- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 483 รูดบัตร, ตอนที่ 484 ไม่ต้องลอง
ตอนที่ 483 รูดบัตร, ตอนที่ 484 ไม่ต้องลอง
ตอนที่ 483 รูดบัตร, ตอนที่ 484 ไม่ต้องลอง
ตอนที่ 483 รูดบัตร
พนักงานสาวสองคนเดินขึ้นมาชั้นบน แล้วโค้งคำนับให้ เจียงเฉิง อย่างนอบน้อม
จากนั้นพวกเธอก็รีบเดินไปกระซิบกระซาบบอก จ้าวอี้ ถึงสิ่งที่ อันซิน ฝากบอก
จ้าวอี้ ทำหน้าตกใจเล็กน้อย... แต่เพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ไม่นึกเลยว่าส้มหล่นใบใหญ่จะตกลงมาใส่หัวเธอจังๆ!
ดูจากความใจป้ำของ เจียงเฉิง เมื่อกี้... มีโอกาสสูงมากที่เขาจะซื้อชุดราตรีชุดนี้จริงๆ
แค่เดินเล่นชั้นล่างไม่กี่นาที เขาก็รูดบัตรไปเกือบ 700,000 หยวน แล้ว...
ราคาชุดราตรีชุดนี้แพงระยับก็จริง แต่ถ้าขายได้ ค่าคอมมิชชันที่เธอจะได้กินเปล่าคนเดียวนั้น... มหาศาล!
จ้าวอี้ รีบเดินกลับไปหา เจียงเฉิงและอวี๋ เซียวเซียว ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนยินดี:
“คุณเจียงคะ คุณอวี๋คะ... มีข่าวดีสุดๆ เลยค่ะ เมื่อครู่นี้ลูกค้าท่านเดิมแจ้งมาว่า ยินดีสละสิทธิ์การจองชุดนี้ให้พวกคุณค่ะ... แต่เนื่องจากราคาของชุดนี้ค่อนข้างสูง คือ 1 ล้านหยวน... ไม่ทราบว่ายังสนใจจะลองสวมดูไหมคะ?”
เจียงเฉิง ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับสถานการณ์นี้
เพราะคราวที่ซื้อ LaFerrari จาก วังเจิ้ง ก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันแบบเจ้าของเดิมยอมปล่อยของให้ เขาเลยไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงที่มาที่ไป
หารู้ไม่ว่า... ถ้าเขาเอ่ยปากถามสักนิด เขาคงรู้ไปแล้วว่าเจ้าของเดิมคือ อันซิน
เมื่อเห็นแววตาที่เป็นประกายของ อวี๋ เซียวเซียว เจียงเฉิง ก็ยิ้มกว้าง:
“งั้นก็ไปลองไซซ์ดูสิ... ถ้าใส่พอดี เราก็ซื้อเลย”
พอได้ยินราคา 1 ล้านหยวน... อวี๋ เซียวเซียว ก็เริ่มลังเลใจ
แต่เมื่อเจอกับสายตาที่ร้อนแรงและมุ่งมั่นของ เจียงเฉิง... เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ จึงพยักหน้าเบาๆ
จ้าวอี้ รีบกุลีกุจอเชิญ อวี๋ เซียวเซียว เข้าไปในห้องลองชุด VIP ทันที พร้อมเรียกเพื่อนพนักงานอีกคนมาช่วยบริการ
พวกเธอสวมถุงมือ แล้วค่อยๆ ปลดชุดราตรีอันล้ำค่าลงจากหุ่นโชว์อย่างระมัดระวัง แล้วนำเข้าไปในห้องลอง
ไม่กี่นาทีต่อมา...
