง รีบดึงเธอลุกขึ้นมา แล้วดึงเข้ามากอดแนบอก
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมทำเองได้... ไม่ต้องลำบากคุณหรอก”
ถึงเขาจะรวยล้นฟ้าและชอบให้คนเอาใจ… แต่เขาก็ไม่มีรสนิยมต่ำตมแบบพวกเศรษฐีโรคจิตที่ชอบให้ผู้หญิงมาหมอบคลานเลียเท้า และเขา …ให้เกียรติผู้หญิงของเขาเสมอ
หลิน ชิงเสวี่ย ซุกหน้าลงกับอกเขา กอดตอบแน่น:
“ฉันไม่ได้ลำบากใจเลยนะ... ฉันเต็มใจทำให้ ฉันแค่อยากดูแลคุณให้ดีที่สุด”
มองดูท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา...
เจียงเฉิง ลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู แล้วกระซิบข้างหู:
“แทนที่จะมาเอาใจเรื่องถอดรองเท้า... สู้คุณ ‘เปลือยเปล่า’ เข้าไปช่วยถูหลังให้ผมในห้องน้ำดีกว่าไหม?”
หลิน ชิงเสวี่ย หน้าแดงซ่าน แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
เธอเกี่ยวนิ้วที่เข็มขัดของเขา แล้วดึงเบาๆ นำทางไปที่ห้องน้ำ:
“ไปกินปิ้งย่างมาเหรอคะ? ...ตัวเหม็นควันเชียว... หือ? มีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงด้วย?”
จมูกไวสมเป็นผู้หญิง!
เจียงเฉิง ยิ้มกลบเกลื่อน มือไม้เริ่มซุกซนลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธอ:
“วันนี้มีนัดเลี้ยงฝ่ายปฏิคมนะ คนเยอะแยะไปหมด กลิ่นมันคงตีกันน่ะ”
“งั้นเหรอคะ... งั้นมานี้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะ ‘ล้าง’ ให้สะอาดทุกซอกทุกมุมเลย~~”
………………………………
ไม่ได้เจอกันนาน... ความคิดถึงและความโหยหามันรุนแรง
ตัดฉากโคมไฟ...
หลังจากพายุอารมณ์สงบลง...
ทั้งสองนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงนุ่ม แขนขาวผ่องของ หลิน ชิงเสวี่ย โอบรอบเอวสอบของ เจียงเฉิง ศีรษะหนุนอยู่บนแผงอกกว้าง ผมหน้าม้าที่เปียกชื้นแนบติดกับแก้ม บ่งบอกถึงกิจกรรมเข้าจังหวะที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เจียงเฉิง ลูบแผ่นหลังเนียนลื่นของเธอเบาๆ เป็นการกล่อม ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิน ชิงเสวี่ย ก็พูดขึ้นเสียงเบา:
“เมื่อตอนเที่ยง... คุณหมอติดต่อมาแล้วค่ะ”
“หมอบอกว่า... คุณแม่ของฉันน่าจะเข้ารับการผ่าตัดได้เดือนหน้าค่ะ”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื้นตันใจ
เจียงเฉิง ประหลาดใจเล็กน้อย: “หาไตที่เข้ากันได้แล้วเหรอ?”