ม่านห้องลองชุดค่อยๆ เปิดออก... อวี๋ เซียวเซียว เดินออกมาอย่างช้าๆ
เจียงเฉิง ที่กำลังนั่งไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟา ถึงกับหยุดชะงัก รูม่านตาของเขาขยายกว้าง... ร่างกายเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรงโดยอัตโนมัติ
ภาพตรงหน้า... สวยงามจนแทบลืมหายใจ
ชุดราตรีเกาะอกสีแชมเปญ ขับผิวขาวผ่องของเธอให้ดูเปล่งประกายเจิดจรัส
ช่วงเอวคอดกิ่วถูกตัดเย็บเข้ารูปอย่างพอดีเป๊ะ
แต่จุดที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือบริเวณหน้าอก... มีการตกแต่งด้วยลูกไม้กึ่งโปร่งใสที่ปกปิดเนินเนื้ออวบอิ่มไว้อย่างหมิ่นเหม่... ให้ความรู้สึก ‘วับๆ แวมๆ’ ที่ยั่วยวนและน่าค้นหายิ่งกว่าการเปิดโชว์ตรงๆ
ชายกระโปรงทรงหางปลารัดรูปช่วงสะโพก เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของบั้นท้ายกลมกลึงอย่างสมบูรณ์แบบ
ที่ชายกระโปรงด้านหน้าผ่าสูงเล็กน้อย เผยให้เห็นรองเท้าส้นสูงแบบเปิดหน้าเท้าสีเดียวกับชุด... และนิ้วเท้าเรียวสวยที่ทาเล็บสีแดงสด
ความงามระดับปีศาจ... หุ่นระดับนางแบบ... บวกกับใบหน้าสวยเฉี่ยวไร้ที่ติของ อวี๋ เซียวเซียว… ทำให้ใครก็ตามที่ได้เห็น ต้องตกอยู่ในภวังค์
ไม่ใช่แค่ เจียงเฉิง... แม้แต่พนักงานขายหญิงในร้านยังมองตาค้าง และอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม:
“แม่เจ้า... สวยมากเลยคะ! สวยกว่าดาราที่ฉันเคยเจอมาทุกคนเลย!”
“จริงด้วย... เหมือนชุดนี้เกิดมาเพื่อคุณผู้หญิงโดยเฉพาะเลยคะ!”
“ชุดนี้ดึงจุดเด่นในตัวคุณออกมาได้ครบทุกจุดเลย... ใครเห็นเป็นต้องตะลึงแน่นอนค่ะ”
ฟังคำเยินยอจากรอบข้าง อวี๋ เซียวเซียว หันมาสบตา เจียงเฉิง แล้วถาม: “เป็นไงบ้างคะ?”
เจียงเฉิง ไม่ตอบด้วยคำพูด... แต่ตอบด้วยการกระทำ
เขาล้วงกระเป๋า หยิบบัตรสีดำ (Centurion Black Card) ออกมา ยื่นส่งให้ จ้าวอี้ แล้วพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความ:
“รูดเลย”
จ้าวอี้ รับบัตรไปด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความดีใจ... ไม่นึกเลยว่าลูกค้าใหม่คนนี้จะปิดการขายยอด 1 ล้าน ได้ง่ายดายขนาดนี้!
เธอรีบวิ่งไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เพื่อจัดการธุรกรรม
พนักงานคนอื่นๆ มองตามตาละห้อย... อิจฉา จ้าวอี้ ที่ได้ค่าคอมมิชชันก้อนโต
แต่สิ่งที่น่าอิจฉายิ่งกว่า... คือ อวี๋ เซียวเซียว ที่มีแฟนหนุ่มสายเปย์ระดับเทพเจ้าแบบนี้!
เมื่อ จ้าวอี้ เดินออกไป... อวี๋ เซียวเซียว ก็เดินเข้ามาหา เจียงเฉิง กระซิบด้วยความเกรงใจ:
“ซื้อชุดแพงขนาดนี้ให้ฉัน... มันสิ้นเปลืองไปหน่อยไหมคะ? ปกติฉันก็ไม่ค่อยได้ออกงานสังคมบ่อยขนาดนั้นด้วย”
เห็นเธอปากไม่ตรงกับใจ เจียงเฉิง ยิ้มล้อเลียน: “สรุปคือไม่ชอบ?”