หลิน ชิงเสวี่ย พยักหน้าหงึกๆ:
“ใช่ค่ะ... หมอให้คุณแม่ไปตรวจร่างกายซ้ำอีกรอบ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เดือนหน้าก็น่าจะผ่าตัดได้เลย”
“ต้องขอบคุณเพื่อนของคุณคนนั้นจริงๆ... ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะหาไตที่เข้ากันได้เร็วขนาดนี้”
ก่อนหน้านี้ เจียงเฉิง เคยทักไปถามในกลุ่มแชตลูกเศรษฐีและฉินเฟิน ก็รับปากจะช่วย
ปรากฏว่าโรงพยาบาลในเครือข่ายของ ฉินเฟิน มีช่องทางพิเศษและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ต้องบินไปไกลถึงเมืองนอก แถมทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบรับรองครบถ้วน
“ถ้าอย่างนั้น... ก็ต้องขอบคุณเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย”
“ใช่ค่ะ... ฉันซาบซึ้งใจมากจริงๆ และที่สำคัญที่สุด... ฉันขอบคุณคุณมากนะคะ”
“ถ้าไม่ได้เจอคุณ... คุณแม่ของฉันคงไม่มีโอกาสได้ผ่าตัดเร็วขนาดนี้”
พูดจบ เธอก็กอด เจียงเฉิง แน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป
เจียงเฉิง ลูบผมเธอปลอบประโลม:
“วางใจเถอะ... ทุกอย่างจะเรียบร้อย แม่คุณจะต้องหายดีแน่นอน”
………………………………
หลังจากคุยกับ หลิน ชิงเสวี่ย จบ เจียงเฉิง ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเข้าไปในกลุ่มแก๊งลูกเศรษฐีเซี่ยงไฮ้
แล้วแท็กหา ฉินเฟิน
เจียงเฉิง: “@QinFen พี่ฉิน ขอบคุณมากนะ ได้ข่าวว่าทางโรงพยาบาลหาไตที่เข้ากันได้เจอแล้ว”
พอข้อความเด้งขึ้นมา สมาชิกในกลุ่มก็โผล่หัวออกมาทันที
ฉินเฟิน: “จะมาขอบคุณอะไรกัน? ฉันก็แค่แนะนำให้เฉยๆ เรื่องขี้ปะติ๋ว อย่าเก็บมาใส่ใจ... เดี๋ยวไว้ตอนจะผ่าตัด ฉันจะกำชับทางโรงพยาบาลให้อีกทีว่าให้ดูแลเป็นพิเศษ”
เจียงเฉิง: “ได้อย่างไรกัน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ต้องขอบคุณสิ... พรุ่งนี้ฉันเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวสักมื้อไหม?”
ฉินเฟิน: “ไม่ต้องหรอก... ถ้าอยากขอบคุณจริงๆ ล่ะก็ อีกไม่กี่วันจะมีงาน ‘Shanghai Supercar Festival’”
ฉินเฟิน: “ได้ข่าวว่านายรับรถ LaFerrari แล้วนี่? ...ขับมาช่วย ‘ยัน (สนับสนุน)’ ให้พี่น้องหน่อยสิ?”
ฉินเฟิน: “@All อีก 3 วันเจอกันที่งาน Supercar Festival นะเว้ย... ใครว่างก็ขับรถมาช่วยกันสร้างสีสันหน่อย”
วังเจิ้ง: “เหล่าเจียง! ฉันยังไม่เคยเห็น LaFa ของนายเลย... งานนี้ต้องเอามาประชันกับ LaFa ของพี่ฉินหน่อยแล้ว จะได้ ‘ระเบิดสนาม’ ให้มันส์ไปเลย!”
หวัง ชงชง: “ทางนี้มี Porsche 918 อยู่คันนึง พอแก้ขัดได้”
ฉินเฟิน: “@WangCongcong แค่นี้ก็หรูแล้วครับเสี่ยหวัง... ผมขับ LaFerrari, เสี่ยหวังขับ 918, บวกกับ LaFerrari ของเจียงเฉิงอีกคัน... แค่นี้งานก็อลังการงานสร้างแล้ว!”
เจียงเฉิง ไม่เคยได้ยินชื่อ ‘Shanghai Supercar Festival’ มาก่อน แต่ในเมื่อเพื่อนขอมา เขาก็ไม่ปฏิเสธ
เจียงเฉิง: “มันคือกิจกรรมอะไร?”
ฉินเฟิน: “@JiangCheng มันคือ Track Day ของคลับ SCC (Sports Car Club) น่ะ... ไปวิ่งรถเล่นในสนามแข่งกัน ขำๆ”
เฉินฮ่าว: “เชี่ยเอ้ย... ของผมมีแค่ Aston Martin เองว่ะ... ถ้าจัดลำดับตามนี้ รถผมจะติดกลุ่ม ‘T2 (Tier 2)’ ได้ไหมเนี่ย?”