เจอคำถามดักคอแบบนี้ อวี๋ เซียวเซียว ก็ต้องยอมรับความจริง:
“ชุดสวยขนาดนี้... แถมราคาตั้งล้านนึง... จะบอกว่าไม่ชอบก็คงโกหกค่ะ”
“งั้นก็จบ... ชอบก็คือชอบ ซื้อก็คือซื้อ” เจียงเฉิง ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดถึงการซื้อเสื้อยืดราคา 100 หยวน
ท่าทีใจป้ำของเขา ทำให้หัวใจของ อวี๋ เซียวเซียว พองโต
ในเน็ตมีคำกล่าวว่า... ‘ผู้ชายที่ยอมจ่ายเงินให้คุณ อาจจะไม่ได้รักคุณจริง... แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมจ่ายเงินให้คุณเลย แปลว่าเขาไม่ได้รักคุณแน่นอน’
เงิน 1 ล้านหยวน... ถ้าเอาไปเปย์สาวไซด์ไลน์ทั่วไป เจียงเฉิง คงหาความสุขใส่ตัวได้เป็นสิบคน
แต่เขายอมทุ่มเงินก้อนนี้เพื่อซื้อชุดให้เธอเพียงคนเดียว... นี่แสดงว่าในใจเขาก็ให้ความสำคัญกับเธอไม่น้อย
ถึงจะดีใจ แต่เธอก็ยังวางตัวเป็น ‘แม่บ้านแม่เรือน’ ที่รู้จักประหยัด:
“คุณดีกับฉันขนาดนี้... ฉันก็ต้องช่วยคุณประหยัดบ้างสิคะ วันหลังไม่ต้องซื้อของแพงขนาดนี้แล้วนะ”
เจียงเฉิง รวบเอวเธอเข้ามากอด ฝังจมูกลงสูดดมความหอมจากซอกคอระหง แล้วกระซิบข้างหู:
“ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอกน่า... ซิงเฉิน เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ที่คุณดูแลอยู่ก็เริ่มทำกำไรได้ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“อีกอย่าง... บริษัทลงทุนของผม เดือนนี้เพิ่งทำกำไรจากตลาดหุ้นไป ‘หลายพันล้าน’... เงินแค่ล้านเดียว ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก”
ได้ยินตัวเลขกำไร ‘หลายพันล้าน’... อวี๋ เซียวเซียว ถึงกับตัวแข็งทื่อด้วยความช็อก
เธอรู้ว่าเขารวย... แต่ไม่นึกว่าจะรวยระดับปีศาจขนาดนี้!
ลำพังแค่บริษัทบันเทิงที่เธอดูแลอยู่... เดือนนึงทำรายได้หลักล้านก็หืดขึ้นคอแล้ว เพราะเป็นบริษัทใหม่ ต้องเผาเงินโปรโมตเยอะ
แต่ เจียงเฉิง กลับหาเงินพันล้านได้ในเดือนเดียว!?
นี่มันเหมือนอยู่คนละโลกชัดๆ เลย!
………………………………
ตอนที่ 484 ไม่ต้องลอง
ลมหายใจอุ่นร้อนของ เจียงเฉิง รินรดต้นคอระหงของ อวี๋ เซียวเซียว ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่
เธอลอบมองพนักงานขาย จ้าวอี้ ที่กำลังสาละวนจัดเสื้อผ้าอยู่ไม่ไกล แล้วกระซิบดุด้วยความเขินอาย:
“อย่าพึ่งสิคะ... กลับไปทำที่บ้านเถอะนะ…”
เห็นใบหูแดงระเรื่อของเธอ เจียงเฉิง อดใจไม่ไหว ก้มลงขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ หนึ่งที
“ก็ใครใช้ให้คุณทำตัวน่ากินขนาดนี้ล่ะ? ...เฮ้อ เสียดายจังที่นี่ไม่ใช่ยูนิโคล่ (Uniqlo)”
อวี๋ เซียวเซียว จัดผมทัดหูแก้เขิน หันมาทำสีหน้าไม่เข้าใจ: “หมายความว่าไงคะ?”
“ก็ไม่เคยดูข่าวเหรอ? ...ที่ยูนิโคล่ห้องลองเสื้อกว้างขวาง ไม่มีพนักงานมายืนเฝ้า ผมจะได้เข้าไปช่วยคุณ ‘ลองชุด’ ในห้องลองได้สะดวกๆ ไง(1)”
อวี๋ เซียวเซียว นึกออกทันที... เธอใช้นิ้วชี้เรียวยาวจิ้มหน้าท้องแกร่งของเขาอย่างมันเขี้ยว:
“คนบ้า! ...ลามกที่สุด! คราวที่แล้วเล่นท่า ‘ซ้อนทับ (ลิงอุ้มแตง)’ บนเก้าอี้ในห้องอาหาร ยังไม่พอใจอีกเหรอคะ?”