ฉินเฟิน: “ไม่รู้สิ... ต้องดูหน้างานว่ามีใครมาบ้าง ได้ข่าวว่าพวกตัวจี๊ดจากปักกิ่งก็จะลงมาแจมด้วย”
ฉีหยวน: “โหย... ถ้า Aston Martin ของพี่เฉินยังไม่ติด T2... แล้ว Ferrari F8 ของผมจะไปมุดหัวอยู่ตรงไหนวะเนี่ย!?”
…………………………………
ตอนที่ 676 คุณไม่ชอบเหรอ?
ในกลุ่มแชตแก๊งลูกเศรษฐีเซี่ยงไฮ้
วังเจิ้ง: “@QiYuan นายคงไม่ได้จอดแถวหน้าหรอก... SCC คลับนี้แค่สมาชิกทั่วไปก็ปาเข้าไป 300 กว่าคนแล้ว รถเทพๆ เพียบ”
ฉินเฟิน: “พรุ่งนี้ทุกคนพาคู่ควงไปด้วยได้นะ”
…………………………………
เจียงเฉิง ไม่ได้พิมพ์ตอบโต้ในกลุ่มต่อ แต่สลับแอปไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ SCC (Sports Car Club) ในเน็ต
พอเห็นข้อมูลแนะนำคลับ เขาก็พอนึกออก ผู้ก่อตั้งและประธานคลับคือทายาทเศรษฐีแซ่ ‘หวง’ คนนั้นนี่เอง
หลังจากอ่านผ่านๆ เขาก็ปิดหน้าจอลงอย่างไม่ใส่ใจนัก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้า ฉินเฟิน... งานรวมพลอวดรวยแบบนี้ เขาคงขี้เกียจไปร่วม
เจียงเฉิง หันไปถาม หลิน ชิงเสวี่ย ที่นอนอยู่ข้างๆ:
“อีก 2 วัน ผมจะไปงาน Track Day ของคลับ SCC... คุณอยากไปเปิดหูเปิดตาด้วยกันไหม?”
หลิน ชิงเสวี่ย เงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
เธอไม่รู้จักคลับ SCC แต่ฟังจากชื่อก็น่าจะเป็นแหล่งรวมตัวของพวกไฮโซและรถซูเปอร์คาร์
เธอถามด้วยความไม่มั่นใจ:
“งานแบบนั้น... พาฉันไปจะดีเหรอคะ? มันจะเหมาะสมเหรอ?”
เจียงเฉิง ยักไหล่ ตอบอย่างไม่ยี่หระ:
“มีอะไรไม่เหมาะสมล่ะ?”
คำตอบสั้นๆ ของเขา ทำให้หัวใจของ หลิน ชิงเสวี่ย เต้นแรงด้วยความดีใจ
เธอวางตัวเจียมเจียมมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่เข้าหา เจียงเฉิง... เธอยอมรับสถานะ ‘นกน้อยในกรงทอง’ อย่างเต็มใจ
เป้าหมายแรกเริ่มคือเงินเพื่อรักษาแม่... การที่ เจียงเฉิง ยอมให้เธออยู่ข้างกาย เธอก็พอใจมากแล้ว แต่ตอนนี้... เขากลับเอ่ยปากชวนเธอไปออกงานสังคมอย่างเปิดเผย
นี่มันเหมือนกับการยอมรับสถานะของเธอทางอ้อมไม่ใช่เหรอ?
หลิน ชิงเสวี่ย อยากจะตอบตกลงใจจะขาด แต่พอนึกถึงธุระสำคัญ เธอก็ต้องส่ายหน้าด้วยความเสียดาย:
“ฉันคงไปไม่ได้ค่ะ... ฉันต้องกลับบ้านไปแจ้งข่าวดีเรื่องไตให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ก่อน แล้วก็เตรียมตัวพาคุณแม่ไปโรงพยาบาลค่ะ”
เห็นสีหน้าผิดหวังของเธอ เจียงเฉิง ก็ลูบแก้มเธออย่างเอ็นดู:
“ไม่เป็นไร ไว้โอกาสหน้าค่อยพาไป... คุณกลับบ้านไปดูแลแม่ให้สบายใจเถอะ เดี๋ยวผมจะส่งคนไปช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะหาหมอฝีมือดีที่สุดมารักษาแม่คุณ การผ่าตัดสมัยนี้ปลอดภัยมาก แม่คุณต้องหายดีแน่นอน”
หลิน ชิงเสวี่ย ซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก เธอมอง เจียงเฉิง ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและการเทิดทูน
คำพูดขอบคุณใดๆ คงไม่เพียงพอ… เธอจึงตัดสินใจตอบแทนเขาด้วยการกระทำ
หลิน ชิงเสวี่ย ค่อยๆ ไถลตัวลงไปใต้ผ้าห่ม… มุดหายลงไป... มุ่งหน้าสู่ต้นขาแกร่งของ เจียงเฉิง เพื่อปรนนิบัติเขาให้ถึงใจ
………………………………
สองวันต่อมา…
เจียงเฉิง เดินออกมาจากคอนโดของ หลิน ชิงเสวี่ย พลางเอามือคลึงเอวที่เริ่มส่งสัญญาณประท้วงด้วยความเมื่อยล้า
ดูท่าช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาจะใช้งานร่างกายหนักไปเสียหน่อย
เขาหย่อนกายลงนั่งบนเบาะคนขับของ LaFerrari ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบพ่นควันสีจางออกมาเพื่อผ่อนคลาย
จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปวีแชทเพื่อเริ่ม ‘บริหารจัดการฮาเร็ม’
เขาทักทายบรรดาสาวๆ ในสต็อกด้วยข้อความสูตรสำเร็จ:
“เมื่อกี้งานยุ่ง เลยไม่ได้ดูมือถือ... ทำไรอยู่ครับ? คิดถึงนะ”
จากนั้นก็กดเลือกหลายคน... แล้วกดส่ง!
ไม่นานนัก เสียงแจ้งเตือนก็ดังรัวๆ
คนแรกที่ตอบกลับมาไวที่สุดคือ หวัง อวี่เยียน บัตเลอร์สาวสวยแห่งโรงแรมอมันหยางหยุน
หวัง อวี่เยียน: “ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ... กำลังนั่งเหม่อเบื่อๆ อยู่พอดี” พร้อมกับแนบรูปเซลฟี่สวยๆ มาหนึ่งรูป
เจียงเฉิง มองรูปแล้วมุมปากยกยิ้ม
“งั้นเดี๋ยวผมไปรับนะ... แต่งตัวรอเลย”
หลังจากสับรางตอบข้อความสาวๆ คนอื่นเสร็จ เขาก็เหยียบคันเร่ง LaFerrari มุ่งหน้าไปยังโรงแรมอมันหยางหยุนทันที
40 นาทีต่อมา...
รถมาถึงหน้าโรงแรมหรู เจียงเฉิง เห็น หวัง อวี่เยียน ยืนรออยู่ที่หน้าประตูโรงแรมแต่ไกล
วันนี้เธอสลัดชุดยูนิฟอร์มบัตเลอร์ทิ้ง มาในลุคแคชชวล (Casual) สบายๆ
ชุดลำลองแนวสปอร์ต เข้าคู่กับรองเท้าผ้าใบ Valentino แต่ด้วยความเคยชินจากอาชีพ... ท่ายืนของเธอยังคงสง่างาม หลังตรงเป๊ะ แม้แต่ตอนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ มุมปากก็ยังอมยิ้มบางๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
เสียงเครื่องยนต์ V12 คำรามใกล้เข้ามา
หวัง อวี่เยียน เงยหน้ามองแวบหนึ่ง เห็นเป็น Ferrari สีแดง ก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือต่อ
จนกระทั่งรถ LaFerrari สีแดงเพลิงคันนั้น มาจอดเทียบท่าตรงหน้าเธอเป๊ะๆ หวัง อวี่เยียน ถึงเงยหน้าขึ้นมาพิจารณา
ภายใต้แสงแดด... สีแดงของตัวรถส่องประกายเจิดจ้าราวกับงานศิลปะ และสิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่ารถ... คือคนขับ
เจียงเฉิง!