พอพูดถึงวีรกรรมสุดระทึกในห้องอาหารคราวนั้น... เจียงเฉิง ก็เลิกคิ้วสูง แววตาเป็นประกายวาววับ
“พูดขึ้นมาแบบนี้... ผมชักอยากจะ ‘ลองอีกสักรอบ’ แล้วสิ... เกมซ้อนตัวบนเก้าอี้มันทั้งสนุกทั้งตื่นเต้นจริงๆ... ดีเลย เรายังไม่ได้กินข้าวเย็นกันนี่นา เดี๋ยวช้อปเสร็จรีบไปหาร้านอาหารเงียบๆ กินกันดีกว่า”
“คนนิสัยไม่ดี... คิดแต่จะรังแกคนอื่น~”
อวี๋ เซียวเซียว บ่นอุบอิบ แต่ร่างกายกลับตอบสนองคำเชิญชวนอย่างซื่อสัตย์ เธอทำท่าจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องลองเสื้อเพื่อเปลี่ยนชุด
แต่ เจียงเฉิง ดึงแขนเธอไว้ แล้วพูดอย่างมีนัย: “ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก... ใส่ชุดนี้ไปเลย สวยดี... เดี๋ยวเราไปหาเครื่องประดับมาแมตช์ให้เข้าชุดกันดีกว่า”
ไม่นานนัก จ้าวอี้ ก็เดินกลับมาพร้อมใบเสร็จและบัตรเครดิต ท่าทีของเธอในตอนนี้แทบจะก้มหัวลงไปกองกับพื้นด้วยความเคารพ
“คุณเจียงคะ... นี่คือใบเสร็จและบัตรของคุณค่ะ ยอดรวมทั้งหมด 1,720,000 หยวนค่ะ... ทางเราได้เปิดสมาชิก VIP ให้เรียบร้อยแล้ว หากมีคอลเลกชันใหม่เข้ามา เราจะแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ”
เจียงเฉิง รับบัตรคืนมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาทิ้งที่อยู่คอนโดของ อวี๋ เซียวเซียว ให้ทางร้านจัดส่งสินค้าตามไปทีหลัง จากนั้นก็จูงมือเธอเดินออกจากร้าน Valentino ไปอย่างสง่าผ่าเผย
เป้าหมายต่อไป... เครื่องประดับ!
ระหว่างเดินดูร้านจิวเวลรีต่างๆ อวี๋ เซียวเซียว พยายามเลือกดูแต่ร้านที่มีราคากลางๆ ไม่แพงเวอร์วัง
ดูเหมือนเธอจะเกรงใจที่ เจียงเฉิง เพิ่งหมดเงินไปเกือบ 2 ล้าน
แต่ปัญหาคือ... เครื่องประดับราคาหลักหมื่นหลักแสน มันดู ‘หมอง’ ไปเลยเมื่อมาอยู่บนชุดราตรีราคา 1 ล้าน
รัศมีของชุดกลบเครื่องประดับจนมิด ดูไม่สมฐานะอย่างแรง
เจียงเฉิง ส่ายหน้าไม่ถูกใจร้านแล้วร้านเล่า... จนกระทั่งเดินผ่านหน้าร้าน De Beers
ทั้งคู่หยุดชะงักพร้อมกัน ในตู้โชว์กระจกใสหน้าประตูร้าน... มีสร้อยคอเพชรระยิบระยับวางเด่นเป็นสง่า
ตัวเรือนทำจากแพลทินัม ประดับด้วยเพชรน้ำงามนับร้อยเม็ด และตรงกลางมี ‘เพชรสีเหลือง’ เม็ดโตส่องประกายเจิดจรัส
ข้างๆ กันมีต่างหู กำไลข้อมือ และแหวนที่เข้าชุดกันวางเรียงราย
ภายใต้แสงไฟสปอตไลท์... เครื่องประดับชุดนี้ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงนิทราที่กำลังรอเจ้าชายมาปลุกให้ตื่น
เจียงเฉิง มองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่า... นี่แหละคือชิ้นส่วนที่หายไป!