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เธอรีบเดินมาเปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้วก้าวขึ้นรถ
ปฏิกิริยาของเธอไม่ต่างจาก หลิน ชิงเสวี่ย เมื่อสองวันก่อน
“เปลี่ยนรถอีกแล้วเหรอคะ? ...เมื่อกี้ฉันนึกว่าเป็นแขกคนอื่นซะอีก”
“อืม... เพิ่งรับรถมาไม่กี่วัน พอดีวันนี้มีคนเชิญไปช่วยยัน อ้อ หมายถึงเป็นหน้าเป็นตาให้ในงานน่ะ”
หวัง อวี่เยียน คาดเข็มขัดนิรภัย พลางแซว:
“ทะเบียนลงท้าย 66666 แบบนี้... ไม่เรียกว่า ‘ช่วยยัน’ แล้วมั้งคะ เรียกว่าไป ‘ข่ม’ คนอื่นมากกว่า”
“ทะเบียนนี้ได้มาจากงานประมูล OCT รอบที่แล้วน่ะ”
“อ๋อ... งานประมูลนั้นฉันเคยได้ยินแขกคุยกันค่ะ”
หวัง อวี่เยียน เล่าต่ออย่างตื่นเต้น:
“เห็นเขาลือกันว่า มี ‘มหาเศรษฐีลึกลับ’ คนหนึ่ง เหมาประมูลของในงานไปเกือบหมด แถมยังประมูล เพชร ‘Infinite Blue’ ราคาแพงระยับไปได้ด้วยนะคะ”
เจียงเฉิง ยิ้มบางๆ ไม่ได้บอกความจริงว่า “เศรษฐีลึกลับคนนั้น ก็คือคนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณนี่แหละ”
ลูกผู้ชายต้องรู้จักถ่อมตัว อีกอย่าง... เพชรเม็ดนั้นเขาตั้งใจประมูลให้ อวี๋ เซียวเซียว ขืนบอก หวัง อวี่เยียน ไป... นอกจากเธอจะกลายเป็นนางมารร้ายขี้อิจฉาแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา
หวัง อวี่เยียน รู้สึกแปลกใจระคนดีใจที่ เจียงเฉิง พาเธอออกงาน
เธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่หนึ่งในผู้หญิงของเขา ปกติงานใหญ่แบบนี้ เขาไม่น่าจะพาเธอมา... แต่วันนี้เขากลับเลือกเธอ?
แม้จะสงสัย แต่เธอฉลาดพอที่จะไม่ถามเซ้าซี้
เธอคุยเรื่องสัพเพเหระเรื่องงานโรงแรม เรื่องลูกค้า... แต่ไม่ล้ำเส้นเรื่องส่วนตัว
จู่ๆ เจียงเฉิง ก็ถามขึ้น:
“งานที่โรงแรมก็ดีอยู่หรอกนะ... แต่สถานที่มันไกลเมืองไปหน่อย”
“คุณเคยคิดอยากจะเปลี่ยนงาน ไปทำอย่างอื่นบ้างไหม?”
คำถามไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอา หวัง อวี่เยียน ชะงัก
เธอไม่แน่ใจว่า เจียงเฉิง ต้องการสื่อถึงอะไร?
ความกังวลเริ่มก่อตัวในใจ เธอถามกลับอย่างระมัดระวัง โดยไม่กล้าสบตาเขา:
“คุณ... หมายความว่าคุณไม่ชอบที่ฉันต้องคอยบริการแขกคนอื่นเหรอคะ?”