มันคู่ควรกับชุดราตรีและอวี๋ เซียวเซียว อย่างที่สุด
เขาเหลือบมอง อวี๋ เซียวเซียว... เห็นเธอยืนนิ่งตะลึงงัน แววตาเป็นประกายวูบวาบด้วยความหลงใหล
แม้เธอจะพยายามเก็บอาการ... แต่สายตาของผู้หญิงที่มองเพชรน้ำงาม มันปิดกันไม่มิดหรอก
เจียงเฉิง ไม่รอช้า จูงมือเธอเดินตรงเข้าไปในร้านทันที
เมื่อพนักงานเห็น อวี๋ เซียวเซียว ในชุดราตรีหรูหราเดินเข้ามา ก็รีบกุลีกุจอมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
เพราะ De Beers คือแบรนด์ระดับโลกที่ผูกขาดตลาดค้าเพชรกว่า 40%... ลูกค้าของพวกเขาย่อมต้องกระเป๋าหนัก
ดาราดังอย่าง ฟ่าน ปิงปิง (范冰冰) หรือช่าย สวีคุน (蔡徐坤) ก็เคยเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์นี้
เจียงเฉิง ชี้ไปที่สร้อยคอในตู้โชว์หน้าร้าน: “ขอดูเส้นนั้นหน่อย”
พนักงานสาวรีบแนะนำข้อมูล:
“ตาถึงมากค่ะคุณผู้ชาย... สร้อยเส้นนี้เป็นรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ (Exclusive) ที่มีจำหน่ายเฉพาะหน้าร้านเท่านั้น ไม่มีในเว็บค่ะ... มันอยู่ในคอลเลกชัน ‘Aria High Jewellery’”
“คำว่า ‘Aria’ ในภาษาละตินและอิตาลี หมายถึง ท่วงทำนองที่เบาสบายและสง่างาม... เหมือนกับดีไซน์ของสร้อยเส้นนี้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชายกระโปรงของนักเต้นระบำที่พลิ้วไหว... เฉพาะเพชรเม็ดกลางก็หนักถึง 12 กะรัต แล้วค่ะ…”
เจียงเฉิง โบกมือขัดจังหวะ: “ไม่ต้องร่ายยาว... เอาออกมาลองเลย”
พนักงานสาวทำหน้าลำบากใจ:
“เอ่อ... ต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆ ค่ะ... เนื่องจากเครื่องประดับชุดนี้มีมูลค่าสูงมาก เฉพาะตัวสร้อยคอก็ราคาเกือบ 2 ล้านหยวน แล้ว... และทางแบรนด์มีนโยบายว่าสินค้าระดับไฮ จิวเวลรี (High Jewelry) แบบนี้จะไม่นำออกมาโชว์พร่ำเพรื่อ และต้องขายยกเซตเท่านั้น…”
เธอลอบสังเกตปฏิกิริยาของ เจียงเฉิง แล้วถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ:
“ไม่ทราบว่า... คุณผู้ชายเป็นสมาชิก VVIP ของเราหรือเปล่าคะ?”
เจียงเฉิง ส่ายหน้า
พนักงานสาวรีบอธิบายด้วยความเกรงใจ กลัวลูกค้าโกรธ:
“ถ้าไม่ใช่สมาชิก VVIP... ดิฉันไม่มีอำนาจเปิดตู้โชว์ชุดนี้ได้ค่ะ ต้องขออนุญาตผู้จัดการร้านก่อน... กฎระเบียบนี้ค่อนข้างเข้มงวด เพราะสินค้าชุดนี้มีความพิเศษและบอบบางมากค่ะ... แต่ถ้าเป็นคอลเลกชันอื่นในร้าน คุณผู้ชายสามารถลองได้ตามสบายเลยนะคะ”
เธอก็ลำบากใจเหมือนกัน... ตั้งแต่เอาชุดนี้มาโชว์เมื่อ 3 วันก่อน มีลูกค้าหลายคนขอดู แต่พอเจอกฎหยุมหยิมและราคาที่สูงลิ่ว ก็ถอดใจกันหมด
เธอไม่อยากเสียลูกค้าอย่าง เจียงเฉิง ไป... แต่เธอก็ไม่กล้าแหกกฎบริษัท
เจียงเฉิง เข้าใจสถานการณ์ดี สินค้าไฮ จิวเวลรีก็เหมือนเสื้อผ้าโอต์ กูตูร์ (Haute Couture)... ส่วนใหญ่เป็นงาน ‘ชิ้นเดียวในโลก’ ผลิตยากและทำซ้ำไม่ได้
ถ้าให้ใครต่อใครมาหยิบจับลองเล่นจนช้ำ... ความขลังและมูลค่าของมันก็จะลดลง
แต่สำหรับคนที่มีเงิน... กฎมีไว้แหกเสมอ
“งั้นไปตามผู้จัดการมา…” เจียงเฉิง สั่งเสียงเรียบ
…………………………………
(1)[อ้างถึงคลิปฉาวในห้องลองเสื้อยูนิโคล่ (Uniqlo) สาขาปักกิ่ง ที่เคยเป็นข่าวดัง]